หลังจากออกจากกิลด์ในวันนั้น
นัทกับมาร์โกไม่ได้กลับไปที่พักด้วยความรู้สึกเดิมอีกแล้ว
เรื่องที่ทั้งสองเพิ่งได้รู้จากผู้อมตะยังคงอยู่ในหัว
ศิลามหาเวท
สิ่งที่สำหรับคนท้องถิ่นของโลก 2 อาจไม่มีคุณค่าในการใช้งานโดยตรง
แต่สำหรับผู้คนจากโลกอื่น...
มันกลับสามารถเปลี่ยนจำนวนคนที่ผ่านจุดวาร์ปเข้ามาได้
และหลังจากพูดคุยกับหัวหน้ากิลด์
ทั้งสองก็ได้รู้เพิ่มอีกเรื่องหนึ่ง
ศิลามหาเวทคือสิ่งที่หลายเผ่าพันธุ์กำลังแย่งชิงกัน
นัทเดินไปตามถนนโดยไม่ได้พูดอะไรอยู่พักใหญ่
มาร์โกที่เดินอยู่ข้างกันหันมามอง
“คิดอะไรอยู่?”
นัทเงียบไปเล็กน้อย
“หลายอย่างครับ”
“เรื่องศิลาเวท?”
“ครับ”
นัทพยักหน้า
“ก่อนหน้านี้ผมยังไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องพวกนี้ถึงสำคัญขนาดนั้น”
“แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว”
หากเผ่าหนึ่งได้ศิลามหาเวทมา
จำนวนคนของเผ่านั้นก็สามารถเพิ่มขึ้นได้
หมายความว่า...
มีคนเข้ามายังโลก 2 ได้มากขึ้น
มีแรงงานมากขึ้น
มีนักสู้มากขึ้น
และอาจมีคนสำคัญของเผ่านั้นเดินทางเข้ามาได้มากขึ้นเช่นกัน
มาร์โกถอนหายใจเบา ๆ
“พอฟังแบบนี้แล้ว เรื่องวุ่นวายของโลกเดิมก็ยังไม่จบจริง ๆ สินะ”
นัทมองไปข้างหน้า
“อาจจะเพิ่งเริ่มก็ได้ครับ”
เมื่อกลับถึงที่พัก
ทั้งสองไม่ได้พักผ่อนทันที
เพราะวันนี้...
ทั้งคู่ยังมีเรื่องที่ต้องทำ
นัทวางสัมภาระลง
ก่อนมองไปยังพื้นที่ว่างภายในบ้าน
“ฝึกก่อนดีไหมครับ?”
มาร์โกพยักหน้า
“ฉันก็คิดแบบนั้น”
“วันนี้ได้ของใหม่มาตั้งเยอะ”
นัทยิ้มเล็กน้อย
“ของผมสองสกิล”
“ของพี่หนึ่งร่าง”
“พูดเหมือนฉันไปซื้อคนมาเพิ่ม”
“ก็มีมาร์โกเพิ่มมาอีกคนจริง ๆ นี่ครับ”
“ไอ้นัท”
เสียงหัวเราะดังขึ้นภายในห้อง
การฝึกของนัท
นัทเดินออกไปยังพื้นที่ด้านหลังที่พัก
ก่อนนั่งลงบนพื้น
เขาหลับตา
ค่อย ๆ ปรับลมหายใจ
และเริ่มเข้าสู่การฝึกพลังปราณตามที่ไคเคยสอน
ตั้งแต่เข้ามาอยู่โลก 2
นัทเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่า...
ระบบกับพลังปราณเป็นคนละเรื่องกัน
ระบบสามารถทำให้เขาเรียนรู้สกิลได้อย่างรวดเร็ว
สามารถกดใช้สกิลได้ทันที
แต่พลังปราณ...
