ทั่วเมืองแตกตื่นกันยกใหญ่ เมื่อได้ยินเสียงบทกวีดังทั่ว
" ท่านยอดยุทธอยู่ที่เมืองม่อเสียนเช่นนั้นรึ " ปรมาจารย์ตู้เอ่ยออกมา
เสียงบทกวีดังขึ้นปลุกให้เหล่าปราชญ์ทั้งหลายตื่นขึ้นกลางดึก
พลันปรากฎลำแสงมากมายพุ่งทะยานฝ่าความมืดตรงไปยังเมืองม่อเสียนอย่างรวดเร็ว
ทั้งที่รู้ว่าท่านยอดยุทธจากไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงพุ่งทะยานไป
ความคิดของพวกนักปราชญ์ทั้งหลายในเวลานี้ ต่างคิดเช่นเดียวกันก็คือ เพียงรูปรอยที่พบเห็นก็อาจช่วยให้เข้าถึงจิติญญาแห่งปราชญ์ได้
ทั่วแคว้นต้าฟู่สับสนอลหม่าน มิว่าจะเป็เหล่ายอดยุทธ มิว่าจะเป็บัณฑิต ต่างพุ่งทะยานร่างไปยังเมืองม่อเสียนอย่างบ้าคลั่ง
" ส่งกำลังไปดูแลความเรียบร้อยที่นั่น อย่าให้เกิดสิ่งใดขึ้นกับท่านยอดยุทธ รึถิ่นที่พำนักของท่านยอดยุทธ " เสียงเรืองอำนาจดังขึ้น
" ขอรับ " แม่ทัพเกราะม่วงขานรับ
" จู่จู่ก็ปรากฎยอดยุทธผู้สูงส่ง นี่มันดีรึร้ายกัน " ฟู่อ๋องพึมพำ
ในขณะที่ทั่วแคว้นกำลังวุ่นวายอยู่นั้น เมื่อมองเข้าไปในป่าจะพบว่ากำลังมีชายหนุ่มผู้หนึ่งวิ่งห้อตะบึงอย่างรวดเร็วในอยู่ในป่า
ซึ่งทิศทางที่ชายหนุ่มมุ่งไปนั้น สวนทางกับลำแสงมากมายที่พุ่งออกจากเมืองหลวง
หานลี่รั้งกายไว้ พลางมองยังลำแสงที่พุ่งทะยานฝ่าห้วงนภา
" ไปที่ใดกัน " หานลี่พึมพำ
" ไป " หานลี่หาได้สนใจ เร่งวิ่งตะบึงอย่างรวดเร็ว
ราวสามชั่วยาม ปรมาจารย์ตู้มาถึงยังร้านของชายหนุ่ม
" ที่นี่ " ปรมาจารย์ตู้พึมพำ
เขาหลับตาพลางสูดหายใจเข้าลึก แลพ่นออกอย่างช้าๆ
" กลิ่นอายนี้ช่างสูงส่งยิ่งนัก " ปรมาจารย์ตู้ทะยานร่างลงยังพื้น พลางก้าวเท้าเข้าไปในร้านอย่างเชื่องช้า
เมื่อเข้ามาภายใน ทั่วร่างชราพลันสะท้าน เมื่อเต๋าพิสุทธิ์โลมเลียทั่วร่าง
สองตาของปรมาจารย์ตู้พลันเอ่อคลอ ั์ตาแดงก่ำ
" แม้นเหลือเพียงรูปรอย ก็ยังสามารถส่งให้ข้าไปถึงฝั่งฝันได้ " ปรมาจารย์ตู้เอ่ยออกมา
หลังจากชื่นชมในร้านอยู่พักใหญ่ ชายชราเดินออกไปยังด้านหลัง
สองตาของเขากวาดมองทั่วลานกว้าง ที่รายล้อมด้วยห้องหับ
ชายชราพยักหน้า แลเดินไปยังห้องที่มีรูปรอบแห่งเต๋าพิสุทธิ์ ฝ่ามือหนึ่งยื่นเหยียดออกไป
" แอ๊ด " ประตูห้องถูกเปิดออก
" อือ " ร่างชราพลันสะท้าน เมื่อเต๋าพิสุทธิ์พุ่งทะยานเข้าโลมเลียทั่วร่าง
สองเท้าของชายชราก้าวเดินเข้าไปในห้องอย่างเชื่องช้า สองตากวาดมองทั่วทั้งห้อง
" เตียงนอนนี้ อบอวลไปด้วยเต๋าพิสุทธิ์ ทั้งยังเต็มไปด้วยจิติญญา " ชายชราพึมพำ
" หากได้ไปนอนคงดีมิน้อย " ดวงตาของชายชราเปล่งประกายวาวโรจน์
ชายชราวาดมือคว้าเตียงนอนแลส่งเข้าไปในแหวนมิติ
