ต่อมาก็ได้มีการเริ่มนำร้านค้าปลีกประเภทซูเปอร์มาร์เก็ตมาเปิดในห้างสรรพสินค้า และได้รับผลตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคที่เป็นชนชั้นกลางในเมืองมาก เมื่อห้างสรรพสินค้าได้มีการขยายธุรกิจออกไปสู่ชานเมืองและต่างจังหวัดมากขึ้นค้าปลีกประเภทซูเปอร์มาร์เก็ตจึงได้ขยายออกสู่ต่างจังหวัดให้ผู้บริโภคในหัวเมืองได้รู้จัก
ส่วนห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ประเภทดิสเคาน์สโตร์เริ่มเข้ามาในประเทศไทยช่วงที่เศรษฐกิจในประเทศไทยกำลังเฟื่องฟูหลังยุค'โชติช่วงชัชวาล' ประกอบกับมีการเปิดเสรีทางการเงิน ในปี 2532 ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติสามารถนำเงินเข้ามาลงทุนได้สะดวกขึ้น กลุ่มทุนต่างชาติจึงได้พากันทยอยเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจนี้ที่ประเทศไทย อาทิเช่น ห้าง Makro ปี 2532 , Big C ปี 2536 , Lotus ปี 2537 หรือ Carrefour ปี 2539โดยห้างค้าปลีกประเภทดิสเคาน์สโตร์ส่วนใหญ่มักเข้ามาโดยการร่วมทุนหรือเป็นพันธมิตรกับกลุ่มทุนใหญ่ในประเทศ
ในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ผู้ประกอบการค้าปลีกไทยส่วนใหญ่ต้องประสบปัญหาด้านหนี้สินต่างประเทศและขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ในขณะเดียวกันก็มีการแก้ไขกฎหมายผ่อนปรนการถือครองหุ้นของนักธุรกิจต่างชาติ ส่งผลให้กลุ่มทุนต่างชาติที่มีเงินทุนมากได้ทำการเข้าซื้อหุ้นหรือเพิ่มทุนในกิจการค้าปลีกประเภทดิสเคาน์สโตร์จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทนกลุ่มทุนในประเทศ
ต่อมาภายหลังอีกหลายปีหลังจากเศรษฐกิจของประเทศกลับมาฟื้นตัว นักลงทุนและผู้ประกอบการไทยก็ได้ทยอยกันซื้อกิจการกับหุ้นคืนจากกลุ่มทุนต่างชาติได้จนเกือบหมด
-------------------------
นั่งรถสองแถวจากหน้าโรงเรียนมาราวยี่สิบนาทีก็มาถึงที่ดินของเขา เมื่อรถวิ่งเลยจากรั้วบ้านหลังหนึ่งที่ยาวเหยียดก็เป็นจุดสังเกตได้ว่ามาถึงที่หมายแล้วเขาจึงกดกริ่งทันที
หลังลงจากรถจ่ายค่าโดยสาร ณรัชต์ก็เดินไปที่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ไม่ไกล ซื้อเครื่องดื่มบำรุงกำลังหลายชนิดและหลายขวดเสร็จเขาก็ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามที่ตอนนี้พื้นที่ว่างของที่ดินแปลงติดถนนกำลังมีรถบรรทุกเทดินอยู่ และยังมีรถไถกำลังไถเกรดปรับกองดินที่เทกองไว้อยู่อีกมุมหนึ่งของพื้นที่