ไม่มีใครกดปุ่มแทนเขาได้
เขาต้องควบคุมมันด้วยตัวเอง
ต้องสัมผัส
ต้องฝึก
และต้องทำความเข้าใจมัน
นัทปล่อยลมหายใจออกช้า ๆ
พลังปราณภายในร่างเริ่มเคลื่อนไหว
เขาไม่ได้เร่งมัน
เพียงปล่อยให้พลังไหลไปตามที่ควรจะเป็น
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป
เหงื่อเริ่มปรากฏบนหน้าผาก
แต่เขายังคงนั่งนิ่ง
นัทลืมตาขึ้นหลังผ่านไปพักหนึ่ง
เขายกมือขึ้นมอง
“ยังต้องฝึกอีกเยอะจริง ๆ”
แม้ตอนนี้เขาจะสามารถใช้พลังจากระบบได้
แต่ในเรื่องของปราณ...
เขายังอยู่บนเส้นทางของผู้ที่กำลังเรียนรู้
และนัทไม่คิดจะปล่อยให้ข้อได้เปรียบของระบบทำให้ตัวเองละเลยสิ่งอื่น
เพราะเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า
ยิ่งเดินทางไปไกล
ศัตรูที่พบก็ยิ่งแข็งแกร่ง
การมีพลังเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
การฝึกของมาร์โก
ในขณะเดียวกัน
มาร์โกกำลังยืนอยู่ไม่ไกล
อัมบร้ายังคงอยู่ข้างกายเขาอย่างเงียบงัน
มาร์โกยกมือขึ้น
ก่อนเริ่มส่งพลังเวทของตัวเองไปยังอัมบร้า
กระแสพลังเวทค่อย ๆ ไหลออกจากร่าง
เข้าสู่ร่างของสัตว์คู่สัญญา
นัทที่ลืมตาขึ้นมองเห็นภาพนั้นพอดี
“พี่ยังจะส่งให้อีกเหรอครับ?”
“อืม”
มาร์โกตอบ
“วันนี้ฉันอยากลองดู”
“ลองอะไร?”
“ขีดจำกัด”
นัทเงียบลง
เขาเข้าใจทันที
มาร์โกไม่ได้เพียงต้องการเติมพลังให้อัมบร้า
แต่กำลังพยายามใช้พลังเวทของตัวเองให้ถึงขีดจำกัด
ใช้จนเกือบหมด
ฟื้นกลับมา
แล้วใช้อีก
เพื่อผลักขีดจำกัดของตัวเองให้สูงขึ้น
มาร์โกกล่าวต่อ
“ถ้าอยากรู้ว่าร่างกายรับพลังได้มากแค่ไหน”
“บางครั้งก็ต้องทำให้มันถึงขีดจำกัดก่อน”
นัทพยักหน้า
“เหมือนฝึกกล้ามเนื้อ?”
“ประมาณนั้น”
“แต่ถ้าฉันหมดแรงขึ้นมา นายก็ต้องลากฉันกลับบ้าน”
นัทยิ้ม
“พี่หนักไหมล่ะครับ?”
“เดี๋ยวจะได้ลอง”
เวลาผ่านไป
มาร์โกยังคงส่งพลังเวทให้อัมบร้า
ครั้งแล้วครั้งเล่า
จนกระทั่งสีหน้าของเขาเริ่มซีดลงเล็กน้อย
ลมหายใจหนักขึ้น
นัทมองอยู่พักหนึ่ง
ก่อนพูดขึ้น
“พอได้แล้วมั้งครับ”
“ยัง”
“พี่”
“ยังไม่หมด”
นัทถอนหายใจ
“ดื้อจริง ๆ”
มาร์โกหัวเราะเบา ๆ
“นายก็เหมือนกัน”
อัมบร้ายังคงยืนอยู่ตรงหน้า
เงียบ
แต่พลังที่อยู่รอบตัวมันเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ
ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทันที
แต่เป็นสิ่งที่สะสมขึ้นเรื่อย ๆ
มาร์โกมองมัน
“วันนี้พอแค่นี้ก่อน”
ในที่สุดเขาก็หยุด
ก่อนนั่งลงกับพื้นทันที
นัทมอง
“หมดแล้ว?”
“เกือบ”
“ต่างกันตรงไหน?”
