จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 128 งานประมูลที่แสนวุ่นวาย 5 Re

            “อวี้กง  ท่านมีแผนจัดการพวกมันรึไม่” จางหนี่หวังถามขึ้น  เธอเห็นว่าอวี้กงดูไม่แตกตื่นแต่อย่างใด  แสดงว่าต้องมีวิธีจัดการพวกมันอยู่แน่


            “ให้คนที่มีระดับจักรพรรดิทั้งหมด 60 คน  ไปประจำจุดจ่ายพลังเขตแดน  จุดละ 15 คน  อย่างแรกเราต้องทำการล่อพวกมันและขังพวกมันไว้ในเขตแดน  ด้วยพลังของคน 60 คน  เขตแดนจะสามารถฟื้นตัวได้ทันและขังพวกมันไว้ภายในได้” ไป่ฉีกล่าว


            “แล้วจะฆ่าพวกมันยังไงล่ะ” หลงสุ่ยถามขึ้น


            “ฉันจะรีบเตรียมค่ายกลเอาไว้จัดการพวกมันเอง   ขอให้คนที่มั่นใจในความเร็วมากที่สุด  ไปล่อพวกมันมาที่นี่  ที่เหลือฉันจะจัดการพวกมันเอง” ไป่ฉีกล่าว


            “จะไหวเหรอท่านอวี้กง  นั่นน่ะมีพลังเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชันย์ทรราชเชียวนะ” จางหนี่หวังถามด้วยความเป็นห่วง


            ก่อนหน้านี้เธอรู้มาว่าอวี้กงเคยเกือบพลาดท่าให้กับนางมารปิงโหย่ว  ขนาดแค่คนเดียวเขายังเกือบเอาตัวไม่รอด  แล้วนี่ตั้ง 10 ตัว  เขาจะไม่ถูกพวกมันฉีกเป็นชิ้น ๆ งั้นเหรอ


            “วิชาของฉันพัฒนาจากความรู้ทางวิทยาศาสตร์  เจ้าพวกนั้นยังไงก็เป็นสิ่งมีชีวิต  ไม่รอดพ้นกฎของหลักเหตุและผลในการดำรงชีพไปได้หรอก” ไป่ฉีกล่าวขณะเริ่มเตรียมค่ายกลอักขระลมปราณแล้ว  แทบไม่มีใครเข้าใจความหมายที่ไป่ฉีพูดแม้แต่น้อย  เพราะส่วนใหญ่พวกเขานั้นก้มหน้าก้มตาฝึกวิชาตามแบบดั้งเดิม  แต่เน้นไปในการพัฒนาวิธีบ่มเพาะแบบใหม่ ๆ มากกว่าการคิดค้นวิทยาการด้านอื่น


            “ทุกคนทำตามนี้  ฉันจะเป็นคนไปล่อพวกมันมาเอง” จางหนี่หวังกล่าวขึ้น  สร้างความวิตกให้กับผู้อาวุโสสมาคมการค้าอย่างมาก


            “ประมุข  แต่มันเสี่ยงเกินไป” อี้เซียนกล่าวคัดค้าน


            “นี่เป็นที่ของฉัน  หากฉันใช้ผู้อื่น  เป็นตัวล่อ  ต่อไปจะกล้าสู้หน้าคนทั่วยุทธภพได้ยังไง  แค่พวกเขาช่วยจัดการปัญหานี้ร่วมกับทางเราก็นับว่ามีน้ำใจมากแล้ว” กล่าวจบจางหนี่หวังก็หายไปจากลานประลองทันที  โดยที่อี้เซียนไม่สามารถจะรั้งตัวเธอไว้ได้


            ทางตำหนักเทพเต่ามังกร  อู่กุยหลงจินเริ่มกลับมานั่งด้วยตนเองได้แล้ว  เขาตรวจสอบอาการบาดเจ็บดูก็พบว่าทุเลาลงมาก  จึงหยิบโอสถรักษาเม็ดที่ 2 ส่งเข้าปาก  พร้อมกับเริ่มโคจรลมปราณรักษาตัวเองต่อ


            “ผู้อาวุโส  ฝากดูพ่อด้วย  ผมจะลงไปคอยคุ้มกันท่านอวี้กง  หากพวกสัตว์อสูรมาถึงก่อนค่ายกลจะเสร็จ อย่างน้อยก็พอถ่วงเวลาได้บ้าง” กล่าวจบอู่กุยเหวินป๋อก็ลงไปอยู่ข้าง ๆ อวี้กง  คอยระวังรอบข้างให้


