บ่ายวันอังคารอากาศสดชื่นท้องฟ้าแจ่มใสเมื่อจัดการงานประจำวันเสร็จเรียบร้อย หลินเส้าเฟยควบม้าสีขาวออกมาจากบ้าน ครั้นผ่านสามแยกร้านขายชาจึงบังคับเลี้ยวขวาถนนเส้นนี้จะมาประตูเมืองเจียงหาว เข้าประตูมาแล้วมีถนนเส้นรองลัดเลาะกำแพงตรงมาเรื่อยๆ จนพบแหล่งน้ำตามธรรมชาติ จะมีเนินเขาขนาดไม่สูงเท่าไรอยู่ฝั่งขวามือ
เ้าสาวป้ายแดงควบม้าขึ้นเนินสีหน้าสบายใจกระทั่งมาหยุดหน้าบ้านหลังใหญ่ล้อมรั้วแ่า มีรูปปั้นกิเลนทองสองตัวตั้งคู่กันมีคนรับใช้ผมสีดอกเลายืนเฝ้าอยู่ด้านใน พร้อมดาบเจ๋อเจี้ยนอาวุธชั้นเยี่ยมแห่งเมืองเจียงหาว
“คุณหนูหลิน” บ่าวชราตรงเข้ามาเปิดประตู
“ข้ามาพบน้องผิงกับท่านอา”
“ฮูหยินกับคุณหนูอยู่ที่เรือนหลังในเดี๋ยวข้าให้พวกเด็กๆ มาช่วยนำทาง”
“ลุงเหอโปรดอย่าวุ่นวายข้ามาที่นี่ั้แ่วัยเยาว์”
หลินเส้าเฟยฝากม้าสีขาวไว้กับบ่าวชรานางหยุดคุยกับเขาแค่สองสามประโยค ก่อนเดินยิ้มแฉ่งมาตามทางเดินปูอิฐก้อนโต เหลียวมองฝั่งซ้ายพบเรือนใหญ่ไว้รับรองแขกแม่ทัพเจิ้งมู่ซานสร้างขึ้นใหม่เมื่อหกปีก่อน เนื่องจากตัวเองรับตำแหน่งผู้นำทหารหวางเย่ดูยิ่งใหญ่อลังการเหมาะสมฐานะเกียรติยศ แต่ตัวเองกับครอบครัวพักอาศัยในเรือนหลังในเรือนไม้กะทัดรัดยกสูงจากพื้นดินสองศอก มีเพียงชั้นเดียวสร้างห้องหับไว้ค่อนข้างมากสำหรับครอบครัวเล็กๆ พ่อแม่ลูกสามชีวิต
ก่อนถึงเรือนหลินเส้าเฟยเดินผ่านสวนไผ่อันเต็มไปด้วยไผ่ลำเดี่ยวสูงประมาณสิบเมตร ขึ้นเรียงรายทั้งสองฝั่งถูกดูแลรักษาอย่างดีโดยฝีมือลุงเหอคนรับใช้าุโสกุลมู่ซาน นางชอบมานั่งรับอากาศบริสุทธิ์พร้อมน้องสาวแต่ไม่นึกอยากปลูกขึ้นเองในเขตรั้วบ้าน เพราะดูแลยากใบไผ่ร่วงทุกวันต้องคอยเก็บกวาดชาวไร่อย่างนางไม่มีเวลาให้เื่พวกนี้
บริเวณทางเข้าเรือนสร้างเฉลียงยาวคลุมด้วยหลังคาอันเต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับประจำเมืองหนาว ปรากฏสาวงามสวมชุดสีเขียวมรกตนางหนึ่งกำลังก้มๆ เงยๆ บนพื้นเฉลียงเพื่อปลูกต้นไม้ ไม่ทันสังเกตผู้มาเยือนยืนอยู่ด้านหลังครั้นเห็นก้นงอนๆ กับสะโพกดินะเิของน้องสาว หลินเส้าเฟยจึงอดไม่ได้ที่จะตีเล่นสักเพียะ
