第三十七章
ฟ่านเสวียนเจ็บปวดแทบจะปางตายจริงดั่งคำว่าให้อยู่มิสู้ตาย ตัวเขานั้นบัดนี้กึ่งมีสติกึ่งไร้สติใบหน้าของคนที่อยู่ใกล้ใบหน้าของเขาแม้นว่าคมคายหล่อเหลาก็จริงแต่ทว่ากลับซีดขาวจนเกือบจะกลายเป็นสีเทาอยู่แล้ว น้ำเสียงแว่วมาร้อนรนปนสะอื้นขาดๆหายๆตามสติของเขา
"อย่าร้อง..."เขามีความรู้สึกว่าแม้ตัวเองเจ็บปางตายก็ต้องปลอบใจคนที่กำลังจ้องหน้าเขาอยู่
"ข้า..ไม่ได้ร้องเสี่ยวเสวียนเจ็บหรือไม่ ให้ข้าเจ็บแทนเจ้าเสียยังจะดีกว่า"มือหนาชุ่มเลือดแตะแนบแก้มขาวซีด ดวงตาคมร้าวร้านแทบแหลกสลาย
"ข้ารู้ๆ ข้ารู้แล้วว่าเจ้ารักข้า แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะสายไปแล้ว"ฟ่านเสวียนพยายามยิ้มแต่ดูบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด
"เหลวไหล เจ้าสัญญาว่าจะอยู่กับข้า เป็นถึงขุนนางใยถึงคิดจะผิดคำพูด"จื่อหลงกลืนก้อนสะอื้น ฟ่านเสวียนส่ายหน้าไปมาช้าๆ
"รู้หรือไม่ ข้าทรมานเหลือเกิน แผลตรงนั้นมันเหมือนมีแมลงมากัดกินนับพันนับหมื่นตัว อีกทั้งยาที่เจ้ารักษาให้ข้าตอนนี้ มันทำให้ข้าเริ่มหายใจไม่ออกแล้ว"
"หมอเหยียน ไหนท่านว่าเจ้างูนั่นสามารถรักษาได้อย่างไรเล่า"จื่อหลงเงยหน้าขึ้นถามหมอเหยียนที่นั่งลงใกล้ๆ
"แปลกจริงๆ ในตำราหมอเทพได้กล่าวไว้เช่นนี้ถ้าได้กินคู่กับเกสรดอกบัวหิมะพันปี มันจะสามรถหยุดยานั่นได้นี่นา พิษเจอพิษย่อมเข่นฆ่ากันเองแล้วจะสลายไปในที่สุด เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้"
"ท่านเร่งหาทางรักษาเขาเข้าเถอะ"จื่อหลงไม่ฟังอีกแล้วได้แต่เร่งให้ท่านหมอเหยียนรักษาฟ่านเสวียน"
"เจ้าใจเย็นๆก่อนให้ข้าหาสาเหตุที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นก่อนเถอะ ดูเหมือนฟ่านเสวียนจะไม่ได้รับยาจนครบ จริงสิไห่เปียวเจ้าป้อนยาเขาจนหมดถ้วยแน่รึ"
"แน่นอนขอรับข้าป้อนยานี้ต่อหน้าท่านประมุขและท่านปู้เฉินดังนั้นไม่ผิดพลาดแน่นอน จริงหรือไม่ขอรับท่านประมุข"ไห่เปียวยืนยันหนักแน่น
"อืมข้าเองก็เห็นเช่นนั้น"จื่อหลงพยักหน้ายืนยัน
"เช่นนั้นเจ้าป้อนถ้วยนี้อีก โอกาสรอดมีแต่ไม่มาก แผลเริ่มหยุดถูกกัดกร่อนแล้ว แต่ดูเหมือนพิษงูเหลียงจะร้ายกว่าที่ข้าคาดคิดเอาไว้"
"พวกเจ้าอย่าเถียงกันเลย นี่คือกรรมลิขิต ข้าอยู่หรือตายสวรรค์กำหนดเอาไว้เช่นใดย่อมเป็นเช่นนั้น"ฟ่านเสวียนที่นอนหายใจแผ่วเบาพยายามสะกดความเจ็บปวดเอ่ยขึ้นช้าๆ
"เหลวไหล เจ้าต้องรอด ต่อให้เขามีแค่ครึ่งตัวข้าก็จะไม่ทอดทิ้งเจ้าเด็ดขาด"จื่อหลงเอ่ยเสียงกร้าว
"เอาเถอะๆ เอายามาข้าจะดื่มเอง"ฟ่านเสวียนพูดตัดบท จื่อหลงค่อยประคองร่างบางที่อ่อนระดหยเต็มทีขึ้นนั่งพึงอกหนาของเขา รับถ้ายยาจากมือของไห่เปียวมาป้อนด้วยตนเอง ไห่เปียวกัดริมฝีปากด้านในแน่นจนรู้ถึงรสเค็มปร่าในปากตนเอง