            “ลงมาทำไมกัน” ไป่ฉีถาม  ขณะที่ยังคงใช้อักขระลมปราณให้ประทับลงบนพื้นสนามประลอง


            “ผมจะคุ้มครองระหว่างที่ท่านสร้างค่ายกลครับ  หากพวกสัตว์อสูรมาถึงก่อนท่านจะสร้างค่ายกลเสร็จ” อู่กุยเหวินป๋อกล่าว


            “ตามใจ” ไป่ฉีตอบสั้น ๆ ก่อนจะสร้างค่ายกลต่อไป


            “ท่านอวี้กง  ไม่ทราบว่ากระบวนท่า [ทลายเสาค้ำฟ้า] นั่น  ทำไมผมถึงเห็นเงาร่างของเต่ามังกรขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นกัน” อู่กุยเหวินป๋อถาม  เขาอยากรู้มาก  แม้จะเป็นแค่เงาร่างกับเสียงร้อง  กลับสามารถทำให้จิตใจของผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิสั่นกลัวได้


            “เป็น 1 ในวิชาลับ  สำหรับผู้ผ่านด่านทดสอบของเทพเต่ามังกร  สัตว์อสูรระดับปราณเทวะ  เมื่อผ่านด่านทดสอบเจ้าจะได้รับสืบทอดวิชาและโลหิต  ซึ่งโลหิตของมันจะหลอมรวมกับไขกระดูกของผู้ผ่านด่านทดสอบ  ทำให้ร่างกายที่ได้รับการหลอมรวมกับโลหิตแข็งแกร่งขึ้น  รวมถึงสามารถใช้วิชาต่อสู้ของพวกมันได้อีกด้วย” ไป่ฉีตอบ


            “เอ่อ...ผมขอซื้อข้อมูลสถานที่ตั้งของด่านทดสอบได้รึเปล่าครับ” อู่กุยเหวินป๋อกระซิบถาม


            “มันไม่ได้อยู่ในโลกนี้  หากจะไปต้องบรรลุปราณราชันย์จักรพรรดิให้ได้เสียก่อน” ไป่ฉีตอบ


            “งั้นทำไมท่านที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ชั้นปราณจักรพรรดิถึงสามารถไปยังอีกโลกหนึ่งได้กันล่ะ” อู่กุยเหวินป๋อถาม


            “ฉันมีวิธีก็แล้วกัน  แต่ที่นั่นอันตรายเกินไปสำหรับนายที่เป็นเพียงลูกนกเพิ่งหัดบิน  เลิกถามได้แล้วฉันต้องการสมาธิ” ไป่ฉีพูดตัดบทสนทนาทันที


            จางหนี่หวังเดินออกมานอกสนามประลอง  เธอหลับตาลงเพื่อเพิ่มระยะการสัมผัสรับรู้ของพลังปราณ  ใช้เวลาสักครู่เธอก็พบว่าพวกสัตว์อสูรทดลองตอนนี้อยู่ตรงประตูทางเข้าของสมาคมการค้า


            เธอคิดหาเส้นทางที่ใกล้ที่สุดในการไปยังลานประลองที่อวี้กงกำลังเตรียมการอยู่  คิดได้สักครู่  เธอก็วิ่งออกไปยังทางเข้าสมาคมการค้าทันที


            เมื่อมาถึงจางหนี่หวังก็พบกับสัตว์อสูร 10 ตัว  พวกมันขนาดตัวไม่ต่างจากมนุษย์  แต่พลังปราณที่แผ่ออกมาบ่งบอกได้ว่าพวกมันแข็งแกร่งมาก  คราวนี้รูปร่างของพวกมันดูไม่ต่างจากมนุษย์มากนัก  บางตัวมีร่างเป็นมนุษย์  แต่คอยาว  มีปากที่ฉีกถึงหูกำลังกินศพของประชาสัมพันธ์เคราะห์ร้ายที่หนีไม่ทัน


            จางหนี่หวัง  คาดว่าคนอื่นคงหนีไปก่อนแล้ว  ส่วนพวกสัตว์อสูรทดลองพวกนี้ก็ไม่คิดจะไล่ตามเหยื่อที่หนีไป  พวกมันยังคงรุมกินเหยื่อของพวกมัน  เธอจึงโคจรปราณก่อนจะตะโกนออกไป