“ต่างกันตรงที่ฉันยังพูดได้”
ร่างแยกเงา
หลังจากพักฟื้นพลังเวทอยู่พักหนึ่ง
มาร์โกก็เริ่มฝึกสิ่งใหม่อีกอย่าง
แยกเงา
เงาของเขาบนพื้นค่อย ๆ สั่นไหว
จากนั้น...
มันเริ่มเคลื่อนไหว
เงาดำค่อย ๆ แยกออกจากร่าง
ก่อนก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของมนุษย์
มาร์โกอีกคนหนึ่ง
นัทยืนกอดอกมอง
“พี่”
“ว่า?”
“ผมยังไม่ชิน”
“ฉันก็เหมือนกัน”
มาร์โกตัวจริงมองร่างแยก
ร่างแยกมองกลับมา
นัทเงียบไปครู่หนึ่ง
“ถ้าพี่สองคนทะเลาะกัน ใครจะชนะครับ?”
มาร์โกหันมามองทันที
“ทำไมคำถามแรกต้องเป็นเรื่องนี้?”
“ก็สงสัย”
“ไม่มีใครทะเลาะ”
นัทหันไปมองร่างแยก
“จริงไหม?”
ร่างแยกยังคงเงียบ
มาร์โกถอนหายใจ
“เห็นไหม มันยังไม่พูด”
“งั้นพี่ชนะ”
“นายตัดสินเร็วเกินไปแล้ว”
หลังจากนั้น
มาร์โกเริ่มออกคำสั่งง่าย ๆ
เดิน
หยุด
หัน
ขยับไปทางซ้าย
ร่างแยกทำตาม
ในช่วงแรกมันยังไม่สมบูรณ์
บางครั้งการตอบสนองช้ากว่าที่มาร์โกต้องการ
บางครั้งร่างแยกหยุดนิ่งราวกับกำลังรอคำสั่งต่อไป
นัทมองอยู่เงียบ ๆ
“มันต้องใช้สมาธิมากไหม?”
“มากกว่าที่คิด”
มาร์โกตอบ
“เหมือนต้องแบ่งความคิดออกไปอีกส่วนหนึ่ง”
“แล้วถ้าสู้จริง?”
“ก็ต้องฝึก”
มาร์โกมองร่างแยกของตัวเอง
“ตอนนี้แค่ทำให้มันขยับตามที่ต้องการก่อน”
นัทพยักหน้า
นี่คือความแตกต่างอีกครั้ง
สกิลของนัท...
ระบบช่วยจัดการวิธีใช้ให้
แต่สกิลของมาร์โกบางอย่าง
ยังต้องอาศัยการควบคุมของเจ้าตัวเอง
เวลาผ่านไปจนฟ้าเริ่มมืด
ทั้งสองจึงหยุดการฝึก
มาร์โกหมดพลังเวทไปมาก
นัทเองก็ใช้เวลาส่วนใหญ่กับการฝึกปราณ
ทั้งคู่กลับเข้ามาภายในบ้าน
และในที่สุด...
ความเงียบก็เข้ามาแทนที่การฝึกฝน
นัทเดินไปหยิบกระเป๋าของตัวเอง
มาร์โกที่กำลังนั่งพักอยู่มอง
“จะไปไหน?”
“ไม่ไปครับ”
นัทหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมา
ก่อนนั่งลง
“ผมจะจด”
“จดอะไร?”
“เรื่องวันนี้”
มาร์โกเงียบไปเล็กน้อย
ก่อนพยักหน้า
“ก็ดี”
นัทเปิดสมุด
เขาหยิบปากกาออกมา
ก่อนเริ่มเขียนทีละเรื่อง
เรื่องจุดวาร์ป
ศิลามหาเวท
หนึ่งร้อยคนต่อหนึ่งรอบ
ศิลามหาเวทหนึ่งก้อนเพิ่มได้อีกหนึ่งร้อยคน
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
ก่อนเขียนต่อ
หลายเผ่ากำลังแข่งขันและแย่งชิงศิลามหาเวท
จากนั้น...
