[จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    เล่ม 2 ตอนที่ 175 โครงการหวังผลกำไร ตอนที่ 1

    ริชาร์ดนำกองกำลังของเขามุ่งหน้ามายังเส้นทางที่ถูกปิดกั้นโดยที่ยังคงแสดงท่าทางเช่นเดิม “เอาล่ะ ก็ได้ พวกข้าต้องการเดินทางไปค่ายบลัดสโตนเพื่อเสี่ยงโชค ค่าทางผ่านต่อคนเท่าไหร่ ? เมื่อก่อนพวกข้าเคยเดินทางผ่านเส้นทางนี้มาแล้วแต่ยังไม่เคยต้องจ่ายค่าผ่านทาง คนในค่ายบลัดสโตนรู้เรื่องเกี่ยวกับการเก็บค่าผ่านทางนี้รึเปล่า ?”


    ชายที่หน้าตาดุดันนั่งลงแล้วใช้มือลูบขวานของเขาเบา ๆ เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่น่ากลัวว่า “1 เหรียญเงินต่อคน และ 2 เหรียญเงินสำหรับเจ้าตัวใหญ่นั่น จากที่ข้าดูกลุ่มของพวกเจ้าแล้ว ข้าก็พอจะรู้ว่าเจ้าน่าจะเป็นกลุ่มคนที่ยากไร้สินะ เจ้าไม่มีแม้แต่ม้ายังกล้าที่จะไปเสี่ยงโชคในบลัดสโตนอีกรึ ? แถมยังเป็นคนดีอยากจะจ่ายค่าผ่านทางอีก อ้อ ถ้าเจ้าไม่มีเงินเจ้าก็สามารถแลกกับสิ่งที่เจ้ามีอยู่ตอนนี้ก็ได้ เมื่อเจ้าจ่ายค่าผ่านทางให้พวกข้าแล้วพวกเจ้าจะได้รับการคุ้มครอง และจะไม่มีใครในบลัดสโตนกล้ารังแกเจ้า หัวหน้ามาร์คน่ะ เป็นนายใหญ่ของค่ายบลัดสโตนรู้ไว้ด้วย !”


    ริชาร์ดขมวดคิ้วก่อนถามขึ้น “ไม่ใช่ว่าสตอร์มแฮมเมอร์หรอกรึที่เป็นนายใหญ่ของค่ายบลัดสโตน ? นี่พวกเขาเปลี่ยนหัวหน้าคนใหม่ไปแล้วหรือไง ?”


    ใบหน้าของชายผู้นั้นเปลี่ยนสีไปในทันทีก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงโมโห “แน่นอนว่าสตอร์มแฮมเมอร์ยังคงเป็นเจ้านายของพวกเราอยู่ แต่บลัดไซท์มาร์คก็เป็นผู้มีสิทธิ์มีเสียงในค่ายแห่งนี้ ! หยุดพล่ามเรื่องไร้สาระของเจ้าแล้วรีบจ่ายค่าผ่านทางมาซะ !”


    มีเดียมแรร์เริ่มโกรธ มันแยกเขี้ยวพร้อมกระทืบเท้าลงกับพื้นอย่างแรง และทันทีที่มันพุ่งตัวไปด้านหน้านั้นพื้นดินก็เกิดการสั่นสะเทือน


    เมื่อชายผู้นั้นมองเห็นโอเกอร์ขนาดใหญ่ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที เขากำขวานในมือแน่นก่อนที่จะตะโกนออกมาว่า “เฮ้ยย นั่นเจ้าจะทำอะไร !?” เพื่อนร่วมกลุ่มที่อยู่ด้านหลังของเขากำอาวุธในมือแน่นเพื่อเตรียมพร้อมกับการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นเช่นกัน แม้ว่าชายที่ดุร้ายผู้นั้นจะไม่ได้กลัวโอเกอร์ที่เติบโตเต็มวัย ทว่าเขาก็ไม่กล้าประมาทมีเดียมแรร์ที่กำลังเคลื่อนตัวมาด้านหน้าเช่นกันเพราะในเวลานี้เขารู้สึกได้ว่าโอเกอร์ตนนี้แตกต่างจากตนอื่น ๆ ที่เขาเคยเจอ  


    ในเวลาชุลมุนนั้นริชาร์ดก็สามารถจับตามองสถานการณ์ที่อยู่ด้านหลังสิ่งกีดขวางได้ในทันที ด้านหลังมีค่ายที่เป็นพื้นที่พักอาศัยสำหรับ 20-30 คน และในเวลานี้พวกเขามีจำนวนทั้งหมด 28 คนรวมถึงคนที่กำลังเจรจาอยู่ด้านหน้าของเขาในเวลานี้ด้วย คนเหล่านั้นมีอาวุธและเกราะที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็เป็นอาวุธที่ทำมาจากกระดูกสัตว์ บ้างก็เป็นอาวุธที่ทำมาจากเหล็ก บางคนสวมใส่ชุดเกราะที่ทำมาจากหนังทั้งตัวพร้อมด้วยรองเท้าบูท คนส่วนมากในกลุ่มเหล่านี้มีผิวสีดำแดงซึ่งดูไม่ออกว่าเป็นสีผิวที่เกิดจากแดดที่แผดเผาหรือเป็นเพราะสิ่งสกปรกที่ปกคลุมไปทั่วร่างกายกันแน่ แต่เมื่อมองเห็นสภาพแวดล้อมภายในดินแดนเปื้อนเลือดก็ดูเหมือนว่าการอาบน้ำจะไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนภายในที่แห่งนี้จะทำกัน


    หลังจากที่ริชาร์ดสังเกตทั้งพื้นที่และคนเหล่านี้แล้วเขาก็มั่นใจเกี่ยวกับความสามารถของคนเหล่านี้ในทันที หัวหน้ากลุ่มของพวกเขาดูเหมือนจะอยู่ระดับ 10 และน่าจะอยู่ในรูปแบบของไนท์ฝึกหัด ในขณะที่คนอื่น ๆ อยู่เพียงระดับ 5 และ 8 ทว่าหลังจากที่เขาได้ตัดสินจากท่าทางที่ดุร้ายรุนแรงของพวกนี้แล้วก็เห็นได้ชัดว่าพวกนี้คงเคยเจอกับการนองเลือดมาเยอะพอสมควรจนน่าจะเทียบเท่ากับเหล่าทหารชำนาญศึกที่อยู่ภายนอกอีกด้วย


    ริชาร์ดหยิบเหรียญทองที่เขามีออกมาก่อนจะโยนไปตรงหน้าผู้นำที่ดุร้ายคนนั้น “พวกข้าไม่ได้จะทำอะไร ก็แค่จะจ่ายค่าผ่านทาง นี่ ! 1 เหรียญทองสามารถที่จะจ่ายให้สำหรับคนในกลุ่มของข้าทั้งหมดได้หรือไม่ ?”


    เหรียญทองหมุนอยู่กลางอากาศและสะท้อนแสงอาทิตย์ที่อยู่ด้านบนจนทำให้เกิดแสงจ้าที่แสบตา  1 เหรียญทองมีค่าเทียบเท่ากับ 120 เหรียญเงิน ทว่าในกลุ่มของริชาร์ดมีคนน้อยกว่า 30 คนเสียอีก ดังนั้นแม้ว่าเขาจะเพิ่มจำนวนของหมาป่าสายลมอีก 10 ตัวก็ยังมีราคาน้อยกว่า 1 เหรียญทองอยู่ดี  


    เสียงเหรียญดังขึ้นในมือของชายที่ดุร้ายผู้นั้นก่อนที่เขาจะกางนิ้วออกเพื่อดูมันอย่างละเอียดอีกครั้ง ทันทีที่เขามองเห็นเหรียญในมือ เขาก็สูดหายใจเข้าและร้องออกมาด้วยน้ำเสียงต่ำ


    “โอ๊ะ ! นี่มันเหรียญของวิหารหนิ !”


    แม้ว่าเหรียญนั้นจะมีน้ำหนักเท่ากับมาตรฐานของเหรียญอื่น ๆ ทว่ารูปร่างของเหรียญกลับมีความแตกต่างไปจากปกติ เหรียญนี้จะพบได้มากที่สุดคือภายในวิหาร อาณาจักร และเหล่าชนชั้นสูง แต่เหรียญของวิหารมีคุณภาพที่สูงที่สุดเพราะด้วยการสร้างที่ประณีตจึงเป็นเรื่องยากที่จะทำซ้ำออกมาให้มีลักษณะเหมือนกันได้ นั่นทำให้เหรียญนี้มีมูลค่ามากกว่าเหรียญอื่น ๆ โดยมันมีมูลค่าเทียบเท่ากับ 150 เหรียญเงินเลยทีเดียว


    เหรียญทองที่ริชาร์ดโยนออกไปนั้นมาจากวิหารแห่งความกล้าหาญ เมื่อชายผู้นั้นเห็นเหรียญในมือ ดวงตาของเขาก็เป็นประกายซึ่งแสดงให้เห็นถึงความโลภ และในเวลาเดียวกันคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านหลังของเขาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทางตื่นเต้นออกมาเช่นกัน


    ริชาร์ดกระแอมออกมาสองสามครั้งก่อนที่จะกล่าวขึ้นมาว่า “พวกข้าจ่ายค่าทางผ่านให้เจ้าแล้ว ทีนี้เจ้าจะมอบป้ายบลัดไซท์ให้กับข้าได้หรือยัง ? และในเมื่อข้าจ่ายให้เจ้าไปแล้ว ข้าก็หวังว่าพวกข้าจะสามารถผ่านค่ายบลัดสโตนไปได้ด้วยดี”



    ชายผู้นั้นเก็บเหรียญในมือของเขาไว้ในกระเป๋า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโลภที่มากขึ้นและเขาก็พูดออกมาเสียงดัง “ไม่ ! ข้าเปลี่ยนใจแล้ว หรียญเดียวไม่พอ ข้าต้องการ 2... ไม่สิ ! ข้าต้องการ 10 เหรียญถึงจะเปิดทางให้พวกเจ้าผ่านไปได้ !”


    “ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ได้บอกว่าคนละ 1 เหรียญเงินหรอกรึ ? ทำไมเจ้ายังต้องการเพิ่ม ?” ริชาร์ดถามออกไปแม้ว่าเขาจะรู้คำตอบอยู่แล้ว


    “ตอนนี้ราคาคือ 1 เหรียญทองต่อคน !” ชายดุร้ายผู้นั้นเปล่งเสียงออกมา 


    “เปลี่ยนราคาตั้งแต่ตอนไหนกัน ?” ริชาร์ดถาม


    ชายดุร้ายผู้นั้นแกว่งขวานในมือของเขาก่อนตอบกลับไป “เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว !”


    ชายคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขาก่อนหน้านี้เดินไปข้างของชายดุร้ายผู้นั้นก่อนที่จะสะกิดแล้วพูดขึ้นว่า “หัวหน้า ! พวกมันมีผู้หญิงมาด้วย !”


    ชายดุร้ายผู้นั้นมองไปที่คนด้านข้างของตนเองก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า “ข้าไม่สนใจผู้หญิง ! เราอยู่ที่นี่ก็เพื่อเก็บค่าผ่านทางไม่ใช่ปล้นผู้หญิง ถ้าเรามีเงินเราจะหาผู้หญิงในค่ายเมื่อไหร่ก็ได้ ! สมองของเจ้าช่างไร้ค่าเสียจริง !”


    ชายที่อยู่ด้านข้างแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาทว่าเขาก็ยังคงพูดต่อไป “หัวหน้า แต่ผู้หญิง 2 คนนั้นแตกต่างจากคนอื่น ๆ มาก ช่วยพิจารณาอีกครั้งเถอะ”


    หลังจากได้ยินเช่นนั้น ชายดุร้ายผู้นั้นก็หันไปมองผู้ร่วมเดินทางของริชาร์ดทันที กลุ่มของคนตรงหน้าเขาในเวลานี้ช่างน่าสนใจเสียจริง ไม่เพียงแต่พวกเขาจะมีโอเกอร์ถึง 2 ตน แต่ยังมีเอลฟ์และหมาป่าอีกกว่า 10 ตัวด้วย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ทราบความแตกต่างระหว่างหมาป่าธรรมดากับหมาป่าสายลม ทว่าเขาก็ไม่ได้สนใจหมาป่าเหล่านั้น แกงดอร์เป็นอีกคนหนึ่งที่เขาให้ความสนใจเนื่องจากเขามีร่างกายที่กำยำและใหญ่โต อีกทั้งยังมีออร่าที่ส่งออกมาจากตัวของเขาด้วย ภายนอกของแกงดอร์ทำให้คนอื่น ๆ รับรู้ได้ว่าคนผู้นี้คือวอริเออร์เผ่าบาร์บาเรียนที่แข็งแกร่ง ถัดจากแกงดอร์คือเหล่าไนท์ฝึกหัดอีก 3 คนที่มีความน่าเกรงขาม และภายในกลุ่มก็ยังมีหญิงสาวอีก 2 คนที่ร่วมเดินทางมาด้วยนั่นก็คือโฟลว์แซนด์และวอเตอร์ฟลาวเวอร์ พวกนางมีเสื้อคลุมสีขาวปกคลุมไว้ตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อป้องกันความร้อนที่มาจากแสงแดด แม้ว่าใบหน้าของพวกนางจะไม่ได้เห็นชัดในเวลานี้ทว่ามันก็สามารถแสดงให้เห็นถึงความสง่างามได้เป็นอย่างดี 


