เมืองกรีนวู้ด..
ภายในเมืองเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างมากมายที่ถูกสร้างอย่างเป็นระเบียบแสดงถึงความสามารถของผู้วางแผนผังเมืองเป็นอย่างดี
สิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่ในเมืองกรีนวู้ดต่างถูกสร้างขึ้นจากไม้เนื้อแข็งที่มีสีเขียวอ่อนเป็นเอกลักษณ์ชนิดหนึ่งที่ได้จากการตัดมาจากป่าที่อยู่ไม่ไกลจากเมือง
ที่จุดศูนย์กลางเมืองนั้นมีปราสาทหลังโตสวยงามที่ทำจากไม้สีเขียวอ่อนทั้งหลังตั้งอยู่อย่างกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมรอบข้างปราสาท
สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของหนึ่งในมหาอำนาจแห่งมวลมนุษย์
...กิลด์ไม้หอม...
ที่จุดสูงสุดของปราสาทไม้สีเขียวคือชั้นดาดฟ้าที่เปิดโล่ง โดยที่รอบข้างเต็มไปด้วยพุ่มไม้ต้นเล็กๆที่ถูกปลูกไว้ด้วยน้ำมือของมนุษย์
ที่ใจกลางดาดฟ้านั้นมีโต๊ะไม้แกะสลักขนาดใหญ่วางไว้อยู่โดยมีผู้คนมากมายนั่งรายล้อมอยู่บางตา พวกเขาต่างพากันพูดคุยด้วยน้ำเสียงสบายๆพลางจิบชาในมือไปเรื่อยๆ
ปัง!
เสียงเปิดประตูดังลั่นทำเอาผู้คนที่กำลังนั่งคุยกันอยู่นั้นต่างพากันสะดุ้งโหยง และพากันหันไปมองค้อนคนที่ทำลายความสงบสุขนั้น
แต่แล้วพวกเขาต่างก็พากันเลิกคิ้วแปลกใจกับหน้าตาซีดเผือดของผู้มาใหม่ ก่อนจะพากันขมวดคิ้วสังหรณใจบางอย่าง
'คงไม่ใช่เรื่องดีแน่'
นี้คือความคิดที่ผุดวาบขึ้นมาในหัวของพวกเขา
"เกิดอะไรขึ้น"เสียงอ่อนหวานดังออกมาจากปากเล็กบางของสตรีคนหนึ่งที่นั่งร่วมโต๊ะจิบชาอยู่
"มะ..มีคนรายงานมาว่าพบกองทัพก็อบลินขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้ามายังเมืองกรีนวู้ดของเราครับ!!"ชายหนุ่มที่พึ่งมาใหม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นระรัว
สิ้นคำพูดของชายหนุ่มผู้เป็นคนรายงานข่าว พวกเขาที่กำลังนั่งนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ต่างก็พากันหน้าตัวแข็งทื่อไปตามๆกัน
"พะ...พวกมันกำยังยกทัพมาบุกเมืองเราอย่างงั้นหรอ"หญิงสาวคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
หากถามถึงสิ่งมีชีวิตที่ทำให้หญิงสาวชาวมนุษย์ในโลกใบนี้หวาดกลัว คำตอบจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจำพวก หนู แมลง หรือสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ แต่มันคือก็อบลิน
เพราะหากพวกเธอโดนพวกมันจับตัวไปเป็นๆสิ่งที่พวกเธอเผชิญจะน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าความตายเสียอีกหรือต่อให้อยากตายก็ยังคงตายไม่ได้เพราะพวกมันยังมีวิธีต่างๆที่จะป้องกันไม่ให้พวกเธอฆ่าตัวตาย
