ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 34 การฝึกนอกสถานที่ (5)

            เสียงและสีหน้าของเด็กหญิงมีท่าทีไม่สบายใจ

            เธอคงจะเกรงกลัวสเตรียดเป็นแน่

            สเตรียดที่เพิ่งจะรักษาแผลเสร็จทำหน้าถมึงทึงราวกับยักษ์แล้วมองเด็กหญิงที่มองเห็นการกระทำทั้งหมดคนนั้น

            “ข้าผิด?? ข้าก็ถูกชนเหมือนกันนั่นแหละ!ข้าเป็นผู้เสียหายนะ!”

            สเตรียดตะโกนเรียกร้องความเป็นธรรม

            “เปล่า! ไม่ได้บอกว่าสเตรียดคุงผิดซักหน่อย...”

            เด็กหญิงที่ถูกสเตรียดจ้องจนไหล่หดพูดขึ้น

            “งั้นใครผิด???”

            “เอ่อ..คือ สเตรียดคุงโดนผลักสินะ?”

            “ใช่! ตอนนั้นมีคนผลักข้า! ไอคนผลักนั่นแหละคือคนร้าย!”

            สเตรียดพยายามผลักความผิดให้กับคนอื่น

            ทว่า

            “มันใช่เวลามาหาตัวคนร้ายไหม!!”

            โรอาน่าพูดด้วยความเบื่อหน่ายกับบทสนทนา

            สเตรียดมองหน้าโรอาน่าอย่างไม่สบอารมณ์

            “ง...งั้นจะทำยังไงเล่า???”

            อัลฟรอนส์รีบถามโรอาน่าอย่างร้อนรน

            “จะช่วยเขา หรือจะออกจากป่านี้? มีตัวเลือกแค่นี้แหละ”

            โรอาน่าพูดอย่างหงุดหงิดราวกับไม่เข้าใจว่าทำไมอัลฟรอนส์ถึงไม่รู้วิธีแก้ปัญหาเรื่องง่ายๆแค่นี้

            “จ...จะให้ข้าตัดสินใจแค่คนเดียวได้ยังไง?”

            “ฮะ? หัวหน้ามีไว้เพื่อแก้ปัญหาแบบนี้ไม่ใช่หรือไง!”

            โรอาน่าเบื่อหน่ายกับคำพูดของอัลฟรอนส์ที่ไร้ซึ่งความเป็นผู้นำ

            “ข....ข้าแค่เคารพความคิดเห็นของคนในทีมต่างหาก พวกเจ้าว่ายังไง?”

            อัลฟรอนส์มองหน้าถามทุกคน

            “แน่ใจนะว่ามันยังไม่ตาย?”

            “ช่วยไม่ทันแล้วมั้ง สูงขนาดนี้จะลงไปยังไง?”

            “เราจะช่วยมันยังไงสูงขนาดนั้น มันยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ซ้ำยังเป็นแค่ไพร่อีก”

            ทุกคนพูดเหมือนไม่อยากช่วยริโอะ

            ทันใดนั้น ใครคนหนึ่งก็ออกความเห็น

            “ไอ้ขี้ข้านั่นแหละที่เป็นคนผลัก!”

            สเตรียดผู้เกรี้ยวกราดนั่นเอง

            เขาตอบอย่างจริงจัง

            ทุกสายตาหันไปยังเขา

            “มันผลักข้าเพราะกลัวการต่อสู้ มันนั่นแหละที่ทำให้ข้าชนองค์หญิง!”

            สเตรียดพูดด้วยสีหน้าเจ็บปวด

            “มันช่วยเหลือท่านฟลอร่า เพราะกลัวจะถูกข้อหาลอบทำร้ายราชวงศ์แล้วก็ตกลงจากหน้าผาซะเอง... สเตรียดคุงก็ไม่มีความผิดสินะ?”

            อัลฟรอนส์พูดเหมือนเข้าใจถึงสถานการณ์อย่างชัดแจ้ง

            ทว่า

            “ป...เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ เขาคนนั้นช่วยข้าเอาไว้!”