“ว้าย!” เ้าของสะโพกดินะเิร้องลั่น รีบหันกลับมาทั้งร่างพร้อมกับชูพลั่วขุดดิน
“เ้าจะทำร้ายข้าด้วยพลั่วอย่างนั้นหรือ” คนจับก้นส่งยิ้มยั่วยวนกวนโมโห
“ท่านพี่…ท่านตีก้นข้าทำไม”
“เ้าก้นใหญ่น่าจับน่าตีข้าแค่จับเล่นไม่ได้หรือไง”
“แต่ท่านไม่สมควรทำข้าโตเป็สาวแล้วไม่ใช่เด็กๆ”
“ยิ่งเ้าโตเป็สาวยิ่งสมควรข้าเห็นแล้วมันเขี้ยวนัก”เ้าของคำพูดแอบตีก้นอวบอิ่มอีกครั้ง
“ท่านพี่!” ผิงมู่ซานหน้าแดงตัวแดงด้วยเขินอาย “ท่านทำลามกข้าไม่คุยด้วย”
“น้องผิง” หลินเส้ยเฟยตรงเข้าใกล้ประชิดวงใน เพื่อกระซิบข้างหูลูกสาวแม่ทัพเจิ้ง “เ้าสมควรรู้เื่พวกนี้ได้แล้ว ผู้ชายทุกคนชอบก้นเ้ามากพวกเขาชอบสะโพกเ้า ชอบใบหน้างดงามของเ้า และที่สำคัญชอบตรงนี้ของเ้า”
ผู้มาเยือนใช้มือขวาจับหน้าอกน้องสาวพร้อมทำหน้าตาหื่นกามคล้ายนักโทษโรคจิต ผิงมู่ซานใร้องว้ายทิ้งพลั่วในมือ วิ่งหนีตัวปลิวเข้าเรือนหลังในอย่างรวดเร็วมาหลบด้านหลังผู้เป็มารดาซึ่งกำลังต้มน้ำชา
“เ้ามาเกาะแกะข้าทำไมดูสิ…ตากแดดจนตัวแดงไปหมด”ฮูหยินแม่ทัพเจิ้งหันมามองกับลูกสาว
“ท่านแม่…ท่านพี่แกล้งข้า”ลูกสาวคนสวยเริ่มงอแงเสียงอู้อี้ขึ้นจมูก
“ข้าเห็นเ้าโดนแกล้งทุกวันไม่ใช่หรือ”
“แต่วันนี้ท่านพี่ลามกมากนางจับก้นข้าจับหน้าอกข้าด้วย ข้ากลัวท่านพี่กลายเป็พวกไป๋เหอ”
“ผิงมู่ซานลูกข้า” ฮูหยินทำหน้าตาเบื่อหน่าย “เ้าแก้ผ้าอาบน้ำกับหลินเส้าเฟยั้แ่เด็กเ้าไม่รู้ใจนางสักนิดเชียวหรือ ตอนนี้นางแต่งงานมีครอบครัวมีสามีท่านพี่ของเ้าจะเป็หญิงรักหญิงได้อย่างไร”
เห็นลูกสาวเข้ามาโอบกอดจากด้านหลังฮูหยินทั้งเอ็นดูและระอาใจไปพร้อมกัน ลูกคนนี้อายุครบยี่สิบปีเป็สาวเต็มตัว แต่นางยังคงทำตัวเป็เด็กตลอดเวลาส่วนหลินเส้าเฟยอายุมากกว่าแค่ปีเดียว นางช่วยเหลืองานในบ้านตั้งมากมายหมั้นหมายเป็เื่เป็ราวั้แ่สองปีก่อน เพิ่งแต่งงานเป็ฝั่งเป็ฝาเมื่อไม่กี่วันและทั้งๆ ที่เกิดเื่ใหญ่กับบิดารวมทั้งสามีนางยังคงเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวเป็เสาหลักของสกุล ผู้หญิงแบบนางในแคว้นเสียมจะมีสักกี่ราย
