“เดี๋ยวก่อน ยาที่อยู่ในตู้ใบนี้เจ้าจะบอกว่ามันเป็นยาคุณภาพ 10 ส่วนทั้งหมดเลยอย่างนั้นหรือ”
ผู้นำตะกลูกัวและผู้นำตระกูลอู่รวมไปถึงผู้ติดตามล้วนเบิกตากว้าง เนื่องจากยาในชั้น 3 ของตึกยาสวรรค์เกินกว่าครึ่งมีคุณภาพ 10 ส่วน แม้อีกครึ่งจะไม่ได้มีคุณภาพ 10 ส่วนแต่มันก็เป็นคุณภาพ 8 และ 9 ส่วนที่หาซื้อได้ยากแล้วมีราคาแพง
“ใช่แล้ว ทุกอย่างมีคุณภาพอย่างที่พวกท่านมองเห็น”
นายน้อยตระกูลเฉินกัดฟันแน่น ทุกอย่างภายในตึกยาสวรรค์ล้วนแล้วมีคุณภาพเยอะกว่าพวกมัน ไม่ว่าจะเป็นยาระดับ 1 ไปจนถึงยาระดับ 5 ที่ตึกยาสวรรค์ขายนั้น ล้วนแล้วเหนือกว่าพวกมันไปมากจนไม่มีทางทำลายได้ หนำซ้ำตอนนี้เจ้าเมืองยังคุ้มครองร้านอีก ทำให้พวกมันยากจะหาแผนทำลาย
“ท่านเจ้าตระกูลทั้งสอง ไม่ทราบว่าอัจฉริยะในตระกูลของท่านมีความโดดเด่นในด้านพลังเป็นระดับใดแล้ว”
“หืม เจ้าหมายความว่ายังไง”ผู้นำตระกูลอู่ไม่เข้าใจ
“ข้ามีสิ่งของจะมอบให้พวกท่านทั้งสอง การที่พวกท่านเดินทางมาเยี่ยมเยือนข้าที่พึ่งเปิดร้านแบบนี้ หากข้าไม่มีของมอบให้มันก็ดูไร้น้ำใจแย่”
“ฮ่าๆๆ ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่เกรงใจ ตอนนี้อัจฉริยะในตระกูลของข้าเป็นระดับจารึกขั้น 7”
“ข้าก็เช่นเดียวกัน”
ผู้นำตระกูลกัวและผู้นำตระกูลอู่พูดออกมาด้วยความภูมิใจ ระดับจารึกของอัจฉริยะในตระกูลของพวกมันนับได้ว่านำหน้าเด็กรุ่นเดียวกันไปมาก ซิงเยียนที่ได้ยินดังนั้นจึงมอบยาระดับ 5 คุณภาพ 10 ส่วนให้กับผู้นำทั้ง 2 ไปคนละ 10 เม็ดสร้างความรู้สึกดีใจให้ผู้นำตระกูลทั้งสองไม่น้อยจนยิ้มออกนอกหน้า
“ฮ่าๆๆ วันนี้ข้าไม่รบกวนพวกท่านแล้ว ข้าขอให้ตึกยาสวรรค์ของท่านขายดิบขายดี”
“ข้าเจ้าตระกูลกัวก็อวยพรท่านเช่นเดียวกันกับเจ้าตระกูลอู่ ขอลาๆ”
“ขอให้พวกท่านทั้งสองเดินทางปลอดภัย”
ซิงเยียนและคนของเธอเดินมาส่งเจ้าตระกูลทั้ง 2 หน้าตึกยาสวรรค์แต่ทันใดนั้นซิงเยียนก็แสดงท่าทางเหมือนนึกบางอย่างได้จึงรีบควักบางอย่างออกมาจากแหวนเก็บของมอบให้ผู้นำทั้งสองตระกูลไป
“ท่านเจ้าตระกูล ข้าลืมบางอย่างที่คิดจะมอบให้พวกท่าน หวังว่ามันจะเป็นการผูกมิตรที่ดีระหว่างพวกเรา”
