ชั่วขณะที่ตัวเลขในใจลดลงจนเป็0
ผมตัดสินใจเปิดฉากโดยใช้ทักษะคลื่นลมดาบซัดใส่มอนสเตอร์ทันที
เหยื่อเคราะห์ร้ายรายแรกมีรูปร่างเหมือนสิงโต3 ตัว พวกมันโดนคลื่นลมปะทะร่างจนกระเด็นถอยไปไกล ทำให้สามารถดึงดูดความสนใจของมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ จากนั้นพวกมันก็ค่อยๆเปลี่ยนวิถีในการวิ่งเข้ามาโอบล้อมตัวผมช้าๆ กระทั่งในที่สุดผมก็ตกอยู่ในฝูงกองทัพมอนสเตอร์หลายร้อยตัว
ระหว่างนั้นผมพลันนึกถึงเื่ๆหนึ่งขึ้นมา เป็เื่ของคดีข่มขืนคดีหนึ่งที่ผมเคยเป็ผู้ว่าความให้ ผู้เสียหายเป็หญิงสาวถูกชายราว 10กว่าคนรุมข่มขืน ผมพอจะเข้าใจหญิงคนนั้นที่ถูกกระทำมิดีมิร้ายกับร่างกายว่ารู้สึกเช่นไร เพราะผมในตอนนี้ก็เริ่มมีสภาพไม่ต่างจากเธอ อาจจะผิดแผกแค่ผมไม่ได้ถูกข่มขืน แต่ถูกโจมตีโดยมอนสเตอร์
และไม่ใช่แค่สิบคนแต่เป็พันกว่าตัว
ผมดึงสติที่ลอยไปไกลให้กลับมาในปัจจุบัน พริบตาที่ผมกำลังจะเหวี่ยงดาบโจมตีอีกครั้งก็รู้สึกเหมือนมีเงาดำบดบังร่างกาย
ตูม!
โกเลมธาตุดินตัวหนึ่งซัดหมัดที่โอ่อ่าของมันลงตรงที่ผมยืน
ผมใช้ทักษะตัวเบาหลบได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็ต้องพบกับหอกจำนวน 10 กว่าเล่มแทงตรงมาจากเผ่าพันธุ์มิเนอทอร์ มอนสเตอร์ที่มีลักษณะครึ่งมนุษย์ครึ่งแพะ
ผมหรี่ตามองหอกเ่าั้ก่อนจะเอนตัวใช้ดาบรับไว้ได้ทั้งหมด และะเิทักษะคลื่นลมดาบ เพื่อปัดหอกเ่าั้ให้พ้นทาง ในขณะเดียวกันก็ถือโอกาสถ่ายพลังออร่าลงบนดาบช้าๆแล้วตอบกลับด้วยทักษะที่สูงกว่า
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ประทับตรามาร
ดาบัพิโรธถูกตวัดเหวี่ยงขึ้นบนศรีษะ พลันบังเกิดลมหอบหนึ่งหมุนวนไปทั่วแล้วค่อยๆปรากฏดาบโปร่งแสงขนาดใหญ่ครอบดาบในมือของผมไว้ ซึ่งมันเป็ผลมาจากการรวมตัวของพลังออร่าและก่อตัวเป็รูปร่างขึ้น
โดยไม่ต้องคิดผมฟาดมันลงตรงฝูงมิเนอร์ทอร์ทันที
ตูม!
