พาร์ทฟิว
ความวุ่นวายในเมืองหลวง่ตอนเที่ยงอาจจะดูซาลงเมื่อเทียบกับตอนเช้าและตอนเลิกงานแต่ก็ใช่ว่าจะดูสงบ ยังมีรถติดไฟแดงผู้คนเดินชนไหล่กันไม่ขาดสายบางคนรีบไปเจอเพื่อนที่นัดกินข้าวที่ห้าง บางคนก็รีบไปเจอลูกค้าที่นัดไว้ และผมกับคุณฌอนก็ไม่ต่างจากคนพวกนั้น ที่ตอนนี้ทั้งสองเราต่างก็รีบพาแม่ของผมไปโรงพยาบาลผมได้แต่ขอให้พี่คนขับเร่งความเร็วกว่านี้ ผมอยากให้ถึงโรงพยาบาลเร็วๆ เพราะตอนนี้มือแม่เริ่มเย็นขึ้น
“แม่ครับอย่าเป็อะไรนะครับ” ผมได้แต่ร้องเรียกปลุกแม่ให้ตื่น อุ้มแม่ไว้แนบอกใจมันหายวาบเมื่อแม่ไม่ตอบรับแต่ผมก็คิดอย่างมีหวังว่าแม่ต้องไม่เป็อะไร
ส่วนผู้ชายที่ตามมาด้วยก็ได้แต่โอบไหล่ผมไว้เป็การปลอบไออุ่นจากเขาทำให้ผมรุ้สึกดีขึ้นบ้างเมื่อมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ “แม่เธอต้องไม่เป็อะไรเชื่อฉัน” มันอาจจะเป็แค่คำปลอบแต่ผมก็ยังคิดให้แม่ไม่เป็อะไรอย่างที่เขาพูด
.
.
.
.
.
ไม่นานนักคนขับแท็กซี่ก็ได้พามาส่งแม่ถึงโรงพยาบาลคุณฌอนลงจากรถวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเ้าหน้าที่ ทำให้แม่ถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินได้ทันควัน
ตอนนี้ผมกับคุณฌอนรอแม่หน้าห้องฉุกเฉินสองตาของผมจดจ้องไปที่หน้าประตูกระจกใสนั้นตลอดเวลา ใจมันไหววูบกลัวว่าแม่จะเป็อะไรมากกว่านี้ ผมนึกโทษตัวเองที่ทิ้งให้แม่อยู่คนเดียว “ผมขอโทษครับแม่” ผมพูดออกมาเบาๆ ถ้าวันนี้แม่ผมเป็อะไรมากกว่านี้ผมจะไม่มีวันให้อภัยตัวเอง
ผมได้แต่ชะเง้อดูแม่ที่อยู่ภายในถึงแม่ผ้าม่านหน้าประตูหนาจนทำให้ไม่สามารถมองเห็นอะไรเลย แต่ผมก็ยังยืนชะเง้อมองอยู่อย่างนั้นเหมือนคนเป็บ้าเข้าทุกที เก้าอี้สีเขียวแก่หน้าห้องที่มีให้สำหรับญาตินั่งรอผู้ป่วย ซึ่งผมแค่หันมามองแต่ไม่คิดจะนั่งให้เสียเวลาจนคุณฌอนที่ทนเห็นอาการของผมไม่ไหว ลุกจากเก้าอี้มาโอบไหล่ผมจากด้านหลัง
“นั่งก่อนเถอะ” คุณฌอนบอกผมให้ไปนั่ง
“คุณฌอนนั่งเถอะครับผมจะยืนรอแม่ผมอยุ่ตรงนี้” ผมบอกคุณฌอนไปแบบนั้นโดยไม่ได้หันไปมองเขา อาการเจ็บจาก่ล่างที่ถูกกระทำจากเมื่อคืนมันยังเจ็บอยู่แต่ก็ไม่มากแล้วจึงทำให้ผมสามารถยืนรอแม่ได้ แต่ถึงตัวเองจะเจ็บยังไงก็ต้องทนเพราะตอนนี้แม่สำคัญกว่า
.
