ขจรเข้าไปที่ห้องของพ่อ พบว่า ตำรวจกำลังสอบสวนพ่ออีกรอบ คราวนี้มีนายตำรวจใหญ่มาด้วยหลายคน ห้ามไม่ให้ขจรเข้าไป รอให้มีการสอบสวนเสร็จก่อน
“ แม่รู้ไหมว่าเื่อะไร”
“ ไม่รู้เหมือนกัน คงเป็เื่ใหญ่ ตำรวจยศใหญ่โตมากับเต็มไปหมด”
ขจรรออยู่สักพัก ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ก็เดินกลับไป มีตำรวจยศร้อยเอกเดินเข้ามาหาแล้วบอกว่า
“ ตอนนี้นายสมบัติ มือขวาเฮียเล้ง หนีไปแล้ว ทำให้เราไม่รู้ว่า พวกมันปล้นเอาของอะไรไป แต่เชื่อว่า ไม่นานคงจะจับได้ ตอนนี้เราได้ให้ลุงแจ้งอัดวิดีโอเป็หลักฐานเอาไว้แล้ว นายสมบัติคงไม่กล้า กลับมาทำอะไรแกแล้ว แต่ไม่ต้องเป็ห่วง ่นี้ตำรวจจะให้สายตรวจ แวะเวียนมาดูลุงแจ้งบ่อยๆ”
ตำรวจเหมือนจะบอกไม่หมด ทำให้ขจรสงสัยยิ่ง
“ คนร้ายที่จะฆ่าพ่อผม มันไม่ใช่คนไทยแน่ ไม่ทราบว่า มันเป็ใครหรือครับ ผมว่ามันเป็นักฆ่ามืออาชีพ ผู้บงการต้องมีอิทธิพลพอควร ถึงได้จ้างมันได้”
ผู้กองเห็นขจร เอ่ยถามเช่นนี้ ก็อึ้งไปพัก ได้แต่ตอบเลี่ยงๆ ไปว่า มันเป็พวกลักลอบเข้าเมือง ไม่ใช่คนของผู้มีอิทธิพลอะไรหรอก ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรแล้ว”
ผู้กองพูดเสร็จก็กลับไป ไม่ยอมตอบคำถามของขจรอีก
คืนนั้น พี่ธงก็มาเยี่ยม แล้วก็พาขจรมาพูดด้วยด้านนอก
“ เมื่อตอนเย็นได้ข่าวว่า มึงเตะไอ้เข้มจนลงไปนอนในยกแรกเลยหรือวะ”
“ ครับ”
“ มึงทำได้ไงวะ ไอ้เข้มมันชกมาหลายไฟต์แล้ว กระดูกมึงกับมันแม่งคนละเบอร์ น้ำหนัก ก็คนละรุ่นเลย มึงเอามันลงได้ไงวะ”
“ ก็ไม่มีอะไร พี่เข้มเล่นเดินเข้ามาไม่ได้ป้องกันเลย ผมแค่ต่อยและเตะ ไปตามที่เห็นจุดอ่อนเท่านั้น”
“ เฮ้อ มึงมันโชคดี ที่ไอ้เข้มมันประมาท ต่อไปหากพวกมันท้าต่อยอีก มึงไม่ต้องสนใจมัน โทรหากู เดี๋ยวกูเล่นกับพวกมันเอง”
“ ไม่เป็ไรพี่ เื่แค่นี้”
“ มึงรู้เปล่า ไอ้โซ้ยตี๋แม่งออกจากคุกแล้ว พี่ชายมันยัดเงินไปเยอะ ให้ลูกน้องมันติดคุกแทนไป มันประกาศว่า มันจะล้างแค้น กูว่ามึงกับ น้องหมวยต้องระวังตัวเอาไว้ ไม่รู้ว่า พวกมันจะลงมือเมื่อไร”
“ ผมไม่ห่วงตัวเอง แต่ห่วงหมวยมากกว่า เดี๋ยวคงต้องโทร. ไปบอกให้ระวังตัวเอาไว้”
“ ไม่เป็ไร เดี๋ยวกูกลับวัดผ่านร้านเจ้คิ้ม กูแวะไปบอกให้เองก็ได้”
“ ฝากพี่ด้วยแล้วกัน”
ขจรให้แม่กับน้องกลับไปก่อน ส่วนตัวเขาจะอยู่เฝ้าแทนเอง
