ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    บทที่ 83 ความต้องการน้อยเพียงนี้เชียว

    ฉินลู่เดินกลับมายังประตูทางเข้าชุมชนฝานหวาอีกครั้งรออยู่ประมาณ10 นาที ก็มีรถตำรวจคันหนึ่งขับมาจอดตรงหน้าฉินลู่พร้อมกับบีบแตรเสียงดัง “แต๊นๆ” สองที

            ฉินลู่มองคนที่นั่งอยู่ในรถเป็นยัยชุยฮุ่ยฮุ่ยนั่นเอง

            “ฟึ่บ”

            กระจกรถเลื่อนลงชุยฮุ่ยฮุ่ยชะโงกหัวออกมาพูดว่า “ไปกัน ขึ้นรถเร็ว”

            ฉินลู่ขึ้นไปนั่งที่ฝั่งข้างคนขับปิดประตูรถและพูดว่า “นี่ฉันนั่งรถตำรวจเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วนะครั้งนี้เป็นครั้งเดียวที่ไม่รู้สึกตื่นเต้นเลย ฮ่าๆ”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยกรอกตาใส่ฉินลู่หนึ่งทีจากนั้นก็พูดว่า “ฉันก็ไม่เห็นว่านายจะตื่นเต้นเลยสักครั้งนี่”

            ฉินลู่หัวเราะก่อนยืดตัวบิดขี้เกียจบนเก้าอี้ข้างคนขับ พร้อมพูดกับชุยฮุ่ยฮุ่ยว่า “ชุยฮุ่ยฮุ่ยฉันต้องขอบคุณเธอจริงๆ ที่ช่วยฉันไว้คราวก่อน”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยแกล้งทำเป็นจำไม่ได้“ฉันช่วยอะไรนายกัน”

            ฉินลู่ตื่นตระหนกเพราะเพิ่งนึกได้ว่าในรถของชุยฮุ่ยฮุ่ยอาจมีอุปการณ์ประเภทเครื่องดักฟังวิทยุสื่อสารหรือพวกเครื่องบันทึกเส้นทางการขับก็ได้ เขาจึงพยักหน้าไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ

            “ไหนว่ามาซิ ที่นายบอกว่าจะพาฉันไปเลี้ยงข้าว นายจะพาไปกินที่ไหนกัน”ชุยฮุ่ยฮุ่ยสตาร์ทรถ ถามฉินลู่ไปพลางขับรถไปพลาง

            ฉินลู่ผายมือพูดอย่างใจกว้าง “เธอเลือกได้ตามชอบเลย”

            “งั้นเราไปกินหม้อไฟหม่าล่าก็แล้วกัน”

            “แค่กๆ” ฉินลู่สำลักน้ำลายตัวเอง “ความต้องการของเธอน้อยเกินไปหรือเปล่า”

            “ชิ!” ชุยฮุ่ยฮุ่ยยกนิ้วกลางขึ้นมาแล้วพูดต่อว่า “ฉันกลัวว่าถ้าฉันเลือกร้านอาหารแพงๆเงินเดือนของหมอประจำห้องพยาบาลในมหาลัยอย่างนายจะไม่พอเอาน่ะสิพอถึงตอนนั้นคงขายขี้หน้าแย่ เพราะงั้น ฉันเลยคิดว่าหาร้านที่ธรรมดาหน่อยดีกว่าอีกอย่าง หม้อไฟหม่าล่าหยางกั๋วฝูก็ไม่ถือว่าถูกซะหน่อย”

            ฉินลู่กำหมัดคาราวะ“งั้นฉันก็ต้องขอบคุณเธอแล้ว”

            “ไม่เป็นไร การช่วยเหลือประชาชนเป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้ว” ชุยฮุ่ยฮุ่ยหัวเราะพลางโบกมือไปมา

            ฉินลู่“...”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยขับรถอย่างใจเย็นและไม่รีบร้อนเธอมองตึกรามบ้านช่องและร้านค้าตามถนนสองข้างทางไปด้วยไม่นานก็ขับมาจนเจอร้านหม้อไฟหม่าล่าร้านหนึ่ง

            พอจอดรถเสร็จชุยฮุ่ยฮุ่ยกับฉินลู่ก็พากันเดินเข้าร้านไป

            ลูกค้าในร้านเยอะมากแทบไม่เหลือโต๊ะว่าง

            ทั้งคู่เดินหาโต๊ะว่างอยู่นานกว่าจะเจอโต๊ะว่างตัวหนึ่งที่อยู่มุมบนชั้น2

            “ร้านนี้ลูกค้าเยอะจังเลยนะ ต้องอร่อยมากแน่ๆ” ชุยฮุ่ยฮุ่ยนั่งอยู่ที่เก้าอี้และพูดอย่างตื่นเต้น

