Leveling Up in the World of Immortals ( Remake )

    ตอนที่ 60 เควสต่อเนื่อง ( Remake )

            หลังจากคำนวณคะแนนที่หวังเฟยหลงได้รับ เขาก็บอกรายการสมุนไพรที่เขาต้องการทั้งหมด แน่นอนว่ามันเป็นสมุนไพรที่ใช้ในการหลอมโอสถขั้นต่ำทั้งหมด ผู้อาวุโสยิ้มอย่างมีเลศนัย เขาส่งรายการให้ศิษย์ผู้ช่วยที่หอโอสถไปจัดการ ส่วนพวกต้วนหลิงเทียนทั้งสี่คนได้แต่มองด้วยความสงสัย เพราะไม่ว่าจะคิดอย่างไร มันก็ไม่คุ้มกับที่หวังเฟยหลงได้รับเลย

            พวกเขารับซื้อโอสถขั้นกลางจากหวังเฟยหลงด้วยราคาที่ต่ำกว่าราคาขายทั่วไปอยู่หลายส่วน ต้องเข้าใจว่าต่อให้รู้สูตรการหลอม ก็ใช่ว่าจะสามารถหลอมโอสถที่สูงกว่าขั้นกลางได้ และก็ไม่ได้หลอมสำเร็จทุกครั้งที่ต้องการ มันจึงทำให้มีราคาที่ค่อนข้างสูงและหายากในระดับหนึ่ง ที่หอโอสถมีคนที่หลอมโอสถขั้นกลางได้แค่สองคนเท่านั้นเอง

            เมื่อแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น พวกของหวังเฟยหลงก็เดินทางไปยังหอภารกิจต่อทันที ระหว่างทางหวังเฟยหลงเปิดดูเควสที่เขาได้รับด้วยความสงสัย เพราะมันนานมากแล้วที่เขาไม่ได้รับเควส และของรางวัลที่ได้รับก็จะเป็นประโยชน์ต่อหวังเฟยหลงอย่างแน่นอน

    ……………..

            เควส: แข็งแกร่งขึ้นกับพวกพ้อง : สร้าง Party (เควสต่อเนื่อง!)
    การสร้าง Party จะช่วยให้พวกคุณทั้ง Party สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้เร็วมากขึ้นผ่านการแชร์ประสบการณ์ และต้องอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อใจด้วยเช่นกัน
    เป้าหมาย: สร้าง Party โดยมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 3 คน
    รางวัล: 200 Coin
    บทลงโทษ: ไม่มี

    ……………..

            ‘มันคือเควสสร้าง Party… ที่สำคัญมันเป็นเควสต่อเนื่อง ถึงรางวัลจะได้แค่ Coin ก็เถอะ แต่การที่มันบอกว่าเป็นเควสต่อเนื่องก็หมายความว่ามันจะไม่สิ้นสุดง่ายๆ สินะ หวังว่ารางวัลรวมแล้วมันจะคุ้มค่าพอที่จะทำต่อไปนะ’

            ‘แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าจะหาสมาชิก Party จากไหน… พวกเขางั้นหรือ มันขึ้นอยู่กับว่าข้าจะเชื่อพวกเขาได้ไหม คงต้องรอดูไปก่อน’

            ขณะที่หวังเฟยหลงกำลังตรวจดูเควสและสเตตัสของเขาระหว่างเดินทางไปหอภารกิจนั้น หวูจงที่เก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่จึงถามขึ้นมาด้วยสีหน้าฉงน ส่วนคนอื่นๆ ก็มองไปที่หวังเฟยหลงด้วยท่าทีที่ตั้งใจรอฟังคำตอบจากหวังเฟยหลงเช่นกัน หวังเฟยหลงที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมา

            “ศิษย์น้อง เจ้ากับการแลกเปลี่ยนสมุนไพรขั้นต่ำกับโอสถขั้นกลางของเจ้ามันดูเหมือนเจ้าจะไม่คุ้มเอาเสียเลย”

            “พวกท่านอาจจะคิดว่าข้าถูกเอาเปรียบ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่”

            รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเลศนัยของหวังเฟยหลงทำให้พวกเขาทั้งสี่คนรู้สึกว่าคนที่พวกเขาควรเป็นห่วงคือฝ่ายของหอโอสถเสียมากกว่า พวกเขาจ้องมองหวังเฟยหลงหวังว่าเขาจะอธิบายเพิ่มเติมให้พวกเขาหายสงสัย แต่หวังเฟยหลงทำเพียงยิ้มเท่านั้น

            “หมายความว่าอย่างไรกันแน่”

            “ศิษย์น้อง เจ้าอย่ายิ้มอย่างเดียวสิ”