คืนนั้นขจรก็ได้หลับฝันเห็น เด็กทารกคนหนึ่งอยู่ในชะลอมที่กันน้ำได้ ลอยมาตามแม่น้ำ แล้วมาหยุดที่ชายน้ำแห่งหนึ่ง โดยที่บริเวณนั้นมี งูตัวใหญ่สีขาวคาดสีดำสลับกันไปมา เลื้อยมารอบๆ เด็กทารก หน้าแปลกที่มันไม่ฉกกัดเด็กน้อย คอยป้องกันไม่ให้ หมาป่าที่เดินวนเวียนอยู่ หมายจะเข้ามากัดกินเด็กทารก
แต่ว่าไม่นาน พวกหมาป่าก็มากันมากขึ้น พร้อมที่จะขย้ำเด็กทารกเป็อาหาร
แต่ว่า เ้างูตัวใหญ่ มันก็พยายามคอยป้องกัน แลบลิ้นขู่ จนพวกหมาป่าไม่กล้าเข้าใกล้ จนกระทั่ง ท่านฤาษีผู้หนึ่ง กำลังนั่งสมาธิอยู่ ได้ยินเสียงผิดปกติเลยเดินออกมา แล้วก็เห็นทารกกับงู กำลังขู่พวกหมาป่า
“ นี่มันงูทับสมิงคลานี่?”
ท่านฤาษี กำดินขึ้นมาก้อนหนึ่ง ก็เริ่มร่ายคาถา แล้วเหวี่ยงออกไป กลายเป็ตัวต่อนับพันตัว เข้าไล่ฝูงหมาป่า ที่มากันหลายสิบตัวหนีไปจนหมด
“ ข้าจะพามันไปเลี้ยงดูเอง เ้าไม่ต้องห่วงแล้ว”
งูทับสมิงคลาคล้ายเข้าใจ ที่ท่านฤาษีพูด จึงเลื้อยหลบไป ให้ท่านฤาษีอุ้มเด็กทารก ขึ้นมา
“ เองนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ แม่งูทับสมิงคลา ที่โหดร้ายกลับช่วยชีวิตเอ็งเอาไว้ ต่อไปเอ็งใช้ชื่อ ทับ ก็แล้วกัน”
ขจรตื่นขึ้นมากลางดึก นั่งคิดว่า นี่มันฝันอะไรกันวะเนี่ย ทำไมฝันเื่แปลกๆ แบบนี้ขึ้นมาได้ พอเห็นว่าพ่อนอนหลับแล้ว ขจรก็ลงเดินไปที่หน้าโรงพยาบาล เพราะตอนเย็นเขายังไม่ได้กินอะไรเลย ยิ่งออกกำลังกายมากแบบนี้ ทำให้ร่างกายค่อนข้างหิว เป็อย่างมาก ขจรสั่งก๋วยเตี๋ยวมากินทีเดียวสองชาม
ระหว่างนั้น แอลกับ ม่อน ก็เดินมาที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเช่นกัน โดยม่อนนั้นต้องคอยพยุงแอลให้เดินมาอย่างช้าๆ พอเห็นขจรนั่งอยู่ด้วยม่อนก็เลยเอ่ยว่า
“ นี่แก เจอเขาอีกแล้ว พวกเราไปนั่งโต๊ะเดียวกับเขาดีกว่า”
“ ไม่เอา ฉันไม่อยากคุยกับเขา เรากลับห้องกันดีกว่า ฉันไม่กินแล้ว”
“ เอาน่า ไม่เห็นเป็ไรเลย ฉันอยากคุยกับเขา แกก็นั่งไปเป็เพื่อนฉันก็แล้วกัน”
แล้วขจรก็เห็นสองสาวนั้นพอดี
“ อ้าว พวกคุณนั่นเอง ลงมาได้ยังไง แผลยังไม่หายดี ระวังจะอักเสบนะครับ”
ขจรรีบเอ่ยเตือนด้วยความเป็ห่วง
“ พอดีแอล เขาหิวนะค่ะ ม่อนจะลงมาซื้อให้แต่แอลไม่ยอม อยากจะกินอะไรที่มันสดๆ ใหม่ๆ ร้อนๆ เลยพากันมานี่ มาคนเดียวหรือคะ?”