            ฉินลู่หัวเราะพลางพูด“เธอคิดไปเองแล้วล่ะเห็นอยู่ชัดๆ ว่าร้านนี้ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ดีมาก ผู้คนที่มาเดินถนนนี้มีเยอะบริเวณใกล้ๆ ยังมีที่พักมากมายอีกต่างหากไม่ใช่เพราะว่าร้านนี้อาหารอร่อยอะไรมากมายนักหรอกหม้อไฟหม่าล่าหยางกั๋วฝูก็เป็นหุ้นส่วนร้านนี้ด้วย ฉะนั้นเครื่องปรุงที่ใช้จึงให้รสชาติที่เหมือนกันหมด”

            “แต่วัตถุดิบที่ใช้อาจจะไม่เหมือนกันก็ได้นะ!” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดค้านอย่างไม่ยอมแพ้

            “ใช่ๆ เธอพูดถูก ตอนนี้ ฉันว่าเราไปเลือกผักกันดีกว่า” พูดจบ ฉินลู่ก็เดินไปตรงโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ที่อยู่กลางห้องอาหารเลือกตักเนื้อปลา เส้นก๋วยเตี๋ยวและผักเครื่องเคียงต่างๆ

            ทั้งคู่เลือกของที่ตัวเองอยากกินเสร็จก็ยื่นให้พนักงานจากนั้นก็กลับมานั่งที่โต๊ะ

            “ฉินลู่ นายบอกว่ามีเรื่องให้ฉันช่วยใช่ไหม จะให้ช่วยเรื่องอะไรล่ะ”ชุยฮุ่ยฮุ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

            ฉินลู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ฉันอยากจะขอที่อยู่ของคนพวกหนึ่งน่ะ”

            “คนพวกหนึ่งงั้นเหรอ”

            “ถูกต้อง เป็นพวกนักเลงกลุ่มหนึ่ง เพิ่งมอบตัวไปก่อนหน้านี้เป็นนักเลงแถวนี้แหละ เธอเป็นตำรวจในเขตนี้ ฉันเลยคิดว่าเธอน่าจะพอรู้จักพวกเขา”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยพยักหน้าจากนั้นก็พูดอย่างมั่นอกมั่นใจว่า “งั้นนายลองพูดมาซิขอแค่เป็นคนที่เคยมีประวัติกระทำความผิดในเขตนี้ ฉันก็พอจะจำได้อยู่”

            ฉินลู่รู้ว่าตำรวจรู้จักคุ้นเคยกับประชาชนในเขตที่ตัวเองดูแลความปลอดภัยอยู่เป็นอย่างดีพวกตำรวจบอกได้ว่าคนไหนที่ไม่ใช่คนท้องถิ่น และคนไหนที่มีคดีติดตัวบ้างเพราะแบบนี้ ฉินลู่จึงมาหาชุยฮุ่ยฮุ่ยเพื่อขอข้อมูลของพวกนักเลงพวกนั้น

            “พวกมันมีหลายคนมาก น่าจะว่างงานกันทุกคนนะ ในกลุ่มมีหัวหน้าคนหนึ่งเขามีรอยแผลบริเวณมุมตา มีรอยสักเต็มตัว เอ้อ ใช่แล้วพวกนักเลงน่าจะมีรอยสักกันทุกคนนะ” ฉินลู่พยายามนึกภาพพวกนักเลงพร้อมพูดบรรยายลักษณะของพวกมัน

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยยิ่งฟังก็ยิ่งตาเป็นประกายเธอพยักหน้าและพูดว่า “ฉันรู้จัก ฉันจำพวกมันได้ ครั้งก่อนฉันยังสอบปากคำพวกนั้นอยู่เลย”

            ฉินลู่พูดอย่างสงสัยว่า“ ครั้งก่อนพวกมันไปมอบตัวและสารภาพความผิดแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงไม่ได้รับโทษล่ะ”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยยักไหล่เบาๆและพูดว่า “ตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ระหว่างให้การ จู่ๆพวกนักเลงพวกนี้ก็กลับคำให้การ บอกว่าตัวเองโดนบังคับให้มาสารภาพพวกมันคุ้นเคยกับสถานีตำรวจและมีประสบการณ์เยอะเพราะมาบ่อยส่วนทางตำรวจเองก็ไม่มีหลักฐานแน่ชัดที่จะมัดตัวพวกมันได้ พอผ่านไป 48 ชั่วโมง เราจึงต้องปล่อยพวกมัน เอ้อ ใช่สิ พวกนั้นทำไมเหรอ พวกมันกล้ามามีเรื่องกับคุณหมอฉินเลยเรอะ”

            “ไม่ได้มีเรื่องกับฉันหรอก...” ฉินลู่เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในร้านอาหารของลุงเมิ่งให้ชุยฮุ่ยฮุ่ยฟังตั้งแต่ต้นจนจบ