มอนสเตอร์หายไปอีก10 เมื่อพวกมันถูกบี้แบนด้วยดาบั์แต่มันยังไม่พอ ผมอาศัยแรงกระแทกจากทักษะเมื่อครู่ ส่งตัวเองให้ลอยคว้างกลางอากาศในระดับอกของโกเลมธาตุหินที่อยู่เลยไปด้านหลังอย่างพอดิบพอดี ก่อนจะพลิกดาบขึ้นมาเหนือศรีษะ และโจมตีต่อเนื่องด้วยกระบวนท่าทักษะอย่างฉับพลัน
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ชี้ทางมาร
เกลียวดาบจากปราณดาบนับร้อยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบน แล้วม้วนตัวลงมาปะทะกลางอกอันเป็จุดตายของโกเลมธาตุหินอย่างแม่นยำ มันเซถลาตามแรงโจมตีไปครู่หนึ่ง ผมรู้อยู่แล้วว่าทักษะแค่นี้ไม่ได้ทำให้มันตายง่ายๆ ผมเพียงแต่เปิดช่องโหว่ให้ได้ปิดฉากก็เท่านั้น
ทักษะพันดาบสังหาร
ผมเรียกใช้ทักษะประจำอาชีพนักดาบ มันจะสร้างปราณดาบขึ้นมาร่วมพันเล่มให้รายล้อมอยู่รอบกาย และในตอนนี้ปราณดาบเ่าั้ก็กำลังลอยอ้อยอิ่งอยู่ตรงหน้าของผม
ชั่วขณะที่ร่างกายของผมร่วงลงสู่พื้นดิน ปราณดาบทั้งหมดก็พร้อมใจกันพุ่งกระหน่ำเข้าหาโกเลมธาตุหินอย่างรุนแรง
ผมปิดท้ายอีกครั้งด้วยทักษะคลื่นลมดาบเพื่อความแน่ใจ ก่อนที่เท้าจะแตะลงพื้นอย่างนิ่มนวล
ตูม!
โกเลมธาตุหินะเิแตกสลายและกลายเป็ละอองระยิบระยับหายไป ผมตระหนักได้ทันทีว่าการฆ่าโกเลมตัวหนึ่ง ถึงกับหืดขึ้นคอ ผมยอมโดนมอนสเตอร์ระดับ 7-8 รุมโจมตี ยังจะง่ายซะกว่าฆ่าเ้าตัวบิ๊กบึ้มนี่
ระหว่างนั้นผมก็ดีดปลายเท้าด้วยทักษะตัวเบาส่งตัวเองให้มาอยู่บนโขดหินที่อยู่ไม่ไกลนัก พลางใช้มือเปิดหน้าต่างเก็บไอเทม แล้วความหาขวดยาเพิ่มพลังออร่า 2-3 ขวดขึ้นมากรอกใส่ปาก ส่วนสายตาก็จับจ้องไปยังฝูงมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์คร๊อกโคดาย ซึ่งมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงจระเข้เดินได้กับฝูงเผ่าพันธุ์เซนทอร์ มอนสเตอร์ลักษณะเป็สัตว์ครึ่งมนุษย์ครึ่งม้า
พวกมันกำลังกรูกันเข้ามาอย่างไม่วางตาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
“เร็ว ๆ สิ เ้าคนไร้มารยาท”
“รู้แล้ว เร่งอยู่” แม้ดาบัพิโรธจะไม่เตือน ผมก็เร่งมืออยู่แล้ว ครั้นพอเจอน้ำยาเพิ่มพลังออร่าผมจึงหยิบออกมาสองขวดแล้วกรอกลงคออย่างรวดเร็ว ถึงเวลาที่ผมต้องเอาจริงแล้ว ทักษะของเล่นก่อนหน้านี้ทำอะไรกองทัพมอนสเตอร์ไม่ได้แน่ๆ ต้องทักษะที่สูงกว่านี้เท่านั้น
ทักษะเผ่าพันธุ์ กายาเพลิง
ทักษะเผ่าพันธุ์ ปีกอัคคี
สองทักษะเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ถูกผมเรียกใช้แทบจะติดๆกัน
ทักษะแรกคือการเผ่าพลังออร่าที่อยู่รอบกาย ให้เปลี่ยนเป็เปลวเพลิงที่ร้อนระอุและลุกโชด่ กลายเป็เกราะกำบังเปลวไฟ ทำให้บัดนี้ร่างกายของผมไม่ต่างอะไรกับกองไฟขนาดย่อมๆ ส่วนทักษะที่สองคือการสร้างปีกของเผ่าพันธุ์ มันคือปีกแห่งเปลวเพลิงที่อุดมไปด้วยความร้อนสูงและช่วยเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ในอากาศ
ณตอนนี้ ผมรู้สึกได้ทันทียามเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมกำลังดันออกมาจากร่าง
ฉับพลันปีกแห่งเปลวเพลิงก็งอกสยายออกอย่างโอ่อ่าอยู่ข้างหลัง ผมขยับปีกนั่นให้กางออกพร้อมกระพือความร้อนกระจายเป็วงกว้าง ทำให้มอนสเตอร์ที่กำลังกรูเข้ามาถึงกับชะงักไปชั่วครู่ เมื่อััได้ถึงไอร้อนที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร
ร่างกายของผมในเวลานี้แลดูไม่ต่างจากซาตานที่โผล่ออกมาจากขุมนรก อาจจะต่างแค่ซาตานอย่างผมเหมือนกองไฟที่บินได้ก็เท่านั้นเอง ทว่าแค่นั้นก็ยังไม่พอสำหรับผมในตอนนี้
หากจะกำจัดมอนสเตอร์ทีละมากๆ มันจะต้องใช้พลังมากกว่านี้
ทักษะเผ่าพันธุ์ ไฟทมิฬ
เปลวไฟที่ท่วมร่างกายแปรเปลี่ยนเป็ไฟสีดำสนิทในฉับพลัน รวมถึงปีกที่สยายอย่างน่าเกรงขามนั่นก็เปลี่ยนสีอัคคีเฉกเช่นไฟที่ท่วมร่าง คุณสมบัติพิเศษของไฟทมิฬก็คือการแผดเผาศัตรูจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ และมิอาจดับได้ด้วยวิธีการใดๆทั้งสิ้น มันคือไฟที่เป็เอกลักษณ์ของเผ่านกฟินิกซ์ แต่มีข้อแม้อย่างเดียวก็คือมันจะกินพลังชีวิตไม่ใช่พลังออร่า
ทักษะเผ่าพันธุ์ อาณาเขตอัคคี
ผมพลิกดาบในมือแล้วเสียบลงบนโขดหินที่ยืนอยู่ พลันบังเกิดวงแหวนเวทย์สีดำสนิทที่มีอักขระโบราณกระจายตัวออก และขยายใหญ่ขึ้นเป็วงกว้างอย่างรวดเร็ว ผมตั้งสมาธิอย่างแน่วแน่พยายามให้อาณาเขตขยายให้ได้มากที่สุด แต่ก็ทำได้แค่รัศมี 50 เมตรเท่านั้น
“อาณาเขต ทำงาน”
สิ้นเสียงของผมอักขระสีดำเรืองแสงอ่อนๆ และชั่วพริบตาเปลวเพลิงสีดำก็แผดเผาขึ้นตามอักขระ ส่งผลให้มอนสเตอร์ที่อยู่ในอาณาเขตเริ่มดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมาน เมื่อโดยแผดเผาด้วยไฟสีดำเ่าั้ จนเกิดเป็เสียงโหยหวนจากมอนสเตอร์หลายร้อยตัวพากันร้องครวญครางเ็ป บ่งบอกได้ชัดเจนเลยว่า...
มันได้ผล
ไฟทมิฬเริ่มโหมแรงขึ้นทุกขณะ ทำให้มอนสเตอร์ที่แพ้ทางธาตุไฟบางตัวกลายเป็แสงหายไปเมื่อทนไม่ได้ ส่วนที่ยังเหลืออยู่และกำลังเดินฝ่าเข้ามาหาผมนั้น ถ้าไม่ใช่มอนสเตอร์ระดับสูงกว่า ก็คงเป็มอนสเตอร์ที่มีธาตุข่มกับธาตุเผ่าพันธุ์ของผม หรือไม่ก็เป็ธาตุที่ต้านทานความร้อนได้ ที่เหลือก็เป็พวกที่อยู่นอกอาณาเขต
ผมมองดูมอนสเตอร์เ่าั้อย่างขัดหูขัดตา ก่อนจะขมวดคิ้วเครียด
นี่อาณาเขตอัคคีกำจัดมอนสเตอร์ระดับต่ำไปได้แค่ประมาณ100 กว่าตัวเท่านั้นเองเหรอ
ผมตัดสินใจสะกิดปลายเท้าแรงๆส่งร่างตัวเองให้ทะยานขึ้นบนฟ้า ก่อนจะยกดาบัพิโรธขึ้นมาในระดับศรีษะ พร้อมแผ่พลังไฟทมิฬให้ท่วมดาบ จนมันโหมกระพือลุมท่วมไม่ต่างจากร่างกายของผม
ไม่นึกว่าผมจะต้องใช้ทักษะเ่าั้เร็วกว่าที่คิด แม้ใจจริงจะยังลังเลอยู่ก็ตาม เพราะถึงพลังทำลายมันจะกินอาณาเขตกว้าง แต่ก็เปลืองพลังออร่ามากที่สุดแถมกินพลังชีวิตด้วย ผมก็เลยอยากจะเก็บไว้ในสถานการฉุกเฉินมากกว่า แต่เห็นจะต้องเปลี่ยนใจเสียแล้ว หลังจากพบว่ากองทัพมอนสเตอร์พวกนี้อึดเกินจากที่จินตนาการเอาไว้
ทักษะเพลงดาบมหนภา ผ่ากิเลน
ห้วงอากาศรอบตัวผมเริ่มบิดเบี้ยว ก่อนมันจะค่อย ๆ แผ่คลื่นพลังอะไรบางอย่างออกไปเป็วงกว้าง พร้อม ๆ กับที่ผมฟาดดาบลงอย่างเต็มแรง พลันบังเกิดเป็คลื่นพลังไฟทมิฬเป็ทางยาว ปะทะเข้ากลางฝูงมอนเตอร์ ในระนาบวงแหวนเวทอาณาเขตของผมอย่างจัง
ตูม!