“ ครับ เชิญนั่งเลยครับ”
ขจรเลื่อนเก้าอี้ให้ทั้งสองสาวนั่ง แล้วไปสั่งก๋วยเตี๋ยวตามที่ทั้งสอง้า
“ ฉันชื่อม่อน นี่แอล นายชื่ออะไร”
“ ขจร เรียนจรเฉยๆ ก็ได้ครับ”
“ ขจรอืม ชื่อเพราะดี ว่าแต่นายเรียนหมอที่ไหน?”
“ ก็ที่นี่แหละครับ”
“ โอ้ เก่งจังเลยนะ พวกเราเรียนนิเทศ ที่ ม.รัชดา ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไร”
“ ม.รัชดา โอ้..ได้ข่าวว่าที่นี่มีแต่ ไฮโซไปเรียนกันไม่ใช่หรือครับ”
“ ก็สถานที่แพง อาจารย์มาจาก่างประเทศ ค่าเทอมก็แพงเป็ของธรรมดา”
“ ตอนนี้อยู่ปีอะไรกันครับ”
“ ปีสี่แล้ว”
“ โอ้โห ไม่น่าเชื่อ..ผมนึกว่าอยู่ปี หนึ่งเสียอีก”
ม่อนยิ้มอย่างอายๆ ที่ถูกชมว่าหน้าเด็ก แต่แอลที่นั่งฟังอยู่นาน กลับแสดงสีหน้าไม่พอใจเท่าไร
“ ต่อไปผมเรียกพี่แอล กับ พี่ม่อนนะครับ”
“ ไม่ต้อง ฉันไม่เคย มีน้องชาย” แอลนั่งอยู่นาน จู่ๆ ก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังออกมา
“ ไม่ต้องจริงจังก็ได้มั๊ง” ม่อนเตือนเพื่อน แล้วก๋วยเตี๋ยวก็ถูกนำมาเสิรฟ์
ทั้งหมดก็เริ่มกินกันทันที
“ ไหนๆ ก็เป็รู้จักกันแล้ว พวกเราแลกเบอร์กันดีไหม”
แอลมองเพื่อนตาขวาง แต่ม่อนไม่สนใจ ขจรก็ยื่นมือถือให้ม่อนไป
ม่อนเอาไปถือ แล้วทำการเมมเบอร์ แลกไลน์ให้เรียบร้อย
“ นี่คือเบอร์ฉันกับแอล ต่อไปฉันไม่สบาย นายต้องช่ายรักษาพวกเราสองคนด้วยนะ”
แอลตาโต เหมือนจะบอกว่า เอาเบอร์ของเธอไปให้ ขจรทำไม
“ ผมเพิ่งเรียนปีหนึ่ง ยังไม่ค่อยรู้เื่เท่าไร แต่ผมสามารถสอบถามกับอาจารย์หมอก็ได้ครับ”
“ ดีจังเลย เอาไว้พวกเรานัดเจอกันอีกดีไหม”
ขจรพยักหน้า ไม่ปฏิเสธอะไร
ทันใดนั้นเอง ก็มีเด็กช่าง ขี่มอเตอร์ไซด์มาสองคันสี่คน ใส่เสื้อมีตรารถเต่า ขจรจำได้แม่นว่า มันคือ
คนที่เคยแกล้งเขาที่ร้านพิซซ่า และยังตามมาอัดเขาที่ป้ายรถเมล์อีก
พอมันเห็นขจร พวกมันก็จำได้เช่นกัน จึงปรี่เข้ามาหา ชวนหาเื่ทันที
“ ไอ้น้อง เราเจอกันอีกแล้วนะ โอ้โห พาสาวสวยมากินเตี๋ยวตั้งสองคนแน่ะ”
พวกมันอีกสามคนเข้ามายืนล้อม ทั้งสามคนเอาไว้
ม่อนกับแอล เริ่มใจคอไม่ดี เตรียมมือถือไว้ในมือ เตรียมกด 191 แล้ว
“ ปล่อยผู้หญิงไปซะ พวกเขาไม่รู้เื่ด้วย”
“ โอ๊ะ โอ พวกมึงได้ยินไหม นี่มันสำเนียงพระเอกหนังชัดๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ น้องสาวทั้งสอง บ้านอยู่ที่ไหนจ๊ะ คืนนี้พี่พาไปส่งบ้านดีไหม”
“ ไอ้โง่ มึงแหกตาดูซิ น้องเขาเป็คนไข้อยู่ที่นี่ จะกลับบ้านได้ยังไง แต่ว่าหากน้องจะไปนั่งเล่นที่บ้านพี่ ก็ได้นะ”
“ ไอ้พวกบ้า ถอยไปนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจ” แอลโมโหจัด หยิบมือถือออกมาขู่ พวกมัน ม่อนเองก็ลุกขึ้นมาประคองเพื่อน กลัวจะล้มไป
แต่ว่าไม่ทันได้กด เด็กช่างก็ดึงมือถือออกจากมือแอลไป
“ โทรซิ โทรเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ เอามือถือคืนผู้หญิงไป” ขจรเอ่ยอย่างเหี้ยมเกรียม ตอนนี้ร่างกายที่เขาซ้อมหนักมาตลอด เริ่มมีเืลมพลุ่งพล่าน ไหลเวียนไปทั่ว พร้อมปะทะกับพวกมันแล้ว
“ ไอ้นี่ คราวที่แล้วไม่เข็ด พวกมึงกระทืบแม่งเลย” อีกสองคนที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว พอชายที่เหมือนเป็หัวโจก เอ่ย ก็เหวี่ยงหมัดเข้ามา แต่ตอนนี้ขจรเห็นความเคลื่อนไหวของมัน จึงหลบได้แล้วต่อยเข้าที่กรามของมันร่วงไปกองกับพื้น
เพื่อนอีกคนอยู่ข้างหลังใ ะโเข้ามาจะล็อคคอ ของขจร แต่ทว่าขจรไม่ปล่อยให้มันเข้าใกล้ หมุนตัวใช้ศอกกลับ เข้าไปที่โหนกแก้ม น็อคตาตั้งไปอีกหนึ่ง
อีกคนพอจะเดินง้างหมัดมาแต่ไกล แต่ก็ช้ากว่า ขจร ที่เคลื่อนตัวเข้ามาถีบเสยเข้าปลายคาง หงายหลังสลบไป หัวโจก ดึงมีดพับออกมา แทงใส่ขจรจากด้านข้าง
ม่อนกับแอล ร้องกรี๊ดสุดเสียง
คมมีดเฉียดสีข้างของ ขจรไปหวุดหวิด แต่ก็เปิดแผลเืไหลออกมา หัวโจกแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม จ้วงแทงใส่ขจรอีกครั้ง คราวนี่ขจร เบี่ยงขวาใช้มือซ้ายจับข้อมือของมัน มันร้องลั่นได้ครู่เดียว ก็ถูกฝ่ามือของขจรกระแทกเสยเข้าปลายคางของมัน จนหงายหลังลงไปนอนแผ่กับพื้น สลบไปอีกคน
ขจรเริ่มสงสัย ว่าเขาทำเช่นนี้ได้อย่างไร ความจริง ตอนที่มีดสั้นที่มันแทงเข้ามา เขาก็รู้ และสามารถหลบไป แต่เขากลับจงใจ ให้มีดกรีดร่างของเขาไป เพื่อเวลาตำรวจมาสอบถาม เขาจะได้ไม่ถูกกล่าวหา ว่าทำร้ายผู้อื่นแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่
“ ว๊าย นี่นายถูกแทงหรือนี่” ม่อนร้องออกมาอย่างใ เลิกประคองแอล วิ่งเข้ามาประคองขจรทันที
แอลเองก็อดเป็ห่วง ขจรไม่ได้ รีบะโเรียก เ้าหน้าที่โรงพยาบาล เข้ามาช่วยพาขจรไปทำแผล
ไม่นานนัก ทางตำรวจก็มากันสามสี่คน เพราะเ้าหน้าที่โรงพยาบาลแจ้งว่า มีคนทำร้ายนักเรียนแพทย์ที่นี่ แต่พอตำรวจมาถึง ก็เห็น พวกเด็กช่างมีตรา รถเต่าที่อก ก็ส่ายหัว พอเห็นขจรที่ถูกมีดแทงก็เข้ามาถามอาการ กับหมอฉุกเฉิน
