ลมยามบ่ายพัดผ่านลานเมฆาขาวเบา ๆ ท่ามกลางสายตาของศิษย์นับร้อยที่จับจ้องไปยังเวทีประลอง หลี่เฟิงยืนถือกระบี่อย่างมั่นคง พลังปราณรวมปราณขั้นหกค่อย ๆ ไหลเวียนออกมาโดยไม่ปะทุรุนแรง แต่กลับสร้างแรงกดดันที่มั่นคงและหนักแน่นยิ่งกว่าเดิม
หลินเย่สูดลมหายใจลึก ปรับสภาพจิตใจให้สงบนิ่ง แม้จะรู้ดีว่าความแตกต่างด้านพลังนั้นมีอยู่จริง แต่เขาไม่คิดยอมแพ้เพียงเพราะอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่า
ผู้ฝึกตนที่แท้จริง หากพบอุปสรรคแล้วถอยหนี ย่อมไม่มีวันก้าวไปได้ไกล
"ระวังให้ดี"
หลี่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "กระบวนท่านี้คือวิชาที่ข้าฝึกฝนมานานที่สุด"
สิ้นเสียง เขาก็ก้าวออกมาหนึ่งก้าว
ฟุบ!
ร่างทั้งร่างเคลื่อนไหวราวกับสายน้ำ กระบี่ในมือฟันออกมาอย่างเรียบง่าย ไม่มีความซับซ้อน ไม่มีพลังอันน่าตื่นตา แต่กลับให้ความรู้สึกไร้ช่องโหว่โดยสมบูรณ์
วิชากระบี่สายน้ำ!
หลินเย่รวบรวมสมาธิทั้งหมด เขาไม่มองเพียงปลายกระบี่ แต่จับจ้องการเคลื่อนไหวของร่างกาย การลงน้ำหนัก และจังหวะลมหายใจของอีกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม...
ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม
ทุกอย่างประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ไม่มีจุดอ่อนให้ฉวยโอกาส
เคร้ง!
กระบี่ทั้งสองปะทะกัน แรงมหาศาลส่งผ่านเข้ามาจนหลินเย่ถอยหลังไปหลายก้าว เลือดลมภายในปั่นป่วน แขนขวาสั่นเล็กน้อย
แต่เขายังคงยืนหยัด
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วลาน
"ยังไม่แพ้อีกหรือ?"
"ต่างกันตั้งสองขั้นพลังแท้ ๆ!"
"สัญชาตญาณการต่อสู้ของเจ้าหมอนั่นน่ากลัวจริง ๆ"
บนอัฒจันทร์ ผู้อาวุโสเฉินเองก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"แม้พรสวรรค์ธรรมดา แต่จิตใจมั่นคงยิ่ง"
"เด็กเช่นนี้ หากได้รับการขัดเกลา อนาคตย่อมไม่เลว"
กลางเวที หลี่เฟิงลดกระบี่ลงเล็กน้อย แววตาฉายความชื่นชมอย่างจริงใจ
"เจ้าสมควรได้รับความเคารพ"
"หากเป็นคนอื่นที่พลังต่ำกว่าข้าสองขั้น คงยอมแพ้ไปนานแล้ว"
หลินเย่ยิ้มบาง ๆ
"ข้ายังไม่แพ้"
หลี่เฟิงหัวเราะเบา ๆ
"ถูกต้อง"
"เช่นนั้น..."
ฟุบ!
คราวนี้ เขาเคลื่อนไหวเร็วกว่าครั้งก่อนเล็กน้อย กระบี่ฟันเฉียงลงมาด้วยจังหวะที่แม่นยำและหนักแน่น
หลินเย่ยกกระบี่ขึ้นรับตามสัญชาตญาณ
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะดังสนั่น
แต่ครั้งนี้ ร่างของเขากลับถูกผลักถอยออกไปจนถึงขอบเวที กระบี่เหล็กในมือหลุดกระเด็นตกลงพื้น
ความเงียบปกคลุมไปทั่วลานประลอง
ผู้ตัดสินมองทั้งสองฝ่าย ก่อนประกาศเสียงดัง
"ผู้ชนะ! หลี่เฟิง!"
เสียงปรบมือดังขึ้นทันที
ไม่มีเสียงเยาะเย้ย
ไม่มีเสียงดูถูก
เพราะทุกคนต่างยอมรับว่าหลินเย่ต่อสู้อย่างสุดความสามารถแล้ว
หลินเย่ก้มลงเก็บกระบี่ ก่อนประสานมือคารวะ
"ข้ายอมรับความพ่ายแพ้"
หลี่เฟิงรีบคารวะตอบทันที
"หากระดับพลังเราเท่ากัน ข้าคงไม่ชนะง่ายเช่นนี้"
คำพูดนั้นทำให้ผู้คนรอบข้างพยักหน้าตาม แม้จะเป็นคำสมมุติ แต่ไม่มีใครปฏิเสธว่าสติและความสามารถในการอ่านการต่อสู้ของหลินเย่นั้นเหนือกว่าศิษย์ทั่วไปมาก
เมื่อเดินลงจากเวที ซ่งเหวินรีบวิ่งเข้ามาหา
"ไม่เป็นไรนะ?"
หลินเย่หัวเราะเบา ๆ
"ข้าไม่ได้บาดเจ็บหนัก"
หลิวหยวนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตบบ่าเขา
"เจ้าแพ้ก็จริง"
"แต่ข้ารู้สึกว่าคนที่น่ากลัวที่สุดในรุ่นนี้ อาจไม่ใช่หลี่เฟิง"
หลินเย่ส่ายหน้า
"อย่าพูดเกินจริง"
"ตอนนี้ข้ายังห่างไกลอีกมาก"
หลิวหยวนยิ้มโดยไม่ตอบอะไร
บนอัฒจันทร์ ผู้อาวุโสหลายคนเริ่มจดจำชื่อของเด็กหนุ่มคนนี้มากขึ้น แม้เขาจะไม่ใช่อัจฉริยะผู้โดดเด่น แต่ความมั่นคงของจิตใจและวิธีคิดกลับแตกต่างจากคนวัยเดียวกันอย่างชัดเจน
บางครั้ง...
คนเช่นนี้ต่างหาก ที่สามารถก้าวเดินไปได้ไกลเกินกว่าที่ทุกคนคาดคิด
หลังจากการประลองสิ้นสุดลง การคัดเลือกยังคงดำเนินต่อไปจนถึงยามเย็น ในที่สุด รายชื่อศิษย์ยี่สิบอันดับสุดท้ายก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนแผ่นศิลากลางลาน
และเมื่อหลินเย่เงยหน้ามอง...
ชื่อของตนเอง
ยังคงอยู่ในนั้น
แม้จะแพ้ให้กับหลี่เฟิง แต่เนื่องจากผลงานโดยรวมและจำนวนผู้ที่ถอนตัวเพราะบาดเจ็บ ทำให้เขาได้ที่นั่งพิเศษ นั้นคือได้สิทธิ์เข้าสู่ขั้นในได้ชั่วคราวในปีนี้ และการคัดเลือกครั้งถัดไปจะต้องมาสอบใหม่เพื่อเข้าเป็นศิษย์ในอย่างแท้จริง
เส้นทางเริ่มต้นของศิษย์ใน...
ได้เปิดออกต่อหน้าเขาแล้ว