ร่างของหลินเอ๋อในตอนนี้หลังจากการต่อสู้กับฉางเฟย ถูกรักษาทั้งภายนอกที่ได้รับบาดเจ็บและภายในซึ่งต้องอาศัยการรักษาจากคนที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้โดยตรง
เอ้อหนานคือคนที่รับหน้าที่นั้นใช้พลังภายในของเขาช่วยรักษาให้กับหลินเอ๋อที่ตอนนี้ไร้ซึ่งสติได้แต่นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้าและหันหลังให้กับเขา ภายในห้องที่ท่านเจ้าสำนักหมู่ตึกเป็นผู้จัดเตรียมไว้ให้
อาการบาดเจ็บภายนอกของนางนั้นถือว่าเล็กน้อยไม่ได้น่าเป็นห่วงอะไรมาก หากแต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือภายในของนางต่างหากเพราะจากที่เขาตรวจดูอาการเบื้องต้นก็พบว่า กำลังภายในของนางลดหายไปสามส่วนจากทั้งหมดอีกทั้งยังความยุ่งเหยิงของการไหลเวียนพลังในกาย
เขาจึงได้เกิดความสงสัยว่านางทำอะไรมาจึงได้เป็นเช่นนี้ และในไม่ช้าเขาก็ได้คำตอบหลังได้ใช้จิตของตนเข้าสู่กระบี่ของนาง
‘ข้าช่วยให้นางได้สำเร็จวิชา แต่ไม่ทั้งหมด’เหยียนต้า คือชื่อของสิ่งที่สิงอยู่ภายในกระบี่เอ่ยบอกกับเอ้อหนาน
“ข้ารอฟังอยู่”
‘พอรู้ว่าอดีตคนรักของนางลักพาตัวลูกของนางไป ซ้ำยังฝึกวิชาดาบพิชิตมารโลหิตสำเร็จนางจึงขอให้ข้าช่วยหาวิธีเอาชนะเขา ข้าจึงได้สอนนางให้ใช้พลังภายในเพื่อรองรับวิชาเจ็ดเซียนจุติ ขั้นตอนนั้นง่ายเพียงแค่สลับเส้นจุดชีพจรภายในเพราะแต่เดิมในร่างกายของนางเส้นชีพจรนั้นมันเป็นแนวทางเดียวกัน’
“เพราะวิชาที่เจ้าว่ามา มันต้องอาศัยกำลังภายในเยอะจึงได้ให้นางเปลี่ยนและสลับเพื่อรองรับ ข้าเข้าใจถูกไหม”
‘ถูกต้องเลยล่ะ แต่ในผลดีย่อมมีผลร้ายที่จะตามมาและข้าก็ได้บอกมันให้แก่นางแล้ว’
“ผลร้ายคืออะไร”เอ้อหนานถามกลับทันที
‘การเปลี่ยนและสลับเส้นชีพจร หากใช้พลังภายในมากเกินขีดจำกัดของมัน จะส่งผลให้พลังสี่ส่วนหายไปต้องใช้เวลาที่ค่อนข้างนานจึงจะนำมันกลับมาใช้ได้อีก อีกทั้งวิชาที่เคยใช้อย่างเจ็ดเซียนจุติก็จะยังใช้ไม่ได้จนกว่าเส้นชีพจรเดิมจะกลับมาเป็นเช่นเดิม’
“ข้าพอจะเข้าใจล่ะ แล้วในตอนนี้นางจะเป็นยังไงต่อไป”
‘ไม่เป็นอะไร นางแค่ต้องนอนพักฟื้นไปอีกช่วงหนึ่งเพื่อให้พลังของนางกลับฟื้นขึ้นมา อย่างดีที่สุดคือนางอาจใช้วิชาอื่นนอกจากเจ็ดเซียนได้’
“เจ้าสอนอะไรให้กับนางบ้าง เหยียนต้า”
‘ในตอนแรกข้าสอนวิชากระบี่หมึกให้กับนางแต่เพราะได้ฟังเรื่องราวชีวิตของนาง จึงได้เปลี่ยนความคิดไปสอนอีกวิชาแทนก่อนเจ็ดเซียนจุติ มันคือวิชากระบี่ไร้รัก’
เอ้อหนานนึกถึงคำพูดของเหยียนต้าขณะเขาคุยกันภายในจิตก่อนจะออกมารักษาหลินเอ๋อในตอนนี้ ที่เขาคาดการณ์เอาไว้คือนางจะได้เรียนเจ็ดเซียนจุติหลังกระบี่หมึกซึ่งเขาให้ร่างแยกของตนที่ส่งมาเป็นผู้สอนนาง แต่ไม่คิดว่าเหยียนต้าจะสอนวิชานั้นให้กับนาง
อันที่จริงเขารู้ดีถึงข้อดีและข้อเสียถึงวิชาต่างๆภายในกระบี่ที่นางครอบครอง แต่ที่เขายังไม่รู้ก็คือนางจะใช้มันเพื่อทำสิ่งใดต่อไปในอนาคต
เสียงฝีเท้าจากใครคนหนึ่งดังขึ้นบ่งบอกถึงว่ากำลังมีคนเดินเข้ามา ทำให้เอ้อหนานต้องหยุดความคิดของตนไว้ชั่วขณะและหันกลับไปมองยังต้นเสียง
“นางเป็นเช่นไรบ้าง”เป็นฟู่ถังที่เดินเข้ามาเพื่อดูอาการของนางอย่างเป็นห่วง
“นางไม่เป็นอะไรมากนัก แค่ต้องพักฟื้นอีกหน่อยแล้วเดี๋ยวนางก็หายดีเหมือนเดิม”เอ้อหนานตอบกลับก่อนจะละสายตาจากชายหนุ่มหันมามองหลินเอ๋อ ในขณะที่มือข้างหนึ่งของเขาดันหลังของนางเอาไว้เพื่อถ่ายเทพลังรักษา
“จนถึงตอนนี้ ข้าเองก็คงไม่ต่างจากคนอื่นๆที่งุนงงกับเรื่องของท่าน”ฟู่ถังกล่าวพร้อมนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ข้างเตียง”ท่านเป็นใครกันแน่ และท่านช่วยเหลือนางทำไม ที่ท่านกล่าวบอกนางในตอนนั้นว่านางจะต้องพบเจอกับสิ่งอื่นอีก มีความหมายว่าเช่นไรกัน”คำถามถูกประดังใส่เอ้อหนานแต่แทนที่ชายหนุ่มจะรู้สึกรำคาญและไล่อีกฝ่ายออกไป เขากลับยกยิ้มก่อนจะหันกลับมามองฟู่ถัง
“ความสงสัยทั้งหลายของเจ้า พ่อหนุ่ม ย่อมมีคำตอบเสมอหากแต่คำตอบนั้นไม่ได้อยู่ที่ตัวข้า”เอ้อหนานตอบกลับและมันทำให้ฟู่ถังรู้สึกงงเข้าไปใหญ่
“หากเป็นเช่นนั้น ตอบข้ามาคำเดียว ท่านเป็นมิตรหรือศัตรู”ฟู่ถังลุกขึ้นยืนกอดอกถามอีกฝ่ายพร้อมมองอย่างชั่งใจ
“ข้าเป็นทั้งสองอย่างในคนๆเดียว เป็นมิตรในยามที่นางโดดเดี่ยว เป็นศัตรูยามที่นางเกรี้ยวกราด”
“ท่านชอบนาง?”เมื่ออีกคำถามถูกเอ่ยขึ้นก็ทำเอาเอ้อหนานต้องหัวเราะเบาๆกับท่าทีของอีกฝ่าย
“ข้าว่าเจ้าน่ะ ควรหยุดสนใจนางในช่วงนี้แล้วรีบจัดการกับตัวเองเสียให้เสร็จก่อน ในอนาคตเจ้าและนางจะได้พบกันอีกอย่างเป็นมิตร”เอ้อหนานทิ้งคำพูดให้อีกงฝ่ายคิดไว้แค่นั้นก่อนจะหันมาสนใจหลินเอ๋อต่อ
และคำพูดของเขากำลังทำให้ฟู่ถังได้คิดจริงๆ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายล่วงรู้ได้เช่นไรแต่มันคือสิ่งที่เขากำลังจะทำ เพราะหลังจากที่ได้สู้กับฉางเฟยและพ่ายมาทำให้ฟู่ถังพบว่าตนนั้นยังไม่แข็งแกร่งพอจะปกป้องนาง แม้แต่ตัวเองก็ยังปกป้องไม่ได้ด้วยซ้ำและไหนจะมู่จินอีก
เขาตั้งใจที่จะฝึกวรยุทธขั้นสูงสุดของสำนักให้สำเร็จ และมีแผนที่จะออกเดินทางจากสำนักไปยังสถานที่อื่นๆต่อเพื่อเสริมความสามารถของตนให้มากขึ้นไปอีก
ทางด้านของเทียนเปา หลังจากได้รับการช่วยเหลือและตอนนี้กลับมายังสำนักหมู่ตึกถึงแม้ว่าผู้เป็นแม่จะกลับมาแล้วแต่นางก็ยังคงเป็นกังวลหลังพบว่าหลินเอ๋อต้องเข้ารับการรักษาโดยด่วน ได้แต่เดินวนไปเวียนมาอยู่หน้าห้องที่แม่ของนางพักอยู่
