เพียงฟ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองร้องไห้นานแค่ไหน เธอรู้แค่มันนานมากจนดวงตาของเธอบวมแดงจนน่าตลก แต่เธอกลับหัวเราะไม่ออก
ความรู้สึกใจหายเหมือนตกจากที่สูงทุกครั้งที่นึกถึงสีหน้าของจอมทัพก่อนหน้านี้ทำให้กระบอกตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบอย่างควบคุมไม่ได้
ร่างบางนั่งอยู่บนที่นั่งเก่าที่เต็มไปด้วยฝุ่นดินอย่างไม่ใส่ใจ เธอสะอื้นเบาๆพลางสูดหายใจลึกๆจึงเกิดเสียงอู้อี้ในจมูก
ท้องฟ้าสดใสพลันดูหม่นหมองลงจนเหมือนโลกทั้งใบกลายเป็นสีเทาในชั่วพริบตา เพียงฟ้าเงยหน้ามองก้อนเมฆที่ล่องลอยลนฟ้าอย่างเหม่อลอย อารมณ์ที่ระเบิดออกมาค่อยๆสงบลง แต่ความคิดด้านลบมากมายก็ยังคงกัดเกินหัวใจเธอจนปวดร้าว
เธอไม่รู้จะกลับไปสู้หน้าจอมทัพได้ยังไง...
เธอรู้ว่ามันเป็นความผิดของเธอทั้งหมด เป็นเธอเองที่เริ่มต้น และบางทีเธออาจจะรู้อยู่เต็มอกว่าสักวันมันจะจบลงแบบนี้
"ทัพคงจะเกลียดฟ้ามากแน่ๆเลย..."เพียงฟ้าพึมพำกับตัวเอง ริมฝีปากอิ่มสั่นเทาเบาพลางก้มหน้าซุกลงบนเข่าอย่างอ่อนแรง
เธอจมอยู่กับความเศร้ามากเกินไปจนไม่ทันรู้ตัวว่าใครบางคนเดินเข้ามาใกล้จากด้านหลัง
"ไม่เกลียดหรอก..."
"!!!..."
.
.
.
จอมทัพนั่งอยู่ในห้องที่เหลือเพียงตัวเองด้วยแววตาว่างเปล่า ความทรงจำมากมายที่ไหลบ่าเข้ามาอย่างกระทันหันทำให้เขามึนงงจนแสดงสีหน้าไม่ถูก
แม้แต่เขาเองก็กำลังสับสน...
เขารักเพียงฟ้าเพราะเธอใช้พลังนั้นกับเขาหรือเปล่า...
อาจเพราะจุดเริ่มต้นอันยุ่งเหยิงและเห็นแก่ตัว ทำให้จอมทัพสับสนทั้งความทรงจำและความรู้สึกของตัวเอง ความคิดที่หลุดจากควบคุมโดยสมบูรณ์ของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ลึกๆในใจเขากลับรู้สึกเศร้าและผิดหวัง
ความรู้สึกเจ็บแปลบในใจของการถูกคนที่เชื่อใจหักหลังทำให้จอมทัพได้แต่นั่งนิ่งอยู่บนพื้นอย่างเหม่อลอย มองเพดานห้องที่ถูกแสงแดดส่องผ่านเป็นเงาจางวูบไหวเหมือนคลื่น
สติที่แจ่มชัดทำให้ทุกครั้งที่เขานึกย้อนกลับไปในทุกการกระทำก่อนนี้ช่างไร้สาระจนหัวเราะไม่ออก
ความรู้สึกโกรธและอับอายแล่นผ่านใบหน้าเขาจนแดงก่ำ สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกที่ทาโถมเข้าใส่เหมือนพายุ
จอมทัพหลับตาแน่นพยายามผ่อนคลายหัวใจที่ตึงเครียดลง ภาพใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวปรากฏขึ้นในความทรงจำ ภ่พร่างบางที่วิ่งหนีไปราวกับหลบหนีความตายทำให้จอมทัพพยายามใจเย็นลง
เขาไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงทำแบบนี้กับเขา...
เพราะรัก?...
หรืออาจเป็นการเล่นสนุก...