เมืองใหญ่ของโลก 2
คนท้องถิ่นสามารถเข้าดันเจียนได้
เมืองบางแห่งมีศิลามหาเวทเป็นรางวัลของภารกิจ
และสุดท้าย
นัทเขียนเรื่องของตัวเอง
อาชีพที่สอง — เบอร์เซิร์กเกอร์ Lv.1
ด้านล่าง
สกิล
บั่นคอทะลวงชุด
เขี้ยวสยดสยอง
นัทหยุดปากกา
ก่อนเขียนอีกบรรทัด
มาร์โก — แยกเงา
มาร์โกที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมองสมุด
“เขียนชื่อฉันด้วย?”
“ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ครับ”
“แล้วเขียนว่าอะไร?”
นัทเงียบไปเล็กน้อย
“มาร์โกมีสองคน”
“ไอ้นัท”
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง
แต่ไม่นาน
นัทก็กลับมาจริงจัง
เขาเปิดไปยังหน้าสุดท้าย
ก่อนเขียนสิ่งหนึ่ง
หัวหน้ากิลด์เสนอให้ทำภารกิจหนึ่ง เพื่อรับรองการเลื่อนเป็นแรงก์ D
นัทมองข้อความนั้นอยู่พักหนึ่ง
ภารกิจ...
พวกเขายังไม่รู้รายละเอียด
หัวหน้ากิลด์เพียงบอกว่า
จะอธิบายเรื่องทั้งหมดในวันถัดไป
และนัทเองก็รู้สึกได้ว่า
ภารกิจที่ใช้เป็นเงื่อนไขในการรับรองการเลื่อนแรงก์โดยตรง...
คงไม่ใช่เรื่องธรรมดา
เช้าวันถัดมา
นัทปิดสมุด
ก่อนเก็บมันเข้าไปในกระเป๋า
“ไปกันไหมครับ?”
มาร์โกที่เพิ่งลุกขึ้นมองเขา
“ไปไหน?”
“กิลด์”
“อ้อ”
มาร์โกพยักหน้า
“เรื่องภารกิจสินะ”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
ไม่นานนัก
ทั้งสองก็มาถึงกิลด์
บรรยากาศภายในยังคงคึกคักเหมือนเดิม
นักล่าเดินเข้าออก
เสียงพูดคุยดังมาจากหลายด้าน
แต่ครั้งนี้
นัทกับมาร์โกไม่ได้ไปยังเคาน์เตอร์รับภารกิจ
ทั้งสองเดินตรงเข้าไปด้านใน
ตามคำสั่งที่หัวหน้ากิลด์เคยบอกไว้
เมื่อมาถึงหน้าห้อง
นัทเคาะประตู
“เข้ามา”
เสียงจากด้านในดังขึ้น
ทั้งสองเปิดประตูเข้าไป
หัวหน้ากิลด์กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะ
เมื่อเห็นทั้งคู่เข้ามา
เขาก็เงยหน้าขึ้น
“มาพอดี”
นัทกับมาร์โกนั่งลงตรงหน้า
“เรื่องภารกิจใช่ไหมครับ?”
หัวหน้ากิลด์พยักหน้า
“ใช่”
จากนั้นเขาหยิบเอกสารชุดหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะ
นัทมองเอกสาร
ก่อนหยิบสมุดเล่มเดิมออกมาอีกครั้ง
มาร์โกหันมองทันที
“นายจะจดอีกแล้ว?”
“ก็สำคัญนี่ครับ”
หัวหน้ากิลด์มองสมุดในมือของนัท
ก่อนยิ้มเล็กน้อย
“เป็นนิสัยที่ดี”
นัทเปิดหน้าว่าง
เตรียมปากกา
หัวหน้ากิลด์จึงเริ่มพูด
“ภารกิจนี้มีเป้าหมายหลักหนึ่งอย่าง”
นัทตั้งใจฟัง
“นำสินค้าชุดหนึ่งไปส่งยังเมืองถัดไป”
มาร์โกขมวดคิ้วเล็กน้อย
“แค่ขนส่งสินค้า?”
