แววตาของโม่อวี้เฉินมืดครึ้มลงเขาใช้พลังภายในไม่กี่ส่วน ก่อนจะใช้มือรับวัชพืชต้นนั้น แล้วก้าวออกมา
“กู้ชิงเฉิง เจ้าตั้งใจจะฆ่าสามีตัวเองหรือ” ในเมื่อโม่อวี้เฉินมาถึงแล้วเขาก็ไม่คิดจะปล่อยมือจากนางง่ายๆ เขาต้องการพาพระชายาของเขากลับไปและยิ่งกว่านั้นคือต้องการพาบุตรชายของเขากลับไปด้วย
กู้ชิงเฉิงได้ยินคำพูดนั้นนางจึงสะบัดวัชพืชออกไปอีกชุดหนึ่ง ทว่าโม่อวี้เฉินก็รับไว้ได้ทั้งหมดอย่างมั่นคง
เขาเห็นกู้ชิงเฉิงทำท่าทางหงุดหงิดราวกับใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแต่ก็ไม่ส่งผลต่อการลงมือของนางเลยแม้แต่น้อยหากไม่ใช่เพราะวรยุทธ์ของเขาแข็งแกร่งและพลังภายในล้ำลึกวัชพืชเหล่านั้นคงคร่าชีวิตเขาไปแล้ว
หญิงสาวผู้นี้ช่างพิสดารนักยากที่เขาจะหยั่งถึงโดยแท้ โชคยังดีที่นางเป็นพระชายาของเขา ไม่ใช่ศัตรูหากมีศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เขาคงได้มีเรื่องให้ทำไม่เว้นวัน
“ท่านไม่ควรเข้ามาที่สวนหรูอี้แห่งนี้” กู้ชิงเฉิงกล่าวอย่างไม่พอใจ“ไม่ได้ยินหรือว่า สวนหรูอี้เข้าแล้วไม่มีทางรอดกลับไปได้”
“นั่นสำหรับคนนอก” บนใบหน้าของโม่อวี้เฉินยังคงมีรอยยิ้มจางๆ“แต่ข้าคือสามีของเจ้า”
“ไร้ยางอาย!” กู้ชิงเฉิงรู้สึกหงุดหงิดใจและอยากจะเปลี่ยนใจฆ่าปิดปากเขาเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ทว่ารัศมีของพระเอกช่างเจิดจ้าจนไม่อาจทัดทานนางคิดไปคิดมา เกรงว่าจะสู้เขาไม่ได้ จึงจำต้องเลือกที่จะเกาะขาข้างนี้เอาไว้
“เจ้าอยากให้ข้าทำเรื่องไร้ยางอายกระนั้นหรือ” มุมปากของโม่อวี้เฉินยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
โม่อวี้เฉินในยามนี้แตกต่างจากความทรงจำที่ร่างเดิมทิ้งไว้ให้โดยสิ้นเชิงไม่ใช่ว่าเขาควรจะเคร่งขรึมและเลือดเย็นมิใช่หรือ? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เดิมทีโม่อวี้เฉินก็มีรูปโฉมงดงามชวนให้หลงใหลอยู่แล้วในยามนี้เขากลับยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำให้กู้ชิงเฉิงแทบจะต้านทานไม่ไหวช่างชวนให้หลงใหลเสียจริง!
นางพยายามแล้วแต่ก็ยังไม่อาจละสายตาได้ นางจ้องมองเขาตรงๆ แล้วกล่าวว่า“ตอนนี้ท่านก็ไร้ยางอายอยู่แล้วไม่ใช่หรือ? พระชายากับบุตรชายของท่านหายไปท่านก็ไม่ควรจะชี้ตัวคนมั่วซั่ว เพราะข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับท่าน!”