ณรัชต์เดินตรงไปที่มุมหนึ่งของที่ดินที่กางเต็นท์ไว้เป็นมุมพักของไซต์งานเล็กๆ นี้ ก่อนจะชะงักเล็กน้อยที่เห็นเพื่อนสนิทของพ่อกำลังยืนมองรถบรรทุกอยู่ในเต็นท์
“สวัสดีครับพ่อภี วันนี้มาเองเหรอครับ” ณรัชต์ยกมือไหว้ ก่อนถือถุงเครื่องดื่มชูกำลังตรงไปที่ถังน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่อยู่ในเต็นท์
“เพิ่งรู้รายละเอียดงาน เลยแวะมาดูสักหน่อย” ภีมะตอบ ก่อนเหลือบมองดูลูกชายของเพื่อนสนิทกำลังลำเลียงเครื่องดื่มที่ซื้อมาฝากพนักงานของเขาใส่ถังแช่เย็น
“งานไม่เล็กเลยนะ” เสียงเปรย
“แหะ ๆ”
ณรัชต์เดินมายืนข้าง ๆ เพื่อนสนิทของพ่อ แล้วมองไปจุดเดียวกับอีกฝ่ายที่รถบรรทุกดินสองคันขณะกำลังค่อยๆ เทดินออกจากหลังรถ โดยมีคนงานอีกคนหนึ่งกำลังโบกรถและชี้บอกจุดเทดินอยู่
ณรัชต์เห็นพ่อภีไม่ได้ถามต่อเกี่ยวกับงานรับเหมาชิ้นนี้เขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เขารู้ว่าสำหรับพ่อภีที่เคยทำอะไรมาหลากหลายอย่าง ถึงจะแปลกใจที่เห็นลูกชายของเพื่อนสนิทมีธุรกิจที่ดูจะเกินตัวแต่ก็ไม่ได้คิดจะเอ่ยปากถามหรือซักไซ้
ยืนเงียบๆ ดูการทำงานของเหล่าพนักงานในไซต์งานไปสักพัก สุดท้ายณรัชต์ก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหวออกปากเล่าเรื่องหุ้นที่เขาลงทุนจนมีเงินมาซื้อที่ดินผืนนี้ และเล่าแผนคร่าวๆ ที่เขาหวังจะทำกับที่ดินผืนนี้ให้อีกฝ่ายรับฟัง
หลังจากรับฟังจบ อีกฝ่ายก็เอ่ยปากถามขึ้น
“ไม่ได้บอกพ่อที่บ้านล่ะสิ”
ณรัชต์ยิ้มแห้ง ๆ ให้คู่สนทนา สำหรับพ่อของเขานั้นต่างกับพ่อภีอยู่มาก เพราะพ่อของเขาเป็นคนเถรตรงและไม่ได้มีมุมมองที่ดีนักเกี่ยวกับตลาดหุ้น ต่อให้เขาอธิบายเรื่องนี้อย่างละเอียดอีกฝ่ายก็คงมองณรัชต์เหมือนรวยขึ้นมาจากสิ่งที่คล้ายๆ การพนันอยู่ดี และคงไม่สนับสนุนเรื่องนี้แม้เขาจะทำผลตอบแทนได้มากขนาดไหนก็ตาม
ซึ่งณรัชต์คิดไว้แล้วว่าจะบอกท่านก็ต่อเมื่อเขาบรรลุนิติภาวะแล้วโน่นล่ะ เพราะถึงตอนนั้นพ่อของเขาก็คงจะเคารพการตัดสินใจของเขาแล้ว
“อีกไม่เกิน 3 วันก็น่าจะเสร็จ” เจ้าของกิจการรับเหมากล่าว
“ไปหาอะไรกินกันหน่อยไหม” หันมาชวนลูกชายของเพื่อนสนิท
“ครับ” ณรัชต์ตอบ
หลังจากนั้นพ่อภีก็เดินไปสั่งงานอะไรกับลูกน้องอีกเล็กน้อย ก่อนเดินนำณรัชต์ไปที่รถยนต์ซึ่งจอดอยู่ริมถนนไม่ไกล
“เดี๋ยวพ่อแวะบ้านกำนันพลก่อนนะ มีธุระนิดหน่อย” ขึ้นมาบนรถพ่อภีก็หันมาบอกเขา ก่อนขับรถออกจากด้านหน้าไซต์งานปรับพื้นที่ แล้วยูเทิร์นที่ถนนด้านหน้าอีกไม่ไกล ก่อนเลี้ยวเข้าบ้านของเพื่อนร่วมห้องเขา