“หือ” ผู้นำตระกูลที่กำลังเดินขึ้นไปบนรถม้าหันมองซิงเยียนที่เดิมตามหลังแต่เมื่อเห็นกล่องเก็บยาเล็กๆเปิดอ้าออกมานั้นเขาถึงขั้นตกใจตื่นไม่คิดว่าจะได้จับยาระดับ 7 คุณภาพ 9 ส่วน
“นี่เป็นยาเพิ่มพลังวิญญาณระดับ 7 คุณภาพ 9 ส่วน ข้าซิงเยียนขอมอบให้พวกท่านทั้ง 2 คนเพื่อผูกมิตรไมตรี”
“ฮ่าๆๆๆ ดี ดีมาก ข้าผู้นำตระกูลกัวขอรับความหวังดีนี้ไว้ ต่อจากนี้ไปตระกูลของข้าจะไม่มารบกวนเจ้า ฮ่าๆๆ”
“คุณหนู ข้าผู้นำตระกูลอู่จะรับน้ำใจครั้งนี้ไว้ หวังว่าพวกเราทั้งสองจะเป็นมิตรต่อกันตลอดไป”
“ขอให้ท่านทั้งสองเดินทางปลอดภัย”
ซิงเยียนมองผู้นำตระกูลทั้ง 2 นั่งรถม้ามุ่งหน้ากลับตระกูล ก่อนจะหันมองคนของตระกูลเฉินเพราะตอนนี้พวกเขาเปิดฉากท้าทายเต็มรูปแบบแล้ว การผูกมิตรชาวเมืองและตระกูลใหญ่รวมไปถึงเจ้าเมืองพวกเขาทำสำเร็จแล้ว จึงได้เวลาท้าชนตระกูลเฉิน
“นายน้อยตระกูลเฉิน ท่านยังต้องการซื้อยาของข้าอีกหรือไม่”
“หึ ข้าหวังว่าเจ้าจะมีมันขายให้พวกเขาจนครบทุกคน”
“ข้ามีแน่ หากท่านยังมีคนในตระกูลอีกนับหมื่นข้าก็มีขาย”
ซิงเยียนฉีกยิ้มแล้วเดินกลับเข้าไปในร้าน เธอไม่จำเป็นต้องต้อนรับใครแล้วเพราะนายน้อยตระกูลเฉินเดินทางกลับไปเช่นกัน เหลือเพียงแค่คนตระกูลเฉินที่กำลังต่อแถวเข้ามาในร้าน พลางถูกตงฟางชี้หน้าใครบางคนที่แอบจะเข้ามาซื้อยารอบ 2
—-----------------------------------
“เอือ~! เมื่อยจังเลย จะมีใครมานวดให้ไหมนะ จะมีไหมน่า~”
ซิงเยียนเดินไปทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มๆพลางพูดกับชายสวมฮูดดำยืนอยู่หน้าห้องของเธอ วันนี้เธอรู้สึกเหนื่อยมากกับการขายที่ไม่ได้กำไร เมื่อหักลบของแจกและของที่ขายออกไป มันเท่ากับทุน ยังดีที่ตงฟางใช้สมุนไพรรอบๆเมืองต้วนอี้เสริมเข้าไปด้วยจึงทำให้พวกเธอไม่ขาดทุน
ถึงอย่างนั้นเรื่องที่เธอทำไปในวันนี้กลับมีผลเป็นอย่างมากกับเมืองต้วนอี้ เธอแทบจะรอไม่ไหวแล้วกับวันพรุ่งนี้ที่กำลังจะมีข่าวฉีกหน้าตระกูลเฉินประกาศไปทั่วเมือง แต่เธอกลับต้องเล่นกับตงฟางแก้เมื่อยก่อน หลังจากวันนี้ไปจะต้องยุ่งแน่นอนจึงขอใช้เวลาว่างหยอกล้อตงฟางให้หายเหนื่อย
