บทที่ 35 คำพูดของหน่วนเป่าสมเหตุสมผลที่สุด
ระหว่างทางลงจากภูเขา เจ้าก้อนแป้งถูกหลินซื่อกอดเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างแน่นหนา ทำให้เด็กน้อยดิ้นไปมาราวกับว่าตัวเองเป็นแมว
“ตั้นแม่ หน่วนเป่าอยากเดินเอง”
หลินซื่อไม่ปล่อยและแสร้งทำท่าเศร้า “หน่วนเป่าไม่ต้องการแม่แล้วหรือ แบบนี้แม่เสียใจนะ”
“ตั้นแม่ ท่านร้องไห้หรือ” หน่วนเป่าพยายามแกะมือของมารดาที่กำลังปิดตาตัวเองด้วยแรงที่มี
เซียวเฉินหลางหัวเราะอย่างหนักจนเกือบจะทิ้งกวางลงที่พื้น
“หน่วนเป่า เดี๋ยวท่านแม่เจ็บ ใจเย็น ๆ ไอ้หยา ท่านรีบวางนางลงเถอะ หน่วนเป่านางไม่เล่นด้วยนะ”
มองไม่เห็นเลย!
หลินซื่อกลัวตัวเองตาบอดจริง ๆ จึงปล่อยเจ้าตัวน้อยลงกับพื้น ทว่าเจ้าก้อนแป้งกลับยังคงจ้องมองเข้าไปในดวงตาของนางด้วยแววตาแปลก ๆ
ลูกชายและฉีสือเยี่ยนต่างพาหันหน้าหนี กลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น
“ต้าป๋าย มานี่สิ” หน่วนเป่าเรียกหมาป่าขาวให้มาหา “ย่อลง”
จากนั้นเจ้าก้อนแป้งก็นั่งอยู่บนหลังหมาป่าขาวอย่างสง่าผ่าเผย “ไปที่นั่น ตรงนั้นคืออะไร รีบไปดู”
กว่าจะกลับถึงบ้าน หมาป่าขาวก็แทบจะเป็นสุนัขหอบ
มันสงสัยว่าเทพมังกรทองตัวน้อยตั้งใจกลั่นแกล้ง แต่ไม่มีหลักฐาน
สกุลเซียวล่ากวางได้อีกหนึ่งตัว!
ระหว่างทาง ผู้คนจำนวนมากในหมู่บ้านต่างมองดูกวางที่เด็ก ๆ สกุลเซียวแบกกันมาอย่างกระตือรือร้น
เนื้อ!
แต่ไม่ว่าพวกเขาจะคิดอย่างไร สัตว์ที่หน่วนเป่าขี่อยู่ไม่ใช่สุนัขธรรมดาทั่วไป แต่เป็นหมาป่าตัวจริง!
ไม่ใช่ว่าหลินซื่อไม่เห็นสายตาของชาวบ้าน แต่ขนาดของกวางนั้นไม่เพียงพอสำหรับคนทั้งหมู่บ้าน ไม่ต้องพูดถึงครอบครัวของพวกเขาที่มีจำนวนคนใช่จะน้อย
เมื่อกลับถึงบ้าน หลี่เจิ้งกำลังเล่นหมากรุกกับผู้เฒ่าเซียว ทั้งสองคนชอบเล่นหมากรุกกันมาก
“หน่วนเป่าของพวกเรากลับมาแล้ว โอ้ ได้ของกลับมาเต็มไม้เต็มมือเชียว” หลี่เจิ้งมองเจ้าก้อนแป้ง ไม่ต่างกับชาวบ้านก่อนหน้านี้ ดวงตาของเขาเป็นประกายเมื่อเห็นกวาง
“หน่วนเป่าจับได้เดี๋ยวให้ตั้นแม่ตัดขาข้างหนึ่งให้นะ” เจ้าก้อนแป้งทุบอกด้วยท่าทางภาคภูมิ
หลี่เจิ้งโบกมืออย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่เขากลับไป เจ้าก้อนแป้งจะยัดอาหารอร่อย ๆ มากมายมาให้ จนเขาไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว!