หลังจอดรถยนต์ที่ลานจอดรถ เขาลงจากรถยนต์เดินตามพ่อภีไป มีแม่บ้านเดินออกสอบถามก่อนพาไปพบกับเจ้าของบ้าน ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนดูเหมือนณรัชต์จะมีเหตุที่ต้องมาบ้านหลังนี้ถึงสามครั้งแล้ว
เดินตามแม่บ้านเข้ามาถึงมุมรับแขกด้านหน้าของบ้านที่ณรัชต์นั่งคุยกับพ่อของส้มเมื่อคราวก่อน ก็พบเจ้าบ้านนั่งรออยู่แล้ว ณรัชต์ยกมือไหว้ตามเพื่อนสนิทของพ่อที่พามา อีกฝ่ายทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเขาพ่วงติดมาด้วย
“ลูกชายน่ะครับ ติดรถมาด้วยพอดี” พ่อภีแนะนำณรัชต์
“รู้จักกันแล้วล่ะ” กำนันพลตอบ
ทักทายกันได้เพียงเล็กน้อย ก็มีเสียงคนเดินลงจากชั้นบนของบ้านผ่านมุมรับแขก ณรัชต์หันไปมองก็เห็นเพื่อนร่วมห้องใส่ชุดอยู่กับบ้านถือสมุดเล่มหนึ่งกำลังเดินผ่านชุดรับแขกไป
“ส้ม” เสียงเจ้าของบ้านเรียกลูกสาว
“คะพ่อ” ส้มหันมาทางมุมห้องโถงของบ้านจึงเห็นมีแขกกำลังนั่งอยู่กับพ่อของเธอ
“พาเพื่อนไปเดินเล่นข้างนอกหน่อยสิ พวกพ่อมีธุระคุยกันนิดหน่อย” พ่อของส้มกล่าว
หลังจากได้ยินพ่อบอก ส้มก็หันมาเลิกคิ้วให้ณรัชต์ก่อนพยักหน้าให้อีกฝ่ายตามมา
ณรัชต์ลุกจากเก้าอี้เดินตามเพื่อนร่วมห้องออกไป ปล่อยให้ผู้ใหญ่สองคนที่ดูเหมือนจะมีธุระส่วนตัวคุยกัน
เขาเดินตามเพื่อนร่วมห้องออกจากบ้านผ่านลานด้านหน้าตรงไปเรือนไม้ศาลาขนาดใหญ่ข้างบ้านที่ร่มรื่น เห็นอีกฝ่ายเดินเงียบไม่ได้พูดอะไร ณรัชต์จึงเอ่ยปากชวนคุย
“หน้าหนาวปีนี้หนาวเนอะ เช้า ๆ ไม่ค่อยอยากตื่นเลย ขนาดตอนนี้ยังไม่ค่ำยังเริ่มเย็นแล้วเลย” เขาชวนคุยถึงสภาพอากาศช่วงนี้ที่มีลมหนาวพัดมาเย็น ๆ ตลอดทั้งวัน
เพื่อนร่วมห้องเหลือบมองณรัชต์ที่เดินอยู่ข้าง ๆ ก่อนเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
“นะมีเรื่องอะไรกับพ่อเราเหรอ เห็นมีเรื่องคุยกันบ่อย ๆ” ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยขณะถาม
“บ้านเราจะเป็นหัวคะแนนให้พ่อส้มล่ะ” เขาตอบยิ้ม ๆ อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ
“จริงอ่ะ” ส้มถามอย่างแปลกใจ
“ใช่แล้ว ฝากตัวด้วย” เขาขยิบตาให้เพื่อนร่วมห้อง
เข้ามานั่งในศาลาเรือนไม้ขนาดใหญ่ข้างสนามหญ้าแล้ว เพื่อนร่วมห้องเขาก็ซักถามถึงเรื่องเกี่ยวกับบ้านเขาด้วยความสนใจ ณรัชต์ก็ตอบส้มไปตามที่ถามมา
“นะมีพี่สาวด้วยเหรอ”