            ฟลอร่าต่อต้านอย่างทำใจไม่ได้

            “แต่กระหม่อมถูกมันผลักนะพ่ะย่ะค่ะ ใช่ไหมครับพวกรุ่นพี่?”

            สเตรียดหันไปถาม เด็กผู้ชาย 2 คน

            2 คนนี้ต่างหากที่เป็นคนร้ายตัวจริง

            พวกเขาร้อนตัวจึงพูดว่า

            “ช...ใช่แล้ว ข้าเห็นนะ”

            “ข..ข้าก็เห็น”

            เมื่อมีพรรคพวกสเตรียดจึงแสยะยิ้มอย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

            “พวกเจ้าเห็นกับตาเลยใช่ไหม?”

            คริสติน่าถามด้วยเสียงเรียบแต่นุ่มลึกยากจะหยั่งถึงว่าองค์หญิงผู้นี้คิดอะไรอยู่

            ขาของพวกสเตรียดขยับถอยร่นลงไปก้าวหนึ่งอย่างไม่รู้ตัวเมื่อถูกสายตาเยียบเย็นคู่นั้นจ้องมา

            “พ...พ่ะย่ะค่ะ ไม่ผิดแน่พ่ะย่ะค่ะ!”

            สเตรียดพยักหน้าหงึกหงัก

            อีก 2 คนจึงทำตาม

            “งั้นเหรอ คนอื่นล่ะ? มีใครเห็นเหตุการณ์ด้วยตาตัวเองอีกบ้าง?”

            คริสติน่าถามแล้วหันมองไปรอบๆ

            ทว่ากลับไม่มีปฏิกริยาใดๆ ของคนในทีม

            ทุกคนต่างก็มองหน้ากันและไม่มีใครเอ่ยอันใด

            “ตอนนั้นทุกคนก็มัวแต่จัดการมอนสเตอร์กันอยู่ เอลิเซ่เจ้าไม่เห็นอะไรเลยเหรอ?”

            โรอาน่าถามเพื่อนหญิงที่เห็นสเตรียดชนฟลอร่า

            สเตรียดจ้องเอลิเซ่ด้วยสายตาแข็งกร้าว

            “เอ๊ะ...เอ่อ ไม่ ยังไงดีล่ะ...เอ่อ ตอนนั้นข้าก็ไม่ทันได้มอง”

            เอลิเซ่ตอบเสียงสั่น

            “แน่ใจ?”

            “ค...ค่ะ”

            เมื่อถูกโรอาน่ากดดัน เอลิเซ่จึงพยักหน้าอย่างจำใจ เธอตัวสั่นเป็นลูกนก

            “ถ้างั้นก็รีบๆ ตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อ พูดวกไปวนมาอยู่ได้”

            โรอาน่าเอ่ยขึ้นแล้วมองอัลฟรอนส์อย่างหงุดหงิด

            “ร...รีบออกจากป่านี้กันก่อนเถอะ ดีไหม? ถ้าคิดถึงความปลอดภัยขององค์หญิงทั้ง 2 เราก็ไม่ควรอยู่ที่นี่ต่อ”

            อัลฟรอนส์รอความเห็นของคริสติน่า

            ที่จริงแล้วเขาอยากจะทำกิจกรรมต่อโดยไม่ต้องไปช่วยริโอะเพราะหัวหน้าทีมใจโหดไม่อยากถูกหักคะแนน

            และในหัวเขายังคิดอีกว่าหากไพร่คนหนึ่งหายตัวไปก็ไม่เห็นจะมีอะไรให้น่าตกใจ

            “ไม่ต้องมารอความเห็นจากข้าหรอก เจ้าเป็นหัวหน้า ตัดสินใจเองสิเอาแต่พูดวกไปวนมาอยู่นั่นแหละ”

            คริสติน่าขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์

            “พ...พ่ะย่ะค่ะ พวกเรารีบออกจากที่นี่แล้วไปยังจุดหมายกันเถอะ”

            อัลฟรอนส์หน้าเหวอก่อนจะรีบสรุป

            ทว่า

            “เดี๋ยว! พวกเจ้าจะทิ้งเพื่อนร่วมทีมของเราเหรอ???”