" ไอ้แก่ เ้าจะเอาเตียงล้ำค่านั่นไปที่ใด " เสียงหนึ่งร้องออกมา
" ข้าพบเจอก่อน มันต้องเป็ของข้า " ปรมาจารย์ตู้ร้องออกมา
" ข้ามิเคยคิดเลยว่า สุภาพชนอย่างพวกเ้า จะกล้าพูดคำนี้ออกมา " ชายวัยกลางคนเอ่ยออกมา
" ของเช่นนี้ ใครดีใครได้ " ชายวัยกลางคนเอ่ยออกมา
" เปรี้ยงง " หมัดของชายวัยกลางพุ่งทะยานเข้าหาชายชราอย่างรวดเร็ว
" วู๊มมม " มวลอากาศพลันบิดเบี้ยวเมื่อหมัดนั้นทะลวงผ่าน
" อือ " ชายชราพลันเหยียดร่างถอย แลเหวี่ยงหมัดออกสวนออกไป
" ตูมมม " แรงะเิส่งสองร่างเหยียดถอย
" ครืนน " แรงะเิกวัดกวาดบ้านหลังเล็กของชายหนุ่มพินาศสิ้น
" ไอ้สาระเลว " ชายวัยกลางคนกัดกรามแน่น
มันหมายตายึดครองบ้านหลังนี้ทั้งหลัง แต่เวลานี้กลับกลายเป็มิหลงเหลือสิ่งใด แม้นแต่เสาเรือนก็มิมีให้เห็น
" แรงะเิของขั้นสรรสร้างนั้นหาใช่สิ่งที่จะล้อเล่นได้ "
" ยังห่างชั้นยิ่งนัก กว่าที่ข้าจะไปถึง " ชายหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยออกมา
" เวลานี้มิหลงเหลือสิ่งใดแล้ว " ชายหนุ่มพึมพำ แลทะยานร่างกลับยังเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
" มิมีสิ่งใดแล้ว ก็มิรู้จะอยู่เพื่อสิ่งใด "
ฝูงชนมากมายต่างเร่งทะยานร่างกลับยังเมืองหวงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสวนทางกับกองทหารที่กำลังทะยานร่างมา
" เหตุใดจึงกลับกันหมดแล้ว " แม่ทัพเกราะม่วงเอ่ยออกมา
" พวกเ้าจะไปที่ใด " แม่ทัพร้องถาม
" มิมีสิ่งใดหลงเหลือแล้ว ข้ามิรู้จะอยู่เพื่อสิ่งใด " ชายผู้หนึ่งร้องออกมา
" มิมีสิ่งใดหลงเหลือ หมายความว่าเช่นใด " แม่ทัพเกราะม่วงพึมพำ
" ท่านแม่ทัพ มิใช่ว่าต่อสู้กันจนบ้านพังหมดสิ้นแล้วรึ " ทหารผู้หนึ่งเอ่ย
" เวรเอ๊ย " แม่ทัพร้องออกสุดเสียง พลางเร่งทะยานร่างสุดชีวิต
" ข้าได้รับมอบหมายให้มาปกป้องบ้านของท่านผู้นั้น ข้ายังไปมิถึงก็พังหมดสิ้นแล้ว " แม่ทัพร้องออกมา
สองตาของแม่ทัพเกราะม่วงมองยัง ชายชราแลชายวัยกลางคนที่ฟาดฝ่ามือใส่กันอย่างมิหยุดยั้ง
แม่ทัพเกราะม่วงกวาดตามองทั่วเมือง พลางพยักหน้า
" ยังดีที่มีบ้านของท่านผู้นั้นเพียงหลังเดียวที่พัง หากบ้านของชาวบ้านพังพวกเ้าต้องชดใช้ " แม่ทัพเกราะม่วงเอ่ยออกมา
" ท่านแม่ทัพเมื่อมิมีสิ่งใดแล้ว กลับเลยรึไม่ " ทหารผู้หนึ่งเอ่ย
" ช้าก่อน รอให้ไอ้บ้าสองคนนั่นกลับเสียก่อน พวกเราค่อยไป " แม่ทัพเกราะม่วงเอ่ยออกมา
ชายหนุ่มรอนแรมอยู่เนิ่นนานราวหกเดือนจึงมาถึงยังชายแดนเมืองหลวง
สองตาของเขามองจ้องยังกำแพงสูงราวสิบจ้าง ทอดยาวไกลหลายลี้
ทั้งส่วนลึกของเมืองปรากฎูเาน้อยใหญ่ตั้งเรียงรายมิรู้จบ บนยอดูเาปรากฎตำหนักหลังเล็กใหญ่