“อือ แต่อย่ารู้จักเลย” ณรัชต์ตอบ เขาว่ากันว่าคนนิสัยคล้ายกันมักจะไม่ถูกกัน คู่นี้ถ้ารู้จักกันอาจจะเขม่นกันก็ได้
นั่งคุยกับเพื่อนร่วมห้องที่วันนี้อารมณ์ดีอยู่พักใหญ่แม่บ้านก็ออกมาตามณรัชต์เข้าบ้าน เขาลุกขึ้นจะเดินตามแม่บ้าน เพื่อนร่วมห้องเขาก็เก็บสมุดที่ถือติดมือมาลุกขึ้นตาม
ระหว่างที่ส้มหยิบสมุดเล่มเล็กจากโต๊ะแล้วลุกขึ้น ณรัชต์เห็นมีของบางอย่างตกออกจากสมุดเขาจึงก้มลงเก็บให้อีกฝ่าย
“มีกุหลาบทับเก็บไว้ในสมุดด้วย โรแมนติกนะเราน่ะ” ณรัชต์แซวเพื่อนร่วมห้องขณะยื่นกุหลาบแห้งที่เก็บได้ส่งคืนให้เจ้าของ
“หน้าแดงแบบนี้ แสดงว่าต้องเป็นของหนุ่มคนไหนแน่ๆ” เห็นส้มหน้าแดง เขาเลยแซวอีกรอบ
เพื่อนร่วมห้องเขาไม่ตอบโต้ก้มหน้าลุกขึ้นเดินตามแม่บ้านไป ณรัชต์จึงรีบเดินตามไปล้ออีกหน่อย เพราะนานๆ ทีจะเห็นเพื่อนร่วมห้องของเขาอายหน้าแดงแบบนี้
เดินตามกันเข้ามาในบ้านเขาก็เห็นพ่อภียืนรอเขาอยู่แล้วพร้อมเจ้าของบ้านณรัชต์ยกมือไว้เจ้าของบ้านก่อนลากลับพร้อมเพื่อนสนิทของพ่อที่มาด้วยกัน
หลังจากรถยนต์เคลื่อนตัวออกจากบ้านของกำนันพล เพื่อนสนิทของพ่อเขาก็เปรยถามขึ้น
“เดี๋ยวนี้มีแฟนหรือยังล่ะ เราน่ะ” อดีตคาสโนวาจนภรรยาหอบลูกหนีเอ่ยปากถาม
“ไม่มีหรอกครับ” ณรัชต์ตอบขำ ๆ
“สนิทกับลูกสาวกำนันพลเหรอ”
“เพื่อนห้องเดียวกันครับ” เขารีบตอบเพื่อหยุดจินตนาการของอีกฝ่าย
“ลูกสาวเขาเดินหน้าแดงมาด้วยกันแบบนั้นน่ะนะเพื่อนกัน หึ ๆ” โชเฟอร์ที่กำลังขับรถกล่าว
ณรัชต์ได้แต่กลอกตา ไม่รู้จะตอบยังไง
หลังจากนั้นพ่อภีก็พาเขาเข้าร้านอาหารกึ่งคาราโอเกะร้านหนึ่ง แล้วสั่งกับข้าวมาเลี้ยง พอกินมื้อเย็นเสร็จก็ชวนกันต่อเครื่องดื่มเพราะเพื่อนสนิทของพ่อเห็นว่าณรัชต์อายุ 18 ปีแล้ว จึงคิดว่าเชาเหมาะจะเป็นเพื่อนดื่มได้แล้วระหว่างดื่มจนเริ่มเมาได้ที่ ณรัชต์ก็ได้ฟังเรื่องราวสนุก ๆ ของพ่อภีมากมายที่เล่าให้เขาฟัง เรื่องหนึ่งที่ทำให้เขาทึ่งก็คือเรื่องที่สมัยวัยหนุ่มอีกฝ่ายเคยสมัครไปรบในลาวอยู่พักหนึ่ง
พ่อภีเล่าว่าตอนนั้นนัดกับพ่อของณรัชต์ว่าจะไปสมัครด้วยกัน แต่สุดท้ายบิดาของณรัชต์ถูกทางบ้านห้ามไว้ ทำให้พ่อภีได้สมัครไปรบเป็นทหารรับจ้างอยู่คนเดียว แต่ก็ได้ไปปฏิบัติการอยู่แค่ไม่กี่เดือนเพราะสุดท้ายลาวแตกแพ้คอมมิวนิสต์ทำให้ต้องกลับออกมา
ดื่มกันจนดึกเมื่ออีกฝ่ายมาส่งเขาที่หอพัก ณรัชต์จึงกล่อมให้นอนที่หอเขาแทน เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายที่เมา แม้จะไม่มาก ขับรถกลับดึกๆ ดื่นๆ