แรงะเิส่งผลให้พื้นดินเบื้องล่างแตกเป็ทางยาวหลายร้อยเมตร มอนเตอร์ที่อยู่ในระนาบการโจมตีนั้น กลายเป็ละอองแสงจำนวนมาก แต่มันก็แค่พวกระดับ 7-8 เท่านั้น มอนสเตอร์ระดับ 9 ขึ้นไปยังคงอยู่เช่นเดิม เพียงแต่พลังชีวิตเหลือน้อยลงเท่านั้นเอง
ผมตัดสินใจถลาลงมาอยู่บนพื้นกลางฝูงเผ่าพันธุ์เดม่อนทรี มอนสเตอร์รูปลักษณ์ต้นไม้ปิศาจ จากนั้นจึงใช้ทักษะคลื่นลมดาบซัดพวกมันที่พลังชีวิตกำลังร่อแร่ให้หายไป4 ตัว พลางพลิกดาบแล้วแทงเข้าลูกตาเดม่อนทรีตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามา ให้กลายเป็แสงหายไปอีกตัว
“เ้าคนไร้มารยาท ข้างหลัง” ดาบัพิโรธร้องเตือนเสียงดัง
ผมหมุนกายอย่างรวดเร็ว แล้วปาดาบเข้าไปเสียบกลางหน้าผากของโกเลมธาตุหินที่กำลังเงื้อกำปั้นจะทุบ ส่งร่างที่เหลือพลังชีวิตอันน้อยนิดให้เลือนสลายหายไป ผมพลิกมือแล้วชักกลับ ดาบที่ร่วงลงมาหลังจากที่โกเลมธาตุหินกลายเป็แสง จึงพุ่งกลับเข้าสู่มือดังเดิม
ระหว่างนั้นผมได้ยินเสียงตูมใหญ่จากฟากฟ้า จึงตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าเ้าไคน์กำลังต่อสู้อยู่ ผมเห็นมันเสยหมัดกรงเล็บของหมาป่าทะลุเข้าจะงอยปากของเผ่าพันธุ์ปักษาตัวหนึ่ง ยังผลให้เป้าหมายกลายเป็แสงหายไป ก่อนจะบินตีลังกากลับหลังกลางอากาศ ลอยไปอยู่บนคอของทีเร็กซ์อีกตัวที่ถลาเข้ามาไม่ดูสถานการณ์ จนถูกกรงเล็บอันแหลมคมจัดการปลิดชีพในทันที
จากที่ผมสังเกตเห็นไคน์คงพอรับมือได้ เพราะเผ่าทีเร็กซ์กับเผ่าปักษาระดับไม่ห่างจากไคน์มากนัก อาศัยประสบการณ์การต่อสู้ของมันคงจะถูไถไปได้สักระยะหนึ่ง
“อย่าเหม่อสิ เ้าคนไร้มารยาท” เสียงดาบัพิโรธะโโหวกเหวกเรียกสติ
ผมหันกลับมาที่เดิมอีกครั้งก็พบว่าเดม่อนทรีหลายตัวกำลังปาท่อนไม้ใส่ กระนั้นผมเพียงตวัดดาบปัดทอนไม้เ่าั้ออกไปอย่างง่ายดาย การโจมตีทื่อๆของพวกมันก็ไร้ผล