“เมื่อยจังเลย~” ซิงเยียนพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนส่งไปให้ชายที่อยู่หน้าห้องของเธอได้ยินเสียง ทันใดนั้นเธอก็พบว่าเงาของคนที่อยู่หน้าห้องเปลี่ยนไปเป็นของอสูรโลหิต จึงพยายามมองหาเงาของตงฟางจนรู้ว่าเขาอยู่ภายในห้องและกำลังถอดชุดสีดำเพื่อจะนอน
“เมื่อยจังเลย~ จะมีคนใจดีนวดให้ไหมนะ มีไหมน่า~”
ตงฟางมองไปยังชุดที่ค่อยๆแหวกจนเห็นขาอ่อน หากเขาไม่นวดคืนนี้เขาคงไม่ได้นอน จึงกวักมือเรียกพี่ซิงเยียนให้เข้ามาหาพลางนวดเท้าและไหล่ที่เธอบ่นว่าปวด
“อิยาห์~”
“พี่จะบ้าหรือไง!!! อย่ามาร้องแบบนี้สิ หากมีคนพุ่งเข้ามาจะทำยังไง” ตงฟางหัวใจเต้นตุบตับกับเสียงร้องเมื่อครู่นี้
“ฮิฮิ ก็แค่ล้อเล่น ตรงนี้ๆ พี่สาวปวดมากๆเลย”
ตงฟางเลื่อนมือไปเรื่อยๆพยายามคลายจุดให้ผ่อนคลายทันใดนั้นหญิงสาวที่ทำตัวตามสบายก็ขยับตัวกระทันหันทำให้มือของเขาที่กำลังจะจับหัวไหล่พลาดไปจับหน้าอกข้างซ้ายเต็มๆมือ
“พี่ซิงเยียน!” ตงฟางร้องลั่นยังดีที่เขาใช้พลังจิตคลุมห้องเอาไว้
“แหมหน้าแดงเชียว ต้องเป็นฝ่ายพี่สาวสิที่ต้องร้อง”
“ใช่ หากเป็นคนอื่นผู้หญิงจะต้องร้อง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ พี่ซิงเยียนจงใจให้ผมจับตรงนั้น”
“ตายจริง ทั้งหน้าและหูแดงหมดแล้ว เอานี่พี่สาวจะเช็ดเลือดกำเดาให้”
ตงฟางรับผ้ามาซับเลือดภายในใจของเขาอึดอัดมาก อยากจะระเบิดอารมณ์ออกมา ถึงอย่างนั้นเขาคิดว่ามันจะต้องมีเวลาที่เป็นของเขาสักวัน เพราะหากผู้มีสายเลือดมังกรมารบรรพกาลเลือดเป็นพิษกันทุกคน เขาคงไม่เกิดขึ้นมาอย่างแน่นอน ในตอนที่พ่อกับแม่ของเขาเล่นจ้ำจี้ พ่อของเขาคงตายเพราะพิษไปแล้ว
“คอยดูเถอะ”
“ตงฟาง.. เป็นอะไรไม่นวดต่อล่ะ คิดอะไรอยู่หรือเปล่า หรือว่ากำลังคิดจะทำแบบนั้นกับพี่สาว ไม่นะ”
ตงฟางกุมขมับตัวเองด้วยความเหนื่อยล้า พลางคิดถึงพี่เยว่สือและซูฮวา หากได้คุยสักนิดคงพอจะทำให้เขาเปลี่ยนบรรยากาศได้ กระทั่งเขานวดจนผ่านไปหนึ่งชั่วโมงหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงของเขาก็หลับไปโดยไม่ร่ำลา เขาจึงจัดแจงท่าทางและห่มผ้าให้แล้วหลับไปเช่นกัน
—-------------------------------
“หึ จะแจกได้อีกนานแค่ไหนกัน”
คนของตระกูลเฉินต่อแถวเข้าไปในตึกยาสวรรค์เช่นเดิมในช่วงเช้า ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับมาช้ากว่าชาวบ้านที่มาต่อแถวตั้งแต่เช้ามืดเพราะกลัวจะซื้อยายี่จงไม่ทัน
