เสียงและสีหน้าของเด็กหญิงมีท่าทีไม่สบายใจ
เธอคงจะเกรงกลัวสเตรียดเป็นแน่
สเตรียดที่เพิ่งจะรักษาแผลเสร็จทำหน้าถมึงทึงราวกับยักษ์แล้วมองเด็กหญิงที่มองเห็นการกระทำทั้งหมดคนนั้น
“ข้าผิด?? ข้าก็ถูกชนเหมือนกันนั่นแหละ!ข้าเป็นผู้เสียหายนะ!”
สเตรียดตะโกนเรียกร้องความเป็นธรรม
“เปล่า! ไม่ได้บอกว่าสเตรียดคุงผิดซักหน่อย...”
เด็กหญิงที่ถูกสเตรียดจ้องจนไหล่หดพูดขึ้น
“งั้นใครผิด???”
“เอ่อ..คือ สเตรียดคุงโดนผลักสินะ?”
“ใช่! ตอนนั้นมีคนผลักข้า! ไอคนผลักนั่นแหละคือคนร้าย!”
สเตรียดพยายามผลักความผิดให้กับคนอื่น
ทว่า
“มันใช่เวลามาหาตัวคนร้ายไหม!!”
โรอาน่าพูดด้วยความเบื่อหน่ายกับบทสนทนา
สเตรียดมองหน้าโรอาน่าอย่างไม่สบอารมณ์
“ง...งั้นจะทำยังไงเล่า???”
อัลฟรอนส์รีบถามโรอาน่าอย่างร้อนรน
“จะช่วยเขา หรือจะออกจากป่านี้? มีตัวเลือกแค่นี้แหละ”
โรอาน่าพูดอย่างหงุดหงิดราวกับไม่เข้าใจว่าทำไมอัลฟรอนส์ถึงไม่รู้วิธีแก้ปัญหาเรื่องง่ายๆแค่นี้
“จ...จะให้ข้าตัดสินใจแค่คนเดียวได้ยังไง?”
“ฮะ? หัวหน้ามีไว้เพื่อแก้ปัญหาแบบนี้ไม่ใช่หรือไง!”
โรอาน่าเบื่อหน่ายกับคำพูดของอัลฟรอนส์ที่ไร้ซึ่งความเป็นผู้นำ
“ข....ข้าแค่เคารพความคิดเห็นของคนในทีมต่างหาก พวกเจ้าว่ายังไง?”
อัลฟรอนส์มองหน้าถามทุกคน
“แน่ใจนะว่ามันยังไม่ตาย?”
“ช่วยไม่ทันแล้วมั้ง สูงขนาดนี้จะลงไปยังไง?”
“เราจะช่วยมันยังไงสูงขนาดนั้น มันยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ซ้ำยังเป็นแค่ไพร่อีก”
ทุกคนพูดเหมือนไม่อยากช่วยริโอะ
ทันใดนั้น ใครคนหนึ่งก็ออกความเห็น
“ไอ้ขี้ข้านั่นแหละที่เป็นคนผลัก!”
สเตรียดผู้เกรี้ยวกราดนั่นเอง
เขาตอบอย่างจริงจัง
ทุกสายตาหันไปยังเขา
“มันผลักข้าเพราะกลัวการต่อสู้ มันนั่นแหละที่ทำให้ข้าชนองค์หญิง!”
สเตรียดพูดด้วยสีหน้าเจ็บปวด
“มันช่วยเหลือท่านฟลอร่า เพราะกลัวจะถูกข้อหาลอบทำร้ายราชวงศ์แล้วก็ตกลงจากหน้าผาซะเอง... สเตรียดคุงก็ไม่มีความผิดสินะ?”
อัลฟรอนส์พูดเหมือนเข้าใจถึงสถานการณ์อย่างชัดแจ้ง
ทว่า
“ป...เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ เขาคนนั้นช่วยข้าเอาไว้!”