ขณะที่ผิงมู่ซานฟ้องแม่ตัวเองอยู่นั้นพี่สาวตัวแสบเดินเข้ามายืนเคียงข้างกัน หลินเส้าเฟยชูสองมือน้อยๆ ระดับสายตาทำท่าทางขยำขณะยื่นเข้าใกล้สองเต้าอิ่มเอมเห็นน้องสาวใร้องว้ายนางหัวเราะร่วนทันที
“ท่านอา…ปีนี้น้องผิงโตเป็สาวสะพรั่ง ท่านควรคิดเื่ออกเรือนเสียที”
ผู้มาเยือนเข้ามาคำนับผู้าุโก่อนถอดผ้าคลุมสีดำขลิบทองแขวนฝาผนัง เผยชุดยาวแขนบานสีฟ้าลายน้ำเงิน คาดผ้าแถบลายน้ำเงินอวดเอวคอดกิ่วฮูหยินแม่ทัพเจิ้งเผลอมองหน้าอกฝั่งขวา ส่งยิ้มเล็กน้อยเมื่อพบว่าหลานสาวแต่งตัวถูกต้อง
“ข้าเองก็คิดเช่นเ้าลูกสาวข้าควรหมั้นหมายได้แล้ว”
“ท่านแม่…ท่านพี่ใส่ความข้าท่านแม่อย่าเชื่อ ข้าไม่อยากออกเรือนข้าอยากอยู่กับท่านแม่”
สาวสะพรั่งทั้งเรือนร่างเริ่มงอแงใส่มารดาเห็นว่ายังไม่ได้ผลรีบเปลี่ยนมาใช้แผนสอง โดยโผเข้ากอดจากด้านหน้าอย่างแนบสนิท ใช้ทั้งศีรษะถูไปถูมาบริเวณเนินอกพร้อมกับเงยหน้าจ้องมองตาแป๋วดั่งแมวสามสี เมื่อมารดาตัวเองใจอ่อนยอมทำตาม นางหันมาจ้องพี่สาวร่วมสาบานเพียงคนเดียวเพื่อแลบลิ้นใส่พร้อมทำปากขมุบขมิบไปมา
ผิงมู่ซานเอาตัวรอดสำเร็จอีกครั้งนางดีใจมากะโโลดเต้นราวกับเด็กน้อย ห้านาทีต่อมาชาชั้นเยี่ยมราคาแพงก็พร้อมดื่มผู้หญิงสามคนเดินเข้ามาในห้องอาหาร สร้างอยู่ด้านในสุดค่อนข้างเงียบสงบปลอดภัยปราศจากคนรับใช้เดินผ่านไปผ่านมา ทั้งนี้เนื่องมาจาก้าพูดคุยเื่ส่วนตัวความลับที่สาวๆ ไม่ยอมแพร่งพรายออกไปนอกเรือน
“เ้าเป็อย่างไรบ้างท่านแม่ทัพสร้างปัญหากับเ้าหรือไม่”
“ข้าสบายดี…ท่านพี่สบายดี ข้าปรับตัวกับการนอนคู่ได้แล้ว”
“ข้าไม่ได้หมายถึงเื่นั้น” ฮูหยินวางจอกชาเพื่อตั้งคำถามใหม่ “ระหว่างพิธีส่งตัวเข้าหอทุกอย่างปรกติดีหรือ”
คำถามข้อนี้คนตอบต้องคิดนานๆคิดไปคิดมาพาลเขินหน้าแดงเสียเอง หลินเส้าเฟยไม่เข้าใจคำถามสักเท่าไร คืนนั้นนางเมามากเกือบอาเจียนไปสองรอบจำความได้บ้างไม่ได้บ้างประสาคนเมา นางจึงไม่เข้าใจคำว่าปรกติของท่านอา
“ข้าถามใหม่ดีกว่าตอนสิจิบิเรกันทุกอย่างปรกติดีหรือ” ฮูหยินพูดเข้าประเด็น
