ยอดพ่อครัว ข้ามพิภพ

    ตอนที่ 3 : ออกเดินทาง

    กาแฟร้อนกับขนมขบเคี้ยวที่นำมานั้น หมดไปอย่างรวดร็ว จากนั้นต้นข้าวก็จับยกถ้วยข้าวต้มทรงเครื่องที่วางอยู่ใกล้ๆ มาเริ่มรับประทานต่อ          "อื้ม...รสชาติไม่เลวเลย แม่ครัวของที่นี่ก็นับว่ามีฝีมือพอตัวอยู่เหมือนกันเลยนะเนี่ย..." เขาคิดอยู่ภายในใจ
    " อร่อยมั๊ยล่ะหนุ่ม..." ลุงหลงพูดถามต้นข้าว
    " อร่อยครับลุง ดูท่าผมคงต้องขอสูตรข้าวต้มของแม่ครัวที่นี่ซะเเล้วสิครับ...ฮ่าๆ" ต้นข้าวตอบกลับไป เเล้วก็ทานข้าวต้มต่อจนหมดไปครึ่งถ้วย
    " อร่อยก็ไปตักเพิ่มได้นะ ลุงรออยู่... ฮ่าๆ" ลุงหลงกล่าวเเซว
    " แหม่ ลุงก็...ผมใกล้จะอิ่มเเล้วล่ะครับ นี่ก็เริ่มจะสายเเล้วด้วย..." ต้นข้าวตอบพลางรีบทานต่อ
    ผ่านไปสิบนาที ต้นข้าวก็ทานข้าวต้มจนเกลี้ยงถ้วย จากนั้นเขาและลุงหลงก็จัดเเจงเตรียมตัวเดินทางออกจากรีสอร์ทไปยังผืนป่าที่เป็นเป้าหมายในครั้งนี้ ทั้งสองเดินไปยังรถยนต์คันเก่า ที่ดูเหมือนจะเป็นรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อตอนเดียวสีขาว ที่ใช้ขับในสภาพทางขรุขระ และทางลาดชันตามป่าตามเขา
    " นี่รถของลุงเอง เอากระเป๋าของหนุ่มไปวางไว้ในกระบะท้ายรถก่อน เราจะใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมง กว่าจะถึงทางขึ้นเขา..."
    " ได้ครับลุง..." ต้นข้าวก็นำกระเป๋าใบใหญ่ของเขาไปวางไว้ตามที่ลุงหลงบอกมา เเล้วกลับไปเปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างๆกับลุงหลง
    " เอาล่ะออกเดินทางกันได้ คงไม่ลืมอะไรเเล้วใช่ไหมหนุ่ม..." ลุงหลงกล่าวถามขึ้น
    " ไม่ลืมครับ ผมตรวจเช็คสัมภาระเรียบร้อยเเล้วก่อนออกมา..." ต้นข้าวตอบกลับไป
    จากนั้นทั้งสองคนก็เดินทางออกจากรีสอร์ทในเวลาเกือบจะแปดโมงเช้าแล้ว แสงเเดดเริ่มให้ความสว่างและร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆขับไล่ความหนาวเย็นและมวลหมอกในยามเช้าของวัน เสียงเครื่องยนต์ของรถกระบะสีขาวดังกระหึ่มอยู่บนถนนลูกรังสีเเดงที่คดเคี้ยวไปมา ระหว่างสองข้างทางในหมู่บ้าน บ้านไม้รูปทรงแปลกตาของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่ปรากฏให้เห็นเป็นระยะๆ ใกล้กันบ้าง ห่างกันบ้าง บางช่วงก็เป็นนาขั้นบันไดที่ชาวบ้านใช้เพาะปลูกข้าวเอาไว้กินกันเอง แต่ก็มีบางส่วนที่ปลูกเป็นพืชชนิดอื่น อย่างผักเเละข้าวโพดต้นข้าวสังเกตเห็นบ้านของชาวบ้านที่นี่ ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ซึ่งมีเสาบ้านเป็นท่อนซุงขนาดใหญ่ บางหลังมีขนาดเสาไม้ที่ใหญ่มาก เส้นผ่าศูนย์กลางไม่น่าต่ำกว่าครึ่งเมตรเลยก็ว่าได้