หลังจากพ่อภีหลับไปแล้วณรัชต์ก็มานั่งดูทีวีเล่นเพราะยังตาสว่างไม่ง่วงตามนิสัยเมาแล้วอะเลิทของเขา
ตั้งแต่เด็กเพื่อนสนิทของพ่อคนนี้ดีกับณรัชต์มาก ไม่ว่าจะของเล่น ของฝากหรือว่าเงินค่าขนมก็มักติดมือมาให้เขาตลอดตั้งแต่เด็กๆ แต่พอย่างเข้าวัยรุ่นเขาก็มัวแต่สนใจเรื่องของตัวเองจนค่อยๆ ห่างกับอีกฝ่าย ในช่วงชีวิตที่แล้วพอเข้ามหาวิทยาลัยก็มัวแต่สนุกกับชีวิตที่มหาวิทยาลัยจนแทบลืมอีกฝ่ายไป
รู้ตัวอีกทีตอนปีสองเขาก็ได้รับข่าวร้ายว่าพ่อภีของเขาเสียชีวิต พ่อเขาบอกสั้น ๆ แค่ว่าเพื่อนสนิทเสียชีวิตเพราะขัดผลประโยชน์เรื่องรับเหมากับผู้มีอิทธิพลจนถูกลอบยิงหลังจากกลับมาบวชหน้าไฟในงานศพของพ่อภีเสร็จ เขาก็ได้ทราบว่านอกจากกิจการส่วนที่ติดหนี้อยู่กับธนาคารของท่านแล้ว ทรัพย์สินที่เหลือทั้งหมด คนได้รับมรดกคือณรัชต์คนเดียว
นอกจากเรื่องอุบัติเหตุวันนั้นแล้ว เรื่องของพ่อภีนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เขาค้างคาใจ
และเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เขาตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ไม่ให้ซ้ำรอยเดิม
เย็นวันศุกร์ในอีกสามวันต่อมา ณรัชต์กำลังนั่งรอพี่สาวอยู่ที่โรงเรียน ตอนนี้งานปรับพื้นที่ในที่ดินเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เขาจึงนัดพี่สาวมาถ่ายรูปภาพที่ดินที่เพิ่งปรับพื้นที่เสร็จเพื่อจัดทำเอกสารเตรียมส่งเสนอขายที่ดินให้บริษัทค้าส่งที่เป็นเป้าหมายของเขานั่งรอเพียงไม่นานพี่สาวเขาก็มาพร้อมนายตำรวจคนขับรถเจ้าประจำ ณรัชต์ทักทายผู้หมวดหนุ่มหลังจากขึ้นมานั่งในรถแล้ว ก่อนจะหันไปถามพี่สาว
“เจ๊เอากล้องมาเอาพร้อมใช่ไหม”
“แน่นอน นี่เพิ่งถอยมาใหม่เลยนะ” พี่สาวเขายกกล้องฟิล์มยี่ห้อที่น่าจะแพงพอดูจากตักขึ้นมาอวด
หลังจากรถนายตำรวจไปถึงจุดหมาย ณรัชต์ก็ลงจากรถพาพี่สาวถ่ายรูปภาพของที่ดิน ระหว่างกำลังเดินกำกับมุมถ่ายรูปให้พี่สาวที่เป็นตากล้อง นายตำรวจที่เดินตามมาด้วยก็หันมาคุยเขา
“น้องนะ จะเล่นที่ดินก็ไม่ชวนกันมั่งเลย” ผู้หมวดหนุ่มตัดพ้อ
“ซื้อหุ้นโรงพยาบาล 2 ตัวที่พี่อาทเคยมาถามนั่นดีกว่าอีกพี่” ณรัชต์ตอบอีกฝ่าย