ฟลอร่าต่อต้านอย่างทำใจไม่ได้
“แต่กระหม่อมถูกมันผลักนะพ่ะย่ะค่ะ ใช่ไหมครับพวกรุ่นพี่?”
สเตรียดหันไปถาม เด็กผู้ชาย 2 คน
2 คนนี้ต่างหากที่เป็นคนร้ายตัวจริง
พวกเขาร้อนตัวจึงพูดว่า
“ช...ใช่แล้ว ข้าเห็นนะ”
“ข..ข้าก็เห็น”
เมื่อมีพรรคพวกสเตรียดจึงแสยะยิ้มอย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
“พวกเจ้าเห็นกับตาเลยใช่ไหม?”
คริสติน่าถามด้วยเสียงเรียบแต่นุ่มลึกยากจะหยั่งถึงว่าองค์หญิงผู้นี้คิดอะไรอยู่
ขาของพวกสเตรียดขยับถอยร่นลงไปก้าวหนึ่งอย่างไม่รู้ตัวเมื่อถูกสายตาเยียบเย็นคู่นั้นจ้องมา
“พ...พ่ะย่ะค่ะ ไม่ผิดแน่พ่ะย่ะค่ะ!”
สเตรียดพยักหน้าหงึกหงัก
อีก 2 คนจึงทำตาม
“งั้นเหรอ คนอื่นล่ะ? มีใครเห็นเหตุการณ์ด้วยตาตัวเองอีกบ้าง?”
คริสติน่าถามแล้วหันมองไปรอบๆ
ทว่ากลับไม่มีปฏิกริยาใดๆ ของคนในทีม
ทุกคนต่างก็มองหน้ากันและไม่มีใครเอ่ยอันใด
“ตอนนั้นทุกคนก็มัวแต่จัดการมอนสเตอร์กันอยู่ เอลิเซ่เจ้าไม่เห็นอะไรเลยเหรอ?”
โรอาน่าถามเพื่อนหญิงที่เห็นสเตรียดชนฟลอร่า
สเตรียดจ้องเอลิเซ่ด้วยสายตาแข็งกร้าว
“เอ๊ะ...เอ่อ ไม่ ยังไงดีล่ะ...เอ่อ ตอนนั้นข้าก็ไม่ทันได้มอง”
เอลิเซ่ตอบเสียงสั่น
“แน่ใจ?”
“ค...ค่ะ”
เมื่อถูกโรอาน่ากดดัน เอลิเซ่จึงพยักหน้าอย่างจำใจ เธอตัวสั่นเป็นลูกนก
“ถ้างั้นก็รีบๆ ตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อ พูดวกไปวนมาอยู่ได้”
โรอาน่าเอ่ยขึ้นแล้วมองอัลฟรอนส์อย่างหงุดหงิด
“ร...รีบออกจากป่านี้กันก่อนเถอะ ดีไหม? ถ้าคิดถึงความปลอดภัยขององค์หญิงทั้ง 2 เราก็ไม่ควรอยู่ที่นี่ต่อ”
อัลฟรอนส์รอความเห็นของคริสติน่า
ที่จริงแล้วเขาอยากจะทำกิจกรรมต่อโดยไม่ต้องไปช่วยริโอะเพราะหัวหน้าทีมใจโหดไม่อยากถูกหักคะแนน
และในหัวเขายังคิดอีกว่าหากไพร่คนหนึ่งหายตัวไปก็ไม่เห็นจะมีอะไรให้น่าตกใจ
“ไม่ต้องมารอความเห็นจากข้าหรอก เจ้าเป็นหัวหน้า ตัดสินใจเองสิเอาแต่พูดวกไปวนมาอยู่นั่นแหละ”
คริสติน่าขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์
“พ...พ่ะย่ะค่ะ พวกเรารีบออกจากที่นี่แล้วไปยังจุดหมายกันเถอะ”
อัลฟรอนส์หน้าเหวอก่อนจะรีบสรุป
ทว่า
“เดี๋ยว! พวกเจ้าจะทิ้งเพื่อนร่วมทีมของเราเหรอ???”