“ท่านแม่!” ผิงมู่ซานได้ยินเข้าใตาโต “ท่านแม่หมายถึงท่านพี่ผลิตทายาทร่วมกับ…”
“ผิงมู่ซาน…เ้าไม่ควรพูดคำนี้กับใคร”
ด้วยความอ่อนต่อโลกและไม่เคยเรียนรู้เื่รักๆใคร่ๆ ลูกสาวแม่ทัพเจิ้งจึงโดนท่านแม่เอ็ดใส่เ้าตัวทำหน้าหงิกเข้ามาหลบด้านหลังพี่สาว ซึ่งไม่เคยได้ยินคำศัพท์แปลกๆแบบนี้เช่นกัน หลินเส้าเฟยตอบกลับเสียงอ่อยด้วยไม่ค่อยมั่นใจ
“ข้าคิดว่าปรกตินะท่านอา”
“เล่าให้ข้าฟังทีเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
“ท่านอยากฟังจริงๆหรือ” เห็นฮูหยินกับน้องผิงจ้องมองตาแป๋วเ้าสาวป้ายแดงตัดสินใจพูดถึง “ข้ากับท่านพี่เข้านอนคู่กันท่านพี่พูดอะไรบางอย่างข้าฟังไม่รู้เื่ แล้วเราก็…เราก็สิจิบิเรกันข้ารู้สึกหวิวๆ จะเป็ลมสองครั้งก่อนหลับไป”
“สองครั้ง! เ้าเป็คนมีบุญรู้ตัวหรือไม่”
ฮูหยินแม่ทัพเจิ้งดีใจอย่างออกนอกหน้าราวกับว่าตัวเองเป็คนอยู่ร่วมในเหตุการณ์ แต่หลินเส้าเฟยไม่อยากพูดถึงสักเท่าไรบังเอิญท่านอาคอยช่วยเหลือนางทุกสิ่งทุกอย่าง นางไม่สามารถปิดบังเื่นี้กับผู้มีพระคุณ
“เช้าวันรุ่งขึ้นเป็อย่างไรบ้าง” ฮูหยินตั้งคำถามใหม่ด้วยน้ำเสียงระรื่นหู
“ทุกอย่างตรงตามที่ท่านอาบอกตอนข้าตื่นแสงแดดอยู่ที่เสื่อผืนแรก พอข้าสบตาท่านพี่เราก็…เราก็สิจิบิเรกันข้าหยุดตัวเองไม่ได้ท่านอา ข้าควบคุมตัวเองไม่ได้เลย จำทุกอย่างที่ทำในเช้าวันนั้นได้แต่ข้าไม่รู้จริงๆ ทำเช่นนั้นได้อย่างไร ข้ากับท่านพี่เหมือนทำาร่วมกัน มาจบเอาตอนแสงแดดอยู่ที่เสื่อผืนสามเดาว่าประมาณหนึ่งชั่วยามกว่าๆ”
“อุ๊ยตาย! หนึ่งชั่วยามเชียวหรือ”คู่สนทนายื่นคอเข้าใกล้เพื่อถามเื่สำคัญ “เ้ารู้สึกหวิวๆจะเป็ลมกี่ครั้ง”
“คือว่า…” เ้าสาวเขินหน้าแดงก้มหน้ามองพื้น “นับไม่ถ้วนท่านอา”
“นับไม่ถ้วน! เ้าเป็คนบุญหนักศักดิ์ใหญ่จริงๆ ด้วย”
ฮูหยินแม่ทัพเจิ้งะโดีใจเต้นแร้งเต้นการาวกับว่าตัวเองรู้หวิวๆ จะเป็ลมเสียเอง หลินเส้าเฟยเขินหน้าแดงลามมาถึงลำคอ แต่มีอีกคนหน้าซีดปากขาวร่างกายสั่นไม่หยุดผู้หญิงคนนั้นก็คือผิงมู่ซานสาววัยแรกแย้ม
“ท่านแม่…เวลาสิจิบิเรต้องเป็ลมเชียวหรือ น่ากลัวแบบนี้ข้าไม่ขอมีสามี”