            “ไอ้พวกลูกหมา  คิดมาหากินในที่ของฉัน  ได้เวลาจ่ายค่าเสียหายแล้ว” คลื่นเสียงกระแทกเข้าใส่พวกสัตว์อสูรทำให้พวกมันชะงักเล็กน้อย  ก่อนที่ดวงตาของพวกมันจะแดงโรจด้วยความโกรธที่ถูกขัดจังหวะการกิน  พวกมันคำรามขึ้นก่อนจะพุ่งมาหาจางหนี่หวัง


            “คิดจะกินฉันงั้นเหรอ” จางหนี่หวังสูดลมหายใจเข้าไปจนสุด  ก่อนจะเอามือเท้าเอว


            “ไปให้พ้นนนนนนนน  ไอ้พวกสมองกลวงงงงงงง” เมื่อเธอปลดปล่อยเสียงพร้อมพลังปราณออกมา  ส่งผลให้พวกสัตว์อสูรที่พุ่งเข้ามาต้องเอาเท้ายันตัวเองไม่ให้ปลิวไปพร้อมกับเสียงแฝงพลังปราณที่โถมเข้าใส่พวกมัน  


            เมื่อเสียงหยุดลงพวกมันยังคงส่ายหัวไปมาเพราะมึนกับเสียงดังเมื่อครู่ และก็พบว่าผู้หญิงคนที่ทำให้หูพวกมันแทบดับจากเสียงดังเมื่อครู่ได้วิ่งหนีจนทิ้งระยะห่างจากพวกมันไปพอสมควรแล้ว


            “ก๊าซ” พวกมันใช้เท้าถีบที่พื้นอย่างแรงจนพื้นแตกร้าว  เพื่อส่งตัวมันพุ่งไปหาจางหนี่หวังด้วยความโกรธทวีคูณ


            “ชิ ตามมาไวจริง  วิชาราชสีห์คำราม  ใช้แค่ยั่วโมโหมันได้เท่านั้นสินะ” จางหนี่หวังกำลังใช้วิชาตัวเบาไปตามทางแคบ  เพียงแต่ความเร็วของเจ้าพวกสัตว์อสูรนี้รวดเร็วมาก  พวกมันกำลังจะถึงตัวเธอแล้ว


            “เอานี่ไปกิน” จางหนี่หวังหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดอะไรบางอย่าง


            [ยืนยันระบบรักษาความปลอดภัยด้วยเสียง] เสียงโมโนโทนดังมาจากสมาร์ทโฟน


            “ปิดประตู” จางหนี่หวังตะโกนขึ้น


            [ยืนยันเสียงถูกต้อง  เริ่มการปิดประตู] เสียงโมโนโทนกล่าวขึ้น  ก่อนที่ประตูหนาเริ่มเลื่อนลงมาปิดไล่จากทางเดินประชาสัมพันธ์  และปิดไล่หลังพวกสัตว์อสูร  เพื่อไม่ให้พวกมันมีทางถอยกลับและหนีไปได้


            “ชิ ตามมาเร็วจริงนะ” จางหนี่หวังหยิบพัดออกมาจากแหวนมิติ  เป็นพัดใหญ่ที่ใช้เป็นอาวุธมีสีทองลวดลายสวยงาม


            จางหนี่หวังส่งพลังปราณไปที่พัดก่อนจะโบกสะบัดจนเกิดเป็นสายลมรุนแรงเข้าปะทะกับพวกสัตว์อสูรที่ตามเธอมา


            “ระบำพัดวายุ  รับไปเลย” จางหนี่หวังยังคงโบกพัดไปมาอย่างต่อเนื่องเพื่อขัดขวางไม่ให้สัตว์อสูรพุ่งเข้าใส่เธอได้ และในจังหวะที่สัตว์อสูรทดลองกำลังจะเข้าถึงตัว  เธอก็ใช้พัดสร้างกระแสลมเพื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว  จนทิ้งระยะห่างออกมาได้  จึงทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งมาถึงลานประลอง  เมื่อไป่ฉีเห็น  เขาก็ตะโกนทันที