"จื่อหลง"
"หืม"จื่อหลงป้อนยาจนหมดถ้วยพร้อมตอบรับคำเรียกขกองฟ่านเสวียน
"ข้าอยากพักผ่อนสัญญากับข้าได้หรือไม่ว่าถ้าข้าไม่อยู่แล้วเจ้าอย่าเศร้าโศก เจ้ายังมีผู้คนต้องดูแลอีกหนทางข้างหน้าเจ้ายังอีกยาวไกล สัญญามาสิ"
"ไม่! ข้ารู้ว่าเจ้าจะต้องปลอดภัย"
"ข้าตายไปยังจะดีเสียกว่า เจ้าดูนี่สิ"ฟ่านเสวียนค่อยๆหันใบหน้าอีกฝั่งให้ดูทุกคนที่อยู่ถึงกับตกตะลึงเพราะคาดไม่ถึง ตอนที่ฟ่านเสวียนดิ้นรนผมกระเซิงยุ่งเหยิงจนปิดใบหน้าส่วนหนึ่งเอาไว้ยามนี้เส้นผมถูกปัดออกจนเผยอให้เห็นรอยสีดำจากหูด้านในลงมาถึงกรามขรุขระน่ากลัวยิ่ง
"เห็นหรือยัง"
"เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกข้า"
"บอกเพื่อสิ่งใด ข้าเองก็ไม่รู้จะรอดไปได้อีกนานแค่ไหน"
"ข้าไม่ได้สนใจว่าเจ้าจะหล่อเหลาหรืออัปลักษณ์ข้าแค่รักเจ้า มันก็คือรัก"
"ขอบใจเจ้ามาก ตอนนี้ข้าอยากพักผ่อนแล้ว"ฟ่านเสวียนยิ้มน้อยๆหลับตาลงคล้ายตัดบทสนทนา จื่อหลงค่อยบรรจงอุ้มเขาขึ้นนอนบนเตียง ปล่อยให้หมอเหยียนฝังเข็มรักษาอาการเพื่อมิให้เขาเจ็บปวดมากกว่านี้จึงทำให้หลับสนิทไปเสีย ทั้งหมดเดินออกมาด้านนอกจื่อหลงสั่งให้สาวใช้เข้าไปเฝ้าดูอาการของฟ่านเสวียนเอาไว้
"พวกท่านยุ่งมาทั้งวันแล้วคงจะหิว ข้าจะไปที่ห้องครัวสั่งพ่อครัวนำอาหารออกมาให้พวกท่านนะขอรับ"
"ไม่ต้อง"ปู้เฉินเอ่ยเสียงเรียบ
"เจ้าไปเตรียมมาเถอะ"กลับเป็นจื่อหลงที่เอ่ยปากอนุญาต ปู้เฉินมองจื่อหลงด้วยความไม่เข้าใจแต่ไม่พบสิ่งผิดปรกติใดจึงไม่เอ่ยแย้ง ไห่เปียวค้อมหัวลงแล้วจากไป
"ขอบคุณท่านหมอเหยียนมากที่ช่วยเสี่ยวเสวียน"
"เฮ่ย!เรื่องเล็กน้อย แต่ข้าบอกเอาไว้ก่อนนะถึงอาการเขาหายก็ไม่สามารถกลับมาเป็นปรกติได้หรอก"
"หมายความเช่นไร"จื่อหลงนิ่วหน้า
"ข้าหมายความตามนั้น ขาของเขาจะเดินได้ไม่ปรกติอีกทั้งใบหน้าและแขนของเขาจะกลายเป็นสีดำตลอดไป ในครึ่งเดือนอาการของพิษงูจะกำเริบหนึ่งครั้ง หากเขาทนได้ก็นับว่าโชคดีแล้ว"
"มีทางแก้หรือไม่"จื่อหลงร้อนใจ
"มีน่ะมี พวกเราต้องเดินทางไปที่เมืองจั๋ว ที่นั่นมีท่านหมอผู้หนึ่งที่รักษาพิษงูนี้ได้แต่หมอท่านนี้หาตัวยากนัก ข้าไม่มั่นใจเสียด้วยซ้ำว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หากคุณชายฟ่านโชคดีก็คงเจอ"
"ถ้าอย่างนั้นหากเขาอาการดีขึ้น ข้าจะพาเขาเดินทางไปทันที"
"แล้วแต่เจ้าเถอะ คืนนี้เจ้าส่งคนออกไปหาพวกนี้มาให้ข้า ข้าจะทำยาให้เขาเตรียมเอาไว้"
"ขอรับ"จื่อหลงส่งเทียบยาให้กับปู้เฉินเพื่อสั่งให้เหล่าสมุนออกไปตระเวณหาตัวยาตามที่สั่ง ไห่เปียวเดินกลับเข้ามาแจ้งให้ทุกคนเดินออกไปยังห้องโถงเพื่อดื่มกิน เมื่อทุกคนนั่งลงหมดแล้วไห่เปียวจึงทำหน้าที่รินน้ำชาให้จื่อหลง ท่านหมอและปู้เฉินตามลำดับ ครั้งแรกที่รินน้ำชาให้หมอเหยียนสูดกลิ่นเข้าปอดแล้วทำจมูกฟุดฟิด