"ข่าวนี้เป็นความจริงใช่ไหม?"เสียงเรียบดังออกมาจากปากสตรีคนเดิมที่เอ่ยถามตั้งแต่แรกเอ่ยถามขึ้นเบาๆ เธอเป็นเพียงคนเดียว ณ ที่แห่งนี้ที่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้อย่างรวดเร็ว
"ใช่ครับ เพราะเราส่งสายกลุ่มหนึ่งไปตรวจสอบแล้วแต่รอดกลับมาแค่คนเดียวและเขายืนยันแล้วว่าข่าวนี้เป็นความจริง"เสียงรอบข้างเงีบยสนิท มีเพียงเสียงลมที่กำลังพัดผ่านรอบกายของพวกเขา
"อีกนานแค่ไหนกว่าพวกมันจะมาถึงเมืองเรา"หญิงสาวคนเดิมเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับกำลังพูดคุยเรื่องปกติทั่วไปกันอยู่
"น่าจะราวๆ5-6ชั่วโมงครับ"
"สั่งการลงไป! ปิดประตูเมืองห้ามคนในเมืองออกไปไหน ยกเลิกภารกิจทั้งหมดของคนในกิลด์ไม้หอมเราและส่งคนของเราไปคอยป้องกันกำแพงเมืองไว้ สั่นระฆังเมืองให้ชาวเมืองกรีนวู้ดทุกคนรับรู้เรียกพวกเขามารวมตัวกันที่หน้าปราสาทและบอกเรื่องนี้กับพวกเขาไปตามตรง ย้ำคนของเราให้คอยควบคุมไว้อย่าให้พวกเขาทำตัววุ่นวายหรือก่อจลาจลขึ้น จากนั้นก็ขอความร่วมมือจากทุกคนทุกกิลด์ภายในเมืองนี้ให้มาช่วยกันป้องกันเมืองกรีนวู้ดของเรา สุดท้ายก็ก็ส่งคนไปแจ้งข่าวไปขอความช่วยเหลือกับมหาอำนาจอื่นๆซะ! เข้าใจที่ฉันพูดไหม?"หญิงสาวพูดสั่งร่ายยาวเหยียด ก่อนที่ทุกคนรอบข้างจะพยัหน้าอย่างงงๆ และแยกกันไปทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
ทิ้งชายส่งข่าวกับหญิงสาวที่กำลังตีหน้านิ่งไว้บนดาดฟ้าเพียงลำพัง2คน
ชายส่งข่าวหันมองรอบข้างเลิ่กลั่ก ก่อนจะพูดกับหญิงสาวตรงหน้าว่า
"เอ่อ หัวหน้าครับผมว่าเราให้คนของพวกเราหนีออกจากเมืองก่อนดีกว่า หากไปตอนนี้เราน่าะยังพอหนีทันนะครับ"หญิงสาวเบือนหน้ามามองชายส่งข่าวดวยสีหน้าเรียบสนิท ก่อนจะเอ่ยถามเรียบๆว่า
"แล้วคนในเมืองละ จะทำยังไงกับพวกเขา?"
"เอ่อ..พวกเขาก็น่าจะปกป้องตัวเองได้ระดับหนึ่งละนะครับ เอาไว้หลังจากพวกเรารวมกำลังกับมหาอำนาจอื่นๆแล้วค่อยกลับมาช่วยพวกเขา ผมก็ว่ายังน่าจะ.."
ฉึก!
พูดยังไม่ทันจบประโยคก็มีปลายมีดยาวแหลมคมเสียบทะลุอกของเขาไปข้างหลัง ชายส่งข่าวมองการกระทำของหญิงสาวอย่างไม่เชื่อสายตา ตัวเขานั้นนับเป็นคนที่อยู่ในกิลด์นี้มานานแสนนานจนกระทั่งไต่เต้ามาเป็นหัวหน้าหน่วยข่าวประจำกิลด์อย่างยากเย็นแต่ตอนนี้...
หญิงสาวหน้านิ่งดึงมีดออกมาและแทงซ้ำเข้าไปอีกครั้งอย่างเลือดเย็น
"ใครกันนะที่กล้ารับคนอย่างแกเข้ามาในกิลด์ของฉัน"เสียงเย็นชาเอ่ยออกมาจากริมฝีปากบาง และนี้ก็เป็นคำถามสุดท้ายที่ชายส่งข่าวได้ยินก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไปตลอดกาล...
