ตุ้บ!
เสียงบางสิ่งบางอย่างตกกระทบพื้นห้อง จากนั้นเพียงชั่วเวลาต่อมาก็ทำให้หลี่ฟางฟางถึงขั้นเบิกตากว้าง ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องตกใจผวาอย่างถึงขีดสุดของสาวใช้นางหนึ่งที่เข้ามาเพื่อแจ้งข่าวเรื่องมือสังหารที่ส่งไป
ไม่เพียงแต่สาวใช้ที่เพิ่งเข้ามาเท่านั้นที่ตกใจกับบางสิ่งบนพื้นห้องในตอนนี้ สาวใช้ประจำตัวคนอื่นๆ ก็เช่นกัน ทว่าพวกนางได้แต่ยกมืออุดปากเอาไว้เพราะเกรงว่าจะทำให้ท่านหญิงไม่พอใจ
หลี่ฟางฟางตัวสั่นเทิ้มก่อนที่ความตกใจระคนโกรธแค้นของนางจะพุ่งถึงขีดสุด เมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือศีรษะของมือสังหารที่ยังสวมหน้ากากสีดำไว้อยู่ ภาพในยามที่เปิดกล่องฉายกลับมาวนเวียนอยู่ในหัวพร้อมกับชิ้นส่วนที่นางได้รับในตอนนั้นยังติดตาอยู่ไม่เสื่อมคลาย มาบัดนี้ยังส่งอีกหนึ่งชิ้นส่วนมาให้นางอีก
ท่านหญิงแห่งจวนหลี่อ๋องหันขวับไปยังหน้าต่างที่ปิดแง้มทิ้งเอาไว้ ภายในใจของนางกำลังเต้นโครมครามอย่างรุนแรง มือทั้งสองกำแน่นจนจิกเข้าไปในเนื้อ ท่ามกลางความวุ่นวายโกลาหล ทั้งข้ารับใช้ที่วิ่งออกไปตามองครักษ์รักษาการณ์ ทั้งเสียงอื้ออึงของผู้ที่ยังเหลืออยู่ ริมฝีปากของหลี่ฟางฟางกลับยกยิ้มขึ้นแล้วหัวเราะออกมาราวกับเสียสติ
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...” แม้เสียงหัวเราะของนางจะดังก้องราวชื่นชอบใจนักหนา ทว่าดวงตาทั้งสองข้างกลับแดงก่ำจนน่ากลัว สาวใช้คนอื่นที่รู้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นต่อไปก็รีบพากันถอยกรูไปอยู่ ณ ริมห้อง
“คราวก่อนมันส่งดวงตาข้างหนึ่งมาให้ข้า ครั้งนี้กลับหาญกล้ากว่าเดิมจนส่งศีรษะคนมาให้ข้าแล้ว” เสียงของหลี่ฟางฟางเอ่ยอย่างกราดเกรี้ยวก่อนจะหัวเราะออกมาอีกระลอก
ไม่ว่าจะเป็นดวงตาหรือหัวคน นางล้วนเคยเห็นจนชินตามาแล้ว นั่นเพราะนางเคยเป็นผู้ลงมือเอง ทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนกัน สองสิ่งที่นางเห็นในตอนนี้เป็นการส่งมาเพื่อข่มขวัญนาง หลี่ฟางฟางรับรู้ตนเองดีว่าเกิดความกลัวขึ้นในจิตใจดั่งที่อีกฝ่ายหวังให้เป็น แต่แล้วอย่างไรเล่า นางกลัวก็จริงแต่นางจะไม่ยอมแพ้จนถึงที่สุดอย่างแน่นอน
ร่างบอบบางของหลี่ฟางฟางก้าวเข้าไปใกล้ศีรษะของมือสังหาร นางก้มตัวกำไปที่กลุ่มผมแน่นอย่างไม่นึกขยาด
ความรู้สึกขนลุกขนพองปรากฏแก่เหล่าข้ารับใช้ในนั้นจนไม่อาจแม้แต่จะกล้าเงยหน้าขึ้น ทุกผู้ทุกนางต่างก้มเอาหัวโขกลงกับพื้นพร้อมกับร่างกายที่สั่นระริก และเสียงถัดมาก็เป็นเสียงที่ท่านหญิงขว้างปาของในมือนั่นไปกระทบผนังห้องอย่างรุนแรง จากนั้นก็มีเสียงทุบทำลายข้าวของตามมาจนดังสนั่นไปทั่วเรือนนอน
“พวกเจ้าปิดปากให้สนิทแล้วออกไปได้แล้ว ส่วนเจ้าเก็บหัวนั่นแล้วเอาไปจัดการเสีย” เฉียวเยว่ที่มองเห็นสิ่งต่างๆ ตรงหน้าเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าราบเรียบ เหล่าข้ารับใช้คนอื่นต่างพากันนึกคิดภายในใจอย่างนับถือที่เฉียวเยว่ยังคงอยู่รับใช้ท่านหญิงหลี่ฟางฟางได้ขนาดนี้ถึงแม้ท่านหญิงจะใกล้เคียงกับผู้ที่กำลังเสียสติไปเต็มที