    " ลุงครับ คนที่นี่เขาใช้ไม้ซุงขนาดใหญ่ทำบ้านกันเลยหรอครับ เขายกกันยังล่ะเนี่ย ผมเห็นนี่ขนลุกกันเลยทีเดียว ถ้าให้ผมไปอยู่คงจะหลอนเเน่ๆ คงไม่มีนางไม้อาศัยอยู่ด้วยใช่มั๊ยครับลุง..." ต้นข้าวมองไปตามบ้านที่สร้างขึ้นมาจากท่อนซุงขนาดใหญ่หลายๆหลัง พร้อมกับถามลุงหลงด้วยความสงสัย
    " ชาวบ้านใช้ช้างมาช่วยกันยกน่ะ ให้คนยกอย่างเดียวคงไม่ไหว มันเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ล้มหรือตายในป่า ชาวบ้านก็เลยไปช่วยกันเอามา ขนาดใหญ่เเบบนี้ไม่มีเครื่องมือที่จะเลื่อยออกมาเป็นท่อนๆหรอก ก็เลยเอามาทำทั้งต้นอย่างที่เห็นนั้นล่ะ...ฮ่าๆ" ลุงหลงหัวเราะขึ้นมา แล้วพูดต่อว่า...
    " แล้วอีกอย่าง ผีสางนางไม้นั่นน่ะ มันเป็นความเชื่อ ก็อยู่ที่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่ล่ะนะ ตัวลุงเองยังไม่เคยเจอกับตัว เเต่เพื่อนลุงที่เคยไปล่าสัตว์ในป่าลึกนั้นเคยเจอ แล้วก็มาเล่าให้กันฟัง เพื่อนลุงนี่แทบจะเป็นไข้เป็นหนาวเลยล่ะในตอนนั้น พูดถึงเเล้วก็ขนลุก..." ลุงหลงตอบอธิบายให้ต้นข้าวฟังพร้อมกับโชว์ขนที่แขนที่ลุกขึ้นมาให้ดู
    " โลกนี้นี่มีอะไรที่ลี้ลับมากมายจริงๆ คิดถูกมั๊ยเนี่ยที่เข้ามาเที่ยวในป่า ยิ่งกลัวๆผีอยู่ด้วย..."
    ต้นข้าวพูดพร้อมกับทำหน้าตาตื่นกลัวและทำท่าจะขยับเข้าไปใกล้ลุงหลงอีกหน่อย นี่ถ้าไม่มีคันเกียร์ของรถขั้นกลางไว้ สงสัยเขาคงได้กระโดดไปนั่งชิดๆกับลุงหลงไปแล้ว
    " ฮ่าๆๆ ไม่ต้องกลัวไปหรอก ลุงโตมาขนาดนี้ยังไม่เคยเจอเลย เเละลุงก็ไม่รู้เลยว่าเพื่อนลุงจริงๆแล้วมันพูดเรื่องจริงหรือป่าว คำบอกเล่าไม่เท่ากับตาเห็น จริงมั๊ย?... แต่ถ้าให้พูดก็คงประมาณว่า นางไม้ท่านคงไม่ให้เราเห็นง่ายๆหรอก เพราะอยู่กันคนละโลกตามความเชื่อล่ะนะ..." ลุงหลงขำออกมาพร้อมกับพูด
    " ครับลุง ถ้าผมได้เจอเข้ากับตัวเหมือนเพื่อนลุง ผมคงวิ่งหนีกันป่าราบเเน่ๆ และมันคงจะเป็นอะไรที่อยู่เหนือวิทยาศาสตร์จะให้คำตอบได้เลยล่ะครับ...ไม่น่าเปิดประเด็นขึ้นมาเลยผม ฮ่าๆๆ..." ต้นข้าวพูดพลางส่ายหัวสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป
    " เอาน่า ถ้ามีวาสนาได้เห็น ก็คงจะได้เห็นเองเเหละ อย่าคิดมากน่า...เอ้านี่ อมยิ้ม กินเเก้หวาดผวานะ...ฮ่าๆๆ" ลุงหลงพูดปิดประเด็นเเล้วส่งไม้อมยิ้มให้กับต้นข้าว
               " มันช่วยได้หรอครับลุง?... แหม่ ลุงก็ช่างจะเล่นนะ งั้นผมขอเป็นเด็กน้อยสักวันละกัน...แหะๆ" ต้นข้าวยื่นมือไปรับไม้อมยิ้มมาเเกะกระดาษห่อออก เผยให้เห็นลูกกลมๆสีเเดงสดที่มีไม้สีขาวเสียบอยู่ จากนั้นต้นข้าวก็เอาเข้าไปอมไว้ในปากทันที
    เวลาเดินไปเรื่อยๆ รถกระบะสีขาวที่มีสภาพฝุ่นสีเเดงเกาะเกือบครึ่งคันรถ ขับแล่นไปบนเส้นทางลัดเลาะตามเชิงเขา โดยมีฝุ่นฟุ้งกระจายไปตามทางที่ขับผ่านไป ด้วยสภาพทางที่เป็นทางโค้งเยอะเเถมผิวถนนยังขรุขระ บางช่วงเป็นดินปนหิน บางช่วงเป็นหลุมเป็นบ่อ คนขับต้องใช้ทักษะการขับรถที่มากพอสมควรถึงจะเดินทางได้อย่างปลอดภัยเมื่อเส้นทางมีฝุ่นน้อยลง เพราะผิวถนนเริ่มมีความชื้นมากขึ้น เนื่องมาจากความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ต้นข้าวลดกระจกลงมาพร้อมกับยื่นหน้าออกไปสัมผัสกับอากาศที่สดชื่นและเย็นสบาย เขาหลับตาพลางสัมผัสกับลมเย็นๆที่เข้ามาปะทะกับใบหน้าอันหล่อเหลาเข้าขั้นประกวดเป็นนายแบบของเขา ความรู้สึกผ่อนคลายที่ยากจะกล่าวบังเกิดขึ้นมาในจิตใจ เเทรกซึมขับไล่ความเศร้าเสียใจที่อยู่ภายใน
    " ฉันชอบความรู้สึกนี้จริงๆเลย..." ต้นข้าวคิดในใจ เผยให้เห็นรอยยิ้มเล็กๆที่แสดงอยู่บนใบหน้าของเขา
    " เราใกล้จะถึงปากทางเข้าป่าแล้วล่ะ อีกไม่กี่โค้งเเล้ว..." ลุงหลงเอ่ยขึ้นมาหลังจากขับรถมาได้สี่สิบกว่านาที
    ตลอดสองข้างทางหลังจากหลุดออกจากหมู่บ้านมานั้น เต็มไปด้วยป่าไม้สีเขียวชอุ่มเเละพืชพันธุ์ไม้ป่าชนิดต่างๆ ดอกไม้หลากสีสันมีให้เห็นตามรายทาง แถมบางจุดยังสามารถมองเห็นดอกกล้วยไม้ป่าสีสวย ที่ชูช่อต้อนรับแสงเเดดยามเช้า มีเสียงจั๊กจั่นบนต้นไม้ร้องดังระงมไปทั่วทั้งผืนป่า ฟังเเล้วให้ความรู้สึกดั่งฟังเสียงเพลงที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมา

    " อ๊ะ!!!... ลุงนั่นอะไรน่ะ ผมเห็นมันบินผ่านยอดไม้ไปเมื่อกี้นี้..." ต้นข้าวเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น ตากลมโตของเขามองไปตามความเคลื่อนไหวบนยอดไม้ข้างทาง
    __________________________________________