เวลาเคลื่อนที่ไปไม่เคยหยุดในที่สุดดวงอาทิตย์ก็ค่อยๆเคลื่อนที่โคจรหายลับไปจากฟากฟ้าอย่างช้าๆ ก่อนจะถูกแทนด้วยดวงจันทร์กลมโตส่องแสงนวลลงบนผืนดิน
แสงไฟภายในเมืองของเหล่ามวลมนุษย์ถูกจุดขึ้นทีละแห่งจนครบทั่วทั้งเมือง หากมองจากมุมสูงจะทำให้มองเห็นทะเลแสงไฟจำนวนมากที่กระจุกกันอยู่ภายในตัวเมือง
เมื่อท้องฟ้ามืดค่ำลงหน้าที่การงานของหลายๆคนก็จบลงพร้อมๆกัน หลังจากผจญกับงานที่แสนเหนื่อยล้ามาทั้งวันพวกเขาจึงเลือกที่จะหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเพื่อระบายความเหนื่อยล้าที่สะสมมา
และหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะสมในยามนี้ก็คือ...
ณ ร้านสวนแห่งเทวา
ร้านสวนแห่งเทวาเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงพอสมควรในเมืองฟอนเต้ ทั้งตัวร้านถูกปกคลุมไปด้วยหลังคาขนาดมหึมาคลอบคลุมไปทั้งตัวร้าน
พื้นร้านถูกปล่อยให้เป็นผืนดินธรรมชาติไร้การปูพื้นใดๆ ภายในถูกตกแต่งไปด้วยหมู่พันธุ์แมกไม้สวยงามนานาชนิด และส่วนใหญ่ต่างส่งกลิ่นหอมที่ต่างกันออกมาหล่อหลอมกันเกิดเป็นกลิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
แสงไฟจากตะเกียงที่ถูกติดไว้ยังจุดต่างๆทอประกายให้แสงสว่างภายในร้านขับเน้นบรรยากาศภายในร้านขึ้นอีกขั้นหนึ่ง
เสาไม้ขนาดยักษ์จำนวนมากที่คอยค้ำจุนทอดยาวลงปักลงฝังไปในดิน ตัวเสาถูกแกะสลักไว้ด้วยรูปลักษณ์ของทวยเทพมากมายซึ่งมีทั้งจากฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกจากโลกเดิม
ร้านสวนแห่งเทวาถูกสร้างขึ้นโดยเศรษฐีชาวมนุษย์คนหนึ่ง โดยร้านสวนแห่งเทวาเป็นทั้งร้านอาหารและบาร์เหล้าไปในตัว
ราคาของอาหารและเครื่องดื่มต่างๆมีราคาตั้งแต่ไม่กี่ 10 ดิลไล่ไปจนถึงอาหารชั้นสูงที่มีราคาหลายหลัก จึงสามารถดึงดูดลูกค้าได้หลากหลายประเภท ทำให้ลูกค้าภายในร้านสามารถเป็นได้้ตั้งแต่ขอทานถึงมหาเศรษฐี อีกทั้งยังได้รับบริการชั้นเยี่ยมจากพนักงานทั้งหลายที่ถูกอบรมมาอย่างดีจึงทำให้ร้านสวนแห่งเทวาคับคั่งไปด้วยผู้คนตลอดเวลา
เสียงดนตรีภายในร้านดังสอดคล้องไปกับเสียงพูดคุย คนจำนวนมากต่างพากันดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบข้างอย่างเต็มที่จนกระทั่ง...
"ข่าวใหญ่ๆๆๆ ตอนนี้กองทัพก็อบลินนับแสนตัวกำลังเคลื่อนที่ไปบุกเมืองกรีนวู้ดแล้ว!!!!"
พรู่ดดดด!!