เมื่อข้ารับใช้คนอื่นออกไปจนหมด เฉียวเยว่ก็ยืนมองหลี่ฟางฟางอยู่แบบนั้น ปล่อยให้ท่านหญิงอาละวาดจนพอใจเสีย อย่างน้อยความแค้นและความโมโหที่อีกฝ่ายมีก็ทำให้เป้าหมายที่แท้จริงของตนใกล้สำเร็จลุล่วงไปด้วย
สำนักฮุ่ยเหอ
เวลาเช้าตรู่ซูฮวาตื่นขึ้นมาในห้องที่คุ้นเคยนั่นก็คือภายในสำนักฮุ่ยเหอ นางหลับนอนเสมือนคนปกติได้เพราะถือว่าสมองของนางก็ได้พักไปด้วย แต่ถึงแม้จะนอนน้อยก็ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด
ซูฮวาทบทวนเรื่องเมื่อคืนเงียบๆ อยู่พักหนึ่ง นางไม่คิดเลยว่าตนเองจะได้มาร่วมมือกับท่านพี่ของตนในสภาพร่างกายนี้ ยังดีที่เมื่อคืนอีกฝ่ายไม่ได้เห็นหน้าคร่าตาของนาง หาไม่แล้วคงจะตกใจไม่แพ้กันที่มีคนหน้าเหมือนโผล่มา
หญิงสาวลุกจากเตียงนอนเพื่อทำความสะอาดร่างกายอีกครั้ง แต่ความจริงนางได้จัดการตนเองเรียบร้อยไปแล้วหนหนึ่งเมื่อคืนนี้ เพราะมันมีทั้งเลือดของมือสังหารทั้งของตนเองปะปนอยู่ หากคนที่สำนักฮุ่ยเหอเห็นนางก็ไม่อยากจะตอบคำถาม ส่วนชุดของมือสังหารก็หาทางทำลายทิ้งไปหมดแล้ว
หลังจากทำความสะอาดร่างกาย ซูฮวาก็เลือกหนึ่งในชุดของตนเองในร่างเดิมมาสวมใส่และก็ไม่ลืมที่จะหยิบผ้าคลุมหน้าติดมาด้วย
“ซูฮวา วันนี้เจ้าจะไปธุระด้านนอกอีกหรือ” ซุนหลิงถามขึ้นเมื่อเห็นซูฮวาเดินออกจากห้องมาพร้อมกับตน
“ช่วงนี้ข้าอาจจะไม่ได้กลับมาที่สำนักบ่อยๆ” ซูฮวาตอบสั้นๆ นางอยู่ที่นี่เพียงไม่กี่วันแต่ก็ออกจากสำนักไปทุกวันเช่นกันเพื่อฟังและมองสิ่งต่างๆ ในเมืองหลวงแห่งนี้ และนั่นทำให้ตัวนางเองก็มีข้อมูลสำคัญๆ ด้านอำนาจในมือของอ๋องเจียเฉิงที่เกือบจะครอบคลุมไปทั่วทั้งเมืองหลวง
เดิมทีคิดว่าอาจต้องใช้เวลามากกว่านี้เสียหน่อยเพราะนางสืบทุกอย่างด้วยตนเอง แต่ทว่า ยามนี้นางยังมีท่านพี่ที่อาจมีข้อมูลมากกว่านั้นเนื่องด้วยอีกฝ่ายสืบเรื่องนี้มานานหลายเดือน เทียบกับนางที่มีระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน คงสืบไปได้ไกลกว่านางอยู่มากโข
และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนางก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไปอยู่ข้างกายของผู้เป็นพี่สาวฝาแฝด อีกฝ่ายอยู่ในรังศัตรู เก่งกาจมาจากไหนก็อาจมีวันเพลี่ยงพล้ำได้เหมือนกัน ซึ่งซูฮวาไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน
เมื่อร่ำลากับซุนหลิงเสร็จ ซูฮวาก็ก้าวเดินออกจากสำนักไปในทันที ถึงจะไม่มีเวลากลับมาอย่างไร นางก็จะกลับมาดูความเป็นไปของสำนักเรื่อยๆ จนกว่าสือจินรุ่ยจะกลับมา อีกอย่างนางก็อยากรู้ความเป็นไปด้วยว่าฝ่ายนั้นไปตามหาบิดาของซุนหลิงถึงไหนแล้ว และพบเจอหรือไม่
จุดมุ่งหมายในตอนนี้ของซูอวาไม่ใช่จวนสกุลหยูในทันที เพราะนางตั้งใจจะไปหาซื้อชุดและหน้ากากอันใหม่เสียก่อน ชุดที่สวมใส่ของร่างตนในอดีตถึงแม้มันจะดูดีอยู่บ้างเพราะเป็นของที่หยูจินหมิงมอบให้ ทว่าสำหรับนางที่ต้องการเป็นคนคุ้มกันของพี่สาวมันดูรุ่มร่ามเกินไป ที่สำคัญหากเขาจำได้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก
ส่วนหน้ากาก นางไม่ต้องการที่จะสวมใส่ของมือสังหารที่ตายไปแล้วผู้นั้น อีกทั้งผ้าคลุมใบหน้าที่สวมอยู่ก็เพียงเพื่ออำพรางความงามไม่ให้เป็นที่แตกตื่น แต่คงไม่สามารถปิดปังต่อซูลี่ไปได้ตลอด