.
.
.
หลังจากที่รอไปชั่วโมงกว่าหมอก็เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน ผมรีบถลาเข้าหาหมอโดยทันที “หมอครับแม่ผมเป็ไงบ้างครับ” ผมรีบถามถึงอาการของแม่ “โชคดีที่พามาส่งโรงพยาบาลทันไม่งันคงแย่กว่านี้แม่คุณมีอาการช็อกแล้วเป็ลมไปนะครับ เนื่องจากมีโรคแทรกซ้อนเยอะถ้ามาถึงหมอช้ากว่านี้คงแย่แน่ๆ แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับเดียวผมจะให้พยาบาลพาไปพักอยู่ห้องผู้ป่วยนะครับ”
“ครับขอบคุณมากนะครับหมอที่ช่วยแม่ผม” ผมยกมือไหว้หมอ หมอก็พยักหน้ารับไหว้จากผมขอบคุณหมอขอบคุณทุกคนในห้องนี้ที่ช่วยแม่ของผมมันเหมือนตายแล้วเกิดใหม่แม่จะยังอยู่กับผมแม่ยังไม่ทิ้งผมไปไหนขอบคุณ์
ผมนั่งกุมมือแม่บนเตียงคนป่วย หมอให้แม่นอนห้องเดี่ยวเพราะผู้ชายที่มากับผมบอกว่าจะขอเป็คนจ่ายค่าพยาบาลให้ ผมมองดูมือแม่ที่ตอนนี้ผมสังเกตได้ว่ามันเริ่มเหี่ยวย่น ผมลูบหลังมือเหี่ยวๆ ของแม่เบาๆ จ้องมองไปที่ใบหน้าของแม่ตอนนี้ก็มีรีวรอยมาแทนที่ความสวยไปแล้ว ถึงอย่างไรก็เถอะไม่ว่าแม่จะแก่ชราไปตามกาลเวลาแต่ที่ยังคงไม่แก่ไปตามกาลก็คือความรักของแม่ที่มีต่อผม และความรักที่ผมมีต่อแม่คนนี้
น้ำใสๆ เอ้อล้นขึ้นมาตามขอบตาจนมันก่อตัวเป็หยดน้ำไหลลงมาอาบทั้งสองแก้มของผม “แม่ผมขอโทษ” ความรู้สึกผิดจากเื่เมื่อคืนวานกลับมายังโซนประสาทของผมอีกครั้ง ถ้าผมไม่ไปหาเขาแม่ก็คงไม่เป็แบบนี้ ถ้าเขาไม่ทำจนผมสลบผมคงได้กลับไปหาแม่อย่างทุกครั้งและแม่ก็คงไม่เป็แบบนี้
แกร็ก
เสียงเปิดประตูดังขึ้นหลังประตูปรากฏชายร่างสูงที่ผมกำลังนึกถึง ผมหันไปมองแปปเดียวแล้วหันกลับมา คุณฌอนน่าจะลงไปซื้อข้าวกล่องมาให้เห็นในมือข้างหนึ่งถือถุงใสๆ ข้างในมีกล่องโฟมสองกล่องผมคิดเอาเองว่าเขาน่าจะซื้อมาเพื่อผม แต่ตอนนี้ผมพูดตามตรงเลยว่ากินอะไรไม่ลงจริงๆ
“ฟิวกินข้าวไหม” นั้นไงผมเดาไม่ผิดจริงๆ เขาซื้อมาเพื่อด้วย
“คุณฌอนกินก่อนเลยครับผมยังไม่หิว” ผมหันมาตอบเขาแล้วหันกลับไปหาแม่ตามเดิม แต่แล้วผมก็ได้ยินเสียงถอนหายใจอย่างแรงจากคนข้างหลัง ทำไมหรอถ้าคุณฌอนเบื่อก็ไม่จำเป็ต้องมาเฝ้าแม่เขาก็ได้เพราะธุระทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว
“ถ้าคุณฌอนเบื่อคุณฌอนกลับไปพักก่อนได้นะครับผมอยู่กับแม่ได้” ผมหันไปบอกคุณฌอนทว่าด้วยความเกรงใจหรืออะไร แต่ผมก็ไม่อยากเป็ภาระใครผมดูแลแม่ตัวเองได้
จากที่กำลังจะเอาข้าวเข้าปากคุณฌอนถึงกับหุบปากลงโดยทันควัน “ฉันไม่ได้พูดสักหน่อยว่าเบื่อ” ผมหันไปมองสายตาเรียบนิ่งที่ดูไม่ออกว่าเขา้าอะไร แล้วก็ยกช้อนข้าวพลาสติกใส่ปากอีกรอบโดยไม่ได้สนใจผมต่ออีก ดูเขาจะมีความสูขกับการกินไปแล้วผมได้แต่พยักหน้ารับแค่นั้น
ถึงสาเหตุที่แท้จริงแล้วมันอาจมาจากคุณฌอนถึงแม้ในใจผมจะรู้สึกโทษเขาและรู้สึกโกรธเขาขนาดไหนแต่ก็ได้แค่คิด ที่พยายามผลักไสให้เขากลับคอนโดส่วนหนึ่งคือไม่อยากเห็นหน้า เพราะเขา แม่ถึงเป็แบบนี้ถ้าผมไม่ไปหาเขาเมื่อคืน และถ้าเขาไม่ทำผมหนักจนสลบผมคงลุกกลับมาหาแม่ได้ เพราะคุณคนเดียวคุณฌอน
“คิดอะไรอยู่” คุณฌอนเดินมาค้ำเตียงช้อนตัวด้านหลังผม ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อเขาเข้ามาใกล้ ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำในที่แบบนี้
“คุณฌอนครับผมว่าคุณไม่ควรทำแบบนี้นะครับ” ผมเตือนเขาเพราะไม่อยากให้ใครมาเห็นอะไรแบบนี้ “นายก็บอกฉันมาก่อนสิว่าเป็อะไร” เขาเหล่าหลือพยายามเค้นคำตอบจากผมแต่ผมกลับเงียบ ไม่ใช่ว่าไม่อยากพูดนะแต่ผมเบื่อที่จะมาคุยเื่นี้กับเขาแค่นี้ผมก็รู้สึกผิดต่อแม่มากแล้ว
“โกรธฉันหรอ” เขาถามผมแค่นั้นแหละครับผมร้องไห้ออกมาเลยเมื่อเขาพูดคำนี้ ผมโกรธเขา ผมเกลียดเขา ถ้าแม่ผมเป็อะไรไปผมจะไม่มีวันให้อภัยเขาเลย
หือ หือ หือ หือ
“ถ้าเมื่อคืนคุณไม่ทำผมจนผมสลบไปผมคงได้กลับไปหาแม่” ผมร้องไห้ออกมาโดยไม่สนใจว่าใครจะเข้ามาเจอ ผมหันไปทุบเข้าที่อกของเขาแรงๆ เพื่อระบายความโกรธ เขาไม่หลบไม่ปัดยืนให้ผมทุบอยู่อย่างนั้น “ฉันขอโทษ” ผมหยุดชะงักกับคำพูดของเขาไม่ทุบเขาต่อผมเงยหน้าขึ้นมามองเขาที่ตอนนี้ก้มมองผมอยู่
“ฉันขอโทษที่เมื่อคืนทำแรงไปหน่อยจนนายไม่ได้กลับมาหาแม่” พูดจบเขาเอานิ้วมาเกลี่ยน้ำตาที่อาบข้างแก้มเหมือนพยายามเช็ดให้มันแห้ง เขาจ้องมองใบหน้าของผมเปรียบประดั่งปลอบโยนให้ผมหยุดร้องไห้ แต่มันกลับได้ผลผมหยุดร้องโดยทันที