“ าแไม่สาหัส แต่ว่า หากเลื่อนเข้ามาอีกนิด ก็จะทำให้ถูกเส้นเืใหญ่ อาจจะสาหัสกว่านี้ คุณตำรวจควรตั้งข้อหาหนักๆ ให้พวกมันด้วยนะครับ”
อาจารย์หมออธิบาย
“ ไม่ต้องห่วงครับ พวกมันชอบสร้างปัญหาให้สังคมเยอะเหลือเกิน ผมขอผลตรวจอย่างเป็ทางการ จะได้ตั้งข้อหาหนักๆ ให้กับพวกมัน แต่ว่า ทำไมพวกมันถึงได้สลบไสล กันอย่างนี้” ตำรวจถามขจรอย่างสงสัย
“ ผมฝึกมวยที่ค่ายครูยอดน่ะครับ เลยพอมีทักษะอยู่บ้าง”
ตำรวจเลยพยักหน้า แล้วไปสอบถามพยานคนอื่นๆ เสร็จแล้วพวกคนเด็กช่าง ก็ฟื้นขึ้นมา ก็ถูกใส่กุญแจมือ แล้วพาขึ้นรถไปโรงพัก งานนี้คงเจอข้อหาหนักแน่
“ ขอบคุณมากนะครับ พี่หมอ” ขจรลุกลงจากเตียงคนไข้มายืนต่อหน้าหมอห้องฉุกเฉิน
“ ไม่เป็ไร โชคดีแค่แผลถลอกนิดเดียว ต่อไปต้องระวังด้วยนะ ขนาดหน้าโรงพยาบาลคนเยอะๆ พวกมันจะกล้าหาเื่ผู้คน เลวจริงๆ”
ขจรขอตัวกลับไปนอนห้องพักฟื้น ของพ่อก่อน แต่พอเดินออกมา ก็พบว่า ม่อนกับแอล ยังคงรอที่หน้าห้องฉุกเฉินอยู่ ขจรเลยทำท่ากุมแผล เหมือนยังเจ็บไม่หาย
“ นายเป็อย่างไรมั่ง ทำไมรีบลุกออกมา ฉันเอารถเข็นมาให้ไหม” ม่อนรีบเอ่ยออกมา โดยที่แอลเองไม่ทันพูดเลย
“ ไม่เป็ไร แค่แผลนิดเดียว”
“ อย่าอวดเก่งไปเลย ฉันไปเรียกคนมาเข็นนายไปห้องดีกว่า” แอลเอ่ยด้วยความเป็ห่วง
“ ไม่ต้อง ผมเดินเองได้”
ขจรเดินช้าๆ ไปกดลิฟท์ ทำให้ม่อนต้องคอยพยุงไปตลอด ปล่อยให้แอลที่ยังมีอาการเจ็บ ค่อยๆ เดินตามเข้าไปในลิฟท์
ทั้งสองมาส่ง ขจรที่ห้องพักของพ่อ แต่พ่อหลับแล้ว ทำให้สองสาว กลับห้องของตนไป
“ แกเห็นไหม เขาล้มพวกเด็กแว๊นสี่คนนั่นได้ โคตรเท่ห์ เลยอ่ะ”
“ เกือบตายล่ะไม่ว่า” แอลย้อนไป
“ เฮ้ย..เขาช่วยพวกเราไว้นะเว้ย”
“ ช่วยอะไร เขาไปมีเื่กับพวกมันมาก่อน เลยมาหาเื่ พวกเราเลยพลอยซวยไปด้วยหาเื่ชกต่อยแบบนี้ เลิกเรียนหมอ ไปเป็ นักเลงดีกว่ามั๊ง”
“ แกก็ มองเขาในแง่ดีหน่อยได้ไหม พวกนั้นใช่คนดีที่ไหน เขาคงไม่ไปหาเื่กับพวกมันก่อนหรอก”
“ พอเหอะ ฉันไม่อยากฟังแล้ว ง่วง”
แอลพูดไปแบบนั้น แต่ในใจ กลับคิดถึงเื่ของ ขจรทั้งคืน
ตอนเช้ามืด ขจรก็ออกไปวิ่งเหมือนเดิม ซึ่งาแเมื่อคืนก็ไม่ทำให้เขารู้สึกเจ็บอะไร การวิ่งของเขา่นี้ กลับเพิ่มสปีดมากกว่าเดิม ทำให้เขาวิ่งไปกลับ ใช้เวลาสั้นกว่าเดิมถึงสองเท่า จากนั้นก็มาทำท่า ฤาษีดัดตนไปสามสี่ท่า อาการเหน็ดเหนื่อยและ อาการเมื่อยล้า ที่พักผ่อนไม่ถึงชั่วโมง ก็กลับมาเป็ปกติ