คนที่ไม่รู้ก็ลือกันไปทั่วแล้วว่าเขามาที่นี่เพื่อของกิน!
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาไก่ป่าไปนะ” อันที่จริงของที่เจ้าก้อนแป้งมอบให้กับหลี่เจิ้งเป็นของเซ่นไหว้
เซียวหย่งฝูยังคงอยู่ที่ไร่ยังไม่ได้กลับมา ดังนั้นงานเชือดกวางจึงตกเป็นขององครักษ์ของฉีสือเยี่ยน
โชคดีที่พวกเขาทั้งหมดเป็นทหารกล้า ดังนั้นการแล่เนื้อกวางจึงไม่นับว่ายากอะไร
เจ้าก้อนแป้งรู้สึกว่าในบ้านไม่มีอะไรแล้วก็ไปช่วยหลินซื่อตระเตรียมข้าวของ จากนั้นจึงขี่หมาป่าขาวไปที่ไร่เพื่อตามหาเซียวหย่งฝู
“ต้าป๋าย การเก็บเกี่ยวปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง” เจ้าก้อนแป้งอยากเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จึงลองถามหมาป่าขาวที่อยู่มาก่อนนาง
หมาป่าขาวกลอกตา “ข้าเคยเก็บเกี่ยวที่ไหน ข้าไม่รู้หรอก”
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้อดกินเนื้อ”
หมาป่าขาวโกรธ ไม่ให้ก็ไม่ให้ และเขาก็ใช้เหตุผลนั้นเพื่อหาโอกาสพูดคำนี้โดยเฉพาะ “เด็กจริง ๆ”
เจ้าก้อนแป้งหัวเราะแบบไม่รักษาหน้า “หน่วนเป่าอายุแค่หนึ่งขวบเอง เป็นเด็กก็ถูกแล้ว เจ้าไม่ต้องกินเนื้อไปเลยหนึ่งเดือน”
“มีเต้าหู้หรือไม่”
“เจ้าจะเปลี่ยนมากินเต้าหู้แทนหรือ”
“แบบนั้นข้ายอมตายเสียดีกว่า”
……
“ตั้นป้อ หน่วนเป่ามาหา” นางตะโกนอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเซียวหย่งฝู
เซียวหย่งฝูกำลังรดน้ำ “หน่วนเป่า อากาศร้อนขนาดนี้เหตุใดจึงออกมาตากแดด” เขาสวมหมวกฟางบนหัวให้เจ้าก้อนแป้ง เป็นผลให้หมวกปิดหน้านางเสียมิด
“ฮ่า ๆ ๆ หน่วนเป่าไม่อยู่แล้ว” ความสุขของเด็กน้อยมันก็ง่ายเช่นนี้
หมาป่าขาวบ่น เจ้าเด็กปีศาจ!
“นี่คือที่ดินของเราทั้งหมดหรือ” ผักและต้นกล้าล้วนเขียวชอุ่ม
เซียวหย่งฝูมองเด็กน้อยอย่างมีความหมาย “ใช่แล้ว เริ่มแรกมีแค่สองหมู่เท่านั้น ต่อมาหลี่เจิ้งก็ให้พวกเรามากว่าสิบหมู่ ที่สำคัญคือที่ดินของพวกเราไม่ว่าจะปลูกอะไรก็เติบโตได้ดียิ่ง”
โดยเฉพาะหลังฝนตกครั้งนั้น
ผักเก็บเกี่ยวได้เดือนละครั้ง ข้าวออกรวงมากขึ้น
หน่วนเป่าลงจากหลังหมาป่าแล้ววิ่งไปที่ดินของตัวเอง สัมผัสผักพวกนี้บ้าง สัมผัสต้นกล้าพวกนั้นบ้าง
เซียวหย่งฝูยืนอยู่บนสันทุ่งจึงเห็นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าหน่วนเป่าของเขาจะไปที่ไหน ต้นกล้าก็จะก้มหัวลงให้ราวกับกำลังทำความเคารพนาง
แม้ว่าจะมีเรื่องแปลก ๆ มากมายเกิดขึ้นกับหน่วนเป่า แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้เซียวหย่งฝูและหมาป่าขาวตกใจ
โดยที่ในใจลึก ๆ เซียวหย่งฝูอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าหน่วนเป่าของเขาเป็นตัวตนพิเศษแบบใดกันแน่?