ณตอนนี้ถ้าหากผมยังสู้ยืดเยื้อต่อไปอีกมีหวังไม่จบง่ายๆอย่างแน่นอน แล้วก็อาจจะเป็ผมเองนั่นแหละที่จะหมดแรงไปซะก่อน
ถ้าเป็อย่างนั้นก็คงตั้งงัดไม้ตายก้นหีบแลยละกัน
ทันทีที่คิดได้ร่างที่ลุกโชนไปด้วยไฟทมิฬของผมก็กลับทะยานขึ้นสู่นภาอากาศอีกครั้ง ผมเร่งพลังออร่าให้ถึงขีดสุด จนเปลวเพลิงทมิฬรอบกายโหมหนักขึ้นกว่าเดิม มองเห็นคล้ายลูกไฟั์สีดำอันน่าเกรงขาม
“ไคน์ พาเทลเลอร์ไปอยู่บนกำแพงเมือง” ผมะโดังก้องขึ้นฟ้า
ไคน์ที่ได้ยินคำสั่งถึงกับชะงักท่าสู้และหันมามองดูการตั้งท่าของเ้านาย มันรับทราบโดยพลันว่าผมกำลังจะใช้ทักษะอะไร ฉะนั้นไคน์จึงรีบผละจากฝูงปักษาแล้วทะยานไปหาเทลเลอร์อย่างรวดเร็ว ผมมองร่างของผู้ติดตามตัวเองบินไปจนถึงตัวลูกศิษย์คนแรก จึงค่อยๆยกดาบัพิโรธขึ้นเหนือศรีษะช้าๆ พลันเปลวไฟที่โหมอยู่บนดาบก็ลุกโชนเพิ่มขึ้นอีกเท่าทวีคูณ
“ไปตายซะ”
ทักษะเพลงดาบมหนภา ดับโลกันตร์
ชั่วขณะที่สิ้นการเรียกใช้ทักษะ ร่างของผมก็พุ่งตรงปะทะกลางฝูงกองทัพมอนสเตอร์ ดูราวกับลูกอุกกาบาตที่ลุกไหม้ด้วยไฟประหลาดสีดำกำลังกระแทกใส่เหล่าเหยื่อเคราะห์ร้าย ซึ่งทำได้เพียงแต่เหงนหน้ามองอย่างหวาดกลัว
บึ้ม!
เกิดะเิตูมสนั่นแผ่เป็วงกว้าง กินอาณาเขตครอบคลุมกองทัพมอนสเตอร์ทั้งหมด แรงะเินั้นยังสั่นะเืไปถึงกำแพงเมืองจนเกิดรอยร้าวไปทั่ว ราวกับอุกกาบาตขนาดใหญ่พุ่งปะทะพื้นผิวโลกก็ไม่ปาน แม้กระทั่งไคน์กับเทลเลอร์ยังััได้ถึงพลังทำลายอันมหาศาลนั้น โดยเฉพาะราเชลไอซ์ เขากำลังตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความวิตก
แล้วณ วินาทีนั้นเองที่เขาก็ได้ตระหนักถึงแล้วว่า ศัตรูผู้เก่งกาจคนใหม่ได้ถือกำเนิดต่อหน้าของตัวเองแล้ว
“บะ บ้านา พลังทำลายอะไรกัน”
น้ำเสียงของเทลเลอร์สั่นเทา เขากำลังเพ่งดูควันไฟที่ม้วนตัวขึ้นสู่นภาอยู่บนกำแพงเมืองข้างๆไคน์ แรงะเิที่เขาเห็นนั้นมันพอๆกับเอาปรมณูซัก 5ลูกถล่มลงจุดเดียวกันชัดๆ
นี่มันทักษะดาบจริงๆอย่างนั้นเหรอ...
