“แคร์มาแล้วหรอ”
หน่วยบริการประชาชน ที่มีปลอกแขนสีน้ำเงินอยู่บนต้นแขนของตัวเอง ได้พูดทักทายขึ้น พร้อมกับเดินมารับหญิงสาวจากหน่วยบริการประชาชนที่มีปลอกแขนสีเขียวอยู่บนต้นแขนกำลังลงมาจากรถสีขาวดำของหน่วยบริการประชาชน
“ขอโทษที่มาช้าด้วยนะคะพ่อ”
แคร์รีบขอโทษพ่อของเธอที่มารอรับเธอออกไป
“ไม่เป็ไรรีบเดินตามมาเถอะ เดียวพ่ออธิบายสถานการณ์ให้ฟัง”
พ่อของแคร์เมื่อเห็นว่าเธอมาถึงแล้วก็เดินนำเธอไปทันทีพร้อมกับเริ่มพูดคุยกับเธอต่อ
“มีเด็กนักเรียนพกวัตถุต้องสงสัยเข้ามาในโรงเรียน พ่อเลยรีบตามลูกมาเพราะพลังของลูกน่าจะมีประโยชน์มากกว่า เราไม่อยากต้องทำอะไรรุนแรงกับเด็กหรอก ตอนนี้หน่วยบริการประชาชนบางส่วนพร้อมกับคุณครูของโรงเรียน กำลังเจรจากับเด็กให้ทิ้งวัตถุนั้นอยู่ เบื้องต้นหน่วยสืบสวนที่มาถึงก่อนแล้วแจ้งว่าวัตถุต้องสงสัยที่เด็กคนนั้นถืออยู่จะเป็อุปกรณ์วิเศษ ที่สร้างควันขึ้นมาได้จำนวนมาก ถ้าะเิออกมาก็อาจทำอันตรายกับผู้ที่สูดควันเขาไปได้”
“ถ้ายังงั้นทำไมไม่รีบอพยพเด็กออกไปละคะ มันไม่อันตรายไปหน่อยหรอ”
“เบื้องต้นพ่อให้เ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนบางส่วน ไปกางอุปกรณ์ป้องกันล้อมรอบบริเวณนี้ไว้แล้ว แต่มันมีปัญหาบางอย่างที่จะทำให้ข่าวกระจายออกไปตอนนี้ไม่ได้ เราเลยต้องพยายามควบคุมสถานการณ์อย่างเงียบๆ พ่อเริ่มให้หน่วยบริการประชาชนบางคนหาข้ออ้างพาเด็กทยอยออกไปบ้างแล้ว”
“เหตุผลอะไรกันคะ ทำไมถึงให้เป็ข่าวตอนนี้ไม่ได้”
“เดียวพ่อให้ฮิวจิตอธิบายเหตุผลให้ฟังอีกทีจะดีกว่า”
หลังจากที่แคร์รับฟังการอธิบายสถานการณ์จากพ่อของเธอเสร็จ ไม่นานเธอก็เดินมาถึงลานกิจกรรมด้านหลังของโรงเรียน ตรงหน้าของเธอมีครูและหน่วยบริการประชาชนกลุ่มหนึ่ง กำลังล้อมเด็กนักเรียนที่ถือลูกเหล็กทรงกลมไว้ในมือ พร้อมกับกำลังทำท่าจะบิดมัน
“ซินซินวางไอ้นั่นลงเถอะ นายจะทำอะไรน่ะ”
ฟินน์พยายามะโเกลี้ยกล่อมซินซินที่กำลังโดนล้อมรอบอยู่โดยครูและหน่วยบริการประชาชนด้วยความเป็ห่วง แต่ซินซินก็ยังไม่ยอมวางมันลงและมองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกตื่นกลัว
แคร์ที่พึ่งมาถึงก็มองไปโดยรอบเพื่อหาตัวฮิวจิตเพื่อนของเธอ ไม่นานเธอก็เห็นเขากำลังใช้วิเศษทำบางอย่างอยู่ แคร์จึงรีบเดินไปหาฮิวจิตทันทีเพื่อให้เขาอธิบายให้เธอฟัง
“ฮิวจิตมันเกิดอะไรขึ้นกัน”
ฮิวจิตชายหนุ่มที่ใส่แว่นหนาเตอะ เมื่อได้ยินเสียงเรียกของแคร์ เขาก็สลายวิเศษที่ออกมาจากหัวของเขาไป และหันมาคุยกับเธอ