            “หลบไปด้านบนให้พ้นเขตแดน” ไป่ฉีตะโกนบอกจางหนี่หวัง


            จางหนี่หวังจึงใช้พัดของตนสร้างลมเพื่อดีดตัวขึ้นให้พ้นเขตแดนที่กำลังจะเริ่มทำงาน


            “สัตว์อสูรทดลองเข้ามาหมดแล้ว  ให้เขตแดนทำงานได้เลย” ไป่ฉีตะโกนบอกทันที


            เพียงพริบตาเดียวเขตแดนลักษณะโดมโปร่งแสงก็ปรากฎขึ้น  พวกสัตว์อสูรนั้นไม่สนใจไป่ฉี  ด้วยเพราะพลังที่แผ่ออกมาจากเขตแดนนั้นคุกคามพวกมันมากกว่ามนุษย์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของพวกมัน


            “คิดเมินฉันแบบนี้  เห็นทีต้องสั่งสอนเสียบ้าง” ไป่ฉีโคจรลมปราณ  บังเกิดเส้นแสงสัญลักษณ์ขึ้นตามมือและใบหน้าของเขาอีกครั้ง


            เหล่าคนที่ถ่ายพลังปราณให้เขตแดนต่างจ้องผู้ได้ชื่อว่าเทพกระบี่ตาไม่กระพริบ  ภาพที่อู่กุยหลงจินถูกซัดจนบาดเจ็บสาหัสในครั้งเดียวเมื่อครู่ยังคงฝังอยู่ในความทรงจำพวกเขาอย่างแจ่มชัด


            “สัญลักษณ์เปลี่ยนไป” อู่กุยหลงจินกล่าว  ตอนนี้เขารักษาอาการบาดเจ็บจนหายขาดแล้ว  คำพูดของเขาทำให้ทุกคนมองไปยังสัญลักษณ์บนใบหน้าของอวี้กงอีกครั้ง  แต่เพียงไม่นานเปลวเพลิงสีทองก็พวยพุ่งออกมาจากสัญลักษณ์นั้น


            ถึงตอนนี้พวกสัตว์อสูรทดลองต่างหันมาสนใจไป่ฉีแทน  เพราะพวกมันสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่เหนือกว่าเขตแดนที่กักขังพวกมันไว้  เสียงของวิหคดังกึกก้องไปทั่ว  ทำให้พวกสัตว์อสูรทดลองยืนแข็งทื่อ


            ร่างของพวกมันสั่นเทิ้มด้วยความกลัว  ส่วนบนอัฒจันทร์ที่มีเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ชั้นปราณจักรพรรดิ  ทุกคนต่างรู้สึกถึงความน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากตัวของอวี้กงและเสียงร้องของวิหคเมื่อครู่


            “อยู่นิ่ง ๆ ให้ฉันได้ลองค่ายกลใหม่เสียเถอะ” ไป่ฉีกระโดดขึ้นพร้อมเงาร่างของวิหคเพลิงสีทองสุกสว่างปรากฎขึ้นเบื้องหลัง  และทำการสยายปีกของมันออก


            “วิชาลับ [เทพวิหคเพลิง  สยายปีก]” ไป่ฉีกล่าวจบ  ก็บังเกิดเปลวเพลิงพุ่งกระจายออกจากรอบตัวของเขา  พวกสัตว์อสูรต่างหันหลังเพื่อจะหนีไปยังทางเดิมที่พวกมันเข้ามา และพบว่าทางที่พวกมันเข้ามาถูกปิดลงแล้ว  แต่พวกมันก็ยังดิ้นรนโจมตี  เพราะสัญชาติญาณของพวกมันบอกว่าหากไม่หนีไปจากที่นี่ตอนนี้  ชีวิตของพวกมันจะมอดดับลงแน่


            เปลวเพลิงสีทองสาดเข้าใส่เหล่าสัตว์อสูร  แม้พวกมันจะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธฺระดับราชันย์ทรราช  หากแต่ความร้อนจากเปลวเพลิงก็ยังสร้างความเสียหายให้กับพวกมันอยู่  เหล่าสัตว์อสูรกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด  บางตัวสูญเสียดวงตาจากเพลิงที่โถมเข้าใส่


            “จังหวะนี้คลายเขตแดน” ไป่ฉีสั่งการ


            เมื่อได้รับคำสั่ง  ผู้อาวุโสสมาคมการค้าที่คุมเขตแดนรีบปลดเขตแดนออกในระยะสั้น ๆ เพื่อให้อวี้กงออกมาจากเขตแดน  ก่อนจะสร้างเขตแดนครอบพวกมันอีกครั้งหนึ่ง