“นั่นล่ะทักษะที่ทำให้เ้านายข้า ได้รับฉายาว่าจอมดาบสยบศาสตรา ทักษะเดียวที่สยบคนทั่วแผ่นดิน”
เทลเลอร์ได้ยินเสียงไคน์พูดออกมาอย่างภาคภูมิ แต่เขาในตอนนี้กำลังตลึงค้างจนขยับกายไปถนัด
“นี่น่ะเหรอพลังที่แท้จริงของพี่เควิน พี่เขาระดับเท่าไหร่กันนะ” เทลเลอร์พูดอย่างเลื่อนลอย
“ระดับ 99 ชั้นโกลด์*”
“อะไรนะ” เทลเลอร์หันมองไคน์อย่างไม่เชื่อหู ซึ่งไคน์ก็ได้แต่ยักไหล่ให้เท่านั้น
นี่ขนาดพี่เควินอยู่ชั้นโกลด์พลังทำลายยังขนาดนี้ ถ้าหากเป็ชั้นที่สูงขึ้นไปกว่านี้ล่ะ เทลเลอร์แทบไม่อยากจะคิด
“นี่มันปิศาจชัดๆ”
ฝุ่นควันที่ตลบอบอวนไปทั่ว ค่อยๆจางลงอย่างช้าๆเผยให้เห็นหลุมลึกขนาดมหึมารัศมีกว่า500 เมตร และ ณ ใจกลางหลุมนั้นร่างที่ไร้ซึ่งเปลวไฟทมิฬของผมในตอนี้กำลังนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่ ลมหายใจที่รวยรินบ่งบอกได้อย่างดีทีเดียวว่า ผมกำลังติดสถานะาเ็ขั้นโคม่า เนื่องจากทั้งพลังชีวิตและพลังออร่าของผมเหลือเพียงแค่หน่วยเดียวเท่านั้น นั่นก็หมายความว่าหากใครสักคนตอนนี้ปาหินใส่หัวผมละก็ ได้กลายเป็แสงไปเกิดใหม่แน่นอน
ทักษะดับโลกันตร์ กินพลังชีวิตกับพลังออร่ามากเกินไปจริงๆนั้นแหละ
คราวหลังผมต้องใช้อย่างระมัดระวังแล้ว
ตึง! ตึง!
เสียงสั่นะเืจากฝีเท้าเดินของมอนสเตอร์ตัวใหญ่ ค่อยๆดังใกล้ผมเข้ามาทุกขณะ นี่หมายความว่าพลังทำลายของทักษะดับโลกันตร์ ไม่สามารถกำจัดมอนสเตอร์ได้ทั้งหมดอย่างนั้นเหรอเนี่ย
ผมยิ้มฝืดๆให้กับตัวเองอย่างน่าสมเพทแล้วใช้สายตามองฝ่าฝุ่นควันออกไป เห็นโกเลมธาตุน้ำกับัวารีที่รวมกันแล้วคงประมาณ 30กว่าตัวค่อยๆเหยียบย่างเข้ามาใกล้ และกว่าจะรู้ตัวผมก็ถูกห้อมล้อมโดยพวกมันเสียแล้ว ตอนนี้ดูเหมือนว่าเหตุการณ์จะแย่ยิ่งกว่าเดิม เมื่อโกเลมธาตุน้ำตัวหนึ่ง กำลังส่องแสงศิลาแดงจากบนหัวของมันมาทางผมช้าๆ
“เ้านาย”
ไคน์ะโลั่นเมื่อมองเห็นเหตุการณ์ลางๆผ่านฝุ่นควันจางๆนั่น เขาะโลงจากกำแพง แล้วถลาบินเข้าหาผมอย่างไม่คิดชีวิต มันอุตส่าห์ตามหาเ้านายแทบพลิกแผ่นดินเซียจนเจอ ไม่มีทางที่จะให้มันจบแบบนี้แน่ๆ
มันไม่มีทางให้เ้านายหายไปไหนอีก
ไม่มีทาง!