แม้ปากเพียงฟ้าจะบอกว่ารักเขา แต่การกระทำของเธอกลับควบคุมและครอบงำเขาอย่างเบ็ดเสร็จราวกับเจ้าชีวิตมากกว่า
ทุกการกระทำของเธอมันทั้งสุ่มเสี่ยงและไร้การยับยั้งช่างใจ หากเพียงชั่ววินาทีเดียวที่ใครสักคนมองเห็นหรือจับได้ จอมทัพคงถูกประนามในฐานะพวกโรคจิตไปตลอดชีวิต
มันทำให้เขารู้สึกว่าเธอมองเขาเป็นเพียงของเล่น...
"ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง"จอมทัพพึมพำกับตัวเองเสียงเบา แววตาที่หม่นหมองพลันเปล่งประกายมุ่งมั่นขึ้นมาในชั่งพริบตา
ร่างสูงโปร่งเสียเวลาไม่กี่นาทีในการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะวิ่งตามเพียงฟ้าออกจากบ้านไป แม้จะไม่เห็นแม้แต่เงาหรือแผ่นหลัง แต่จอมทัพกลับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าเธอควรจะไปที่ไหน
สนามเด็กเล่นร้างที่สมัยเด็กพวกเขาใช้เป็นฐานลับ...
สถานที่แห่งความทรงจำที่พวกเขาได้พบกับครั้งแรกและครั้งต่อๆมานับครั้งไม่ถ้วน
จอมทัพเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปยังจุดหมายด้วยความรวดเร็ว ไม่นานก็เห็นเงาของแผ่นหลังบอบบางเศร้าหมองที่ทรุดนั่งลงบนม้านั่งเพียงลำพังในสนามเด็กเล่นอย่างที่คิดไว้
จอมทัพผ่อนฝีเท้าลง ลมหายใจของเขาหอบถี่เล็กน้อยจนต้องหยุดเพื่อหายใจเข้าออกช้าๆหลายครั้งจึงสงบลง
ภาพของเพียงฟ้าที่ดูหม่นหมอง เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นที่ดังก้องไปทั่วทำให้หัวใจของจอมทัพรู้สึกเจ็บเหมือนถูกหนามแทง
จอมทัพมองแผ่นหลังสั่นเทาที่ห่อเล็กตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขายังคงโกรธอยู่ แต่มากกว่านั้นคือความรู้สึกเจ็บปวดและหวาดกลัว
ในตอนแรกเขาคิดว่าเขาโกรธและหวาดกลัวในสิ่งที่เธอทำ และเจ็บปวดเพราะความผิดหวัง แต่ความคิดพวกนั้นกลับพังทลายลงในวินาทีที่เขาได้ยินเสียงร้องไห้สะอื้นของเธอ
จอมทัพรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า เขาตระหนักได้ในที่สุดว่าเขาไม่ได้เจ็บปวดกับความผิดหวัง ที่จริงเขาอาจไม่ได้รู้สึกโกรธเธออย่างแท้จริงด้วยซ้ำ
แต่เขาแค่กำลังกลัว...
กลัวกับความคิดที่ว่าเธออาจแค่เล่นสนุก
กลัวกับความคิดที่ว่าเธอเบื่อเขาในสักวัน
กลัวกับความคิดที่ว่าเธออาจไม่รักเขา
และเขากลัวเหลือเกินว่าเธอจะทิ้งเขาไป...
แค่ความคิดที่ว่าเธออาจทิ้งเขาไปก็ทำให้หัวใจของจอมทัพเจ็บเหมือนถูกมีดกรีด ความกลัวเช่นนั้นทำให้เขาเจ็บปวด ระแวงสงสัยหรือแม้แต่โกรธเคือง
จอมทัพค่อยเดินเข้าไปหาแผ่นหลังที่สั่นเทา ความลังเลสับสนปรากฏขึ้นในดวงตา เช่นเดียวกับความกลัวที่ทำให้มือของเขาสั่นเทา
แม้เพียงฟ้าที่อยู่ตรฃหน้าจะร้องไห้ราวกับจะขาดใจ แม้ว่าในความทรงจำของเขาเธอจะดูรักเขามากแค่ไหน แต่เขาก็ยังกลัว
กลัววว่ามันจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่เพียงแค่แตะก็จะจางหายไป กลายเป็นเพียงฟ้าที่ยิ้มเยาะกับความรักของเขา สมเพชความท่าทางน่าอับอายมากมายที่ถูกควบคุมของเขา
และสุดท้ายก็ทิ้งเขาไปเหมือนของเล่นเก่าๆชิ้นหนึ่ง...