            พวกสัตว์อสูรไม่ได้ใช้โอกาสนี้หนีออกมา  พวกมันยังคงเจ็บปวดจากแผลไฟไหม้ที่ได้รับเมื่อครู่  แม้จะเป็นเพลิงของผู้ฝึกยุทธฺระดับจักรพรรดิ  หากแต่เพลิงนี้เป็นเพลิงของสัตว์อสูรระดับเทวะ  จึงมีความรุนแรงกว่าเพลิงทั่วไปทำให้สามารถทะลุผ่านปราณป้องกันตัวของพวกมันเข้ามาได้


            “มาดูค่ายกลใหม่ของฉันกัน” ไป่ฉีเริ่มส่งพลังปราณเข้าไปให้ค่ายกลใหม่ทำงาน  เกิดเสียงดังขึ้นเหมือนเครื่องดูดอากาศ  ภายในเขตแดน  ไฟได้ดับมอดลงอย่างฉับพลัน  พวกสัตว์อสูรมองขึ้นไปยังพวกที่อยู่บนอัฒจันทร์อย่างโกรธแค้น  พวกมันพยายามพุ่งเข้าโจมตีเขตแดนอย่างหนัก


            แม้จะมีรอยเกิดขึ้น  แต่เขตแดนก็ฟื้นฟูกลับมาได้อย่างรวดเร็ว  ทุกคนต่างอยากเห็นว่าค่ายกลที่อวี้กงใช้นั้นมันคืออะไรกันแน่  เพียงไม่นานผิวหนังของพวกสัตว์อสูรเริ่มโป่งพอง  มีไอออกมาจากผิวหนังของพวกมัน  ก่อนที่ผิวหนังของพวกมันจะปริแตกออก  เผยให้เห็นเลือดที่กำลังเดือดและระเหยไปอย่างรวดเร็ว


            “นี่มันค่ายกลอะไรกันเนี่ย” จางหนี่หวังกล่าว


            “ค่ายกลสูญญากาศ  ด้วยการดึงเอาอากาศออก  น้ำที่อยู่ในสภาพนี้จะถึงจุดเดือดในอุณหภูมิที่น้อยลง  ยกตัวอย่างเช่นการต้มน้ำในที่ราบ  จุดเดือดของน้ำจะอยู่ที่ 100 องศา  แต่หากต้มน้ำบนยอดเขาที่มีอากาศเบาบางกว่า  จุดเดือดของมันจะอยู่ที่ราว 70 องศาเท่านั้น  ค่ายกลนี้จะดูดอากาศออกจากเขตแดน  เมื่อภายในไม่มีอากาศน้ำก็จะเดือดในอุณหภูมิที่ต่ำมาก  สัตว์อสูรพวกนี้มีน้ำในร่างกายทั้งในเลือดและอวัยวะภายใน  พวกมันจะถูกต้ม  หลังจากนั้นเมื่อการคายความร้อนในน้ำหมดลง  น้ำก็จะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นน้ำแข็ง  เมื่อถึงเวลานั้นก็แค่ทุบมันให้แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย  ไม่ต้องเปลืองแรงไปสู้รบกับพวกมันสักนิด” ไป่ฉีอธิบาย  ทำให้ทุกคนที่อยู่ในนี้ต่างปากอ้าค้าง


            'จุดเดือด  อุณหภูมิ  อะไรน่ะ'


            'คล้าย ๆ เหมือนจะเคยเรียนเมื่อนานมาแล้ว'


            บางคนหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาค้นหาทันที  เมื่อมีคนหนึ่งร้อง “อ๊ะ” ขึ้น  ความสนใจของทุกคนก็พุ่งไปที่ต้นเสียงทันที


            “มีจริง ๆ ด้วย” ชายคนนั้นพูดขึ้น


            “พวกท่านสมควรพัฒนาวิชาโบราณคร่ำครึนั่นเสียที  ดูอย่างพวกพรรคตะวันดับสิ  พวกมันใช้การตัดต่อพันธุกรรมของมนุษย์ให้กลายเป็นสัตว์อสูรไปแล้ว  หากวิชาของพวกท่านยังไม่พัฒนา  เกรงว่าคงจะดำรงอยู่บนโลกนี้ได้อีกไม่นาน” ไป่ฉียกยิ้มขึ้น  ทำให้ทุกคนถึงกับเสียวสันหลังเมื่อคิดถึงสิ่งที่อวี้กงกล่าวออกมา

    __________________________________

    หายไปสี่วัน พอดีต้องปั่นตอนรีไรท์ให้ทันนักแปล แหะ ๆ

    ฝากเพจนิยายด้วยนะครับ


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271