หลายคนที่กำลังดื่มน้ำถึงกับสำลักน้ำออกมาคำโต
ทุกเสียงเงียบสงัดลงก่อนที่ทุกคนภายในร้านต่างก็หันไปทางผู้พูดอย่างพร้อมเพรียง
ซึ่งผู้พูดก็คือชายหนุ่มวัยรุ่นที่กำลังก้มตัวหอบแฮ่กๆเนื่องจากรีบวิ่งมาแจ้งข่าวที่นี้
"แกพูดอะไรของแกนะไอ้หนุ่ม คิดจะก่อกวนร้านฉันอย่างงั้นหรอ"เสียงพูดดังออกมาจากปากของชายวัยกลางคนร่างท้วมคนหนึ่งซึ่งบนร่างของเขาถูกประดับประดาไปด้วยของหรูราคาแพงมากมาย
ชายวัยกลางคนร่างท้วมคนนี้คือเจ้าของร้านสวนแห่งเทวาชื่อดังของเมืองฟอนเต้แห่งนี้ และตอนนี้เขากำลังหงุดหงิดอย่างมากที่มีคนกำลังก่อกวนกิจการของเขา ขณะกำลังจะเอ่ยปากด่าทอต่อก็มีเสียงห้าวถูกเอ่ยมาจากหน้าร้าน
"ข่าวนั่นมันเป็นความจริง!!"
คนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาภายในร้านอย่างองอาจ บนอกของพวกเขาต่างถูกติดไว้ด้วยตราสัญลักษณ์สังกัดของพวกเขา
ซึ่งตราของพวกเขาคือลูกโลกสีเขียวและแว่นขยาย!!
"นั่นมันคนของสมาคมนักสำรวจนี่นา"ไม่แปลกใจที่ทุกคนจะรู้จักเพราะสมาคมนักสำรวจถือเป็นมหาอำนาจที่มนุษย์ทุกคนต่างพากันรู้จักเป็นอันดับแรกๆ อีกทั้งเมืองฟอนเต้แห่งนี้ยังถูกครอบครองโดยสมาคมนักสำรวจอีกด้วย
กลุ่มคนของสมาคมนักสำรวจเดินอย่างมั่นคงก่อนจะไปหยุดอยู่ที่กลางร้าน
ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งหันไปมองรอบๆ ก่อนที่เขาจะสูดหายใจเข้าเต็มปอดและเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันดังว่า
"ตอนนี้ทางสมาคมนักสำรวจมีข่าวสำคัญจะแจ้งให้ทุกคนทราบ ขอให้ทุกคนภายในเมืองยกเลิกกิจกรรมที่ทำอยู่ทุกอย่างไว้ก่อนและไปรวมกันที่ลานกลางเมืองภายใน 1 ชั่วโมงนี้!!!"
สิ้นคำคนของสมาคมนักสำรวจก็ต่างพากันเดินสะบัดหน้าจากไป ดูจากความรีบร้อนแสดงว่าพวกเขาคงจะต้องไปประกาศข่าวอีกหลายที่ไม่น้อย
ทั้งร้านตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ก่อนที่ความสับสนวุ่นวายจะระเบิดออกมา
"ไม่จริงนะ!! เมืองกรีนวู้ดถูกบุกอย่างนั้นหรอ"
"ชิบหายแล้ว! คนรู้จักฉันกำลังจะไปที่เมืองกรีนวู้ดนี้หว่า"
"ไม่!!! ที่นั่นมีครอบครัวฉันอยู่นะ"
.
.
.
เถ้าแก่เจ้าของร้านสวนแห่งเทวายืนหน้าซีดเผือดกับความวุ่นวายตรงหน้า ผ่านไปเพียงครู่เดียวคนทั้งร้านต่างก็พากันรีบออกจากร้านไปเพื่อแจ้งข่าวกับคนรู้จัก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังมีมนุษยธรรมมาจ่ายค่าอาหารกับเขา...