" ฟู่ว " หานลี่เป่าปากออกมาอย่างแรง พลางทะยานร่างไปยังประตูเมืองใหญ่ ที่เต็มไปด้วยทหารกล้า
หานลี่ยืนต่อแถวเพื่อรอตรวจค้นอยู่นานก่าจะถึงตน
" น้องชาย เ้ามาจากที่ใด " นายกองเอ่ยถาม
" ข้ามาจากเมืองม่อเสียน " หานลี่เอ่ยออกมา
" เ้ามาที่นี่เพราะเหตุใด " นายกองเอ่ยถาม
" พี่ชาย ข้าเป็นายพรานล่าสัตว์อสูร วันนี้จะเข้าเมืองเอาสัตว์อสูรไปขาย " หานลี่เอ่ยออกมา
" มิน่าเล่า ตัวเ้าจึงมีกลิ่นคาวเืสัตว์อสูรฟุ้งทั่วร่าง " นายกองทหารเอ่ย
" เข้าไป " นายกองเอ่ยออกมา
" ขอบคุณ " หานลี่เอ่ยออกมา แลเดินเข้าในเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
สองตาของหานลี่กวาดมองทั่วสองฝั่งฟากทางเดิน ร้านรวงใหญ่น้อยตั้งเรียงรายอยู่สองฟากฝั่งของถนน หาบเร่แผงลอยตั้งเด่นอยู่ริมสองข้างทาง
สองเท้าของเขาก้าวเดินออกไปอย่างเชื่องช้า สองตากวาดมองทั่ว
" กรุบ กรุบ " เสียงเกือกม้ากระทบลงพื้นถนนที่แข็งแกร่งดังลั่นทั่ว
หานลี่ที่มัวมองเหม่อชมสินค้ามากมายมิทันได้ระวัง " เพี้ยะ " แส้หางัฟาดเข้าที่กลางหลังสุดแรง
" อั้ก " โลหิตพ่นพรวดออก ทั้งร่างยังลอยละลิ่วชนกับแผงขายของข้างทาง
" โครม " ร่างของหานลี่กระแทกเข้าแผงขายของอย่างแรง
" อ้ากกก " หานลี่ร้องะโออกมาอย่างเ็ป ทั่วร่างสั่นสะท้าน
ชายหนุ่มผู้หนึ่งมองยังร่างที่โชกไปด้วยโลหิต พลางเหยียดยิ้มออกมา
" เป็เพียงสามัญชนไฉนเลยกล้าขวางทางนายน้อยหมง " ชายวัยกลางคนเอ่ยออกมา
ชายวัยกลางคนลงจากหลังม้า พลางกำแส้หางัไว้แน่น
" ข้าจะบอกให้พวกเ้ารู้ไว้ หากมีผู้ใดกล้าที่จะขวางทางนายน้อยหมงของข้าอีก มันผู้นั้นจะเป็เช่นนี้ " ชายวัยกลางเอ่ยออกมา
" เพี้ยะ " เสียงแส้หางัฟาดลงกลางหลังของชายหนุ่มอีกครา
" อั้ก " โลหิตสดๆไหลทะลักออกนองพื้น
" เพี้ยะ " แส้หางัฟาดลงกลางหลังอีกครา
" พอ มันจะตายเสียก่อน " นายน้อยหมงเอ่ยออกมา
" จำไว้ " ชายไว้กลางคนร้องะโออกสุดเสียง
" ไป " นายน้อยหมงเร่งควบม้าไปอย่างรวดเร็ว
" ฮื่อห์ ฮื่อห์ " หานลี่หอบหายใจออกมาอย่างแรง พลางหยัดกายลุกยืนอย่างโซเซ
" เ้าทำแผงขายของข้าพัง เ้าต้องชดใช้ " พ่อค้าเอ่ยออกมา
" เอ๋ " หานลี่ลืนความเ็ปในทันใด พลางมองยังพ่อค้า
" มันเป็เพราะความผิดของเ้า ที่ขวางทางนายน้อยหมง " พ่อค้าเอ่ยออกมา
" ได้ " หานลี่พยักหน้าช้าๆ เขาเองก็เจ็บอย่างหนัก แต่กลับต้องมาชดใช้
" เ้า้าเท่าใด " หานลี่เอ่ยออกมา
" สิบเหรียญทอง " พ่อค้าเอ่ยออกมา
" เอาไป " หานลี่โยนเหรียญทองออกไปสิบเหรียญ แลผินกายเดินจากมา
" ต้องหาที่รักษาแผลเสียก่อน " หานลี่พึมพำ