“เฮ้! ไคน์รอผมด้วย”
เทลเลอร์ใช้ทักษะตัวเบาะโลงจากกำแพงแล้วทะยานตามไป แต่พอมาได้ครึ่งทางก็พบว่าพวกทีเร็กซ์กับพวกปักษาบางส่วน ที่รอดจากการโจมตีก่อนหน้า บินถลาลงตัดหน้าเขาเป็ผลให้ต้องหยุดเท้าทันควัน ก่อนจะพบว่าพวกมันค่อยๆบินลงสู่พื้น แล้วเดินเหยียบย่างเข้ามาอย่างเอาเื่
“ไหง...ไม่บินอยู่ท้องฟ้าล่ะ จะลงมาหาพระแสงดาบสั้นอะไรกัน”
แม้ปากจะบ่นอย่างเสียงไม่ได้ แต่มือของเทลเลอร์ก็คว้าดาบจากหน้าต่างเก็บไอเทมออกมา ชื่อของมันคือ ดาบผ่าปฐีรูปแบบดาบมีขนาดใหญ่เป็ลักษณะเด่น ใบดาบทำด้วยเกล็ดัโลหะ ตีออกมาให้มีรูปเป็สี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่มีที่กั่นดาบ ส่วนด้ามดาบก็พันด้วยเศษผ้าสีขาวอย่างสวกๆ
“เข้ามาสิ...จะให้เห็นความหน้ากลัวของอันดับ5”
ทักษะัคลั่ง
ดวงตาของเทลเลอร์เปล่งประกายสีเขียวมรกต พลันบังเกิดหมอกสีแดงขึ้นมาคลุมตัวเขาจางๆ เทลเลอร์สะกิดก้อนหินใต้ฝ่าเท้าขึ้น แล้วแตะมันเข้าที่กลางกระหม่อมทีเร็กซ์ตัวหนึ่งจนเป็รูโหว่ ก่อนที่เหยื่อสังเวยก้อนหินจะเป็แสงหายไปทันที แน่นอนว่ามันย่อมเป็ไปไม่ได้ที่ก้อนหินธรรมดาๆ จะเจาะกระหม่อมของทีเร็กซ์ได้ แต่ถ้ามันถูกเสริมด้วยทักษะัคลั่งละก็ ก้อนหินก้อนนั้นมันก็ไม่ต่างจากลูกปืนของปืนใหญ่ดีๆนี่เอง...
“เอาล่ะ...เดินเข้ามาหาที่ตายกันได้เลย”
ห่างออกไปไคน์โผบินเข้าหาฝูงโกเลมธาตุน้ำกับัวารีอย่างรวดเร็ว มันมาทันก่อนพวกนั้นจะมาถึงตัวผม ตอนนี้ไคน์บินมาอยู่เหนือโกเลมธาตุน้ำที่มีศิลาแดงอยู่บนหัว และเหมือนมันจะรู้จึงหวดมืออันใหญ่โตเข้าหาไคน์อย่างแรง แต่ไคน์ก็บินฉากหลบออกมาได้ ก่อนจะบินอ้อมหลังโกเลมธาตุน้ำ แล้วไปเกาะที่ศรีษะของศัตรู โกเลมธาตุน้ำสะบัดหัวอย่างแรง ทำให้ไคน์เกือบหลุดแต่มันก็พยายามเกาะไว้แน่น และ…
เพล้ง!
กรงเล็บทั้งสองข้างของไคน์ทะลวงผลึกศิลาแดงจนแตก โกเลมธาตุน้ำโมโหเป็อย่างมาก มันคำรามกึกก้อง แล้วใช้มือจับร่างของไคน์ไว้แน่น ก่อนจะเหวี่ยงร่างของอีกฝ่ายลง
ตูม!
ไคน์กระแทกกับพื้นดินอย่างจัง และไถลครูดลงไปในหลุมเดียวกับผม ตอนนี้ร่างของเ้าหมาบ้าห่างจากผมไปไม่ถึงเมตร เสียงแหบพร่าที่พยายามจะพูดอะไรบางอย่างนั้น บ่งบอกได้ชัดเจนเลยว่าพลังชีวิตของไคน์เหลือน้อยเต็มทน
“เ้านาย” ไคน์เค้นเสียงออกมาจนได้ มันพยายามจะคลานร่างอันสะบักสะบอมมาหาผม
นี่เ้าหมาป่ากะจะปกป้องผมจนวินาทีสุดท้ายเลยเหรอ
“เฮ้ ไอ้ลูกหมา” เสียงผมแหบพร่าไม่แพ้ไคน์
ความจริงผมไม่ได้เจ็บและเป็อะไรมากขนาดนั้นหรอก แต่เพราะติดสถานะาเ็ขั้นโคม่า เลยขยับตัวแทบไม่ได้ ถ้าหากมีพลังชีวิตมากกว่านี้ละก็ คงจะพอยันตัวขึ้นได้บ้าง ผมล่ะเกลียดความสมจริงของเกมนี้จริงๆ
