หลังจากพูดคุยกับภรรยาทั้งสองจนเสร็จสิ้น เย่หยุนซีก็เลือกที่จะตรงไปหาองค์หญิงแห่งสงครามพร้อมกับหยุนฉางตงที่สีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก
“พี่ชายหยุน เป็นอะไรไปขอรับ” ขณะที่กำลังเดินทาง เด็กหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“แหะ ๆไม่มีอะไร ๆ ข้าก็แค่ตกใจที่เจ้ามีพรสวรรค์การฝึกตนยอดเยี่ยมขนาดนี้ ทั้งยังมีอาจารย์เป็นถึงเซียนในตำนาน” หยุนฉางตงยิ้มเจื่อนพลางตอบกลับ
“โอ่ว มีแค่นี้เองหรือขอรับ ข้าก็นึกว่าท่านคิดถึงสตรีที่กำลังจะไปหา” เย่หยุนซีเอ่ยวาจาหยอกล้ออย่างขบขัน แต่คำพูดนั้นกลับทำให้ผู้เป็นพี่ชายของภรรยาถึงกับหุบยิ้มในทันที
“นี่! น้องชายหยุนซี ถ้าเจ้าถูกสตรีหลอกลวง เจ้าจะทำอย่างไร?”
เย่หยุนซีหาใช่คนโง่งมไม่! เมื่อได้สดับรับฟังคำถาม เขาก็พอคาดเดาสถานการณ์ระหว่างหยุนฉางตงและสาวใช้ขององค์หญิงแห่งสงครามได้
“อืม.........อันดับแรก แน่นอน! ย่อมต้องรู้สึกโกรธเคืองและน้อยใจ ส่วนจะทำอย่างไรต่อไปก็ต้องดูที่สถานการณ์และความรู้สึกที่มีให้นางในเวลานั้น”
หยุนฉางตงทำหน้ามุ้ย “ไอ้คำตอบกว้างๆนี่มันอะไรกัน?”
เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มบาง “พี่ชาย เรื่องนี้ถึงท่านถามข้าก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะตัวข้าไม่ใช่ท่าน คนเรามีวิธีจัดการความรู้สึกที่แตกต่างกัน หากจะให้แนะนำ ข้าก็บอกได้แค่ให้ท่านทำตามความรู้สึกและหัวใจของตนเองไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
หยุนฉางตงได้รับความกระจ่าง “อืม ถูกอย่างที่เจ้าว่า”
เด็กหนุ่มพยักหน้า แต่จู่ๆเขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “เอ่อ.......พี่ชาย ถ้าหากท่านชมชอบสตรีที่กำลังจะไปหา ข้าว่าตัดใจเถอะเดี๋ยวจะเสียใจยิ่งกว่านี้”
“หืม น้องชายหยุนซี เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” หยุนฉางตงรู้สึกไม่เข้าใจในคำพูดนั้น อีกทั้งแววตายังเต็มไปด้วยความสับสนอย่างเห็นได้ชัด
“เห้อ! พี่หยุนฟังที่ข้าพูดให้ดีนะขอรับ สตรีนางนั้นคือคนรักขององค์หญิงแห่งสงคราม” เย่หยุนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำเอาหยุนฉางตงที่ได้ยินถึงกับใบหน้าแข็งค้าง คิ้วกระตุกอยู่หลายครา หัวใจราวกับถูกฟ้าผ่าเข้าอย่างจัง
“ชะ ชื่นชอบสตรีด้วยกัน! ชื่นชอบสตรีด้วยกัน”
องค์ชาย 3 แห่งจักรวรรดิเมฆครามดวงตาเหม่อลอย ปากบ่นพึมพำราวกับคนเสียสติ ความรู้สึกโกรธเคืองเพราะโดนหลอกถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ซึ่งมันไม่อาจที่จะพรรณนาเป็นคำกล่าวได้
เย่หยุนซีส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยหน่าย พี่ชายของภรรยาผู้นี้ช่างน่าเห็นใจยิ่งนัก หลงรักใครไม่หลงหลัก ดันไปหลงรักสตรีที่ชมชอบสตรีด้วยกัน
ทั้งสองยังคงตรงไปหาองค์หญิงแห่งสงครามด้วยความรู้สึกเช่นนั้น หยุนฉางตงเดินเหม่อลอยนำหน้า เย่หยุนซีเดินตามหลัง
เมื่อมาถึงกรงที่ถูกสร้างโดยใช้เคลืออเวจีทมิฬ เย่หยุนซีถึงเปลี่ยนไปเดินนำหน้าตามเดิม เพราะเขาเป็นตัวหลักในการเจรจา
“มีข้อเสนออะไรก็ว่ามา” ทันทีที่เดินมาอยู่เบื้องหน้าองค์หญิงแห่งสงคราม เย่หยุนซีเอ่ยถามโดยไม่คิดอ้อมค้อมเลยสักนิด