“เด็กโง่” ผู้เป็มารดาจิกตามองแบบเคืองๆ “ถึงเวลาเ้าจะชอบใจมากขี้คร้านสะกิดสามีชวนเข้าห้องนอน”
“ข้าไม่ทำแน่นอนข้าไม่เก่งไม่เหมือนกับท่านพี่”
ลูกสาวแม่ทัพเจิ้งโดนท่านแม่เอ็ดอีกรอบเ้าตัวทำหน้าหงิกเข้ามาหลบด้านหลังพี่สาว ผู้รู้ซึ้งเื่สิจิบิเรเมื่อไม่นานมานี้หลินเส้าเฟยมีความเห็นเหมือนท่านอา วันใดน้องผิงได้ประสบนางจะติดใจเพียงแต่ตัวเองไม่อยากพูดถึงด้วยเขินอาย
เมื่อไม่นานมานี้นางเองก็เป็แบบน้องไม่ประสีประสาเื่พวกนี้แม้แต่น้อย ไม่รู้ด้วยซ้ำตัวเองต้องทำอย่างไรบ้าง เมื่อพิธีส่งตัวเข้าหอถูกเลื่อนสองครั้งตัวเองยิ่งเป็กังวลเื่นี้หนักกว่าเดิม กลัวไปหมดทุกอย่างจนกลายเป็คนขี้ระแวงกลัวแม้กระทั่งพูดคุยหรือพบหน้าเ้าบ่าว กลัวว่าเขาจะผิดหวังในค่ำคืนสำคัญจึงตัดสินใจปรึกษาท่านอาก่อนเริ่มพิธี
“เ้าอยากให้ข้าช่วยสิ่งใด” ฮูหยินแม่ทัพเจิ้งในคืนนั้นเอ่ยถาม
“ข้ากลัวท่านอา…ใจสั่นตัวสั่นไปหมดท่านโปรดจับ”หลินเส้าเฟยจับแขนคู่สนทนามาััเรือนร่างตัวเอง
“เ้าต้องหักห้ามใจไม่หวาดกลัวนี่เป็เื่ธรรมชาติและเป็หน้าที่สตรีเช่นเรา”
“แต่พิธียาวนานตั้งสามวันสามคืนนานขนาดนั้นข้าคงทำไม่ไหว”
“ซุปไหอันแก้ปัญหานี้ได้ท่านแม่ทัพจะคึกคักจนจบพิธี”
“แล้วข้าล่ะท่านอาข้าไม่มั่นใจตัวเอง…ข้ากลัวตัวเองทำพิธีสำคัญพัง”
“เ้านี่เื่มากจังเ้าอยากให้ข้าช่วยสิ่งใด”
“ท่านต้องแบ่งซุปไหอันให้ข้าดื่ม”
“แบ่งซุปให้เ้าดื่ม! เ้าเอาความคิดอุตริแบบนี้มาจากใคร”
คำขอร้องออกจะประหลาดเอาการจนฮูหยินต้องใช้ความคิดสักพักใหญ่ ตอนนั้นหลินเส้ยเฟยคาดหวังแค่เพียงว่าถ้าตัวเองคิดและทำเหมือนเ้าบ่าวก็คงดี ความมั่นใจที่เคยหายไปจะหวนกลับคืน ได้ทำหน้าที่สตรีแคว้นเสียมอย่างสมภาคภูมิคำร้องขอของเ้าสาวได้รับการตอบสนอง ฮูหยินแบ่งซุปไหอันให้นางดื่มครึ่งหนึ่งก่อนผสมน้ำซุปอื่นลงไปในถ้วยใบเดิม
“ซุปไหอันออกฤทธิ์หลังครึ่งชั่วยามเ้าดื่มเพียงครึ่งเดียวคงนานกว่านั้น ข้าคิดว่าอาจเป็รุ่งสางของอีกวัน”
“รุ่งสางเชียวหรือแล้วคืนนี้ล่ะท่านอา” ใบหน้าเ้าสาวทั้งใทั้งตื่นเต้น
“ข้าคิดว่าไม่ยาก…งานนี้เ้าต้องเมา!”