วันนี้เป็วันหยุดไม่ต้องไปที่มหาลัย เลยทำให้ขจร เฝ้าอาการพ่อของเขาต่อ
“ จรเอ้ย พ่อรู้สึกเปรี้ยวปากจังเลย ขอเหล้าขาวให้พ่อสักแป๊ก ได้ไหม”
“ คงไม่ได้ พ่อโดนยิงนะ ไม่ได้โดนมดกัด ขืนกินเหล้าตอนนี้ ภายในอักเสบ แผลติดเชื้อ พ่อจะทรมาน ต้องนอนโรงพยาบาลอีกนานนะ”
“ เฮ้อ เวรกรรมอะไรของกูวะเนี่ย”
“ เอาน่า เป็แบบนี้ก็ดีแล้ว พ่อจะได้ถือโอกาสพักตับ มันจะได้อยู่กับพ่อนานๆ”
แล้วทันใดนั้นก็มีคนเคาะประตูห้อง เป็สองสาวนั่นเอง ทั้งสองยกกระเช้ามาเยี่ยมพ่อของขจร แต่ความจริงแล้ว ห่วงอาการของ ขจรมากกว่า
“ นี่นายไม่เป็อะไรแล้วเหรอ?” ม่อนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ ก็ยังเจ็บอยู่ แต่ไม่อยากให้พ่อรู้” ขจรแกล้งบอกสองสาวไปแบบนั้น
“ นายจะไปหาหมอข้างล่างไหม พวกเราจะไปเป็เพื่อน”
“ ไม่หรอก เมื่อเช้าให้พี่พยาบาล ช่วยล้างแผลให้แล้ว”
“ พวกนั้นเป็ใคร แล้วนายไปมีเื่กับพวกมันได้อย่างไร”
“ พวกมันเคยมากินอาหารที่ร้านพิซซ่า ที่ผมเคยทำงานอยู่ แล้วพวกมันก็หาเื่ผม จนต้องออกจากงาน แล้วก็มาเจอพวกมันเมื่อคืน”
“ นี่นายไปทำงานเป็เด็กเสิรฟ์ด้วยเหรอ?” ม่อนถามด้วยความสงสัย
“ ครับ” ขจรพอพูดถึงเื่นี้ก็ไม่อยากพูดอะไรต่อ แต่ว่าม่อนอยากรู้รายละเอียด
“ นายจะเอาเงินไปทำอะไร นายไม่ได้ขอทุนเรียนเหรอ?”
“ ขอครับแต่มันไม่พอ” ม่อนอยากจะถามต่อ แต่ ถูกแอลหยิกเข้าที่แขน ไม่อยากให้ถามเื่ส่วนตัวแบบนั้น
แล้วขณะนั้นเอง ทีวี ก็ออกข่าวว่า มี หัวหน้าแก๊งยาเสพติด สี่คิงส์ แหกคุกพร้อมกันสี่คน ออกมาเมื่อคืนนี้ ทางตำรวจกำลังไล่ล่า แต่ตอนนี้ก็ไร้วี่แววของพวกมันเลยสักคน แล้วก็มีภาพของ คนร้าย 4 คนปรากฏขึ้นที่บนจอโทรทัศน์
“ ตายแล้ว นี่หากมันหนีเข้ามาหลบในโรงพยาบาล พวกเราจะทำอย่างไรกันดี”
จู่ๆ ม่อนก็เอ่ยด้วยความหวาดกลัว
“ จะเป็ไปได้อย่างไร คนร้ายแหกคุกห่างจากที่นี่ เกือบ ห้าสิบกิโล ไม่มีทางที่คนร้ายพวกนี้จะมาถึงที่นี่หรอก” แอลวิเคราะห์ให้ฟัง แล้วมือถือของขจรก็ดังขึ้นมา
“ อะไรนะ คุณซาซ่า จะเข้ามาซ้อมมวย บ่ายนี้ เดี๋ยวผมจะไปรอเลยก็ได้ครับ”
ขจรเห็นสองสาวสงสัย เื่ที่ได้ยิน ขจรพูดม่อนกำลังจะถาม แต่ขจรก็เอ่ยออกมาก่อนว่า
“ งานของผมน่ะครับ เป็เด็กล่อเป้า ให้กับสมาชิกค่ายมวยยอดชายยิมครับ”
“ เด็กล่อเป้า?” สองสาวทำตาโต แล้วเอ่ยออกมาพร้อมๆ กัน......