
บทที่ 37 — คำสั่งจากโอรสสวรรค์
รุ่งเช้าที่ตำหนักน้อยแห่งเสียนหยาง แสงแดดอุ่นส่องลอดผ่านหลังคากระเบื้อง อาเหมยวิ่งวุ่นไปทั่วเรือนพร้อมตะกร้าไม้ใบโต
“ท่านหลิวหาน! วันนี้ข้าจะทำอาหารเช้าเอง!”
เสียง โครม! ดังสนั่นจากครัว หลิวหานสะดุ้งเฮือก รีบวิ่งเข้าไป
“อาเหมย! เจ้าทำอะไรอีกล่ะ!?”
เด็กสาวยิ้มแหย หันมาโชว์หม้อดำปี๋ “ก็แค่…หุงข้าวเองนิดหน่อย…”
หลิวหานแทบกุมขมับ “ไหม้จนเป็นถ่านแบบนี้เรียกนิดหน่อยตรงไหนวะ!”
ซูไป๋ที่ยืนกอดอกตรงประตูครัว ส่ายหน้าเบา ๆ “เจ้าต้องทำเองแล้วหาน ไม่งั้นตำหนักนี้คงพังเพราะไฟครัว”
มื้อแรกในตำหนัก
หลิวหานถอนหายใจ ก่อนพลิกแขนเสื้อขึ้น “เอาล่ะ คราวนี้ข้าจะเข้าครัวเอง”
เขาลงมือหั่นเนื้อ ต้มซุปกระดูกหมู ใส่เห็ดหอมและสมุนไพร กลิ่นหอมลอยฟุ้งไปทั่วครัวจนคนทั้งตำหนักต้องเหลียวมอง
ไม่นานกับข้าวก็มาวางบนโต๊ะไม้กลางลาน ซุปใสร้อน ๆ กับข้าวสวยหอมกรุ่นถูกตักใส่ถ้วย
อาเหมยซดคำแรก ตาโตเป็นประกาย “ว้าววว! อร่อยที่สุดที่ข้าเคยกินเลย!”
ซูไป๋ลองชิมอย่างสงบ คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย “…รสชาติดีเกินคาด”
หลิวหานยิ้มมุมปาก “นี่แหละ ข้าวต้มหมูธรรมดาในโลกของข้า แต่ที่นี่มันกลายเป็นอาหารหรูเลย”
บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ อบอุ่นเหมือนครอบครัวเล็ก ๆ
ราชโองการ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าทหารดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก ขันทีราชสำนักก้าวเข้ามา ประกาศเสียงสูง
“หลิวหาน—รับราชโองการ!”
ทันทีที่ได้ยิน ทุกคนในตำหนักรีบคุกเข่าลงพร้อมกัน อาเหมยถึงกับทำซุปหก แต่ก็วางถ้วยลงแล้วก้มหน้าตาม ซูไป๋ก็ก้มศีรษะข้างพระเอก
หลิวหานกัดฟันแน่น ก้มหัว นี่มันครั้งแรกในชีวิตกูที่ต้องรับราชโองการจริง ๆ …
ขันทีคลี่ม้วนประกาศออกด้วยท่าทีสง่างาม เสียงก้องสะท้อนทั่วลาน
“ด้วยพระราชโองการ—ฝ่าบาททรงรับสั่ง ให้หัวหน้าหน่วยกองช่างศึก หลิวหาน ประดิษฐ์สิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อพิสูจน์ความสามารถแก่แผ่นดิน ภายในสามเดือน หากทำสำเร็จ จักได้รับการยกย่อง หากล้มเหลว จักมิอาจดำรงตำแหน่งได้ต่อไป”
ทุกอย่างเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้
ขันทีม้วนประกาศกลับ กล่าวเสียงเย็น “จงจำคำสั่งนี้ไว้ ฝ่าบาทจะทรงจับตามองเจ้าอยู่ทุกยาม”
หลิวหานยกมือเหนือศีรษะ น้อมรับ “กระหม่อม หลิวหาน ขอน้อมรับราชโองการ“
หลังขันทีถอยออกไป ความกดดันก็คลายลงเล็กน้อย ทุกคนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น หัวใจยังเต้นแรง
อาเหมยกระซิบเบา ๆ “ท่าน…ท่านจะทำอะไรดีล่ะ?”
ซูไป๋จ้องเขม็ง “นี่ไม่ใช่เพียงคำสั่ง แต่เป็นบททดสอบที่จะชี้ชะตาเจ้า”
หลิวหานถอนหายใจยาว นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ “ถ้าสร้างอาวุธเพิ่ม ก็จะถูกเพ่งเล็ง ถ้าสร้างของใช้ธรรมดา ก็อาจถูกหัวเราะ…เฮ้อ”
เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาเปล่งประกาย “งั้นเริ่มจากสิ่งง่ายที่สุด—แต่ช่วยชีวิตคนได้ ข้าจะสร้าง ที่กรองน้ำ ให้ชาวเมืองใช้ก่อนต้มดื่ม น้ำสกปรกคือศัตรูที่มองไม่เห็น”
อาเหมยปรบมือดัง แปะ! “ยอดเลย! แบบนี้ชาวเมืองจะรักท่านแน่!”
ซูไป๋พยักหน้าช้า ๆ “หากเจ้าทำสำเร็จจริง…ชื่อเสียงของเจ้าจะดังไปไกลยิ่งกว่าดาบหรือหอกใด ๆ”
หลิวหานยิ้มบาง ๆ จากหม้อซุปมื้อเช้า…ไปสู่การกรองน้ำให้คนทั้งเมืองกิน ชีวิตกูจะไปไกลขนาดนี้ได้ยังไงกันเนี่ย