cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    ไป๋อินมาถึง

    เช้าวันต่อมาไป๋ฉีและเฟิ่งเจียอินตอนนี้กำลังนั่งทานอาหารอย่างสบายใจอยู่ในห้องพัก หลังจากนั้นไม่นานนักกำไลข้อมือของไป๋ฉีก็ได้มีการแจ้งเตือนขึ้นมา

     

    "ติ๊ด"

     

    "ว่าไง จินหยาง!"

     

    "สหายรีบมาที่ตึกวิจัยเร็วเข้า ตอนนี้ท่านไป๋อินกำลังรอเจ้าอยู่ เห็นบอกว่าจะมาคุยเรื่องโพชั่นกับเจ้า"ทันทีที่ได้ยินจินหยางกล่าว ไป๋ฉีก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ดูเหมือนว่ารายงานการวิจัยของเขาจะได้รับการยอมรับจากสถาบันวิจัยเซียนเทียนแล้วในตอนนี้

     

    "อืม ข้าจะรีบไป"กล่าวจบไป๋ฉีก็ตัดสายจินหยางแล้วหันไปมองยังเฟิ่งเจียอินที่อยู่ใกล้ๆ

     

    "ที่รักเจ้าไปเถอะ ไม่ต้องห่วงข้า"ราวกับรู้ถึงความคิดของไป๋ฉี เธอจึงได้กล่าวออกไปเช่นนั้น

     

    ไป๋ฉียิ้มพลางส่ายหน้า "จะได้อย่างไรกัน ท่านต้องไปกับข้าด้วย เพราะข้าจะต้องแนะนำท่านให้รู้จักกับท่านป้าเอาไว้"

     

    เฟิ่งเจียอินยิ้มอย่างอ่อนโยนแน่นอนเธอไม่ขัดข้องแต่อย่างใด ทั้งสองจึงพากันเดินออกไปจากห้องพร้อมๆกันและตรงไปยังตึกวิจัยที่ตอนนี้มีคนมามุงกันมากหน้าหลายตา เนื่องจากทุกคนต่างรับรู้ถึงการมาของไป๋อินหญิงสาวที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักวิจัยอัจฉริยะ

     

    "ว้าว นั่นคือท่านไป๋อินอย่างนั้นหรือ ช่างงดงามอะไรขนาดนี้"

     

    หลากหลายเสียงชื่นชมดังขึ้นมาจากเหล่านักศึกษาที่พากันมามุงดู ต่อมาไม่นานก็มีอาจารย์หนุ่มท่านหนึ่งเดินออกมาจากตึกวิจัย

     

    "ท่านไป๋อิน เชิญพักผ่อนด้านในก่อนเถอะขอรับ"เมื่อมาถึงอาจารย์ท่านนั้นก็ทำความเคารพหญิงงามโดยฉับไวและผายมือเชื้อเชิญ

     

    "ไม่เป็นไร คนที่ข้าอยากเจอกำลังจะมา" ไป๋อินกล่าวออกมาเช่นนั้น หลังจากสิ้นเสียงเพียงไม่นาน ไป๋ฉีและเฟิ่งเจียอินในชุดคลุมสีขาวก็บินเข้ามายังศูนย์วิจัย จากนั้นทำความเคารพไป๋อินโดยฉับพลัน

     

    "ขออภัยที่มาสายขอรับ หวังว่าท่านจะไม่ถือสา"

     

    ไป๋อินส่ายหน้า "อืม ไม่เป็นไร พวกเราไปที่ห้องวิจัยของเจ้ากัน"

     

    ทันทีที่หญิงงามกล่าวออกไปเช่นนั้น เหล่านักศึกษาทั้งหมด ณ ที่นี้ก็ระเบิดเสียงฮือฮาไม่ขาดสาย เจ้าเด็กนี่มันศิษย์ของเทพดาบผนึกสวรรค์ไม่ใช่หรืออย่างไร การที่ท่านไป๋อินให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้คงไม่ใช่ว่าเจ้าเด็กนี่คิดค้นอะไรที่พิเศษออกมาได้หรอกนะ