“ทีนี้กินข้าวได้หรือยังฉันหิวแล้ว” ผมพยักหน้าแล้วลุกไปนั่งกินข้าวกับเขาถึงจะโกรธขนาดไหนแต่ก็แพ้ลูกอ้อนเขาที่แสดงออกมา ความรู้สึกผมเหมือนถูกหลอกแต่ผมก็เหมือนยอมโดนหลอกยังไงไม่รู้
“เดียวฉันลงไปเคลียร์เื่ค่าใช้จ่ายก่อนนะ” คุณฌอนบอกผมว่าจะลงไปเคลียร์เื่เงินให้ ซึ่งผมก็พยักหน้ารับโดยไม่คิดจะขอบคุณเขา ก็เขาเป็คนทำให้แม่ผมเป็แบบนี้ถูกแล้วที่เขาจะต้องรับผิดชอบผมเดินมานั่งข้างเตียงแม่ตามเคยจับมือแม่ไว้ข้างกายอย่างที่เคยทำก่อนหน้าเหมือนเดิม เมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนจนผมเผลอหลับไป
“ฌอนเราขอโทษตอนนั้นเราไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นนะเราโดนบังคับ”
“แล้วลูกตาลเคยคิดถึงความรู้สึกเราบ้างไหม”
“เราขอโทษจริงๆ เราไม่ได้ตั้งใจเรากลับมาเป็เพื่อนกันเหมือนเดิมไม่ได้หรอ”
“คงไม่ได้วะเราลืมไปแล้วว่าเคยมีเพื่อนแบบเธอ”
ผมแอบหลังพนักห้องอีกฝังหนึ่งผมเห็นคุณฌอนคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งดูจากกิริยาคุณฌอนแล้วเหมือนจะไม่ชอบผู้หญิงคนนี้มากๆ เลยแต่ตรงกันข้ามกับเธอที่พยายามง้อคุณฌอน หรือเธอจะเป็แฟนเก่าคุณฌอน เธออาจจะมีกิ๊กแล้วคุณฌอนจับได้เลยเลิกละมั่ง เพราะดูจากหน้าตาของเธอที่สวยสะดุดตาและหุ้นของเธอใครเห็นต้องหันมามอง เธอสูงอยากกับนางแบบเธอหน้าจะคงฮอตไม่เบา ที่จริงผมตั้งใจจะมาตามคุณฌอนที่หายไปนานจนผมเผลอหลับไปตื่นหนึ่ง แต่คุณฌอนก็ยังไม่มา ผมลงมาตามที่ชั้นชำระเงินคิดเอาเองว่าเขาน่าจะอยู่ชั้นนี้และผมก็เจอจริงๆ แต่ไม่ใช่เจอคุณฌอนคนเดียว
“ขอโทษนะฉันมีธุระต้องไป” คุณฌอนสะบัดมือของเธอออกแล้วเดินหนีเธอเขาลิฟต์ไป
“หึ กลับมารอบนี้ฉันจะไม่มีวันปล่อยเธอไปอีกฌอน” เธอพูดขึ้นพร้อมกับหยิบมือถือในกระเป๋ากดโทรออก
“ช่วยไปสืบเื่ผู้ชายคนหนึ่งให้ฉันหน่อย” ผมไม่ได้ยินว่าปลายสายเขาคุยอะไรกับเธอแต่ที่ผมได้ยินจากปากเธอคือเธอใช้ให้คนในปลายสายสืบเื่ของผู้ชายคนหนึ่ง
#ขอโทษที่มาช้านะคะงานเรางานเยอะมากเลยวันหยุดคนอื่นแต่เราเหนื่อยมาก
#แต่ก็ฝากคอมเม้นให้กำลังใจนักเขียนด้วยนะคะขอบคุณค่ะ