            “พวกเจ้าอย่าลืมสิ ว่าทุกคนย่อมมีความลับของตัวเอง พวกเจ้าไม่ควรทำให้ศิษย์น้องลำบากใจนะ”

            เมื่อเห็นว่าหวูจงและคนอื่นๆ พยายามถามหวังเฟยหลง ต้วนหลิงเทียนจึงพูดขึ้นเพื่อห้ามพวกเขาไม่ให้ซักไซ้หวังเฟยหลงต่อ ทั้งสามคนที่ได้ยินเช่นนั้นก็มองไปที่รอยยิ้มของหวังเฟยหลง พวกเขาจึงรู้ได้ทันทีว่าหวังเฟยหลงไม่ได้ต้องการบอก และพวกเขาก็ไม่ควรถามต่อ หากเป็นเรื่องจำเป็นหวังเฟยหลงคงบอกพวกเขาไปแล้ว

            หวังเฟยหลงเห็นปฏิกิริยาของพวกเขาทั้งหมดก็รู้สึกว่าพวกเขาค่อนข้างไว้ใจได้ ตอนนี้เองที่เขาตัดสินใจ เขาเปิดหน้าต่าง Party ขึ้นมา จากนั้นเพิ่มรายชื่อเข้าร่วม Party โดยคนแรกคือต้วนหลิงเทียน ต่อมาเป็นหวูจง จ้าวลี่จ้ง และจ้าวจางลี่ หน้าต่าง Party จึงเปลี่ยนไป จากที่ตอนแรกว่างเปล่า ตอนนี้มีรายชื่อเพิ่มขึ้นมา 5 รายชื่อรวมหวังเฟยหลงด้วย

            ชื่อแรกคือหวังเฟยหลงเป็นหัวหน้า Party ต่อมาเป็นต้วนหลิงเทียนและเรียงต่อไปตามลำดับที่เพิ่มเข้ามา นอกจากชื่อกับเลเวลที่แสดงให้เห็นแล้ว มันยังแสดงสเตตัสอื่นๆ แบบคร่าวๆ รวมไปถึงค่า EXP ของแต่ละคนด้วย

            เมื่อหวังเฟยหลงตั้ง Party เสร็จแล้ว เขาก็ได้รับข้อความจากระบบทันที แต่ก่อนที่เขาจะดูข้อความจากระบบ ทุกคนก็หยุดเดินและหันมามองหน้ากันด้วยความสับสน หวูจงจึงพูดขึ้นมาทำให้หวังเฟยหลงประหลาดใจเล็กน้อย

            “ทำไมข้ารู้สึกแปลกๆ มันเป็นความรู้สึกที่แปลกมากจริงๆ พวกเจ้าเป็นหรือไม่”

            “ข้าก็เช่นกัน เมื่อครู่รู้สึกแปลกๆ มันอธิบายไม่ถูก”

            “พวกเจ้าทุกคนก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนมีอะไรเปลี่ยนไปสินะ… ข้ารู้สึกเหมือนจะพอคาดเดาความคิดและการเคลื่อนไหวของพวกเจ้าได้”

            “ใช่ อย่างที่ศิษย์พี่ต้วนพูดเลย มันรู้สึกเหมือนจะรู้และเข้าใจว่าพวกท่านคิดและกำลังจะทำอะไร”

            “ลองคิดดูดีๆ แล้ว มันเป็นอย่างที่ศิษย์พี่พูดเลย… มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

            หวังเฟยหลงมองไปที่พวกเขาที่กำลังสับสนกับความรู้สึกที่เปลี่ยนไป จากคำพูดของต้วนหลิงเทียนทำให้เขาเข้าใจได้ทันทีว่า นอกจากระบบจะแชร์ประสบการณ์และช่วยในเรื่องการบ่มเพาะแล้ว มันยังช่วยในเรื่องการเคลื่อนไหวของพวกเขาทั้งหมดให้สอดประสานกันราวกับฝึกฝนมาด้วยกันเป็นปี และหวังเฟยหลงก็เพิ่งจะสังเกตเช่นกันว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ

            พวกเขาทั้งหมดพร้อมใจกันหันไปทางหวังเฟยหลง เพราะพวกเขารู้สึกว่าต้นตอของความรู้สึกแปลกๆ นี้มาจากเขา หวังเฟยหลงเข้าใจความคิดของพวกเขาจึงยิ้มและพูดขึ้นมาอย่างหน้าตาย

            “ข้าก็รู้สึกเหมือนพวกท่าน แต่ข้าไม่ได้ทำอะไรหรอกนะ”

            “พวกเราต้องอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าต้นตอจะมาจากไหน มันก็เป็นผลดีกับพวกเรา… พวกเราไปหอภารกิจกันเถอะ”

            “ขอรับ”

            [ท่านทำเควสเสร็จสิ้น]
    [ท่านได้รับเควส]

            ระหว่างทางหวังเฟยหลงเปิดดูข้อความจากระบบ เขาก็พบว่าเควสสร้าง Party ของเขาเสร็จแล้ว และเขายังได้รับเควสมาอีกด้วย มันคือเควสต่อเนื่องตามที่หวังเฟยหลงคิดเอาไว้ เขาเปิดดูด้วยความตื่นเต้น

    ……………..

