บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยผักสดและเนื้อสัตว์นานาชนิด สมกับที่หอเฟิ่งไหลมีชื่อเสียงว่าเป็ภัตตาคารอันดับหนึ่งของแคว้น แม้แต่อาหารทะเลหายาก ที่นี่ก็ยังมีขาย เพียงแต่ลูกค้าไม่นิยมสั่งอาหารทะเลมาทานมากนัก เพราะพ่อครัวของร้านไม่มีความชำนาญเกี่ยวกับการการปรุงอาหารทะเล
เฟิ่งเฮ่ามองดูกระทะทรงนูนที่มีรูอยู่เต็มไปหมด และฐานของกระทะยังเป็ร่องลึกที่ถังหลีเทน้ำซุปใส่ลงไปจนเกือบเต็ม
“สิ่งนี้เรียกว่าอะไรหรือ” เฟิ่งเฮ่าชี้ไปที่กระทะย่าง
“เป็เตาย่างชนิดหนึ่งเ้าค่ะ” ถังหลีตอบ
“เตาย่างหรือ? โดยทั่วไปเราจะใช้ตะแกรงย่างอาหาร ของสิ่งนี้ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน”
“อาหารที่ข้าจะทำวันนี้เรียกว่าหมูกระทะกับชาบูเ้าค่ะ”
“ดูจากกระทะ เนื้อสัตว์ และผักสดที่วางอยู่เต็มโต๊ะ แม่นางถังคงไม่ได้จะให้ลูกค้าเป็คนปรุงอาหารเองหรอกนะ” เฟิ่งฝูพูดขึ้น จากนั้นเขาก็หันไปหาพ่อครัวหลัว “พ่อครัวหลัว เ้าเคยได้ยินชื่อของอาหารทั้งสองจานนี้หรือไม่”
พ่อครัวหล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ข้าคิดว่าอาหารของแม่นางถังต้องอร่อยมากเป็แน่ เ้าไม่ได้กลิ่นความอร่อยที่ลอยอยู่ในอากาศเลยหรือไร”
“แม้แต่เ้าที่เคยเห็นและได้ชิมอาหารแปลกใหม่มามากมาย เ้ายังไม่รู้จักอาหารสองจานนี้เลยหรือ?” เฟิ่งฝูสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เลียนแบบพ่อครัวหลัว “แต่น้ำซุปทั้งหกหม้อของแม่นางถังก็กลิ่นหอมน่าอร่อยมากจริงๆ”
ถังหลีมองดูน้ำซุปชาบูในหม้อดินทั้งสี่ใบอย่างพอใจ ในมิติของนางมีหัวเชื้อน้ำซุปอยู่หลายชนิด เดิมนางตั้งใจจะเอาแค่น้ำซุปกระดูกหมูน้ำใส น้ำซุปกระดูกหมูน้ำข้น น้ำซุปชาบูน้ำดำ และน้ำซุปหมาล่าออกมาเท่านั้น แต่พอนางเข้าไปในห้องครัวแล้วเห็นมะพร้าวแก่กองอยู่มากมาย นางจึงเพิ่มน้ำซุปขึ้นมาอีกสองอย่างคือน้ำซุปต้มยำน้ำใสกับน้ำซุปต้มยำน้ำข้นเข้ามาด้วย
พ่อครัวหลัวหรือแม้แต่เฟิ่งเฮ่ากับเฟิ่งฝูก็ไม่เคยรู้ว่ามะพร้าวแก่เหล่านี้จะคั้นออกมาเป็น้ำนมสีขาวได้ เพราะตอนที่คุณชายเฟิ่งซื้อรับซื้อมะพร้าวมาจากสหาย เขาก็แค่อยากช่วยเหลือสหายที่อุตส่าห์ขนสินค้าแปลกใหม่จากทางใต้มาขายเท่านั้น แต่สุดท้ายเขากลับไม่รู้เลยว่าจะเอามะพร้าวแก่เ่าั้มาทำอะไร
ถังหลีเห็นบุรุษทั้งสามยืนมองหมูกระทะกับหม้อชาบูอย่างสนใจ นางเริ่มคีบอาหารและอธิบายวิธีทานให้พวกเขาฟัง “เรามาเริ่มจากวิธีกินหมูกระทะก่อนนะเ้าคะ ก่อนอื่นเราต้องนำมันหมูแข็งทาให้ทั่วกระทะ้านี้ก่อน จากนั้นก็เอาเนื้อสัตว์หั่นบางมาวางไว้ ส่วนฐานของกระทะที่มีน้ำซุปพวกท่านก็ใส่ผักลงไปได้เลยเ้าค่ะ”
กลิ่นหอมของหมูหมักที่ถูกย่างอยู่บนเตาเริ่มส่งกลิ่นหอม ถังหลียังไม่เห็นว่าบุรุษทั้งสามคนจะขยับตัว “พวกท่านรีบกลับด้านเนื้อหมูที่อยู่้าสิเ้าคะ เดี๋ยวมันจะไหม้เสียก่อน พอหมูสุกแล้วท่านจะกินมันกับน้ำจิ้มหรือจะกินเปล่าๆ ก็ได้ จะกินคู่กับผักกาดหอมสดก็ได้ หรือท่านจะกินคู่กับผักที่ต้มอยู่ในฐานรองกระทะก็ได้เ้าค่ะ”
ถังหลีอธิบายเสร็จก็กินหมูกระทะที่ย่างสุกแล้วให้บุรุษทั้งสามคนดู คุณชายเฟิ่งยังไม่ขยับ เขาถูกฝึกมารยาทบนโต๊ะอาหารมาอย่างดี เขาจึงไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นกินมันอย่างไร เฟิ่งฝูที่เห็นคุณชายไม่ยอมขยับตะเกียบ เขาจะกล้ากินก่อนเ้านายได้อย่างไร ทำได้แค่ยืนดมกลิ่นและกลืนน้ำลายไปเท่านั้น ส่วนพ่อครัวหลัวเมื่อฟังคำอธิบายและเห็นวิธีการกินหมูกระทะของถังหลี เขาก็เลียนแบบนางได้ทันที
พ่อครัวหลัวกินหมูกระทะคำแรกเข้าไปก็ถึงกับตาโต “หมูหมักชิ้นบางย่างออกมาได้เกรียมกำลังดี น้ำจิ้มก็มีทั้งรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ดที่เข้ากัน กินเปล่าๆ ก็อร่อยแล้ว เมื่อกินคู่กับผักต้มเข้าไปก็ช่วยลดความเลี่ยนได้ดี แม่นางถัง! ข้าขอเป็ลูกศิษย์เ้าได้หรือไม่”
ถังหลีหัวเราะ “พ่อครัวหลัวพูดอะไรอย่างนั้นเ้าคะ นี่เป็อาหารธรรมดาๆ เท่านั้น”
“อาหารธรรมดาอะไรกัน ข้ามั่นใจว่าทั่วทั้งแคว้นต้าเซี่ยของเรายังไม่มีใครคิดค้นวิธีกินอาหารแบบนี้มาก่อน” พ่อครัวหลัวยังกินหมูกระทะอย่างมีความสุข ชิ้นแล้วชิ้นเล่า คำแล้วคำเล่า
เฟิ่งฝูที่ทนไม่ไหวอีกต่อไป “ขออภัยขอรับคุณชาย หากคุณชายไม่กิน ข้าขอกินก่อนนะขอรับ”
เฟิ่งเฮ่าก็ทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน เขาจับตะเกียบแล้วแย่งหมูที่ย่างสุกแล้วมาจากตะเกียบของเฟิ่งฝู “เ้านายยังไม่ได้กิน เ้าจะกินก่อนได้อย่างไร”
เฟิ่งเฮ่านำหมูย่างจุ่มลงไปในน้ำจิ้ม เขาลังเลเล็กน้อยแต่ก็ตัดสินใจกินหมูย่างชิ้นนั้นลงไป ทันทีที่ลิ้นัักับรสชาติของน้ำจิ้ม เขาก็เคี้ยวหมูย่างชิ้นนั้นอย่างเอร็ดอร่อย
เมื่อเห็นบุรุษทั้งสามคนกินหมูกระทะไปได้สักพัก ถังหลีจึงอธิบายต่อ “ข้ากลัวว่าพวกท่านจะอิ่มจนชิมชาบูต่อไม่ไหว เช่นนั้นข้าก็จะสาธิตวิธีกินชาบูต่อเลยนะเ้าคะ”
บุรุษทั้งสามหยุดมือแล้วมองวิธีกินชาบูจากถังหลีอย่างจริงจัง แต่วิธีกินชาบูกลับง่ายกว่าการกินหมูกระทะ เพราะแค่นำเนื้อสัตว์กับผักใส่ลงในหม้อน้ำซุปที่ตนเองชอบ รอจนเนื้อสัตว์และผักสุก จากนั้นก็ตักขึ้นมาทานคู่กับน้ำจิ้มได้เลย
“ข้าชอบน้ำซุปน้ำดำกับน้ำซุบหมาล่า” เฟิ่งเฮ่าบอก
“ข้าชอบน้ำซุปต้มยำน้ำข้นกับน้ำซุปกระดูกหมูน้ำข้น” เฟิ่งฝูบอก “อ้อ...น้ำซุปต้มยำน้ำใสข้าก็ชอบเช่นกัน มันเผ็ดๆ เปรี้ยวๆ กำลังดี อีกอย่างน้ำซุปต้มยำยังลดกลิ่นคาวของอาหารทะเลได้ด้วย”
“ส่วนข้าชอบทั้งหมด” พ่อครัวหลัวนั่งลูบท้องตัวเอง “อาหารของแม่นางถังทำร้ายข้าแล้ว ดูสิ...อีกนิดเดียวท้องของข้าก็คงจะแตกแล้ว”
“ก็ใครใช้ให้เ้ากินเข้าไปมากขนาดนั้นเล่า” เฟิ่งฝูไม่ใช่คนอ้วน แต่เพราะวันนี้กินอาหารเข้าไปมาก เขาถึงกับเสียมารยาทแอบคลายเข็มขัดของตนเองออก “แต่ข้าก็เห็นด้วยกับเ้านะพ่อครัวหลัว ตอนนี้ข้ารัดเข็มขัดของตัวเองไม่ได้แล้ว หากให้ข้ากินมันต่อ ท้องข้าคงแตกเหมือนที่เ้าว่าจริงๆ”
“แม่นางถัง หากข้าจะเปิดร้านขายหมูกระทะและชาบูโดยเฉพาะ เ้าคิดว่าอย่างไร” เฟิ่งเฮ่ามองเห็นช่องทางของกิจการใหม่ทันที เขาคิดว่าอาหารสองอย่างนี้ต้องเป็ที่นิยมแน่ “ไม่พูดถึงการขายสูตร แต่ข้าจะให้เ้าเป็หุ้นส่วนกับข้าด้วย กำไรเราจะแบ่งกัน เ้าสี่ส่วนและข้าหกส่วน เ้าเห็นด้วยหรือไม่”
“เคล็ดลับของหมูกระทะและชาบูอยู่ที่น้ำซุปและน้ำจิ้ม ขอแค่ท่านรับซื้อน้ำซุปกับน้ำจิ้มจากข้า ท่านก็ไม่จำเป็ต้องแบ่งกำไรมาให้ข้าแล้วเ้าค่ะ”
“น้ำซุปกับน้ำจิ้มข้าต้องรับซื้อมันจากเ้าอยู่แล้ว แต่ที่ข้าจะแบ่งผลกำไรให้เ้าเพราะมันเป็เื่ที่สมควร เ้าคิดค้นอาหารชนิดใหม่มาให้หอเฟิ่งไหลของเรา ทั้งพ่อครัวหลัวยังยืนยันแล้วว่าอาหารของเ้ายังไม่เคยมีปรากฏในแคว้นต้าเซี่ยมาก่อน หากข้าเปิดร้านขายหมูกระทะและชาบูโดยเฉพาะ ข้าเชื่อว่ากิจการของข้าต้องขายดีอย่างแน่นอน ในเมื่อเ้ามีน้ำใจ แล้วข้าจะไม่แสดงน้ำใจตอบกลับเ้าได้อย่างไรกัน”
“หากเป็เช่นนั้นข้าขอส่วนแบ่งแค่หนึ่งส่วนก็พอเ้าค่ะ”
“สองส่วน เ้าห้ามปฏิเสธ” เฟิ่งเฮ่ารีบบอก “ก่อนข้ากลับเมืองหลวง เรามาทำข้อตกลงกันให้ชัดเจนอีกทีเป็อย่างไร”
“ในเมื่อคุณชายใจดีกับข้า วันหลังข้าจะมาสอนพ่อครัวหลัวทำอาหารทะเลดีหรือไม่เ้าคะ”
“ข้าก็ว่าจะถามเ้าอยู่เหมือนกันว่าเ้ามีสูตรปรุงอาหารทะเลหรือไม่ ข้าลองนำอาหารทะเลมาปรุงหลายครั้งแล้ว แต่ข้าก็ทำมันออกมาได้ไม่ดี” พ่อครัวหลัวมองถังหลีอย่างมีความหวัง
“ข้ามีสูตรปรุงอาหารทะเลมากมายเลยเ้าค่ะ” ถังหลีนึกไปถึงเมนูอาหารทะเลง่ายๆ แต่รสชาติดี ‘ทอดกระเทียม ต้มยำ ผัดผงกะหรี่ ผัดกะเพรา ผัดฉ่า อบวุ้นเส้น ยำแซ่บๆ โอ๊ย...แค่คิดก็อยากจะเดินเข้าไปในครัวเสียตอนนี้เลย’
“เ้าไม่ต้องกังวล หากเ้าช่วยสอนพ่อครัวหลัวได้ ข้าจะตอบแทนน้ำใจเ้าอย่างงามทีเดียว” เฟิ่งเฮ่ารีบบอก