หัวหน้ากิลด์ส่ายหน้า
“ถ้าเป็นแค่การขนส่ง ข้าคงไม่เรียกพวกเจ้ามาที่นี่”
นัทจดข้อความลงในสมุดทันที
หัวหน้ากิลด์มองทั้งสองคน
ก่อนกล่าวต่อ
“สินค้าชุดนี้มีความสำคัญ”
“และระหว่างทาง...”
เขาหยุดเล็กน้อย
“พวกเจ้าจะต้องเข้าไปสำรวจพื้นที่ใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบ”
ปลายปากกาของนัทหยุดลงชั่วครู่
พื้นที่ใหม่...
นั่นหมายความว่า
ภารกิจนี้ไม่ใช่เพียงการเดินทาง
หัวหน้ากิลด์กล่าวต่อ
“กิลด์จะส่งคนร่วมทางไปกับพวกเจ้า”
“เพื่อสำรวจพื้นที่”
“บันทึกข้อมูล”
“และช่วยคุ้มกันสินค้าระหว่างทาง”
นัทเงยหน้าขึ้น
“แล้วทำไมถึงเลือกพวกผมครับ?”
หัวหน้ากิลด์มองเขาโดยตรง
“เพราะรายงานจากภารกิจก่อนหน้านี้”
นัทนิ่งไป
“รายงานระบุว่า พวกเจ้ามีพื้นที่เก็บของส่วนตัว”
นัทกับมาร์โกมองหน้ากัน
หัวหน้ากิลด์กล่าวต่อ
“สินค้าจะปลอดภัยกว่าหากไม่ถูกขนอยู่ภายนอกตลอดเวลา”
“และนั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่ข้าเลือกพวกเจ้า”
นัทก้มลงมองสมุด
ก่อนเขียนเพิ่มอีกบรรทัด
หน้าที่หลัก — เก็บรักษาสินค้าสำคัญ
หัวหน้ากิลด์เอนหลังเล็กน้อย
“ส่วนคนที่จะเดินทางไปกับพวกเจ้า...”
เขาหยิบเอกสารอีกชุดขึ้นมา
นัทเงยหน้าขึ้น
“ข้าเลือกคนที่เคยทำงานร่วมกับพวกเจ้ามาก่อน”
มาร์โกเลิกคิ้ว
“คนเดิม?”
“ใช่”
หัวหน้ากิลด์ตอบ
“ข้าไม่ต้องการให้ภารกิจนี้เสียเวลาไปกับการเริ่มทำความรู้จักกันใหม่”
ประตูห้องถูกเปิดออก
คนสามคนเดินเข้ามา
คนแรก...
ชายผู้มีท่าทางสุขุม
นัทจำเขาได้ทันที
อาเรน
อดีตหัวหน้าทีมที่เคยร่วมภารกิจในดันเจียนกับพวกเขา
ด้านหลังคือ
ไค
และ
รัน
นัทมองทั้งสามคน
ก่อนรอยยิ้มเล็ก ๆ จะปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ไคหัวเราะ
รันพยักหน้าให้
ส่วนอาเรนมองนัทกับมาร์โก
ก่อนพูดขึ้น
“ดูเหมือนครั้งนี้จะได้ทำงานร่วมกันอีกแล้ว”
นัทก้มมองสมุดของตัวเอง
ก่อนเขียนรายชื่อเพิ่มลงไป
ทีมภารกิจ
นัท
มาร์โก
อาเรน
ไค
รัน
หัวหน้ากิลด์มองทั้งห้าคน
ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ภารกิจครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำหรับการเลื่อนแรงก์ของพวกเจ้า”
นัทปิดสมุดช้า ๆ
ภารกิจใหม่...
ทีมเก่า...
พื้นที่ที่เพิ่งถูกค้นพบ...
และสินค้าสำคัญที่ต้องนำไปส่ง
ครั้งนี้
ดูเหมือนการเดินทางของพวกเขา
จะไม่ได้เป็นเพียงการออกจากเมืองอีกครั้ง
แต่เป็นก้าวแรกของภารกิจใหม่อย่างแท้จริง