            เควส: แข็งแกร่งขึ้นกับพวกพ้อง : ออกสำรวจเขาวงกต (เควสต่อเนื่อง!)
    ที่จะแข็งแกร่งขึ้น ต้องออกสำรวจและผจญภัยด้วยกันทั้ง Party ดังนั้นพวกคุณจะต้องมีเป้าหมายในการสำรวจ
    เป้าหมาย: เข้าเขาวงกตเถาวัลย์ยักษ์ภายใน 10 วัน
    รางวัล: 400 Coin
    บทลงโทษ: สิ้นสุดเควสต่อเนื่อง และไม่สามารถสร้าง Party ได้อีก

    ……………..

            ‘เขาวงกตเถาวัลย์ยักษ์?... มันกำหนดจุดหมายให้ไป มันค่อนข้างต่างจากเควสอื่นๆ ที่ผ่านมา เพราะมันไม่กำหนดจุดหมาย แต่เป็นแค่การสอนให้เข้าใจระบบเท่านั้น แบบนี้หมายความว่าระบบจะเริ่มกำหนดให้กระทำสิ่งต่างๆ แล้วสินะ… แล้วมันเป็นใครกันที่มอบภารกิจ และเป้าหมายคืออะไร มีแต่ปริศนาไปหมด ช่างไม่น่าไว้ใจเสียจริง’

            ขณะที่หวังเฟยหลงกำลังคิดเกี่ยวกับระบบ ตอนนี้เขารู้สึกว่าระบบไม่น่าไว้ใจอย่างไรชอบกล แต่ตอนนี้เขาต้องหยุดคิดเพราะเขาได้ถึงหอภารกิจแล้ว หวังเฟยหลงตัดสินใจปล่อยเรื่องนี้ไว้ก่อน ต่อให้คิดต่อไปเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ยังไงเขาก็ต้องทำเควสอยู่ดีเพราะมันมีบทลงโทษ

            ‘ช่างเถอะ คิดไปก็เท่านั้น ตอนนี้มีแต่ต้องทำไปก่อน บทลงโทษมันค่อนข้างจะหนักเกินไป เราคงไม่สามารถทิ้งฟังก์ชัน Party ไปได้’

            ‘แต่ปัญหาจริงๆ ของตอนนี้ไม่ใช่เจตนาของระบบ แต่เป็นว่าเขาวงกตเถาวัลย์ยักษ์มันอยู่ที่ไหนต่างหาก’

            “พวกเรามาถึงแล้ว ไปดูภารกิจที่จะออกไปข้างนอกกันเถอะ”

            ทุกคนเดินเข้าไปที่หอภารกิจ จากนั้นพวกเขาก็เริ่มค้นหาภารกิจที่เหมาะแก่การออกไปข้างนอก ภารกิจที่พวกเขาต้องการต้องไม่ใช่ภารกิจธรรมดาที่พบได้ทั่วไป พวกเขาต้องการภารกิจที่ค่อนข้างท้าทาย แต่ก็ต้องไม่อันตรายเกินไปด้วยเช่นกัน

            ขณะที่คนอื่นๆ กำลังหาภารกิจที่น่าสนใจอยู่นั้น หวังเฟยหลงก็ได้ไล่ดูภารกิจด้วยเช่นกัน แต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่การหาภารกิจยากๆ หรือภารกิจพิเศษ หากเป็นจุดหมายของสถานที่ทำภารกิจ เขาพยายามมองหาภารกิจอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเถาวัลย์ แต่ก็ยังไม่พบ สิ่งที่เขาพบคือภารกิจที่เกี่ยวกับป่าเถาวัลย์ ซึ่งมันไม่ได้ใช้คำว่าเขาวงกตหรือเถาวัลย์ยักษ์ เขาจึงคิดว่ามันไม่มีความเกี่ยวข้องกัน หวังเฟยหลงเริ่มรู้สึกท้อ เขารู้สึกว่าอาจจะต้องสูญเสียฟังก์ชัน Party ไป

            ‘เดี๋ยวนะ!... ระบบมันจะสร้างเควสที่ไม่สามารถทำได้จริงหรือ’