“ห้ามหายไปอีกนะ”
ผมฝืนยิ้มให้ไคน์ นี่มันกลัวผมจะหายไปอย่างนั้นเหรอ
นั่นสินะ...ผมไม่ได้เล่นเกมส์นี้ตั้ง12 ปี ตอนผมแพ้ให้กับดราก้อนฟิช ผมก็ละทุกสิ่งทุกอย่างไว้เื้ั ไม่แม้จะนึกถึงผู้ติดตาม ที่เคยฝ่าฟันอุปสรรคในเกมส์ด้วยกันมามากมาย เพราะคิดแต่เพียงว่าถึงยังไงมันก็แค่ระบบสร้างขึ้นมา แต่ก็เพราะตอนนั้นผมยังเด็กเลยมีความคิดแค่นั้น
ตอนนี้ผมได้ตระหนักถึงแล้วว่าแม้มันจะถูกสร้างขึ้นมา แต่มันก็เป็สิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อชดเชยความรู้สึกบางอย่าง ที่ในโลกแห่งความเป็จริงไม่สามารถให้ได้ พวกมันชดเชยส่วนที่เงียบเหงาของมนุษย์ ที่ไม่สามารถเปิดเผยให้ใครได้รับรู้ แต่ผมก็ทิ้งมันไปทั้งๆที่ครั้งหนึ่งผมเคยผูกพันกับมันมาก
่เวลานี้ผมพอเข้าใจความรู้สึกของอเล็กซ์ ขึ้นมาบ้างแล้ว
ความรู้สึกของการถูกทิ้งและถูกมองเป็สิ่งไร้ค่าเมื่อหมดความหมาย…
“พูดบ้า ๆ นา” ผมส่งเสียงแหบๆตอบกลับไคน์
มือที่แนบลำตัวอยู่ก็พยายามฝืนกระดิก ก่อนจะเอ่ยคำสั่งเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาแบบทุลักทุเล โชคดีที่ผมนอนหงายอยู่จึงเห็นข้อมูลในหน้าต่างเก็บไอเทมถนัดตา
“อยู่ไหนนะ”
ผมพึมพำแล้วไล่สายตาไปตามหน้าต่างระบบ พยายามมองหาวิธี หรือไอเทมอะไรก็ได้ที่สามารถช่วยผมในตอนนี้ได้ ในขณะที่โกเลมธาตุน้ำและัวารี ก็ค่อยๆคืบคลานเข้ามาอย่างกระชั้นชิด จนััได้ถึงพื้นดินที่สั่นะเืเป็ระยะๆตามแรงเหยียบของฝีเท้าพวกมัน
“นี่ไง”
ผมเจอสิ่งที่้าแล้ว แต่เหมือน์จะกลั่นแกล้ง โกเลมธาตุน้ำตัวหนึ่งเข้ามาถึงตัวผม พร้อมๆกับตะเบ็งเสียงกึกก้อง แล้วค่อยๆยกเท้าอันใหญ่โตของมันอย่างเชื่องช้า จนมองเห็นเงาดำจากฝ่าเท้านั้นทาบอยู่เหนือร่างของผมกับไคน์ และชั่วขณะนั้นมันก็เหยียบมันลงมา
ตูม!
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
*หมายเหตุ ระดับและชั้นของผู้เล่นในเกมเซียออนไลน์นั้น จะแบ่งตามลำดับดังนี้
[1] ระดับ 1-20 ชั้น ผู้เริ่มต้น
[2] ระดับ 21-40 ชั้น สโตน
[3] ระดับ 41-60 ชั้น ไอรอน
[4] ระดับ 61-80 ชั้น ซิลเวอร์
[5] ระดับ 81-100 ชั้น โกลด์ (พระเอกของเราอยู่ชั้นนี้ครับ)
[6] ระดับ 101-120 ชั้น ไดม่อน
[7] ระดับ 121-140 ชั้น คริสตัล
[8] ระดับ 141-160 ชั้น เซียน
[9] ระดับ 160 ขิ้นไป ชั้น เทพเ้า
พอถึงระดับชั้นไหนแล้วไม่ใช่ว่าจะเป็ชั้นนั้นเลย แต่ต้องผ่านภารกิจเลื่อนชั้นนั้นก่อนถึงจะเป็ชั้นนั้นได้ ซึ่งพอถึงระดับชั้นที่กำหนด ทางระบบก็จะสุ่มผู้เล่นให้ไปทำภารกิจอีกมิติหนึ่งทันที โดยไม่ต้องไปรับภารกิจครับผม