    สายตาของเขาหยุดที่ขาของวอเตอร์ฟลาวเวอร์ ขาขาวราวหิมะของนางเผยออกมาจากผ้าคลุมของตนเอง และไหนจะเผยให้เห็นเท้าเปล่าของนางซึ่งไม่ได้สวมใส่รองเท้าเหมือนกับคนอื่น ๆ อีก ปลายเท้าของนางสัมผัสพื้นดินเพียงเบา ๆ เท่านั้นราวกับว่านางกำลังยืนอยู่บนทรายและหินที่แผดเผา 


    หลังจากที่ชายผู้นั้นมองไปที่ขาขาว ๆ ของวอเตอร์ฟลาวเวอร์แล้ว เขาก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอไปโดยไม่รู้ตัว 


    ริชาร์ดล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าของเขาก่อนที่จะกำเหรียญในมือออกมาอีกครั้ง ทว่าชายผู้นั้นกลับโบกมือปฏิเสธ “เดี๋ยว เจ้าไม่ต้องรีบร้อนจ่ายค่าผ่านทางเพิ่มให้กับข้าก็ได้ นี่ แม่สาวน้อย ! ถอดเสื้อคลุมของเจ้าให้ข้าดูหน่อยสิ ! ถ้าเจ้าเต็มใจที่จะอยู่เป็นเพื่อนข้าสักครู่หนึ่ง ข้าจะไม่เก็บค่าผ่านทางกับพวกเจ้า !”


    ร่างของวอเตอร์ฟลาวเวอร์ย่อลงที่พื้นเบา ๆ พร้อมกับที่นิ้วเท้าทั้งสิบของนางได้เปล่งแสงออกมากระทบพื้น นี่เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นแล้วว่านางเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ ริชาร์ดหัวเราะออกมาก่อนที่จะโยนเหรียญอีก 10 เหรียญไปบนอากาศ


    เหรียญที่ถูกโยนขึ้นไปชนกันบนอากาศก่อนที่จะตกลงมาในมือของเขาอีกครั้ง ซึ่งทันทีที่เสียงชนกันของเหรียญในมือเขาดังขึ้น เขาก็จับมันยัดใส่กระเป๋าดังเดิมขณะยิ้มแล้วถามขึ้น “ข้าต้องเรียกเจ้าว่าอะไรรึ ?”


    “ใคร ๆ ก็เรียกข้าว่าแซมขวานยักษ์” ชายดุร้ายผู้นั้นพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ภาคภูมิใจและแกว่งขวานในมือของเขาโชว์ ทันใดนั้นแกงดอร์ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อจ้องมองขวานหนาและใหญ่ในมือของเขา และหลังจากที่เขาเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งขวานของเขาก็เตรียมที่จะพุ่งตัวไปด้านหน้าในทันที 


    “ฟังนะแซม ข้าจะไม่จ่ายค่าทางผ่านให้กับเจ้าอีกแล้ว และถ้าเจ้าไม่อยากตาย ก็จงยอมจำนนให้กับพวกข้า !” ริชาร์ดยิ้มก่อนที่จะโบกมือให้สัญญาณ “จับพวกมันทั้งหมด ! ถ้าใครขัดขืนก็ฆ่ามันทิ้งซะ !”


    หลังจากที่เขาพูดจบ เสียงของกลุ่มที่อยู่ด้านหลังของเขาก็ดังขึ้นก่อนที่จะพุ่งตัวไปด้านหน้าเพื่อเริ่มสังหารเหล่าคนตรงหน้าในทันที

    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin ที่คุณอ่าน