เทพปกรณัมแห่งแดนเหนือ ภาค กำเนิดมารอเวจี

    ตอนที่ 106 เรื่องราวของราชวงศ์


     

    "ใครกล้ารังแกหลานข้า"

     

    “หยางอันถอยเร็ว”ชายหนุ่มหน้าสวยที่เป็นจอมเวทวารีรีบออกคำสั่งเขารู้ดีว่ากำลังเสริมของราชวงศ์เจียงมาถึงแล้ว

     

       ชายชราหันหน้าไปทางลูคัส "เจ้าหนุ่มเราต้องได้พบกันอีกแน่นอน" เมื่อกล่าวจบหยางอันก็เดินไปที่ชายหนุ่มหน้าสวยก่อนร่างทั้งสองจะจางหายไปพร้อมกัน

     

    "ถอน" มีเสียงปริศนาดังขึ้นเหล่าคนชุดดำทั้งหมดล้วนอันตรธานหายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่มาก่อน

     

    "คาถาพวกนี้ถูกร่ายโดยวอล๊อค" อึนจูสีหน้าตื่นตะลึงดูท่าเบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้คงไม่ใช่เรื่องเล็กเสียแล้ว

     

       ในที่สุดเหนือน่านฟ้าก็ปรากฏเหล่าผู้ฝึกตนมากมายมีเพียงสองคนเท่านั้นที่ลูคัสรู้จัก นั่นคือชายชราที่มีผมขาวโพลน
    "หยูชิงกง" กับ "โคะโนะเอะ ซายูริ"

     

    "ทุกคนโปรดอยู่กับที่" ร่างใหญ่ในเกราะสีทองออกคำสั่ง จุดเด่นของเขาคือใบหน้าบริเวณดวงตาซ้ายที่ปิดอยู่มีรอยแผลเป็นยาวลงมาชายผู้นี้คือ "อามอร์" หัวหน้าองครักษ์แห่งหวังหลวง

     

       หยูชิงกงเองเมื่อเห็นลูคัสไม่เป็นอะไรก็เหินร่างจากไปหยูชิงกงเข้าใจว่าหลานชายไม่อยากเปิดเผยสถานะนี้ออกไปเพราะจะทำให้เมืองหลวงเกิดความวุ่นวายอีกอย่างลูคัสไม่ต้องการให้หยางอันระวังตัวเพื่อที่เฒ่าชราผู้นั้นจะได้กล้าปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกครั้ง

    เมื่อจับสังเกตลูคัสและหยูชิงกงสายตาหลงชิงก็เปล่งประกายออกมา

     

    "องค์ชายทรงปลอดภัยดีหรือไม่ พ่ะย่ะค่ะ" ชายในชุดเกราะทองลงมาสู่พื้นก่อนชันเข่า

     

    "เราปลอดภัยดี รีบส่งจอมเวทแสงมารักษาผู้คนที่บาดเจ็บเถิด"หลงชิงสะบัดมือกล่าวออกมา

     

       ในเวลานี้ทั่วตำหนักหิมะล้วนเต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บรุ่นเยาว์เหล่านี้คือบางส่วนที่ได้รับเชิญเป็นพิเศษมางานเลี้ยงน้ำชาแต่จำนวนผู้เข้าร่วมงานชุมนุมนักรบสวรรค์ในวันจริงนั้นมีเกือบหกพันคน

     

    ตอนนี้อึนจูไม่สนใจเรื่องอื่นเธอรีบใช้เวทฟื้นฟูรักษาคนที่อาการหนักก่อน

     

    "ไม่พบกันนาน" ลูคัสถือโอกาสเดินไปหาหยางเฉินเพื่อทักทาย

     

    พวกเขาหันมองกันด้วยสายตาที่ซับซ้อน

     

    "แล้วเจอกันวันประลอง" เฉินหันหน้ากลับก่อนจากไปพร้อมเหยี่ยวขาว ในใจเขารู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนต้องพบเจอชะตากรรมเช่นนี้

     

    ลูคัสเองก็ไม่ท้วงติงอะไรเขาเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายดีแม้จะไม่ใช่คนต้นเรื่องแต่หยางอันยังไงก็เคยเป็นคนตระกูลหยาง

     

    "ท่านลูคัสเป็นอย่างไรบ้าง" ซายูริมองชุดแดงที่ย้อมทับไปด้วยโลหิต

     