“เกิดเื่ใหญ่แล้วแคร์ ก่อนหน้านี้ ฉันเพิ่งใช้พลังพิเศษอ่านใจเด็กนั้นไปเพื่อดูเจตนาของเขา แต่กลับไปเจอบางอย่างเข้าน่ะสิ ไอ้เด็กนี่มันเป็แค่ตัวล่อของพวกอาดูลที่จะสร้างความวุ่นวายที่โรงเรียน เมื่อไรก็ตามที่ะเิควันะเิออก มันจะล่อให้พวกเรามาที่นี้และพวกที่เหลือมันก็จะเข้ายึดสถานที่ต่างๆ เพื่อยึดรัฐฟิฟตี้ทันที”
เมื่อแคร์ได้ฟังคำอธิบายจากฮิวจิต เธอก็ยืนแข็งทื่อเพราะกำลังใกับสิ่งที่ได้ยินก่อนที่จะตั้งสติได้ และเริ่มถามรายละเอียดกับเพื่อนของเธอต่อ
“จะ…จะให้ฉันทำอะไรละ”
“พ่อของเธอตามเธอมา เพราะบอกว่าพลังที่หยิบจับสิ่งของได้ของเธอจะช่วยแย่งะเิมาจากเด็กนั้นได้โดยไม่เกิดอันตรายกับเขา ส่วนพ่อของเธอก็ได้ติดต่อบอกเื่นี้กับคุณเลออนแล้ว เราต้องถ่วงเวลากันไว้ก่อนเพื่อให้คุณเลออนนำกำลังเสริมมาช่วยเผื่อเกิดเหตุปะทะขึ้น”
“ได้ๆ เดียวฉันจัดการกับะเิควันนั้นให้เอง”
ทั้งคู่ที่สนทนากันอย่างเคร่งเครียดและระมัดระวังคำพูดของตัวเองอยู่นั้น ไม่ได้รู้เลยว่าการสนทนาของพวกเขามีเด็กคนหนึ่งแอบฟังพวกเขาอยู่ไกลๆ
“สองคนนั้นกำลังคุยอะไรกันอยู่เหรอ”
ลีออนเอ่ยถามเพื่อนของเขาที่กำลังยืนดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ ด้วยกัน เมื่อเห็นเขาใช้พลังพิเศษฟังการสนทนาของเ้าหน้าที่คู่หนึ่งอยู่ไกลๆ
“ดูเหมือนว่าซินซินนั้น จะเป็ตัวล่อของกลุ่มก่อการร้าย ตอนนี้พวกหน่วยบริการประชาชนติดต่อพ่อของนายให้รีบกลับมาแล้ว”
ทันทีที่ลีออนได้ยินอย่างนั้นก็แสดงท่าทีใออกมา ก่อนจะใช้มือพลักอินเบาๆ
“เื่มันใหญ่โตขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย นายนี่เลือกแกล้งถูกคนจริงๆ นะ”
“เงียบไปเลยนะ ทำเหมือนฉันชอบแกล้งคนไปได้ แค่เกลียดไอ้หมอนั้นมันก็เท่านั้นเอง อีกอย่างถ้านายใช้พลังกับหมอนั้น มันก็คงไม่ได้มายืนรอบิดะเิอยู่อย่างนี้หรอก”
“ใครจะไปตั้งตัวทันวะ”
ในขณะที่ลีออนกำลังคุยกับเพื่อนของเขาอยู่นั้น อยู่ดีๆ ท้องฟ้าที่สว่างก็มืดลงจนสร้างความประหลาดใจให้กับพวกเขา เหล่านักเรียน คุณครูและหน่วยบริการประชาชนที่อยู่ที่ตรงนั้นต่างแหงนมองขึ้นไปบนฟ้าเพื่อดูที่มาของเงาที่มาปกคลุมโรงเรียนอยู่
ภาพที่พวกเขาทั้งหมดเห็นนั้นเป็ภาพของเรือเหาะขนาดใหญ่3ลำ ที่เพียงแค่ลำเดียวก็สามารถปิดแสงของดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังโรงเรียนที่มีพื้นที่ถึง100กว่าไร่ได้ ถึงแม้เรือเหาะพวกน้ั้นจะมีขนาดใหญ่กว่าโรงเรียนทั้งโรงเรียนแต่การเคลื่อนไหวของมันกลับไม่ช้าเลย เพียงไม่นานเรือเหาะทั้งสามลำ ก็แล่นผ่านพวกเขาไป พร้อมกับเสียงประกาศที่ดังกึกก้องไปทั่วจากเรือเหาะพวกนั้น
“ประกาศขณะนี้ที่รัฐฟิฟตี้ถูกประกาศให้เป็พื้นที่ดูแลพิเศษเพื่อป้องกันการก่อการร้าย ขอให้ประชาชนทุกท่านหลบอยู่ภายในอาคารบ้านเรือนของตัวเอง เราจะรีบกำจัดภัยคุกคามนั้นให้เร็วที่สุดเพื่อให้ประชาชนทุกท่านได้ออกมาใช้ชีวิตตามปกติเช่นเดิม”
เสียงประกาศจากเรือเหาะขนาดใหญ่นั้นได้ประกาศซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น ขณะที่กำลังแล่นไปด้วย ทำให้ซินซินที่เห็นเรือเหาะเ่าั้ก็มองมันด้วยความรู้สึกผิดหวัง
“นี่มันอะไรกัน ทำไมถึงเป็อย่างนี้ล่ะ”
แต่อยู่ดีๆ อุปกรณ์วิเศษในมือของซินซินก็เกิดการสั่นขึ้นก่อนที่จะส่งเสียง”ปิ้ป ปิ้ป”ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ซินซินที่ใเสียงของอุปกรณ์วิเศษนั้น ทำมันหลุดออกจากมือและร่วงลงกับพื้นไป
แคร์เมื่อเห็นเด็กหนุ่มปล่อยลูกบลอเหล็กในมือลง ก็รีบใช้พลังพิเศษจับมันไว้และยกมันให้ลอยขึ้นฟ้าไปเรื่อยๆ เพราะกลัวมันจะะเิออกมา ร่วมถึงฟินน์และเหล่าคุณครูในบริเวณนั้นเมื่อได้ยินเสียงการทำงานของมันก็ได้ถอยหลังด้วยความใ ก่อนที่จะจ้องมองอุปกรณ์วิเศษที่กำลังลอยขึ้นฟ้าไปเรื่อยๆ เป็สายตาเดียวกัน
ไม่นานหลังจากที่มันถูกแคร์ทำให้ลอยขึ้นฟ้าไปไกล มันก็ส่งแสงบางอย่างออกมา
“บึ้ม บึ้ม บึ้ม”
เสียงะเิมากมายดังขึ้นหลายจุดจากทั่วทุกสารทิศของรัฐฟิฟตี้ รวมถึงอุปกรณ์วิเศษที่แคร์เพิ่งยกมันให้ลอยขึ้นฟ้าไปด้วย ก็เกิดะเิขึ้นจากบนฟ้า
แคร์ที่กำลังมองอุปกรณ์วิเศษที่ะเิอยู่นั้น ก็มองเห็นแรงกระแทกที่มันทำกับอากาศอย่างเห็นได้ชัด และคลื่นของแรงกระแทกนั้นก็กำลังพุ่งมาที่ตัวพวกเขาด้วย
แคร์ที่เห็นว่าคงหลบแรงะเินั้นไม่ทันแล้ว รีบเอาตัวเองบังเด็กหนุ่มข้างๆ เธอไว้ตามสัญชาตญาณของเธอ คลื่นกระแทกจากะเินั้นทำให้เด็กนักเรียนและคุณครูภายในโรงเรียนต่างกระเด็นกระดอนกันไปทั่ว
ไม่เพียงแค่ลมที่มาพร้อมกับแรงะเินั้น มันกลับพาเศษสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ตามพื้นดิน ให้ลอยมาตามแรงกระแทกนั้นด้วยจน ทำให้ผู้คนมากมายโดนเศษสิ่งของเ่าั้พุ่งชนรวมถึงลีออนและเพื่อนของเขาที่ยืนดูสถานการณ์อยู่ ก็ถูกแรงกระแทกจากการะเิดันตัวเองให้กระเด็นถอยหลังไปจนร่างของเขาทั้งสองคนพุ่งไปชนกับผนังของอาคาร
“เป็อะไรรึเปล่าครับเป็อะไรหรือเปล่า”
เมื่อแรงของะเิสิ้นสุดลงฟินน์ก็รีบถามอาการ ของหญิงสาวที่เอาตัวบังเขาไว้ทันที แต่ไม่ว่าเขาจะถามออกไปเท่าไรก็ไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงสาวคนนั้นเลย
ฟินน์ค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นพร้อมกับประคองหญิงสาวให้นอนลงข้างเขา และดูอาการของเธอ เมื่อเขาตรวจดูจนทั่วก็ไม่พบกับเืหรือาแร้ายแรงอะไร แต่เธอนั้นได้หมดสติไปแล้ว
“ช่วยด้วยครับ ช่วยด้วยยยย”