“ใบหน้าของเจ้า ข้าไม่มีทางจำผิด แม้จะถูกทำลายไปแล้วแต่ข้าก็ยังจำได้”โม่อวี้เฉินปรับสีหน้าให้เป็นปกติ และกล่าวด้วยความจริงจัง
ครั้งนี้เขาก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องทำตามที่คิดให้ได้ เขาตามนางมาถึงสวนหรูอี้แล้วเขาจะต้องพาทั้งภรรยาและบุตรชายกลับไปให้ได้ นอกจากนี้เขาจะทำให้ตระกูลกู้สิ้นหวังยิ่งไปกว่านั้นคือต้องทำให้กู้ตงหลิงยอมพ่ายแพ้
เขารังเกียจความวอแวของกู้ตงหลิงเป็นอย่างยิ่งเช่นเดียวกับที่เคยรังเกียจกู้ชิงเฉิงในตอนแรก แต่ตอนนี้เขากลับไม่ได้รังเกียจอีกต่อไปแล้ว ตรงกันข้าม เขากลับสนใจนางยิ่งนัก
กู้ชิงเฉิงไม่ต้องการจะใส่ใจเขาทว่าเขาก็มาถึงสวนหรูอี้แล้ว และนางก็ไม่อาจเอาชนะเขาได้
“เจ้าไม่อยากกลับไปที่ตระกูลไป๋บ้างหรือ?” โม่อวี้เฉินหรี่ตาลงพลางมองไปที่กู้ชิงเฉิง “เจ้าไม่อยากรู้หรือว่ามารดาของเจ้าตายไปได้อย่างไร?”
แน่นอนว่ากู้ชิงเฉิงย่อมรู้ดีอยู่แล้วนางอ่านนิยายเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนเรื่องการแก้แค้นนางยังไม่ได้คิดเรื่องนั้น เพราะนางต้องรักษาชีวิตตนเองและลูกให้ได้เสียก่อนนางต้องมีความสามารถเพียงพอจึงจะแก้แค้นได้
ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของโม่อวี้เฉินหัวใจของนางก็กระตุกวูบหนึ่ง นี่ดูเหมือนไม่ใช่ความรู้สึกของนางน่าจะเป็นความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิมกระมัง
ในชั่วขณะนั้นนางมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสังหารกู้ตงหลิงเพื่อแก้แค้นให้ไป๋ซินทว่าอีกใจของนางก็บอกนางว่าไม่ควรทำเช่นนั้น
ตอนนี้กู้ตงหลิงได้ครอบครองตระกูลไป๋ทั้งหมดทุกคนต่างเชื่อฟังนาง และมองว่านางเป็นคนดี
หากกู้ชิงเฉิงลงมืออย่างหุนหันพลันแล่นก็มีแต่จะทำให้คนในตระกูลไป๋พุ่งเป้ามาที่นางเพราะกู้ตงหลิงได้วางแผนให้คนในตระกูลไป๋เข้าใจว่าไป๋ซินตายเพราะกู้ชิงเฉิงคนในตระกูลไป๋จึงรังเกียจกู้ชิงเฉิงไม่น้อย
โม่อวี้เฉินเห็นแววตาของกู้ชิงเฉิงที่เปลี่ยนแปลงไปเขาก็รู้ว่านางใจอ่อนแล้ว
“เรื่องในอดีต ข้าจะช่วยเจ้าสืบสวนเอง” โม่อวี้เฉินกล่าวต่อ“แม่ทัพไป๋เคยรักเจ้าถึงเพียงนั้น เจ้าจากไปแล้วไม่กลับมาเช่นนี้ดูท่าจะไร้ซึ่งความเมตตาอยู่บ้าง”
โม่อวี้เฉินรู้ดีว่าเมื่อเผชิญหน้ากับกู้ชิงเฉิง ต้องโจมตีที่จิตใจของนาง!