    "อาการเริ่มดีขึ้นแล้ว" เป็นเพราะวิชาหลอมกายาทำให้บาดแผลเขาสมานกันจนหมดแล้วเพียงแต่เสื้อของเขาชุ่มโชกไปด้วยเลือดจึงทำให้ดูเหมือนคนบาดเจ็บหนัก

     

    "พวกเราไปนั่งตรงนั้นกันก่อนเถอะ" ลูคัสชักชวนซายูริเป็นเพราะหน่วยองครักษ์กำลังสอบปากคำอยู่ทำให้คนอยู่ในเหตุการณ์ที่ไม่มีสถานะพิเศษจริงๆยังไม่สามารถออกจากสถานที่นี้ได้

     

       ย้อนไปก่อนหน้านั้นโชคดีที่ลูคัสบอกให้ซายูรินั่งรถม้าศึกตรงไปที่หอไป๋ชางเพื่อขอความช่วยเหลือจากหยูชิงกงแต่จากที่ทราบทางตระกูลหยางเองก็รู้เรื่องแล้วเช่นกัน หยางเฉินจึงล่วงหน้ามาที่ตำหนักหิมะก่อน

     

    "คุณซายูริคิดว่าเป็นฝีมือของพวกไหน" ชายหนุ่มลองหยั่งเชิงถามดูในฐานะที่เธอเป็นถึงผู้สืบทอดตระกูลใหญ่อาจจะพอรู้อะไรบ้าง

     

    "ตัวเราเองก็ไม่แน่ใจนักแต่ก็พอจะคาดเดาได้บ้าง" ซายูริเอ่ยขึ้น

     

    "ความจริงแล้วเรื่องนี้เป็นความลับสุดยอด...เพราะเป็นศึกสายเลือดระหว่างพี่น้อง" ซายูริลดเสียงลงก่อนเล่าอย่างระมัดระวัง

     

    "ศึกสายเลือดอย่างงั้นเหรอ" ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจ

     

       จากนั้นซายูริก็เล่าว่าก่อนราชวงศ์เจียงจะสถาปนาขึ้นนั้นดินแดนแห่งนี้เคยถูกครอบครองโดยจักรพรรดิโยธันแห่งราชวงศ์เยเกอร์เรื่องราวเกิดขึ้นเพราะจักรพรรดิมีบุตรชายเพียงพระองค์เดียวมีนามว่า"อัลเฟรด"

       ว่ากันว่าอัลเฟรดนั้นคือผู้สืบทอดราชวงศ์เยเกอร์อย่างไม่ต้องสงสัยจากนั้นองค์จักรพรรดิกลับรับบุตรชายบุญธรรมผู้หนึ่งมีอายุไล่เลี่ยกับองค์ชายอัลเฟรดทำให้ทั้งสองสนิทชิดเชื้อกันราวกับพี่น้องในไส้ ชายคนนั้นมีนามว่า"หลงหลิน"

     

    "หลงหลิน หรือว่า..." ลูคัสพึมพำเพราะในทวีปแห่งนี้ทุกคนรู้สึกวีรบุรุษหลงหลินดี

     

    "จักรพรรดิหลงอี้แห่งราชวงศ์เจียงองค์ปัจจุบันกับวีรบุรุษหลงหลิน... "ซายูริเริ่มชั่งใจว่าจะพูดเรื่องนี้ออกมาดีหรือไม่

     

    “พวกเขาคือคนคนเดียวกัน”ชายหนุ่มอุทานออกมา

     

       ตัวเขาเพียงได้ยินตำนานของหลงหลินแต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าหลังจากสถาปนาราชวงศ์เจียงหลงหลินขึ้นรับตำแหน่งจักรพรรดิก่อนเปลี่ยนพระนามใหม่เป็น"อี้"

     

    "แล้ว...อัลเฟรดล่ะ" เขาลองถามต่อไป

     

    "เขาคนนั้นยังมีชีวิตอยู่พร้อมประกาศตัวว่าจะชิงบัลลังก์และทวีปนี้คืนมาเป็นของตนให้ได้"ซายูริตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

     

       เมื่อซายูริพูดมาขนาดนี้เขาก็เริ่มปะติดปะต่อได้แล้วว่าเหตุใดคืนนี้เหล่ารุ่นเยาว์ของราชวงศ์เจียงจึงถูกโจมตีแต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ตัวเขายังไม่เข้าใจ เรื่องนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างแน่นอน

     

    "เจ้าหนุ่มเราต้องได้พบกันอีกแน่" เสียงของหยางอันดังก้องอยู่หัวลูคัสกำหมัดแน่นเลือดต้องล้างด้วยเลือด

     