กระทั่งเขาได้ยินเสียงสั่นเครือของเธอที่พึมพำกับตัวเองอย่างสิ้นหวัง
"ทัพคงจะเกลียดฟ้ามากแน่ๆเลย"
เสียงที่สั่นเครืออ่อนแรงแต่กลับเต็มไปด้วยความร้องขออย่างสิ้นหวังนั้นราวกับจุดประกายเปลวไฟแห่งความหวังที่ใกล้จะจะมอดดับลงให้แผดเผาความกลัวของเขาจนหมดสิ้น
ริมฝีปากของจอมทัพเปิดออกเปล่งเสียงตอบกลับไปอย่างไม่ทันคิด "ไม่เกลียดหรอก..."
ร่างกายที่กำลังกอดเข่าพลันแข็งทื่อจนสังเกตุเห็นได้ด้วยตาเปล่า ใบหน้าหวานที่เปื้อนด้วยคราบน้ำตาหันกลับมามองเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง
"ทัพ..ไม่ได้เกลียดฟ้า"เขากล่าวย้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าที่ฝืนทำเป็นเยือกเย็น "เรามาคุยกันดีๆเถอะนะ"
จอมทัพไม่ได้รอคำตอบ แต่กลับเดินเข้าไปนั่งข้างๆเธอโดยไม่ปล่อยให้ปฏิเสธ สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอึดอัดระหว่างเราทั้งคู่ เขาถอนหายใจหลับตาลงนานหลายวินาทีราวกับเตรียมใจ จึงหันไปสบตากับดวงตาแดงก่ำของเพียงฟ้าอย่างมั่นคงไม่หลีกเลี่ยง
"ทัพรักฟ้านะ...รักจริงๆ ฟ้าล่ะรักทัพหรือเปล่า"
คำพูดของเขาถูกกลืนหายไปกับความเงียบ แววตาของเพียงฟ้าดูตกตะลึงก่อนจะเปลี่ยนเป็นความไม่เชื่อและความยินดีจนน้ำตาไหล
เธอพยักหน้ารับเป็นการตอบกลับ แต่ริมฝีปากที่สั่นเทากลับเปล่งออกมาได้แต่เสียงสะอื้น เธอพยายามจะพูดแต่ทุกครั้งมันกลับฟังดูสั่นเทาจนฟังไม่เป็นคำ
"ฟ้า....รั..ก..ฟ้าเอง...ก็..ฮึก...รัก...ทัพเหมือน...กัน"คำพูดที่สั่นเครือจนฟังแทบไม่รู้ความดังลอดออกมาจากริมฝีปาก
"ฟ้า..ฮึก!...ฟ้าขอโทษ"เธอกล่าวพลางเริ่มร้องไห้อีกครั้งอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ "ฟ้าผิด...ผิดเอง!"
จอมทัพมองภาพนั้นด้วยความเจ็บปวดในใจ แต่เขาเลือกที่จะไม่ดึงเธอเข้ามากอดปลอบ แต่กลับทำเพียงนั่งอยู่ข้างๆโดยไม่พูดอะไรและจับมือเธอเอาไว้ให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวแทน
ท่ามกลางท้องฟ้าสีครามที่ส่องผ่านแมกไม้เป็นเงาไหววูบตามพื้น เสียงนกร้องประสานเสียงดังผสานกับเสียงร้องไห้ของเพียงฟ้า และจอมทัพที่ทำได้เพียงรับฟังอย่างเงียบงัน
เมื่อเสียงร้องไห้เริ่มเงียบลง เหลือเพียงเสียฃสะอื้นเป็นครั้งคราวจอมทัพจึงเริ่มขยับตัว
"ใจเย็นลงแล้วใช่ไหม"จอมทัพกล่าว นิ้วยาวปาดเช็ดคราบน้ำตาที่หางตาสวยเบาๆ
เพียงฟ้าพยักหน้าเผยรอยยิ้มอ่อนแรง หัวใจของเธอเต้นเร็วเสมอกับการกระทำของจอมทัพ แต่อารมณ์เศร้าจมดิ่งทำให้เธอไม่อาจยิ้มออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
"ฟ้าขอโทษนะ"
"อืม..."จอมทัพยอมรับคำขอโทษนั้น "ทัพขอถามหน่อยได้ไหม"
เพียงฟ้าไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เธอนิ่งเงียบแต่ก็หันมองเขาด้วยแววตามั่นคงราวกับรอคำถาม
"ทุกอย่างที่ฟ้าทำไป มันเป็นแค่การเล่นสนุกหรือเปล่า"ฝ่ามือของจอมทัพกำเข้าหากันแน่น "สำหรับฟ้าทัพเป็นคนรักหรือแค่ของเล่นแก้เบื่อ..."