     

    ไป๋ฉีมิได้สนใจเสียงฮือฮารอบค้าง เขาจับมือเฟิ่งเจียอินและเดินนำไป๋อินไปยังห้องวิจัยของตัวเองโดยไม่รอช้าท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่จับจ้องเขาด้วยแววตาที่หลากหลายเป็นอย่างยิ่ง

     

    "ถึงแล้วขอรับ นี่คือห้องวิจัยของข้า"ไป๋ฉีกล่าวขึ้นพร้อมกับสั่งการให้หลิงหลิงเปิดประตู ทำให้กลิ่นหอมของโพชั่นฟุ้งออกมาจากห้องและตีเข้าจมูลของไป๋อินและเลขาของเธอในทันที

     

    "โอ้ นี่คือโพชั่นที่เจ้าทำรายงานส่งไปอย่างนั้นหรือ"ไป๋อินกล่าว ก่อนที่เธอและเลขาจะเดินเข้าไปยังด้านในห้องวิจัยนั้น

     

    ไป๋ฉีและเฟิ่งเจียอินก็เดินตามเข้าไปโดยพลัน จากนั้นเขาสั่งให้หลิงหลิงเปิดประตูในทันที

     

    "หากท่านอยากพิสูจน์ว่ามันได้ผลจริงไหม ก็สามารถลองดื่มดูได้นะขอรับ"หลังจากที่ประตูปิดลง ไป๋ฉีก็ประคองเฟิ่งเจียอินไปนั่งลงบนโซฟาแล้วกล่าวออกมาอย่างเป็นกันเองยิ่ง

     

    ไป๋อินยิ้ม จากนั้นพุ่งเข้ากอดไป๋ฉีในทันใด "สมแล้วที่เป็นหลานชายของป้า พึ่งมาอยู่ที่นี่ได้ปีเดียวถึงกับคิดค้นโพชั่นออกมาได้มากมายขนาดนี้"

     

    "แห๊ะๆ ท่านป้าท่านช่วยปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่ ไม่เช่นนั้นข้าอาจจะหายใจไม่ออกตายนะขอรับ" ไป๋ฉีกล่าวอย่างยากลำบาก อ้อมกอดแห่งความรักของท่านป้าที่เป็นระดับจ้าวจักรวาลช่างเป็นอะไรที่หนักหน่วงจริงๆ และเขาในตอนนี้ยังไม่สามารถรับได้นานนัก

     

    "ฮิฮิ ขอโทษทีๆพอดีป้าลืมตัวไป เอาล่ะก่อนอื่นหลานควรจะแนะนำสาวน้อยในชุดคลุมคนนั้นให้ป้ารู้จักก่อนดีหรือไม่"

     

    ไป๋ฉีพยักหน้าอย่างฉับไวและเรียกเฟิ่งเจียอินเข้ามา "ท่านป้าขอรับ เธอชื่อว่าเฟิ่งเจียอินเป็นภรรยาของข้า และกำลังตั้งท้องลูกของข้าด้วย"

     

    เฟิ่งเจียอินเปิดฮูดคลุมศีรษะออก จากนั้นทำความเคารพอย่างนอบน้อมแด่ไป๋อินที่อยู่เบื้องหน้า "คาราวะ ท่านป้าไป๋อินเจ้าค่ะ"

     

    ได้ยินสิ่งที่ไป๋ฉีกล่าวในตอนท้าย ไป๋อินรีบเข้าไปประคองเฟิ่งเจียอินโดยไม่รอช้า "สาวน้อยไม่ต้องมากพิธีไป เจ้ากำลังท้องกำลังใส้ ข้าว่าเราไปนั่งพูดคุยกันจะดีกว่า"

     