            ‘ไม่หรอก ที่ผ่านมา ระบบจะสร้างเควสที่สามารถทำได้เสมอ ดังนั้นมันจะต้องมีอย่างแน่นอน’

            หลังจากคิดได้ หวังเฟยหลงก็เริ่มมองหาภารกิจที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเถาวัลย์ยักษ์ ไม่ว่าจะเป็นป่าเถาวัลย์ ภูเขาม่านหมอก หรือสถานที่อื่นๆ ที่หวังเฟยหลงคิดว่าอาจจะมีเขาวงกตเถาวัลย์ยักษ์อยู่ ขณะที่เขากำลังรวบรวมข้อมูลอยู่นั้น ต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆ ก็ได้ยื่นใบภารกิจที่พวกเขาคิดว่าน่าสนใจให้เขา

            “หวังเฟยหลง พวกข้าคัดเลือกภารกิจเอาไว้ให้เจ้า ลองเลือกดู”

            หวังเฟยหลงดูแล้วพบว่าส่วนมากเป็นภารกิจล่าสัตว์อสูร เก็บสมุนไพร มันเหมือนกับภารกิจทั่วๆ ไป แต่สถานที่ที่พวกเขาเลือกมานั้นน่าสนใจตรงที่เป็นพื้นที่ที่ถือว่าอันตรายในระดับหนึ่ง แต่ตามที่หวังเฟยหลงรู้ พวกมันไม่ใช่สถานที่ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับเขาวงกตเถาวัลย์ยักษ์ เขาส่ายหัว ก่อนจะมองพวกเขาด้วยท่าทางลังเล ต้วนหลิงเทียนที่สังเกตเห็นจึงถามขึ้นมา

            “เจ้ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า ถ้าเจ้ามีสถานที่ในใจอยู่แล้ว สามารถบอกข้าได้เลย”

            ‘ข้าควรจะถามพวกเขาดีหรือไม่... เอาเถอะ คงต้องถามพวกเขาแล้วละ’

            “พวกท่านรู้จักเขาวงกตเถาวัลย์ยักษ์หรือไม่”

            “เขาวงกตเถาวัลย์ยักษ์?”

            เมื่อได้ยินคำถามของหวังเฟยหลง ทุกคนอุทานออกมาด้วยความตกใจ พวกเขามองไปที่หวังเฟยหลงด้วยความกังวล หวังเฟยหลงที่เห็นพวกเขาตกใจเช่นนั้นก็ขมวดคิ้ว เขามั่นใจว่าพวกเขาต้องรู้จักมันแน่นอน จึงถามซ้ำ

            “พวกท่านรู้จักสินะ มันเป็นสถานที่แบบไหนหรือขอรับ”

            “มันเป็นสถานที่อันตราย มันคือส่วนหนึ่งของป่าต้องห้าม”

            “ป่าต้องห้าม?”

            หวังเฟยหลงเคยได้ยินเกี่ยวกับสถานที่อย่างป่าต้องห้าม มันคือสถานที่ที่อันตรายอย่างมาก แม้แต่คนที่อยู่ระดับราชาก็ยังต้องระวังตัวเองเป็นพิเศษ ไม่เช่นนั้นจะต้องตายอย่างแน่นอน ภายในป่าต้องห้ามมีหลายสถานที่ที่อันตรายแตกต่างกันไป

            เมื่อเห็นว่าหวังเฟยหลงทำท่าสับสน ต้วนหลิงเทียนจึงอธิบายถึงเขาวงกตเถาวัลย์ยักษ์ เขาวงกตที่อยู่ในป่าต้องห้ามนั้นเป็นสถานที่ที่อันตรายมากที่สุดส่วนหนึ่งของป่าต้องห้าม เพราะมันจำกัดระดับพลังในการเข้า และเมื่อก่อนเคยมีคนเข้าไปเพื่อสำรวจ แต่ก็ไม่มีใครสามารถกลับออกมาได้ จนถึงตอนนี้มันจึงเป็นสถานที่ที่ไม่มีใครพูดถึงและไม่มีใครอยากไป จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะรู้สึกตกใจเมื่อหวังเฟยหลงพูดถึงเขาวงกตเถาวัลย์ยักษ์

            “มันอันตรายขนาดนั้นจริงหรือ”

            “ใช่… ข้าอยากรู้เหตุผลที่เจ้าถามถึงเขาวงกตเถาวัลย์ยักษ์ได้หรือไม่”

            พวกเขารู้ว่าหวังเฟยหลงจะไม่พูดถึงสถานที่อันตรายเช่นนั้นหากไม่มีเหตุผล แต่เนื่องจากมันเป็นสถานที่ที่อันตรายเกินไปจนถึงขนาดที่พวกเขาอาจจะไม่สามารถกลับออกมาได้อีก