ไม่รู้ว่าทำไมแต่จู่ ๆ เขาก็นึกถึงมังกรน้อยน่ารักที่หน่วนเป่าวาดเมื่อเช้า
แต่คิดไปคิดมาก็นึกได้ว่าเทพมังกรที่ไหนจะเป็นเด็กน้อยไปได้
“ตั้นป้อ เมื่อครู่ข้าเพิ่งพูดกับพวกต้นกล้า ภายภาคหน้าพวกเขาจะเติบโตอย่างดีเลยล่ะ”
หน่วนเป่าตบอกเล็ก ๆ ของตัวเอง “นับแต่นี้ไป หน่วนเป่าจะเลี้ยงทุกคนเอง!”
เซียวหย่งฝูรู้สึกขบขันกับท่าทางที่น่ารักของลูกสาว ไหนจะพูดกับพวกต้นกล้าอีก ฮ่า ๆ ๆ… จากนั้นเขาก็นึกถึงภาพเมื่อครู่ที่ต้นกล้าโน้มตัวลงมา หรือนั่นคือคำตอบรับ
เซียวหย่งฝูคิดว่าหน่วนเป่ากำลังล้อเขาเล่น แต่ไม่คิดว่าพอวันรุ่งขึ้น เขาก็ตกใจจนแทบฉี่ราด
ผักและต้นกล้าผุดขึ้นมาเยอะแยะแน่นขนัด แม้แต่เมล็ดที่หว่านเอาไว้ก็เติบโตขึ้นอย่างดี
ทว่านั่นเป็นเรื่องราวต่อจากนั้น
“ตั้นป้อ พวกเราจะกลับบ้านเมื่อไร หน่วนเป่าหิวน้ำ” เมื่อครู่นางกลับบ้านไปก็ไม่ได้ดื่มน้ำ เล่นอยู่ตั้งนาน ทั้งเหนื่อยและก็หิว
“เอาล่ะ ตอนนี้พวกเรากลับกันก่อนเถอะ มา ให้พ่ออุ้ม” เซียวหย่งฝูพูดแล้วก็อุ้มลูกสาวขึ้น เจ้าก้อนแป้งตัวนุ่มและตัวหอม แค่ได้อุ้มนางก็หายเหนื่อยแล้ว
“กลับบ้าน ไปกินกวางกันเถอะ”
“กวาง?” เซียวหย่งฝูไม่รู้ว่าลูกสาวของเขาล่ากวางมาได้หนึ่งตัว
“หน่วนเป่า หน่วนเป่าจับได้ หน่วนเป่า ‘โคตร’ เก่ง” เด็กน้อยพูดอย่างตื่นเต้นตามที่ได้ยินมาตั้งแต่ทางเข้าหมู่บ้าน
เซียวหย่งฝูชะงัก “หน่วนเป่า พวกเราต้องมาคุยกันหน่อยแล้ว ถ้าหากคำพูดนี้แม่เจ้าได้ยิน ระวังจากเนื้อกวางจะกลายเป็นผักนะ”
หน่วนเป่าดูเหมือนจะเข้าใจแล้วว่าคำนี้ไม่สมควรที่จะพูด นางรีบปิดปาก พยักหน้า ยกนิ้วชี้เล็ก ๆ ขึ้นส่ายไปมาเพื่อบอกว่านางจะไม่พูดอีก
“เด็กดี” เซียวหย่งฝูคิดในใจ กลับไปต้องหาเวลาคุยกับเด็ก ๆ บ้างแล้ว หน่วนเป่ายังเล็กขนาดนี้จะมาพูดคำพวกนี้ได้อย่างไร แน่นอนว่าต้องมาจากพวกพี่ชายนางแน่ที่พูด
เหล่าพี่ชายที่น่าสงสารไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังจะต้องรับผิดในโทษที่ไม่ได้ทำกับผู้เป็นพ่อ