นี่คือเื้ัก่อนพิธีส่งตัวเข้าหอเพราะท่านอาให้ความช่วยเหลือสุดความสามารถ หลินเส้าเฟยจึงกลายเป็ผู้หญิงคนแรกที่ดื่มซุปไหอันแม้ตัวยาจะออกฤทธิ์ล่าช้าเกินไป แต่ด้วยเหล้าจีซูหลายขวดทำให้ตัวเองผ่านพ้นคืนสำคัญทำหน้าที่สตรีแคว้นเสียมอย่างสมศักดิ์ศรี มีเพียงสิ่งเดียวที่ยังติดค้างในจิตใจท่านพี่สิจิบิเรกับนางเพียงสามครั้งครึ่ง
หน้าที่สำคัญเื่หนึ่งคือให้กำเนิดบุตรเพื่อสืบสานวงศ์สกุลสร้างความมั่นคงกับแคว้น ตามประเพณีบ่าวสาวต้องอยู่ด้วยกันสามวันสามคืนด้วยฤทธิ์เดชซุปไหอันอย่างน้อยควรสิจิบิเรกันหกครั้ง แต่นางได้รับแค่สามครั้งครึ่งเพียงพอหรือไม่นางอาจไม่มีบุตรเกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่ สิ่งนี้คือปัญหาใหญ่รบกวนจิตใจลูกสาวแม่ทัพลู่
ตอนถูกท่านพี่ทิ้งไว้กลางทางนางใมากคิดไม่ออกเลยตัวเองทำอะไรผิดพลาดไป ต่อมาต้องนอนซมทั้งวันเพราะความอ่อนเพลีย นึกอยากขอบคุณที่เขาใจดีกับนางมากแต่ก็เพียงครู่เดียวเมื่อตัวเองเกิดระลึกได้ว่า ต่อจากนี้อาจไม่ได้สิจิบิเรกันอีกแล้วมันก็เป็จริงเย็นวันศุกร์ท่านพี่กลับบ้าน สามคืนที่อยู่ด้วยกันเขาแทบไม่แตะต้องตัวนางแค่หอมหน้าผากเบาๆ โอบกอดให้พออบอุ่น ก่อนพาเข้านอนช่วยห่มผ้านวมอย่างแ่ารุ่งเช้าอีกวันปลุกนางขึ้นมาพาไปชมพระอาทิตย์
หมายความว่าพิธีส่งตัวเข้าหอจบสิ้นแล้วเราสองคนไม่ได้สิจิบิเรกันอีกแล้ว นางตัดใจจากอารมณ์ความรู้สึกตัวเองได้แต่นางตัดใจเื่มีบุตรสืบทายาทไม่ได้ รวมทั้งข้องใจเื่ท่านพี่หนีจากไปดื้อๆเอ…หรือเขาคนนี้อาจมีปัญหาส่วนตัว
“ท่านอา…ท่านพี่ของข้าปรกติหรือไม่” คนขี้กังวลตัดสินใจเปิดปากสอบถาม
“ท่านแม่ทัพเป็คนพิเศษมากๆเชียวนะ ถ้าเป็ม้าคงเปรียบได้กับม้าเซ็กเธาว์”ฮูหยินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่หยุด
“แต่ทำไมท่านพี่…ท่านพี่”
“ท่านพี่ของท่านพี่ทำไมหรือ?”
ผิงมู่ซานรีบยื่นใบหน้างามๆเข้าใกล้ มารดาของนางก็เป็ที่คนที่ทำเช่นกัน ส่งผลให้หลินเส้าเฟยอ้ำอึ้งทันควัน นางไม่มีท่านแม่อบรมดูแลั้แ่เยาว์วัยท่านพ่อท่านพี่อยู่ในค่ายทหารตลอดเวลา ญาติพี่น้องรายอื่นๆ อยู่ในเมืองหลวง มีเพียงท่านแม่ของน้องผิงคอยให้คำปรึกษาแต่ให้ปรึกษาหมดทุกเื่รู้สึกเกรงใจมาก ลูกสาวแม่ทัพลู่ตัดสินใจโบ้ยไปเื่อื่น
“เมื่อวานท่านพี่ไม่กลับบ้านโจวซื่อไห่บอกว่านอนค้างค่ายทหาร”
ได้ยินปัญหาข้อใหม่จากเ้าสาวป้ายแดงฮูหยินแม่ทัพเจิ้งเบิ่งตาโตด้วยแปลกใจ หลินเส้าเฟยงามทั้งกายทั้งใจหาใครเปรียบเปรยดีกว่าลูกสาวตัวแต่โตของตัวเองร้อยเท่าทวีคูณทำไมท่านแม่ทัพไม่กลับมาเชยชมภรรยาคนงาม
“เ้ากับท่านแม่ทัพมีปัญหากันหรือไม่” ผู้าุโเริ่มมีน้ำเสียงเคร่งเครียด