กู้ชิงเฉิงจ้องมองโม่อวี้เฉินด้วยความไม่พอใจก่อนจะเอ่ยว่า “ไม่จำเป็นต้องให้ท่านมาสอนข้า”
บุรุษผู้นี้สามารถบงการอารมณ์ของนางได้ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจและคับข้องในอก ชีวิตของนางไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดมาชี้ทางนางย่อมมีวิถีของตนเองว่าจะทำสิ่งใดหรือไม่ทำสิ่งใด
เรื่องราวของตระกูลไป๋นางก็ย่อมรู้แจ้งแก่ใจ และนางจะจัดการเองในภายหลัง
แต่เมื่อโม่อวี้เฉินกล่าววาจาเช่นนี้มันก็ปลุกเร้าความไม่พอใจของเจ้าของร่างขึ้นมา ทำให้นางรู้สึกไม่สบอารมณ์
“อันที่จริงท่านแม่ทัพไป๋ก็อายุมากแล้วช่วงปลายปีที่แล้วยังล้มป่วยหนักครั้งหนึ่ง” โม่อวี้เฉินจับจุดสำคัญได้ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะกล่าวสิ่งใด สตรีผู้นี้ก็ไม่แยแส แต่เมื่อเอ่ยถึงตระกูลไป๋อารมณ์ของนางกลับแปรปรวนขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงคิดว่าเขาควรจะเริ่มเข้าหานางจากเรื่องของตระกูลไป๋
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?” กู้ชิงเฉิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
แม่ทัพไป๋มีบุตรชายถึงสิบเอ็ดคนทว่ากลับมีบุตรสาวเพียงคนเดียวคือไป๋ซิน ซึ่งเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของตระกูลไป๋ซินนั้นมีชีวิตราวกับองค์หญิงที่แท้จริง บิดามารดารักใคร่พี่ชายทั้งสิบเอ็ดคนต่างก็เอ็นดูนาง แม้แต่หลานชายยังคอยเอาอกเอาใจหากนางปรารถนาสิ่งใด คนตระกูลไป๋ย่อมหามาให้ทุกสิ่ง
ดังนั้นเมื่อนางชอบพอกู้หยวนเจี๋ยคนตระกูลไป๋จึงไม่ได้สนใจว่าเขามีภรรยาอยู่แล้วโชคดีที่ไป๋ซินไม่ได้มีนิสัยเอาแต่ใจ ด้วยนางเติบโตในค่ายทหารมาตั้งแต่เด็กจึงมีนิสัยเปิดเผยตรงไปตรงมา อีกทั้งนางเสนอตัวเป็นอนุภรรยาเพื่อไม่ให้คนตระกูลไป๋ต้องลำบากใจกับกู้หยวนเจี๋ยและฮูหยินกู้
ทว่าการไม่แก่งแย่งชิงดีของนางกลับทำให้กู้ชิงเฉิง ซึ่งเติบโตมาในความเอาอกเอาใจตั้งแต่เด็กไม่อาจยอมรับการเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาได้
กู้ชิงเฉิงในเวลานั้นรู้สึกว่ามารดาของตนเองไร้ความสามารถด้วยมีฐานะถึงขั้นองค์หญิงชั้นหนึ่ง แต่กลับต้องมาเป็นอนุภรรยาทำให้กู้ชิงเฉิงต้องกลายเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาไปด้วย
อันที่จริงท่านแม่ทัพไป๋ก็ไม่พอใจในจุดนี้เช่นกันเขาเองก็เคยเอ่ยเรื่องนี้กับไป๋ซินหลายครั้ง
แต่ไป๋ซินกลับคิดว่าหากเป็นทายาทของตระกูลไป๋ ยังมีผู้ใดกล้าดูแคลนได้อีก?จะเป็นบุตรที่เกิดจากภรรยาเอกหรืออนุภรรยา ก็ล้วนไม่สำคัญ