ฟลอร่าบอกเสียงเครียด
“พ...พวกเราต้องทำงานกันเป็นทีมนะพ่ะย่ะค่ะที่มันตกลงไปมันก็ทำตัวเองทั้งนั้น เราไม่ต้องช่วยมันก็ได้นะพะยะค่ะ”
อัลฟรอนซ์ตอบท่าทางเฉไฉ
“ฮะ? ทำตัวเอง? ถ้างั้น...ถ้างั้นที่ข้าเกือบจะตกหน้าผาก็เพราะข้าทำตัวเองน่ะสิ ข้าจะไปช่วยเขาเอง!”
ฟลอร่าอึกอักไปครู่หนึ่งก่อนจะประกาศกร้าวออกมา
“ไม่ได้นะ ท่านรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรอยู่น่ะองค์หญิง!”
โรอาน่ารีบปรามฟลอร่า
“โรอาน่า! แม้แต่เจ้า...เขาอาจจะกำลังบาดเจ็บสาหัสและรอความช่วยเหลือจากเจ้าอยู่ก็ได้นะ”
“ตอนนี้เราต้องลำดับความสำคัญนะเพคะ การฝึกฝนครั้งนี้ก็สำคัญกว่าเราจะยอมให้การฝึกครั้งนี้พังลงไปเพราะสามัญชนเพียงคนเดียวไม่ได้หรอกนะเพคะหัวหน้าก็ตัดสินใจไปแล้ว”
“ข...ข้าถึงได้บอกไงว่าข้าจะไปคนเดียว”
ฟลอร่างัดข้อกับโรอาน่า
“เจ้าเป็นถึงราชวงศ์จะปล่อยให้ไปคนเดียวได้ยังไง?”
คริสติน่าพูดแทรกอย่างเบื่อหน่าย
“ต...แต่ว่า”
“ใจเย็นสิ ไม่ได้บอกว่าจะปล่อยเขาไว้สักหน่อย”
“เอ๊ะ?”
ฟลอร่างุนงง
“หากการฝึกจบลง ข้าจะสั่งให้ทีมสืบสวนตรวจสอบเรื่องนี้ทันทีสบายใจได้”
คริสติน่าเสนอ
ทันใดนั้นก็เกิดปัญหาขึ้น
“โฮกกกกกกกกกกกกกกกก....!”
เสียงสะเทือนเลือนลั่นดังออกมาจากในป่า
ต้นไหม้สั่นไหว
พวกสัตว์ป่าตกใจร้องกันระงม
พวกเด็กๆ เองก็หวาดกลัวไม่แพ้กัน
ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!
พื้นดินสั่นสะเทือนเป็นจังหวะตามเสียง
เสียงนั้นกังวานไปทั่ว
ราวกับมีอะไรบางอย่างที่ใหญ่มากกำลังเคลื่อนไหว
ทันใดนั้นเงามหึมาของอะไรบางอย่างก็พุ่งออกมาจากป่า!
“อ...อะไรน่ะ???”
โรอาน่าตะโกนและเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของร่าง
ที่เธอเห็นคืออะไรบางอย่างที่มีแขนขาลำตัวรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก
ในมือของมันกำอาวุธคล้ายกับดาบซึ่งทำจากหิน
เห็นชัดเลยว่าเจ้าสิ่งนี้ไม่ใช่มนุษย์แน่ๆ
เจ้าร่างประหลาดมองพวกเด็กๆ แล้วยิ้มเหี้ยม
พื้นดินสั่นสะเทือนเลือนลั่นตามการกระโดดของมันราวกับเกิดแผ่นดินไหว
ดินริมผาค่อยๆ ทรุดตัวลง
“น...หน้าผาถล่ม!”
โรอาน่าตะโกน
พวกนักเรียนจึงรีบถอยห่างจากริมหน้าผา
แต่จะให้หนีไปไหนล่ะ เจ้าตัวประหลาดมันอยู่ในป่านะ!