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยได้ฟังก็ตบโต๊ะด้วยความหัวร้อนเสียงตบโต๊ะดังจนลูกค้าคนอื่นๆ ในร้านอาหารบนชั้น 2 สะดุ้งกันหมด

            “ขอโทษค่ะ ขอโทษทีนะคะ ฉันใส่อารมณ์มากไปหน่อย...” ชุยฮุ่ยฮุ่ยรีบโค้งคำนับขอโทษลูกค้าคนอื่นๆจากนั้นก็นั่งลงที่เดิมด้วยสีหน้าโมโหสุดขีด พร้อมพูดขึ้นว่า “พวกมันชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้างหรืออย่างไร”

            ฉินลู่ยักไหล่เบาๆ“ใครใช้ให้พวกเธอปล่อยตัวพวกมันล่ะ”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยถึงกับทำตัวไม่ถูกพูดแก้ตัวว่า “เรื่องบางเรื่องมันค่อนข้างซับซ้อน ตำรวจเองก็มีกฎและข้อห้ามมากมาย ต้องมีหลักฐานที่แน่ชัดเท่านั้นจึงจะจับตัวพวกมันได้ไม่อย่างนั้นก็เป็นเรื่องยากที่จะเอาผิด อีกอย่างเรื่องบางเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่มากนักทางตำรวจก็พยายามใช้วิธีที่ง่ายที่สุดเพื่อเป็นการลดต้นทุน สำหรับเรื่องนี้ฉันก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน”

            ฉินลู่โบกมือไปมาเพราะไม่อยากฟังคำแก้ตัวพวกนี้ของชุยฮุ่ยฮุ่ย เขาพูดเข้าประเด็นว่า “ในเมื่อเธอรู้จักพวกมันแสดงว่าพวกมันต้องไปลงชื่อเพื่อบันทึกลงในทะเบียนประวัติกับเธอพวกมันมักจะไปแถวไหนเป็นประจำเหรอ พวกมันชอบไปสถานบันเทิงที่ไหนบ้าง แล้วอีกอย่างบ้านของพวกมันอยู่ที่ไหนกัน”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยอึ้งไปครู่หนึ่งจากนั้นก็มองฉินลู่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาสงสัยมองอยู่นานกว่าจะพูดขึ้นมาอย่างลังเลว่า “ฉินลู่ นายคิดจะทำอะไรกันแน่”

            ฉินลู่ลูบจมูกตัวเองเบาๆและพูดว่า “ไม่มีอะไรมากหรอก แค่จะไปสั่งสอนพวกมันสักหน่อย”

            “นาย...” ชุยฮุ่ยฮุ่ยหันไปมองบริเวณรอบๆก่อนหันมาพูดกระซิบกับฉินลู่ว่า “นายคงไม่ได้คิดจะฆ่าพวกมันหรอกใช่ไหม”

            มีแสงประกายออกมาจากตาฉินลู่จากนั้นก็หายวับไป ฉินลู่แสร้งทำท่าโอเวอร์และพูดว่า “กำลังคิดอะไรของเธออยู่ฉันเป็นพลเมืองดี จะไปทำเรื่องอย่างนั้นได้อย่างไร สมองของเธอนี่มันยังไงกันนะ”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยหัวเราะอย่างทำตัวไม่ถูก“นายก็รู้ว่าฉันเป็นตำรวจฉันค่อนข้างไวต่อเรื่องพวกนี้น่ะ ฉันขอเตือนนายเอาไว้เลยอย่าทำเรื่องที่ผิดต่อกฎหมายเด็ดขาด ต่อให้เป็นการลงโทษพวกคนไม่ดีก็ตามนายเป็นประชาชน นายไม่มีสิทธิ์ทำร้ายคนอื่น”

            “อันนี้ฉันรู้น่า ฉันก็แค่อยากหาพวกมันให้เจอ คุยกับพวกมันดีๆว่าจะจัดการและแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร” ฉินลู่บอกปัดแบบผ่านๆ

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยยังคงรู้สึกลังเลอยู่บ้างครุ่นคิดอยู่นาน จนกระทั่งพนักงานนำหม้อไฟหม่าล่ามาเสิร์ฟที่โต๊ะจนครบเธอถึงพูดออกมาอย่างลังเลว่า “ฉันจะบอกเรื่องที่นายอยากรู้ให้ก็ได้แต่นายต้องห้ามทำอะไรที่มันผิดต่อกฎหมายเด็ดขาดนะ”

            “ฉันขอสาบานต่อหน้าหลอดไฟ” ฉินลู่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยพยักหน้าเบาๆจากนั้นก็ขยับตัวเข้าใกล้หูฉินลู่ และบอกตำแหน่งที่พักของพวกนักเลงอย่างละเอียดให้เขาฟัง

            ฉินลู่ตาเป็นประกายอีกครั้งพร้อมกับหมัดที่ค่อยๆ กำแน่น

    คล้ายกับเรื่องซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน