หลังจากที่จ้องมองเม็ดยาพฤกษาขจีมรกตในมืออยู่ชั่วครู่
ตัวของเขาเงียบงันอยู่อึดใจ ความลังเลเพียงบางเบาฉายผ่านสีหน้า ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา
“เฮ้อ ยังไงมันก็ดีกว่าการที่จะต้องใช้เวลาเพื่อสะสมพลังวิญญาณแทน หรือใช้แต้มวิญญาณในการพัฒนาพลังวิญญาณกับร่างกาย!”
“ดั่งสุภาษิตที่ว่าให้กำขี้ย่อมดีกว่ากำตด การยอมรับผลประโยชน์หรือสิ่งที่ได้มาเพียงเล็กน้อย ย่อมดีกว่าการไม่ได้อะไรเลยจากการเสี่ยงหวังผลที่มากกว่า เพราะงั้นต่อให้เม็ดยานี้จะให้ผลลัพธ์ยังไง ข้าหวงเยี่ยก็ไม่ได้คาดหวังมันมากนัก!”
ภายในจิตสำนึก ระบบที่รับฟังมาตลอดเผยรอยยิ้ม พร้อมกับเสียงใสที่ตอบกลับอย่างอารมณ์ดี
【โฮสต์เข้าใจถูกแล้วค่ะ】
【ไม่ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นยังไงก็ตาม ระดับของโฮสต์ในท้ายที่สุดก็ต้องเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งขั้นอย่างแน่นอน เพราะงั้นกลืนกินมันเข้าไปเลยคะ แล้วพวกเราค่อยมาดูผลลัพธ์กัน ว่ามันจะทำให้โฮสต์กลายมาเป็นนักล่ามังกรระดับห้าขั้นสูงได้เหมือนที่ตาแก่นั้นว่าเอาไว้หรือไม่?】
หวงเยี่ยไม่กล่าวตอบอีก เขาเพียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะยกมือขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว
แสงสีเขียวใสสะท้อนผ่านดวงตาของหวงเยี่ยราวกับเงาน้ำใต้แสงจันทร์
ในวินาทีถัดมา เม็ดยาพฤกษาขจีมรกตถูกโยนเข้าปากอย่างไม่ลังเล ลิ้นรับสัมผัสรสเย็นลึกที่แผ่กระจายทั่วโพรงปาก แล้วชายหนุ่มก็กลืนมันลงไปในลำคออย่างรวดเร็ว ชั่วขณะที่เม็ดยาไหลผ่านหลอดอาหารลงสู่ภายใน ร่างกายของเขายังคงสงบนิ่ง
แต่เพียงอึดใจต่อมา
ทุกสิ่งก็เปลี่ยนแปลง
พลังงานที่ถูกบีบอัดอย่างมหาศาลภายในเม็ดยาเริ่มตอบสนองต่อส่วนลึกของกาย มันถึงกับระเบิดออกอย่างฉับพลัน แรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นจากศูนย์กลางท้องน้อย ก่อนจะกระจายเป็นคลื่นกระแทกแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู ประหนึ่งมีพายุหมุนขนาดใหญ่ยักษ์ปะทุขึ้นภายใน
กระแสพลังวิญญาณไหลหลั่งออกมาดั่งเขื่อนแตก เส้นชีพจรโลหิตทั่วร่างรับแรงกดดันมหาศาลจนเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง เสียงชีพจรดังชัดในโสตประสาท ทำให้หวงเยี่ยถึงกับสั่นสะท้าน ปลายผมตั้งชันเล็กน้อยเพราะพลังงานที่พลุ่งพล่านขึ้นอย่างหนัก
【เริ่มแล้วนะคะโฮสต์ อย่าปล่อยให้พลังแตกกระจายโดยไร้ทิศทาง】
หวงเยี่ยหลับตาลงทันที มือทั้งสองวางบนเข่าและเข้าสู่สมาธิในพริบตา
วิชาขับเคลื่อนพลังระดับเทพถูกเปิดใช้งานอย่างฉับไว พลังงานที่เคยปั่นป่วนเริ่มถูกดึงเข้าสู่เส้นทางการไหลเวียนที่กำหนดไว้
เมื่อพลังวิญญาณพุ่งผ่านอย่างรุนแรง เส้นสายภายในเหมือนถูกเผาไหม้ด้วยความร้อนที่แฝงชีวิต เส้นชีพจรโลหิตหลักเกิดส่องแสงวาบ เป็นพลังของธาตุพฤกษาที่แฝงไว้ด้วยความอุดมสมบูรณ์ ทุกครั้งที่กระแสพลังไหลผ่าน มันเหมือนกับการรดน้ำลงบนดินแห้ง
รากฐานภายในค่อยๆขยายตัว แข็งแรงขึ้นทีละน้อย ขณะที่พลังวิญญาณที่พลุ่งพล่านได้ถูกแบ่งออกเป็นสายย่อย นำไปหล่อเลี้ยงทุกส่วนอย่างเป็นระบบ หัวใจ ปอด กระดูก กล้ามเนื้อ ทุกส่วนถูกชำระล้างราวกับถูกกระแสน้ำหลากซัดผ่าน
ก่อนที่พลังวิญญาณหลักจะไหลเวียนเข้าสู่แหล่งพลังงานส่วนกลาง หรือก็คือมิติจำลองอันเป็นที่สถิตของเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพ
ภายในส่วนลึกของจิตสำนึกได้เกิดการสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นอีกระลอกหนึ่ง โลกภายในที่เคยเงียบงันกลับเปล่งแสงสว่างไสว
ต้นไม้เทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์สีม่วงทองซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางมิติจำลองเริ่มสั่นไหว กิ่งก้านจำนวนมหาศาลโบกสะบัดตอบสนองต่อกระแสพลังที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ใบไม้ทุกแผ่นส่องประกายราวกับดารานับพันถูกปลุกให้ตื่นขึ้นพร้อมกัน
กระแสพลังวิญญาณที่ถูกควบแน่นจากเม็ดยาพฤกษาขจีมรกตไหลทะลักเข้าสู่รากแก้วของมัน รากเหล่านั้นฝังลึกลงในพื้นมิติจำลองราวกับหยั่งถึงแก่นของจักรวาล เมื่อพลังซัดผ่าน เปลือกไม้สีม่วงทองก็เปล่งแสงวูบวาบเป็นจังหวะ คล้ายหัวใจยักษ์ที่กำลังเต้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ
ภายนอกร่างกายของหวงเยี่ย การเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจน
สัญลักษณ์เทพพฤกษาที่แผ่นหลังของเขาส่องแสงขึ้นก่อนใคร
จากจุดเล็กเพียงเสี้ยวฝ่ามือมันก็ได้ค่อยๆขยายตัว แสงสีม่วงทองชอนไชออกมาตามแนวผิวหนัง
จากนั้นเงารูปทรงของต้นไม้ขนาดใหญ่ก็ค่อยๆก่อตัวขึ้น รากหนาทึบแผ่กระจายลงด้านล่าง กิ่งก้านสูงชะลูดทอดขึ้นเหนือศีรษะ เส้นสายพลังงานแล่นวาบไปตามลำต้นดุจสายฟ้า แสงสะท้อนสาดกระจายเป็นระยะตามจังหวะของพลังวิญญาณที่หมุนเวียน
ทุกครั้งที่กระแสพลังทะลักเข้าสู่มิติจำลอง ต้นไม้ระดับเทพที่เป็นตัวแทนของเจตจำนงก็ยิ่งเปล่งประกายแรงขึ้น
หวงเยี่ยสูดลมหายใจเข้าออกให้เป็นจังหวะ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอแม้ภายในจะปั่นป่วน เขาปลดปล่อยกระแสความคิดของตนให้ไหลเวียนไปตามกระบวนการของวิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับเทพ ไม่ได้ฝืน ไม่ได้เร่ง เพียงปล่อยให้ทุกสิ่งดำเนินไปตามวิถีที่ควรจะเป็น
ร่างกายและพลังวิญญาณของเขาเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เส้นชีพจรโลหิตที่เคยรองรับพลังอย่างจำกัดได้ค่อยๆขยายกว้างขึ้นอีกครั้ง เหมือนลำธารเล็กถูกเปลี่ยนเป็นแม่น้ำกว้าง กระดูก กล้ามเนื้อ และโลหิตได้รับการหล่อเลี้ยงอย่างเต็มเปี่ยม ราวกับทุกอณูถูกชำระล้างแล้วเติมเต็มด้วยชีวิตใหม่
ศักยภาพและรากฐานภายในเหมือนถูกยกระดับขึ้นอีกขั้น