ฟินน์รีบะโขอความช่วยเหลือออกมาทันที แต่เขาก็ต้องเงียบลงเมื่อหันมองไปรอบตัวของเขาและเจอกับภาพของผู้คนมากมายที่กำลังนอนเจ็บอยู่ หน่วยบริการประชาชนต่างกระเด็นไปอยู่ตามจุดต่างๆ คุณครูของโรงเรียนที่เคยสอนเขาก็นอนร้องโอดโอยด้วยความเ็ป รวมถึงเด็กนักเรียนที่อยู่ตามใต้อาคาร เสียงร้องไห้ของเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเขาเริ่มร้องไห้ออกมาและดังไปทั่ว ไม่มีใครที่จะลุกขึ้นมาให้การช่วยเหลือคนอื่นได้เลย
น้ำตาของฟินน์เริ่มไหลออกมาจากดวงตาของเขา เขาในตอนนี้รู้สึกหดหู่กับภาพที่เห็นเป็อย่างมาก แม้แต่แรงจะลุกขึ้นยืนก็ยังไม่มี เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กคนอื่นๆ ก็ทำให้ฟินน์เริ่มร้องไห้ตามออกมา
“ฮืออออออ ฮืออออออ”
ฟินน์ที่รู้สึกกลัวภาพตรงหน้าและไม่สามารถทำอะไรได้เลยก็ร้องไห้ออกมาอย่างสุดเสียงพร้อมกับเสียงร้องไห้ของเด็กคนอื่นๆ ทำให้เสียงเด็กร้องระงมไปทั่วบริเวณ ก่อนที่จะมีมือของใครบางคนมาแตะที่หลังของเขา
“ไม่เป็ไรแล้วนะ ไม่เป็ไรแล้ว เดียวลุงช่วยเองนะ”
ในขณะที่ฟินน์กำลังร้องไห้อยู่นั้นเอง อยู่ดีๆ ก็มีเสียงของชายคนหนึ่ง ดังขึ้นที่ข้างหลังเขา เมื่อฟินน์หันกลับไปมองก็เจอเข้ากับหน่วยบริการประชาชนที่กำลังถือกระเป๋าปฐมพยาบาลอยู่ด้านหลัง และด้านหลังของหน่วยบริการประชาชนคนนั้น ก็มีหน่วยบริการประชาชนคนอื่นๆ กำลังรีบวิ่งไปดูคนเจ็บ ร่วมถึงยานเหาะขนาดเล็กหลายสิบลำของหน่วยบริการประชาชน ที่แล่นออกมาจากเรือเหาะขนาดใหญ่ลำนั้นและกำลังลงจอดตามจุดต่างๆ ของโรงเรียน
หน่วยบริการประชาชนมากมายรีบเขาไปปฐมพยาบาลผู้าเ็ จนคนของหน่วยบริการประชาชน วิ่งอยู่เต็มโรงเรียนไปหมด เมื่อพวกเขาเจอคนที่ได้รับาเ็หนักก็รีบส่งขึ้นยานเหาะเล็กของหน่วยให้ไปส่งที่โรงพยาบาลทันที จนทั้งพื้นดินและบนอากาศต่างเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ของการช่วยเหลือ
“ช่วยด้วยช่วยด้วยยยย”
ขณะที่หน่วยบริการประชาชนกำลังให้การช่วยเหลือคนอื่นอยู่นั่นรวมถึงฟินน์ด้วย ก็มีเสียงของลีออนที่ร้องไห้ะโขอความช่วยเหลือ พร้อมกับเดินอุ้มเพื่อนของเขาที่มีแท่งไม้แทงทะลุตัวของเขาอยู่
หน่วยบริการประชาชนที่เห็นลีออนก็รีบวิ่งไปรับเอาเด็กหนุ่มคนนั้นมาทันทีพร้อมกับรีบว่างเขาลงบนเตียงเคลื่อนย้ายและรีบพาเขาไปยังยานเหาะที่อยู่ใกล้ที่สุด
“อินนนนนน”
ฟินน์ที่เห็นเพื่อนของลีออนโดนหามผ่านหน้าเขาไปก็ะโเรียกชื่อของเขาออกมา ก่อนจะหมดสติไปเมื่อเห็นร่างของอินที่ถูกแท่งไม้ปักอยู่กลางลำตัว
เมื่อลีออนเห็นว่าเพื่อนเขาถูกพาขึ้น เรือเหาะของหน่วยบริการประชาชนไปแล้วร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเล็กๆ มากมายก็ล้มลง พร้อมกับสลบไป