    ตอนนี้เหล่าผู้เยาว์หลายร้อยคนกำลังยืนรวมกันเพื่อรอการปล่อยตัว

     

    ไม่ไกลชายชุดทองประดับด้วยลวดลายกวางเงินเดินเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ

     

    "โอ้ที่นี่ช่างครึกครื้นเสียจริงมีงานเลี้ยงอะไรทำไมข้ามิได้รับเชิญเลย"ด้านหลังเขามีทหารในเกราะดำตามหลังมาอีกนับสิบ

     

    มีเสียงฮือฮาขึ้นในหมู่รุ่นเยาว์ทันที

     

    "หมอนี่เป็นใครถึงได้กล้าใส่ชุดนี้ออกจากบ้าน สีทองแสบตาเชีย"หญิงสาวนางหนึ่งพูดขึ้น

     

    "จุ๊จุ๊ อย่าเสียงดังไปหากเขาได้ยินพวกเราจะซวยกันหมด"ชายร่างใหญ่คนหนึ่งเตือนเธอ

     

    "ชายผู้นี้อายุสามสิบปีมีนามว่าโม่ฉีเป็นบุตรชายคนเดียวของเสนาซ้ายโม่หยินกวง"ซายูริกระซิบบอกเพราะคาดเดาว่าลูคัสพึ่งเข้าเมืองหลวงมาคงยังไม่รู้จักคนในมากนัก

     

    "เสนาซ้ายโม่หยินกวง" ชายหนุ่มขมวดคิ้ว

     

       ระหว่างที่เขาออกผจญภัยไปที่ต่างๆตอนเข้าพักโรงแรมหรือโรงเตี๊ยมก็มักจะได้ยินคนพูดถึงเสนาซ้ายอยู่บ่อยครั้งข่าวลือหนาหูของทวีปวู้ดส์แลนด์ล้วนบอกว่า จักรพรรดิหลงอี้องค์ปัจจุบันไร้สามารถถูกเสนาซ้ายยึดอำนาจและทำให้เป็นหุ่นเชิดในทวีปแห่งนี้ทุกคนจึงรู้ดีว่าแม้จะอยู่ภายใต้ชื่อราชวงศ์เจียงแต่เสนาซ้ายต่างหากที่สามารถปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือเดียว

     

    "มิใช่ว่าตัวน้องมิอยากชวนท่าน พี่ชายโม่ฉีคงจะมีภารกิจรัดตัวจึงเกรงว่างานน้ำชาไร้สาระนี้จะทำให้ท่านเสียเวลา"หลงชิงก้าวออกมาก่อนกล่าวอย่างสุภาพ

     

    กลับเป็นซือฉือที่แอบหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นพี่ไม่กล้าสบตากับชายชุดทองตรงๆ

     

    "เอาเถิดถึงท่านเชิญตัวข้าก็ไม่มาอยู่ดี ฮ่า ฮ่า" โม่ฉีพูดเสียงดังให้ทุกคนได้ยินก่อนหัวเราะลั่น

     

    เมื่อได้ยินประโยคนี้หลงชิงได้แต่ยิ้มแต่ภายใต้แขนเสื้อนั้นหมัดทั้งสองกำแน่นด้วยความโกรธ

     

    "องค์หญิงซือฉืออีกไม่นานก็จะถึงวันหมั้นหมายระหว่างเรา เหตุไฉนไม่ออกมาพบหน้าสามีในอนาคตหน่อยเล่า"โม่ฉียังคงกล่าวต่อไป

     

    เมื่อถูกเรียกหญิงสาวกระโปรงม่วงก็ยังไม่มีท่าทีจะโอนอ่อนเธอยังคงแอบอยู่หลังของหลงชิง

     

    "พี่โม่ในเมื่อสตรีไม่สะดวกใจเหตุไฉนจึงต้องเร่งเร้า" หญิงสาวกระโปรงขาวก้าวออกมายืนข้างหลงชิง

     

    "องค์หญิงสามมิเจอกันนาน ในสายตาโม่ฉีท่านช่างดูงดงามกว่ากาลก่อน"สายตาของชายชุดทองฉายแววแห่งความลุ่มหลงออกมาโดยไม่ปิดบังตัวเขาพึงใจในตัวองค์หญิงสามมาเนิ่นนานสิ่งที่ไม่เข้าใจที่สุดคือบิดากลับจัดการให้เขาหมั้นหมายกับองค์หญิงซือฉือที่แก่นแก้วไร้ความเป็นกุลสตรีแทนที่จะเป็นองค์หญิงสามผู้เพียบพร้อม