หารู้ไม่ว่าในสายตาของคนทั่วไปนั้นย่อมแบ่งแยกบุตรที่เกิดจากภรรยาเอกและอนุภรรยาแม้เบื้องหลังของกู้ชิงเฉิงจะแข็งแกร่งเพียงใดแต่เมื่อมีชื่อว่าเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยา นางก็ย่อมต่ำต้อยกว่าผู้อื่นทันที
น่าเสียดายที่แม้กู้ชิงเฉิงจะมีเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจและตระกูลมารดาจะทรงอิทธิพลเพียงไหนก็ไม่อาจเป็นคู่มือของกู้ตงหลิงที่กลับชาติมาเกิดและรู้ทุกสิ่งได้
“ท่านแม่ทัพชราออกศึกมานาน ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล เมื่ออายุมากขึ้นบาดแผลเก่าที่ยังไม่ได้รับการรักษาอย่างดีก็กำเริบขึ้นมาพร้อมกัน” โม่อวี้เฉินกล่าวความจริงพลางเลิกคิ้วมองดวงตาของกู้ชิงเฉิงดวงตาของนางช่างงดงาม เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา
เป็นจริงดังคาดกู้ชิงเฉิงกำหมัดโดยไม่รู้ตัว นางก้มหน้าลง ขนตายาวปกปิดอารมณ์ในดวงตาเอาไว้นี่คงเป็นการปกปิดกระมัง
“ก่อนหน้านี้ตระกูลไป๋เคยมาที่อันหยวนถังเพื่อตามหาท่านหมอกู้ผู้เลื่องชื่อ”โม่อวี้เฉินก้าวไปข้างกายกู้ชิงเฉิงช้าๆ พลางกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า“ได้ยินมาว่าช่วงนั้นท่านหมอกู้ไม่อยู่”
ในแต่ละเดือนกู้ชิงเฉิงจะปรากฏตัวในวันที่อันหยวนถังเพื่อเปิดตรวจรักษาประจำเดือนเท่านั้นส่วนวันอื่นๆ นางไม่ได้อยู่ที่นั่น
“เจ้าไม่อยากเห็นกู้ตงหลิงได้รับการลงทัณฑ์ที่สมควรหรือ? เหตุใดจึงไม่ไปดูด้วยตนเองเล่า” ยามนี้โม่อวี้เฉินเปลี่ยนเรื่องกล่าวถึงสิ่งที่นางสนใจ
“ท่านแม่!” ยามนั้นกู้จิ่งเซวียนก็วิ่งเข้ามาใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความจำใจ “ท่านแอบมาพบปะกับท่านพ่อในอนาคตของข้าลับๆงั้นหรือ”
“เจ้าเด็กดื้อ!” กู้ชิงเฉิงรู้สึกว่านางจะต้องถูกเจ้าเด็กคนนี้ทำให้โมโหจนกระอักเลือดตายในไม่ช้า“เจ้าไม่ได้เรียนหนังสืออยู่ในหอคุณธรรมอย่างสงบเสงี่ยมมาที่นี่ทำไม?”
“ท่านแม่คิดว่า… ข้าอยู่ที่นี่จะขัดขวางการพบปะของท่านหรือ? เช่นนั้นข้าพูดจบก็จะรีบไปทันทีขอรับ!” กู้จิ่งเซวียนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ “ท่านอาหยวนเพิ่งลองยาพิษและหาวิธีแก้ไม่ได้ขอรับ”
เรื่องทำให้กู้ชิงเฉิงรู้สึกจนใจเล็กน้อยหยวนจิ่วผู้นี้ยังคงบ้าระห่ำเช่นเดิม เพื่อทดลองยาพิษเขามักจะใช้ตัวเองทดลองยาพิษอยู่เสมอ ในร่างกายของเขามียาพิษไม่ต่ำกว่าร้อยชนิดปัจจุบันทำได้เพียงใช้ยาควบคุมเอาไว้
หากวันใดมันกำเริบขึ้นมาเกรงว่าแม้เทพเซียนก็ไม่อาจช่วยเขาได้