ในชั่วพริบตานั้น ความรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งถูกปลดล็อกดังสนั่น เสียงสายฟ้าฟาดผ่าดังขึ้นภายในร่างกาย
คลื่นแรงสะเทือนพัดผ่านไปทั่วทุกส่วน ประหนึ่งคลื่นมหาสมุทรถาโถมใส่เทือกเขา
ผิวหนังทั่วร่างเริ่มปลดปล่อยพลังวิญญาณสีม่วงทองออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ มันก่อตัวเป็นไอหมอกบางเบาที่เปล่งประกายระยิบระยับ หมอกนั้นหมุนวนล้อมรอบกาย คล้ายรัศมีศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องผู้เป็นเจ้าของ
สัญลักษณ์ของเทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์ชัดเจนยิ่งขึ้น ลำต้นที่เคยเป็นเพียงเงารูปทรงกลับมีรายละเอียดซับซ้อน รากแตกแขนงเป็นลวดลายวิจิตร กิ่งก้านทอดยาวดุจโครงข่ายแห่งชีวิต
พลังภายในเริ่มสงบนิ่งลงทีละน้อย เมื่อกระแสสุดท้ายถูกดูดกลืนเข้าสู่มิติจำลอง
ต้นไม้เทพก็ส่องแสงเจิดจ้าครั้งสุดท้าย ก่อนจะค่อยๆลดระดับลงสู่ความมั่นคง
หวงเยี่ยถอนหายใจยาว ราวกับปลดภาระหนักอึ้งออกจากอก ลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาสะท้อนแสงสีม่วงทองที่ยังคงหลงเหลืออยู่
“ฤทธิ์ยาหมดแล้ว.. ในขอดูผลลัพธ์ของมันหน่อยละกัน?”
กล่าวจบชายหนุ่มก็โบกฝ่ามือไปด้านหน้า
แสงสีน้ำเงินอ่อนส่องประกายขึ้นในอากาศ ก่อนที่หน้าต่างระบบกลืนกินมังกรซึ่งบันทึกข้อมูลจะปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
ตัวอักษรเรียงเป็นระเบียบ
【พลังวิญญาณระดับห้าขั้นแรกเริ่ม】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 1,200,000 แต้ม
【ร่างกายระดับห้าขั้นแรกเริ่ม】– สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 1,200,000 แต้ม
เมื่อสายตาไล่อ่านจนจบ หวงเยี่ยก็ถึงกับเผยรอยยิ้มเหยเก มุมปากกระตุกเล็กน้อยราวกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“เหอะๆ ถ้าอยากจะพัฒนาไประดับกลางก็ใช้แต้มวิญญาณถึงหลักล้าน!”
“เป็นแบบนี้แล้วไอ้ความคิดที่ว่าให้นำแต้มวิญญาณไปพัฒนาด้านอื่น.. ข้าหวงเยี่ยคงคิดมันอย่างถูกต้องแล้วละ”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความขันปนยอมรับ ซึ่งระบบก็หัวเราะขึ้นภายในจิตสำนึก
【ถึงจะไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่หวังเอาไว้จริงๆ แต่อย่างน้อยเม็ดยานี้ก็ผลักดันโฮสต์ขึ้นสู่ระดับห้าขั้นแรกเริ่มได้สำเร็จนะคะ】
หวงเยี่ยก็พยักหน้ารับ พร้อมกับรอยยิ้มที่ยังคงอยู่บนใบหน้า ทว่าภายในดวงตากลับเต็มไปด้วยการคำนวณอย่างสุขุม
พลังที่เพิ่งได้รับการยกระดับยังคงไหลเวียนอยู่ในเส้นชีพจรโลหิตอย่างมั่นคง
ขณะที่ลึกลงไปในมิติจำลอง ต้นเทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์สีม่วงทองยืนตระหง่านอย่างสงบนิ่ง กิ่งก้านแผ่กว้าง รากฝังลึก แข็งแกร่งกว่าก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขที่เพิ่มขึ้น หากเป็นการยกระดับพื้นฐานทั้งหมดเลยก็ว่าได้