     

    “ว่าแต่ที่นี่เกิดอะไรขึ้นเหตุไฉนจึงวุ่นวายเช่นนี้”โม่ฉีถามออกมาด้วยความสงสัย

     

    "มีเหล่าคนชั่วลอบกัดพวกเรา" อยู่ดีๆองค์หญิงซือฉือทีแอบอยู่ด้านหลังก็ตะโกนออกมา

     

    หลงชิงหันมามองหน้าน้องสาวก่อนส่ายศีรษะเบาๆ

     

    ประโยคนี้จากองค์หญิงซือฉือทำให้สายตาโม่ฉีส่องประกายวูบ

    "ใคร ใครมันกล้าลอบทำร้ายคนของราชวงศ์เจียง ซ่ง เจ้ารีบไปตรวจสอบเรื่องราวให้กระจ่าง"โม่ฉีแผดเสียงออกมา ท่าทางของเขานั้นดูเป็นเดือดเป็นร้อนแทนทุกคนอย่างมาก

     

       ทหารคนสนิทเมื่อรับคำสั่งก็สั่งลูกน้องกระจายตัวออกไปสอบปากคำบริเวณโดยรอบอีกทีเป็นภาพที่ดูแปลกตามาก ที่เหล่าทหารเกราะดำ กับ เหล่าทหารเกราะเงินเดินคุมเชิงกันราวกับอยู่คนละฝ่าย

     

    กล่าวจบโม่ฉีก็เดินไปยังจุดที่ทำให้ทุกคนเห็นได้ง่าย

     

    "เหล่าสหายรุ่นเยาว์ แค่ก้าวมาถึงก็รับรู้ได้ว่าพวกท่านล้วนเป็นผู้มีพรสวรรค์อนาคตต้องเป็นผู้กล้าที่มีชื่อเสียงลือเลื่อง วันนี้ข้าโม่ฉีได้มาพบทุกท่านย่อมเป็นโชควาสนาและจวนเสนาฝ่ายซ้ายย่อมเปิดต้อนรับพวกท่านเสมอ ข้าน้อยขอตัวลา"ประโยคของโม่ฉีถือเป็นการทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้

     

       เดิมที่พวกเขาตอบรับคำเชิญจากองค์ชายหลงชิงเป็นเพราะมารยาทแต่สาเหตุอีกประการคือต้องการดูว่าองค์ชายหลงชิงนั้นเหมาะที่จะเป็นร่มไม้ใหญ่ให้แก่ตนหรือไม่แต่เมื่อมาแล้วกลับถูกไล่ออกจากหอไป๋ชางอย่างกับหมูหมา มาตำหนักหิมะก็เจอกับการบุกโจมตีจากกองกำลังไม่ทราบฝ่ายแม้จะดูเป็นการบังเอิญไปเสียทุกเรื่องแต่คนฉลาดย่อมเข้าใจแล้วว่านี่คือคำเตือนจากเสนาซ้าย

     

    ขณะที่ทุกคนกำลังประมวลเหตุการณ์ในวันนี้

     

    "ทุกคนแยกย้ายได้ เรื่องในคืนนี้เพื่อไม่ให้ประชาชนแตกตื่นจงเก็บเป็นความลับห้ามมีใครพูดออกไป"อามอร์ประกาศเสียงดัง

     

    ขณะที่ทุกคนเตรียมแยกย้ายไบรอัน โอลิเวียร์ และ อาเธอร์ก็มาพบเขา

     

    "นายไม่เป็นอะไรนะ" ไบรอันแตะบ่าของชายหนุ่มก่อนหันมองตามทิศทางที่โม่ฉีจากไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ทั้งสามหันไปส่งสายตากับองค์ชายก่อนพยักหน้าออกมา

     

    ลูคัสคิดว่าก่อนกลับจะเข้าไปทักทายอึนจูเสียหน่อยแต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายง่วนกับการรักษาผู้คนเขาจึงไม่รบกวน

     

    "ท่านลูคัสไว้พบกันวันงาน" ซายูริขอตัวกลับก่อนที่จะเดินไปหายูมะ

     

    ขณะเดินทางกลับเนื่องจากรถม้าศึกของลูคัสคับแคบเกินไปทั้งสามจึงตัดสินใจเดินเท้าเพื่อกลับปราสาทตระกูลเกร


    คล้ายกับเรื่องเทพปกรณัมแห่งแดนเหนือ ภาค กำเนิดมารอเวจี ที่คุณอ่าน