เหยียนลี่ที่กำลังนั่งสมาธิฟื้นฟูพลังพลันลืมตา “ข้าขอยอมแพ้ศึกครานี้และยินยอมมอบพื้นที่เขตชายแดนให้จักรวรรดิเมฆครามเพื่อแลกกับการไถ่ตัวทหารทั้งกองทัพ”
“โอ่ว ข้อเสนอนี้ช่างน่าสนใจยิ่งนัก ช่างน่าเสียดายที่ข้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องเหล่านี้” เย่หยุนซีตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ ส่งผลให้องค์หญิงแห่งสงครามเผยสีหน้าบึ้งตึงออกมา เนื่องจากนางรู้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้กำลังกลั่นแกล้งนาง
ลูกศิษย์ของผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งถึงขนาดจัดการจักรพรรดิขั้น 9 ได้ด้วยการชี้นิ้ว จะไม่มีอำนาจตัดสินใจได้อย่างไร หากใครเชื่อก็คงโง่งมเต็มที
“เห้อ ความจริงท่านไม่จำเป็นต้องดึงดันเพียงนี้ เพราะอีกไม่นานมหาจักรพรรดิแห่งสงครามกับมหาจักรพรรดิแห่งเมฆาก็จะมาถึง การเจรจาอย่างเป็นทางการก็จะเริ่มขึ้น ณ ตอนนั้น” เย่หยุนซีกล่าวอย่างเบื่อหน่ายขึ้นอีกครั้ง เขาไม่เข้าใจเลยว่านางจะรีบร้อนไปไหน
เหยี่ยนลี่เมื่อได้ยินก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกต่อไป ในใจรู้สึกอับอายจนแทบอยากฆ่าตัวตายเสียตอนนี้ นางอุตส่าห์รับปากบิดาเสียดิบดี สุดท้ายทั้งตัวนางและกองทัพนับแสนกลับกลายเป็นเชลยในช่วงเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ในฐานะผู้บัญชาการกองทัพ นี่คือความอัปยศครั้งใหญ่อย่างแท้จริง
‘ไม่! ข้าจะตายตอนนี้ไม่ได้ ข้าต้องอยู่เพื่อท่านแม่ที่เสียไป!’ นางกล้ำกลืนความอัปยศ ความอับอาย และพยายามไม่คิดถึงมัน
ซึ่งในขณะนั้น! ที่บริเวณริมกรงขังซึ่งอยู่ข้างๆ หยุนฉางตงและสาวใช้ฟงเอ่อร์กำลังสบสายตากัน ทว่ายังไม่มีใครเปิดบทสนทนา
“เจ้ามีอะไรจะพูดกับข้า” หลังจากเงียบงันกันอยู่นาน ในที่สุดหยุนฉางตงก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชายิ่ง
ฟงเอ่อร์ก้มหน้า “ขออภัยที่หลอกลวงท่าน”
“สายเกินไปแล้วล่ะ หากเป็นฝ่ายข้าที่พ่ายแพ้ เกรงว่าจะไม่ได้เห็นเงาร่างของเจ้าด้วยซ้ำ” หยุนฉางตงกล่าวพลางส่ายศีรษะเบาๆ ความสัมพันธ์ของเขากับนางเกิดขึ้นหลังจากสงครามแท้จริงคราแรกสิ้นสุดลง
ในเวลานั้น! หยุนฉางตงได้พบเจอฟงเอ่อร์ที่ร้านอาหาร เนื่องจากนางปลอมตัวเป็นพนักงานคอยสืบข่าวสารจากพวกทหารที่มาดื่มกิน และหยุนฉางตงเองก็เป็นหนึ่งในเหยื่อของนาง
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างถูกคอ ในเวลาต่อมาจึงได้สนิทสนมและมีความรู้สึกดีๆให้กัน แต่ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขนี้มันช่างแสนสั้น ก่อนเกิดปรากฏการณ์แสงออโรร่าประหลาด 7 วัน ฟงเอ่อร์ในคราบพนักงานสาวก็พลันหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไร้หนทางตามหา
จวบจนเวลาผ่านไปถึงวันที่ 3 หลังเกิดแสงออโรร่า หยุนฉางตงก็ได้พบเจอฟงเอ่อร์อีกครา แต่นางกลับมาในสถานะข้ารับใช้คนสนิทขององค์หญิงแห่งสงคราม
ซึ่งมันทำให้หยุนฉางตงรู้ว่าตัวเองโดนหลอกเข้าอย่างจัง หัวใจเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายราวกับถูกพายุขนาดใหญ่ซัดโหมกระหน่ำ โชคดี! ที่สงครามถูกยุติ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มีสมาธิในการสู้รบกับอีกฝ่ายเป็นแน่