“ข้าไม่แน่ใจ” หลินเส้าเฟยสับสนเื่นี้เหมือนกัน บางทีนางอาจทำให้เขาผิดหวังจึงหนีจากไป
“เอ…เอาแบบนี้” ฮูหยินตัดสินใจพูดบางอย่าง “ข้าขอถามเื่ส่วนตัว เ้าทำอะไรบ้างตอนสิจิบิเร”
“ท่านอาข้าเขินข้าไม่อยากให้น้องผิงรับรู้”
“เ้าไม่ต้องเล่ารายละเอียดแค่บอกสิ่งผิดปรกติกับข้าก็พอ”
“สิ่งผิดปรกติ” บุคคลในเหตุการณ์ขมวดคิ้วโก่ง “มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนข้าใจหวิวๆข้าข่วนหลังมือท่านพี่เป็แผลลึก”
“อุ๊ยตาย! ข่วนหลังมือเชียวหรือ” คู่สนทนาดวงตาลุกวาวดั่งไฟลูกโต“เ้ายังทำอย่างอื่นอีกหรือไม่”
“ข้าคิดว่ามี” เ้าสาวขมวดคิ้วครุ่นคิด “ข้านึกออกแล้ว! พอใจหวิวๆ อีกครั้งข้ากัดข้อมือท่านพี่ พอใจหวิวๆอีกครั้งข้าใช้หน้าผากโขกจมูกท่านพี่ พอใจหวิวๆ อีกครั้งข้าดึงผมท่านพี่เต็มแรงหลุดติดมือมาด้วยข้ายังเก็บไว้บนหัวเตียง”
“กัดข้อมือ! โขกจมูก! ดึงผม!ข้าอยากเป็เ้าเหลือเกินหลินเส้าเฟย”
ฮูหยินแม่ทัพเจิ้งะโดีใจเต้นแร้งเต้นการาวกับว่าตัวเองเป็คนกัดข้อมือเสียเอง หลินเส้าเฟยเขินหน้าแดงลามมาถึงลำคอแต่มีอีกคนหน้าซีดปากขาวร่างกายสั่นไม่หยุด ผู้หญิงคนนั้นก็คือผิงมู่ซานสาววัยแรกแย้ม
“ท่านแม่…เวลาสิจิบิเรต้องโขกจมูกเชียวหรือ น่ากลัวแบบนี้ข้าไม่ขอมีสามี”
“เด็กโง่” ผู้เป็มารดาจิกตามองซ้ำสอง “ถึงเวลาเ้าจะชอบใจมากเ้าไม่น่าเกิดเป็ลูกข้าเลยจริงๆ”
“ข้าไม่เก่งไม่เหมือนท่านพี่นี่นาท่านแม่เห็นคนอื่นดีกว่าข้าทุกที”
ลูกสาวแม่ทัพเจิ้งโดนท่านแม่เอ็ดอีกรอบเ้าตัวทำหน้าหงิกเข้ามาหลบด้านหลังพี่สาวผู้รู้ซึ้งเื่เืตกยางออกเมื่อไม่นานมานี้ หลินเส้าเฟยมีความเห็นเหมือนท่านอาวันใดน้องผิงได้ประสบนางจะติดใจ เพียงแต่ตัวเองไม่อยากพูดถึงด้วยเขินอายรวมทั้งตัวเองกำลังกลุ้มใจเื่ให้กำเนิดบุตร เกรงว่าไม่มีผู้สืบสกุลแล้วสามีจะนึกเบื่อหน่าย
ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาฮูหยินผู้เข้าใจผิดคิดว่าหลินเส้าเฟยกลัวสามีนอกใจ ผู้มีประสบการณ์มาก่อนอาบน้ำร้อนมาก่อนตัดสินใจให้คำแนะนำหลานสาวคนโปรด ด้วยไมตรีจิตที่มีให้กันมาอย่างยาวนาน
“ในเมื่อท่านแม่ทัพไม่กลับบ้านเ้าต้องบุกเข้าไปพบในค่ายทหาร”
“บุกค่ายทหาร!” สองสาวงามพูดเสียงดังพร้อมเพรียงกัน
“ถูกต้อง…บุกค่ายทหารหวางซื่อ ส่วนเ้าต้องไปกับพี่สาวเ้าพรุ่งนี้เราจะบุกจู่โจมสายฟ้าแลบ”
ฮูหยินจิบชาร้อนด้วยความละเมียดละไมสายตาเหลียวมองมาที่สองดรุณี แอบมีรอยยิ้มติดมุมปากคล้ายดั่งตัวโกง
-------------------------------
ปล.ฮูหยิน…โปรดเก็บอาการด้วยขอรับ
ปล2.หลินเส้าเฟยเริ่มปรากฏตัวเสียทีและจะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ โปรดให้กำลังใจนาง