“นายน้อย ถ้าพวกมันแจกแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ข้าคิดว่าพวกมันจะต้องมีเม็ดยาราวๆ 1 ล้านเม็ด”
“หึ ให้มันแจกต่อไป เดี๋ยวพวกมันก็ได้กลับเมืองหลงไห่เพราะเงินและยาหมด”
นายน้อยตระกูลเฉินมองจ้องไปยังตึกยาสวรรค์เก้าชั้นฟ้าในช่วงเช้าหลังจากมันกลับมาดูแลร้าน ทันใดนั้นมันก็ได้รับรายงานเรื่องที่ไม่คาดฝัน
“นายน้อย เช้านี้ยังไม่มีใครเข้ามาในร้านยาของเราเลย ร้านอื่นๆของพวกเราก็เช่นเดียวกัน ทุกคนล้วนให้ความสนใจกับตึกยาสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพหรือของที่พวกเขาแถม ล้วนแล้วน่าสนใจกว่าของเรา”
“ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวมันก็ไม่มีแจก เชื่อข้าสิ”
“นายน้อย ไม่เพียงเท่านั้นข้ายังได้ยินข่าวมาอีกหนึ่งอย่าง ตอนนี้มันกำลังโด่งดังไปทั่วเมืองต้วนอี้”
“ข่าว ข่าวอะไร”
“ชาวบ้านเริ่มพูดกันหนาหู ว่าร้านยาของเราไม่สามารถหลอมยาคุณภาพสูงได้จึงไปต่อแถวเพื่อซื้อยาที่ตึกยาสวรรค์มาขายต่ออีกทอดหนึ่ง”
กรอด~!
ความโกรธปะทุออกมาจากนายน้อยเฉินจนพัดที่มันถืออยู่ในมือถูกกำจนแตกละเอียด มันลืมไปเลยว่าตัวของมันก็เป็นร้านขายยา มัวแต่คิดว่าจะทำกำไรอย่างไรจากการแจกของร้านฝั่งตรงข้าม กลับกลายเป็นว่าการมุ่งเน้นทำกำไรของมันทำให้เกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นในเรื่องคุณภาพยาที่ตระกูลมันไม่สามารถหลอมได้ ทันใดนั้นคนของมันก็วิ่งมาจากตระกูลเพื่อเรียกให้กลับไป
“ฝากไว้ก่อนเถอะ”
ซิงเยียนมองไปยังร้านยาอีกฝั่งหลังจากเห็นนายน้อยเฉินขึ้นรถม้าออกจากร้านด้วยความโกรธ ตอนนี้แผนของพวกเธอไปได้สวย จึงหันมองตงฟางด้วยความดีใจ
“เปลี่ยนแผนได้แล้วครับ”
“จ้ะ”
ซิงเยียนให้คนของเธอนำป้ายออกมาตั้งอีกครั้ง เพื่อบอกทุกคนว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่พวกเขาจะแถมเม็ดยาฟื้นฟูระดับ 2 การที่พวกเขานำป้ายออกมาติดหลังจากรอให้นายน้อยตระกูลเฉินเดินทางจากไป เหตุเพราะว่าหากพวกเขาประกาศออกไป นายน้อยเฉินจะต้องเดินทางมาพูดเหน็บแหนมพวกเขาอย่างแน่นอน