ทำถามนั้นทำให้เพียฃฟ้านิ่ฃอึ้งไป เธอไม่เคยคาดคิดกับคำถามนั้นมาก่อน และยิ่งไม่เคยเห็นแววตาขลาดกลัวและคาดหวังอย่างอ่อนแอแบบที่จอมทัพกำลังใช้มองเธออยู่ตอนนี้
ในขณะที่เธอกลัวว่าเขาจะโกรธและรังเกียจเธอ จอมทัพเองก็กำลังกลัวและสงสัยในคุณค่าของตัวเองในสายตาเธอเช่นกัน
พวกเราต่างก็รักกัน แต่เพราะจุดเริ่มต้นที่ผิดพลาด ทำให้เราทั้งคู่ต่างก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวในตัวกันและกัน
บางทีถ้าเธอตัดสินใจสารภาพไปตามตรงตั้งแต่แรก หากเธอเลือกที่จะไม่ใช่พลังเพื่อความต้องการอันเห็นแก่ตัว ทั้งเขาและเธออาจคบหาและใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะคู่รักธรรมดาไปนานแล้วก็ได้
เพียงฟ้าเผยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเศร้า "ไม่เลยทัพ ตั้งแต่แรกฟ้ารักทัพมาตลอด รักทัพในฐานะผู้ชายที่ฟ้าอย่างคบเป็นแฟน แต่งงาน สร้างครอบครัวและอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า"
"ทัพล่ะ รักฟ้าเพราะพลังของฟ้าหรือเปล่า พอรู้ความจริงแล้วโกรธเกลียดฟ้าบ้างไหม"
จอมทัพมองรอยยิ้มที่ไม่ต่างจากการร้องไห้ของเพียงฟ้าด้วยความเข้าใจ ใบหน้าคมเผยรอยยิ้มเศร้าไม่ต่างกัน
หากเราพูดคุยเปิดใจกันตั้งแต่แรก บางทีเรื่องคงไม่ดำเนินมาในจุดที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่เข้าใจกันแบบนี้...
"ทัพจะไม่โกหกว่าไม่รู้สึกโกรธ ตอนแรกทัพรู้สึกทั้งโกรธทั้งผิดหวัง...แต่ว่า..."จอมทัพหยุดลง ปลายนิ้วเล่นกับฝ่ามือตัวเองด้วยความรู้สึกประหม่าในใจ "ถึงตอนแรกจะสับสน แต่ทัพมั่นใจว่าทัพรักฟ้าจริงๆ มันไม่ใช่ผลของพลังหรือการสะกดจิต"
ดวงตาของเพียงฟ้าฉายแววประหลาดใจ จนถึงตอนนี้ในใจของเธอก็ยังนึกกลัวว่าคำพูดของจอมทัพอาจได้รับอิทธิพลจากพลังของเธอ
คำพูดที่ตรงไปตรงมาแต่หนักแน่นของเขาทำให้หัวใจของเพียงฟ้าอดไม่ได้ที่จะเต้นรัวด้วยความคาดหวัง เธอจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา พยายามมองลึกเข้าไปในดวงตา
"บางทีอาจต้องขอบคุณพลังของฟ้าก็ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะมันบางทีทัพก็อาจยังไม่รู้ตัวจนถึงตอนนี้..."จอมทัพกล่าวด้วยรอยยิ้มเยาะ
เขาไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าสถานการณ์อันน่าตกใจตอนนั้นนอกจากความรับผิดชอบแล้ว มันทำให้เขาได้ลองทบทวนตัวเองและรับรู้ความรู้สึกลึกที่ซ่อนตัวอยู่มานานโดยไม่ทันรู้ตัว
"แล้วเรื่องต่อจากนี้..."เพียงฟ้าเอ่ยขึ้นมาอย่างกระทันหัน แต่ทั้งน้ำเสียงหรือปฏิริยาของร่างกายแสดงออกชัดเจนว่าประหม่า "เราจะยัง...จะยัง..."
"ก็ในเมื่อเราใจตรงกัน แถมทัพก็สารภาพไปแล้วนี่นา"
"หรือว่าฟ้าไม่อยากเป็นแฟนกับทัพล่ะ"