อู้เหมิงกงที่พึ่งจะมาถึง เดินตามหาเทียนเปาอยู่นานกว่าจะเจอและเมื่อได้พบเขาก็ไม่รอช้าที่จะเข้ามาทักทายนาง ซึ่งดูเหมือนว่านางจะกำลังเครียดอยู่มาก
“เป็นอะไรของเจ้า ทำไมถึงมาเดินวนไปเวียนมาอยู่ตรงนี้”เสียงของอู้เหมิงกงถามขึ้นทำให้เทียนเปาต้องหันไปมอง
“คุณชาย ข้ากำลังเป็นห่วงท่านแม่ นางกำลังรักษาตัวอยู่ภายในไม่รุ้ว่าป่านี้เป็นเช่นไรบ้าง”
“แม่นางหลินเอ๋อจะปลอดภัย คนที่รักษาเขาเป็นถึงยอดฝีมือเชียวนะ”อู้เหมิงกงย้ำให้นางฟังอีกหน ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเอ้อหนานเป็นใครแต่จากที่เห็นก็พอจะเดาได้ว่าเขาต้องเป็นยอดฝีมือแน่ๆ
“แล้วคุณชายเป็นเช่นไรบ้าง”แล้วก็หันมาถามถึงอาการเพราะนางเองก็รู้ว่าอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน
“เจ้าเป็นห่วงข้าเหรอ”ถามพร้อมยกเย้นหยอกอีกฝ่าย
“ก็ใช่น่ะสิ คุณชายยอมไปช่วยชีวิตข้าเชียวนะ”แค่ได้ยินเช่นนั้นต่อให้ตอนนี้ยังไม่ได้คิดอะไรกับเขาแต่ก็ทำให้อู้เหมิงกงรู้สึกชื่นใจจนคิดว่าไม่เสียแรงที่ไปช่วยเหลือนางกลับมา
“ข้ารักษาตัวเองจนตนนี้ดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ มีแค่แผลที่ยังไม่หายสนิทแต่ก็อีกในไม่ช้า”พูดพร้อมมองเทียนเปา มองยังไงก็รู้สึกถูกใจนางจนละสายตาไม่ได้จริงๆ
“ข้าไม่อยากเชื่ออสายตาตัวเองจริงๆ ท่านปู่ที่จริงแล้วเป็นเพียงร่างแยกของใครอีกคน ทั้งๆที่ท่านปู่ใจดีและดูข้ามาตลอด”พูดและนึกถึงใบหน้าของชิงหลงหลังรู้ความจริง ทำให้เทียนเปารู้สึกเศร้าใจ
“อย่าได้คิดมากไปเลย”แต่แล้วเสียงของใครอีกคนก็ดังขึ้นทำให้ทั้งสองต้องหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นเอ้อหนาน เทียนเปารู้จักเขาและจำได้ดีแต่ไม่คิดว่าตัวจริงของเขาจะเป็นเช่นนี้
“เอ้อหนาน”เทียนเปาเอ่ยเรียก
“แม่นางหลินเอ๋อฟื้นแล้ว เจ้าเข้าไปหานางสิ”อีกฝ่ายบอกทำให้เทียนเปารีบเดินเข้าไปหาผู้เป็นแม่ทันที ก็พบว่าเป็นจริงอย่างที่ได้ยินมาแม่ของนางกำลังนั่งพักอยู่หลังหลับไปนาน
“ท่านแม่”ไม่รอช้ารีบเข้าไปสวมกอดทันทีทำเอาผู้เป็นแม่แทบจะรับกอดนั้นเอาไว้ไม่ทัน เสียงสะอื้นไห้ของบุตรสาวคนโตดังขึ้นเป็นระยะๆภายในอ้อมกอดของนาง
“แม่อยู่นี่แล้วนะ”พูดพร้อมประทับริมฝีปากบนหน้าผากของเทียนเปาเบาๆ นางรีบซุกอกของมารดาทันที จนกระทั้งเอ้อหนานเดินกลับเข้ามา
“พักที่นี่อีกชั่วยามแล้วออกเดินทางกัน”
“เดี๋ยวก่อน”หลินเอ๋อเรียกอีกฝ่ายที่เมื่อพูดจบก็จะเดินออกไป”เราจะไปไหนกัน”
“อาการของเจ้ายังน่าเป็นห่วง ข้าทำได้แค่ประคองไม่ให้มันทรุดลงเพื่อพาเจ้าไปยังสถานที่อีกแห่ง ที่นั้นมียาและเครื่องมือรักษาเจ้าได้”
“ที่ไหน”หลินเอ๋อถามกลับ เอ้อหนานหยิบเอายาสูบขึ้นมาคาบไว้
“อุทยานเฉิงซิงก้วย”