            ฟลอร่าบอกเสียงเครียด

            “พ...พวกเราต้องทำงานกันเป็นทีมนะพ่ะย่ะค่ะที่มันตกลงไปมันก็ทำตัวเองทั้งนั้น เราไม่ต้องช่วยมันก็ได้นะพะยะค่ะ”

            อัลฟรอนซ์ตอบท่าทางเฉไฉ

            “ฮะ? ทำตัวเอง? ถ้างั้น...ถ้างั้นที่ข้าเกือบจะตกหน้าผาก็เพราะข้าทำตัวเองน่ะสิ ข้าจะไปช่วยเขาเอง!”

            ฟลอร่าอึกอักไปครู่หนึ่งก่อนจะประกาศกร้าวออกมา

            “ไม่ได้นะ ท่านรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรอยู่น่ะองค์หญิง!”

            โรอาน่ารีบปรามฟลอร่า

            “โรอาน่า! แม้แต่เจ้า...เขาอาจจะกำลังบาดเจ็บสาหัสและรอความช่วยเหลือจากเจ้าอยู่ก็ได้นะ”

            “ตอนนี้เราต้องลำดับความสำคัญนะเพคะ การฝึกฝนครั้งนี้ก็สำคัญกว่าเราจะยอมให้การฝึกครั้งนี้พังลงไปเพราะสามัญชนเพียงคนเดียวไม่ได้หรอกนะเพคะหัวหน้าก็ตัดสินใจไปแล้ว”

            “ข...ข้าถึงได้บอกไงว่าข้าจะไปคนเดียว”

            ฟลอร่างัดข้อกับโรอาน่า

            “เจ้าเป็นถึงราชวงศ์จะปล่อยให้ไปคนเดียวได้ยังไง?”

            คริสติน่าพูดแทรกอย่างเบื่อหน่าย

            “ต...แต่ว่า”

            “ใจเย็นสิ ไม่ได้บอกว่าจะปล่อยเขาไว้สักหน่อย”

            “เอ๊ะ?”

            ฟลอร่างุนงง

            “หากการฝึกจบลง ข้าจะสั่งให้ทีมสืบสวนตรวจสอบเรื่องนี้ทันทีสบายใจได้”

            คริสติน่าเสนอ

            ทันใดนั้นก็เกิดปัญหาขึ้น

            “โฮกกกกกกกกกกกกกกกก....!”

            เสียงสะเทือนเลือนลั่นดังออกมาจากในป่า

            ต้นไหม้สั่นไหว

            พวกสัตว์ป่าตกใจร้องกันระงม

            พวกเด็กๆ เองก็หวาดกลัวไม่แพ้กัน

            ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!

            พื้นดินสั่นสะเทือนเป็นจังหวะตามเสียง

            เสียงนั้นกังวานไปทั่ว

            ราวกับมีอะไรบางอย่างที่ใหญ่มากกำลังเคลื่อนไหว

            ทันใดนั้นเงามหึมาของอะไรบางอย่างก็พุ่งออกมาจากป่า!

            “อ...อะไรน่ะ???”

            โรอาน่าตะโกนและเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของร่าง

            ที่เธอเห็นคืออะไรบางอย่างที่มีแขนขาลำตัวรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก

            ในมือของมันกำอาวุธคล้ายกับดาบซึ่งทำจากหิน

            เห็นชัดเลยว่าเจ้าสิ่งนี้ไม่ใช่มนุษย์แน่ๆ

            เจ้าร่างประหลาดมองพวกเด็กๆ แล้วยิ้มเหี้ยม

            พื้นดินสั่นสะเทือนเลือนลั่นตามการกระโดดของมันราวกับเกิดแผ่นดินไหว

            ดินริมผาค่อยๆ ทรุดตัวลง

            “น...หน้าผาถล่ม!”

            โรอาน่าตะโกน

            พวกนักเรียนจึงรีบถอยห่างจากริมหน้าผา

            แต่จะให้หนีไปไหนล่ะ เจ้าตัวประหลาดมันอยู่ในป่านะ!