พวกเธอจึงรอให้เรื่องตระกูลเฉินไม่สามารถหลอมเม็ดยาได้เท่าพวกเธอกระจายไปทั่วเมืองก่อน จึงนำป้ายออกมาติด นอกจากจะไม่มีใครเข้ามาหาเรื่องแล้ว ยังเป็นการเร่งให้ชาวบ้านเข้ามาซื้อยาในร้านของเธอ
เดิมทีชาวบ้านจะมาเพราะยายี่จง แต่เมื่อยายี่จงหมดพวกเขาจะต้องกัดฟันยอมซื้อยาระดับ 1 ถึงขั้นยอมซื้อยาระดับ 2 เพราะยังมองว่ายังคุ้มค่าที่ซื้อยาราคาหลายร้อยหินวิญญาณแต่ได้ของแถม
ถึงอย่างนั้นการยกเลิกของแถมตงฟางบอกพี่ซิงเยียนว่าพวกเขาไม่สามารถลดได้ปุบปับ ไม่สามารถตัดขาดออกไปเพราะมันจะทำให้ตระกูลเฉินสร้างเรื่องมาก่อกวนพวกเขาได้ ตงฟางจึงเสนอให้พี่ซิงเยียนนำวงล้อสุ่มโชคแบบที่เขาเคยใช้กับร้านน้อยหน่ามาขาย แต่ของรางวัลที่ได้จะไม่มากเหมือนร้านน้อยหน่าของเขา
หากชาวเมืองซื้อยาระดับ 5 แล้วหมุนได้ยาระดับ 5 จำนวน 100 เม็ดพวกเขาจะสูญกำไรไปมหาศาล ตงฟางจึงให้บนวงล้อมมียาเพียงแค่ 1 เม็ดสลับกับช่องว่างเท่านั้น เพื่อให้ผู้คนยังมีความคิดว่าอย่างน้อยๆพวกเขาก็มีโอกาสได้ยาเพิ่ม 1 เม็ดจากการซื้อ ด้วยสิ่งนี้จะทำให้พวกเขาขายยาได้อย่างราบเรียบจนกว่าการคุ้มครองของเจ้าเมืองจะหมดลง พวกเขาคงจะตั้งตัวได้อย่างแน่นอน
“เอาป้ายไปตั้งอีก”
ซิงเยียนให้นำป้ายรับซื้อสมุนไพรระดับ 1 - 5 ไปตั้งไว้หน้าร้าน ตอนนี้ได้เวลาแล้วที่พวกเธอจะซื้อสมุนไพรส่งกลับไปยังหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเพื่อนำไปสร้างเม็ดยาหมุนเวียนมาขาย
—-----------------------------
“ท่านพ่อ ท่านเรียกข้ากลับมาทำไม”
“เจ้าใช่ไหมที่ให้คนของเราไปต่อแถวซื้อยา”
“ใช่ เป็นข้าเอง”
“ไอ้ลูกสารเลว~!!!”
เสียงตะคอกดังก้องไปทั่วห้องโถงที่เต็มไปด้วยผู้อาวุโสมากมาย ผู้นำตระกูลเฉินที่ดุด่าลุกชายก็เริ่มชี้หน้าลงโทษการกระทำอันโง่เขลาของลูกชายตัวเองที่นำคนจำนวนมากไปทำเรื่องอย่างว่า
“ท่านพ่อ ข้าผิดไปแล้ว ข้าลืมคิดถึงเรื่องการหลอมยา ข้าคิดเพียงแค่ว่าจะทำอย่างไรให้เราได้กำไร จนลืมเรื่องหลอมยาไป ท่านพ่อ ท่านพ่อลูกยอมรับผิด ลูกผิดไปแล้วจริง~!”
“ข้าจะกักบริเวณเจ้า 7 วัน แล้วไม่ต้องยุ่งอีก พวกข้าจะเป็นคนจัดการเอง”
“ขอบคุณท่านพ่อ ขอบคุณ ข้าสำนึกผิดแล้ว”
นายน้อยตระกูลเฉินรีบวิ่งไปยังห้องของเขาเพื่อสำนึกผิด พลางโกรธแค้นตึกยาสวรรค์ที่ทำให้มันถูกดุด่า