    ว่าแล้วไป๋อินก็พาหญิงสาวไปนั่งที่โซฟาดังเดิมและพูดคุยกันตามประสาหญิงสาวด้วยกัน ในระหว่างที่ทั้งสองคนคุยกันไป๋ฉีกับเลขาของไป๋อินก็กำลังทดลองประสิทธิภาพของโพชั่นกันอยู่ เพื่อตรวจสอบดูว่าโพชั่นทั้งหมดนี้มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะจดสิทธิบัตรได้หรือไม่

     

    "จากการทอสอบ โพชั่นทั้งหมดมีประสิทธิภาพตามที่รายงานได้เขียนเอาไว้ และไม่มีผลเสียที่เป็นอันตราย สรุปแล้วสามารถจดสิทธิบัตรได้ทั้งหมดเจ้าค่ะ"หลังจากตรวจสอบเสร็จเลขาของไป๋อินก็กล่าวขึ้นมา จากนั้นส่งข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับสิทธิบัตรของโพชั่นและข้อตกลงในการซื้อขายให้ไป๋ฉีในทันที

     

    "สิทธิบัตร รวมถึงข้อเสนอซื้อขายเหล่านี้ท่านไป๋อินเป็นคนทำขึ้นระหว่างที่เดินทางมาเจ้าค่ะ ขอเพียงแค่ท่านลงนามทุกอย่างก็จะเสร็จสิ้น"

     

    ไป๋ฉีที่ได้ยินก็เริ่มอ่านข้อตกลงต่างๆ หลังจากนั้นไม่นานดวงตาของชายหนุ่มก็เป็นประกายวาบไหว

     

    "ค่าลิขสิทธิ์โพชั่นชนิดละห้าสิบล้านผลึกพลังงานบวกกับกำไร 10% ในทุกๆปี ท่านป้าขอรับนี่มันไม่เยอะเกินไปอย่างนั้นหรือ"ไป๋ฉีหันไปถาม

     

    "ฮิฮิ พูดอะไรของหลานกัน สำหรับโพชั่นที่หลานสร้างขึ้นมาในอนาคตย่อมต้องสร้างกำไลมหาศาล ราคาแค่นี้ไม่นับว่าเป็นอะไรได้"ไป๋อินกล่าว ไป๋ฉีพยักหน้าอย่างเข้าใจ แม้โพชั่นที่เขาทำจะเป็นโพชั่นระดับจ้าวพิภพและระดับนักรบแห่งดวงดาวก็ตาม แต่ก็ถือเป็นรากฐานสำคัญของคนรุ่นใหม่ในอนาคต

     

    เขาทำการจดลิขสิทธิ์และเซ็นสัญญาโดยฉับไวแล้วส่งมอบให้เลขาของไป๋อิน จากนั้นก็เดินเข้าไปนั่งที่โซฟาข้างๆเฟิ่งเจียอินผู้เป็นภรรยา

     

    "เสี่ยวเหมา ออกไปก่อนเถอะ ข้ามีเรื่องจะคุยกับหลานชายและหลานสะใภ้ของข้าเล็กน้อย"ไป๋อินกล่าว เลขาคนสนิทหรือเสี่ยวเหมาโค้งตัวเล็กน้อย ก่อนเดินออกจากห้องไป

     

    "เมื่อครู่ป้าเห็นยานอวกาศของพ่อหลานอยู่ที่นี่ ถ้าหากเดาไม่ผิดเขาคงมาหาฟางถงใช่หรือไม่"

     

    ไป๋ฉีพยักหน้าตอบรับ "ใช่แล้วขอรับ ท่านพ่อมาพูดคุยเรื่องของข้ากับเฟิ่งเจียอิน แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้คุยกันไปถึงขั้นไหน ไม่แน่พอพวกเขากลับมาข้าอาจจะได้แม่สี่"ไป๋ฉีกล่าวตอบกลับอย่างขบขัน

     

    ไป๋อินก็หัวเราะออกมาเช่นเดียวกัน "ฮ่าๆๆ อย่างนั้นหรือๆ ข้าเองก็ต้องเตรียมตัวรอรับน้องสะใภ้คนใหม่เหมือนกันสินะ"