และหากเซียวหยวนหลางกลับมา พวกเขาจะถูกตีอีกรอบแน่ ๆ
เมื่อเซียวหย่งฝูกลับมาพร้อมกับหน่วนเป่า อาหารก็พร้อมแล้ว
กวางตัวนี้อ้วนมาก เนื้อเนียนละเอียด น้ำมันที่หยดลงมาจากเนื้อย่างส่งเสียงดังฉ่าบนกองไฟ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว
แม่ม่ายหลิวที่มาช่วยเห็นหน่วนเป่า นางจึงหยิบเนื้อย่างที่ไม่ใส่พริกให้สองสามชิ้น
แม่ม่ายหลิวเป็นคนดีมาก คนรักของนางขึ้นไปบนภูเขาแล้วขาหัก กลับมาได้ไม่กี่วันเขาก็จากไป
ในอดีตหลินซื่อถูกแม่เฒ่าเหยากลั่นแกล้ง ก็ได้แม่ม่ายหลิวที่เข้ามาช่วยพูดแทนนาง
ตอนนี้สถานการณ์ที่บ้านเริ่มดีขึ้นแล้ว หลินซื่อมักจะเรียกนางให้มาช่วย กินไม่หมดก็ให้นางห่อกลับไป
แม้แต่แผงขายผักดองของพวกเขาก็ได้รับความช่วยเหลือจากจู้จือลูกชายของแม่ม่ายหลิวช่วยทำให้
ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองครอบครัวเรียกได้ว่าดีมาก
หน่วนเป่ารับไว้และยิ้มหวานให้แม่ม่ายหลิว “ขอบคุณเจ้าค่ะตั้นป้า อีกไม่นานตั้นป้าคงจะมีลูกสะใภ้แย้ว”
แม่ม่ายหลิวรู้สึกขบขันกับคำอวยพรของหน่วนเป่า นางจึงก้มตัวลง “เด็กคนนี้ปากหวานจริง ๆ ระวังร้อนล่ะ ค่อย ๆ กิน”
เมื่อครู่นี้ เซียวจ้งหลางและน้องชายพาฉีสือเยี่ยนไปที่บ่อปลาและจับปลาตัวใหญ่มาได้
หลินซื่อจึงทำน้ำแกงปลาหม้อใหญ่และนึ่งข้าวเจ้า
ตอนนี้สิ่งต่าง ๆ ที่บ้านเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว แม้แต่แม่ไก่ก็ไม่ได้เครียดมากนัก เพียงแค่ต้องออกไข่วันละโหลเท่านั้น
“หอมมาก กลิ่นหอมมาก” หน่วนเป่ากินจนท้องป่องและยังทำหน้าเสียดาย “พุงของหน่วนเป่าเล็กเกินไป กินได้นิดเดียว หน่วนเป่าเสียเปรียบ”
คำพูดแบบเด็ก ๆ ทำให้ทั้งห้องขบขัน
หลังจากที่ฉีสือเยี่ยนกินเสร็จ เขาก็หยิบชามและป้อนน้ำแกงปลาให้หน่วนเป่า
“พี่เยี่ยน ท่านหมอของท่านกำลังมา” หน่วนเป่าพูดกระซิบข้างหูของฉีสือเยี่ยน