ถ้าเทียบกันแล้ว ผลตอบแทนที่ดินในเมืองแถบนี้ในระยะยาวถึงช่วงเวลาที่เขาจากมาราคาที่ดินเพิ่มขึ้นราวๆ 10 เท่าในระยะสิบกว่าปี ผลตอบแทนดูเหมือนดี แต่ถ้าเทียบกับหุ้นโรงพยาบาลอีกสอง 2 ที่อีกฝ่ายเคยปรึกษาเขา ซึ่งให้ผลตอบแทนมากกว่า 50 เท่า ยังไงการลงทุนในหุ้นโรงพยาบาลก็ยังให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าและยังมีเงินปันผลทุกปีอีกต่างหาก ต่างจากที่ดินที่ไม่มีปันผลแต่ถ้าจะกระจายความมั่งคั่งในสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่ดินก็ยังถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่ดีล่ะนะ แต่สำหรับผู้หมวดที่ยังไม่มั่งคั่งณรัชต์เลยยังไม่แนะนำให้รีบกระจายความมั่งคั่ง
“นอกจากรูปแล้วต้องเตรียมอะไรอีกบ้างอ่ะ” พี่สาวณรัชต์ตั้งแต่ที่ได้รับค่าคอมมิสชั่นก้อนโตไปเมื่อคราวก่อน พักนี้ดูจะว่าง่ายขึ้นอย่างมากเอ่ยปากสอบถาม
“นอกจากรูปถ่ายที่ดินแล้ว เจ๊ก็เตรียมสำเนาโฉนดที่ดิน แผนที่ตั้ง กับสำเนาบัตรฯ เจ๊ กับใบเสนอราคาอีกอย่างแค่นี้ล่ะเจ๊ ได้ครบแล้วผมจะให้ที่อยู่เองว่าให้ส่งไปให้บริษัทไหน” เขาอธิบาย
“แล้วเขาจะอยากซื้อของเราเหรอ” พี่สาวเขาถามด้วยความสงสัย
“ถ้าไม่มั่นใจผมไม่กล้าทุ่มเงินขนาดนี้หรอกเจ๊ ”
“จะเสนอราคาไปเท่าไหร่ดี ซักตารางวาละ 4,000 หรือ 4,500 ดี” พี่สาวเขาเริ่มช่วยคิดราคาสำหรับขายเพื่อช่วยน้องชายหากำไร
ณรัชต์ยกมือลูบคางขณะกำลังครุ่นคิดเรื่องราคาที่จะเสนอขาย ที่ดินของเขาหลังจากปรับพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เป็นที่ดินผืนงามสวยพอสมควร ถ้าเสนอขายราคาตารางวาละ 4 พันตอนนี้ ราคาทั้งแปลง 24 ล้านคงขายออกอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าใจเย็นสักหน่อย ไม่รีบร้อน ตั้งขายตารางละ 5 พันทิ้งไว้ (ราคาทั้งแปลง 30 ล้าน) ก็อาจจะพอขายได้
การลงทุนงวดนี้ของเขาที่ดูเหมือนจะขัดกับนิสัยชอบลงทุนสบาย ๆ ของตัวเอง เพราะเขาคิดว่าจะได้ผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อกับที่ต้องวิ่งวุ่นน่ะสิ
ตอนนี้ก็ปรับพื้นที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่ส่งเอกสารเสนอขายที่ดินให้บริษัทที่อาจจะสนใจ
แล้วก็รอให้ไพ่เด็ดที่เขาคาดไว้เฉลยออกมา
-------------------------------------------Name : ณรัชต์Asset : ตึกแถว 6 ห้อง ราคาปัจจุบัน 2,050,000 บาท: เงินสดในบัญชีธนาคาร 143,300 บาท : เงินสดในบัญชีหุ้น 7,000,100 บาท: ที่ดินหนึ่งแปลง 15 ไร่ ราคาซื้อ 18 ล้าน ราคาประเมิน 24 ล้าน
มูลค่าสินทรัพย์รวม : 2,050,000 + 143,300 + 7,000,100 + 24,000,000 = ปัจจุบัน 33,193,400 บาท
---------------------------------------------------------------------------------------------