“เช่นนั้นข้าก็ขอบคุณคุณชายล่วงหน้าเ้าค่ะ” แม้ถังหลีอยากปฏิเสธแต่ก็ได้แต่เก็บคำพูดกลับไป จากที่ได้พูดคุยกับเฟิ่งเฮ่าก็พอจะรู้แล้วว่าบุรุษผู้นี้เป็คนซื่อตรงและไม่เคยทำการค้าเอาเปรียบผู้อื่น หากนางบอกว่านางจะมอบสูตรอาหารให้เขาไปเปล่าๆ คิดว่าเขาคงไม่ยินยอม เช่นนั้นนางก็จะขายสูตรอาหารให้เขาในราคาถูกก็แล้วกัน
ถังหลีออกจากหอเฟิ่งไหลก็ไปที่เป่ยจินถังต่อ ไม่คิดว่ายาที่นางเอาไปขายก็ได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะยาหม่องกับยาอมแก้เจ็บคอที่ขายดีที่สุด แต่อย่างไรนางก็ส่งยาให้เป่ยจินถังได้ไม่มาก ถือคติที่ว่าของดีย่อมเป็ของหายาก ซึ่งเป่ยว่านกับเป่ยหย่าซินก็เข้าใจในจุดนี้ดี นอกจากจะไม่กดดันให้ถังหลีเพิ่มปริมาณการผลิตแล้ว สองพ่อลูกยังขอบคุณถังหลีที่ทำให้โรงหมอของพวกเขากลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง
“พี่ใหญ่ไช่ ท่านบอกว่าลูกสาวของข้าเรียกให้คนมาสร้างบ้านหรือขอรับ” ถังต้าหลางถามถังไช่ วันนี้ตอนที่เขาทำงานอยู่ในนา ภรรยาก็รีบมาบอกเขาอย่างร้อนใจว่าลูกสาวกำลังจะสร้างบ้านหลังใหม่ ลูกสาวเพิ่งแยกบ้านออกไปได้ไม่กี่วันกลับมีเงินสร้างบ้าน หรือว่าเื่ที่ภรรยาเคยบอกว่าลูกสาวมีนิสัยลักขโมยจะเป็เื่จริง
“อืม...” ถังไช่พยักหน้ารับ เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมญาติของเขาคนนี้ถึงได้โง่เขลาและหลงใหลในภรรยาคนใหม่แล้วลืมบุตรที่เกิดจากภรรยาเก่า จนปล่อยให้บุตรของตนเองต้องมีชีวิตที่ลำบาก
“นางไปเอาเงินจากที่ไหนมา แล้วยังที่ดินและบ้านหลังนี้อีก ภรรยาของข้าบอกว่านางนำเงินมาจ่ายให้ท่านครบหมดแล้ว”
“หลีเอ๋อขยันขันแข็งและยังโชคดี นางขึ้นเขาไปก็เก็บเห็ดหลินจือล้ำค่ามาได้ดอกหนึ่ง นางเอาไปขายก็ได้เงินมายี่สิบห้าตำลึง สิบห้าตำลึงนำมาจ่ายค่าซื้อที่ดิน ที่เหลืออีกสิบตำลึงนางนำมาฝากให้ข้าช่วยจัดการเื่สร้างบ้านกับล้อมรั้วบ้านให้” ถังไช่บอกอย่างไม่ปิดบัง อย่างไรเงินจำนวนนี้ก็ได้มาอย่างบริสุทธิ์ มีตรงไหนที่พูดไม่ได้
“พี่ใหญ่ไช่ ท่านถูกเด็กคนนั้นหลอกแล้วขอรับ นางจะโชคดีเก็บเห็ดหลินจือได้ที่ใดกัน เราทุกคนต่างก็เคยขึ้นไปบนเขา บนนั้นมีของดีอะไรบ้างพวกเราจะไม่รู้เชียวหรือ” ถังต้าหลางยังปักใจเชื่อว่าบุตรสาวต้องขโมยเงินเก็บของตนไปแน่
“เ้า้าจะสื่ออะไร?” ถังไช่ขมวดคิ้ว ถังหลีบอกเขาอย่างชัดเจนว่านางเก็บเห็ดหลินจือไปขายจริงๆ ทั้งยังกล้าให้เขาไปสอบถามจากเ้าของโรงหมอที่เป่ยจินถังอีก ต้องรู้ไว้ก่อนว่าท่านหมอเป่ยว่านและคุณหนูเป่ยหย่าซินแห่งเป่ยจินถังมีชื่อเสียงที่ดีงามเื่ความซื่อสัตย์และมีเมตตา เขาไม่เชื่อว่าถังหลีจะกล้ากุเื่
“ภรรยาของข้าบอกว่าเงินที่บ้านหายไปหลังจากที่นางแยกบ้านออกมา ข้าคิดว่านางขโมยเงินเก็บของเราไปขอรับ”