"มีอะไรหรือท่านหมอ"ปู้เฉินรีบถาม"
"ไม่มีอะไร ข้าแค่รู้สึกว่ากลิ่นชานี้หอมมากเป็นพิเศษก็เท่านั้น"หมอเหยียนส่ายหน้า
"แค่นั้นเองหรือขอรับ"ปู้เฉินย้ำ
"อืม..แค่นั้น"จื่อหลงดื่มชาจนหมดจอกไห่เปียวจึงเติมให้อีกครั้ง รอจนทุกคนหยิบตะเกียบจื่อหลงจึงเอ่ยให้ไห่เปียวนั่งที่ว่างข้างเขาแทนฟ่านเสวียน ปู้เฉินบีบตะเกียบแน่นจนมันหักคามือ จื่อหลงเงยหน้าถามด้วยสายตา
"ไม่มีอะไรขอรับ"
"ให้ข้านำมาให้ท่านใหม่ดีหรือไม่"ไห่เปียวยิ้มน้อยๆที่มุมปากเอ่ยถาม
"ไม่จำเป็น ข้ายังไม่รู้สึกหิวพวกท่านเชิญกินเถอะ"ปู้เฉินลุกขึ้นจากไป เขาสาวเท้าเินไปดูฟ่านเสวียนเพราะเกิดสะดุดตาขึ้นจากเหตุการณ์ก่อนหน้า เขาเลิกผ้าห่มออกไล่สำรวจจนเห็นรอยสีจางของยาที่ติดตามขอบสาบเสื้อ
"ให้ตายเถอะเจ้านั่นมันเจ้าเล่ห์จริงๆข้าเองยังจับผิดไม่ได้เลย ชิส์!" เขากำลังจะเดินไปบอกจื่อหลงหากต้องชะงักฝีเท้าใช้ความคิดทบทวน จื่อหลงเองก็มีท่าทีที่แปลกไปจนเขาสังเกตุได้
"ข้าควรจะทำเช่นไรดี หรือจะกลับไปปรึกษาท่านราชครู แต่ว่าเหตุใดท่านราชครูจึงส่งไห่เปียวมาที่นี่น่าแปลกจริงๆ คนชาญฉลาดอย่างท่านมีหรือจะจับพิรุธนี้ไม่ได้"ปู้เฉินยืนบ่นกับตัวเองเพียงลำพังจนไม่ทันได้รู้สึกตัวว่ามีคนยืนอยู่ด้านหลัง
"ฉลาดแบบคิดไม่ถึงจริงๆ"
"เจ้า!"
"ข้า? ข้าทำไมหรือ"ไห่เปียวยืนเอามือไขว้หลังเอียงคอเล็กน้อยใบหน้างามผ่องแผ้วยิ้มหวานให้จนตาหยี
"ต่อให้เจ้ารู้แต่เจ้าทำอะไรไม่ได้หรอกเชื่อข้าสิ เอาล่ะๆ ข้าไม่กวนความคิดท่านแล้ว ท่านประมุขอยากชิมฝีมือขนมของข้า ข้าขอตัวไปทำก่อนล่ะ อ้อจริงสิ ท่านพี่ใหญ่ของข้าอาการมิสู้ดีขนาดนี้หากพื้นขึ้นมาได้จริงหนทางข้างหน้าคงยากลำบากแล้วล่ะ"ไห่เปียวยิ้มอีกครั้งแล้วหมุนกายจากไป ทิ้งให้ปู้เฉินกำหมัดแน่นทุบเข้ากับผนังเสียงดังตึง
"ข้าจะไปหาคุณหนูเล็ก"ปู้เฉินอับจนซึ่งหนทางแท้จริงได้แต่กล่าวเช่นนั้น จากนั้นเขาจึงเหินออกจากหน้าต่างดึ่งไปยังหุบเขาสามเศียรที่กักขังอวี้หนี่เอาไว้เป็นการลงโทษโดยจื่อหลงเป็นผู้สั่งการ
"เจ้ามาทำไม"
"คุณหนู"ปู้เฉินมีสีหน้าเคร่งเครียด ไม่ตอบคำถามได้แต่ใช้กุญแจไขกำไลเหล็กที่ข้อเท้าขาวผ่องออก
"คุณหนูได้โปรดฟังข้าสักครั้ง ยามนี้นายท่านกำลังตกที่นั่งลำบากแล้ว"
"แล้วเช่นไร เขากล้าลงมือกับข้าเช่นนี้ข้ายังต้องช่วยเหลือเขาอีกหรือ"
"ฟังข้าก่อน"ปู้เฉินเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้อวี้หนี่ฟังนางถึงกับตาลุกวาบ
"เหลวไหลแล้ว มีหรือศิษย์พี่ใหญ่จะไม่รู้"
"ไม่รู้จริงๆขอรับคุณชายฟ่านเองอาการมิสู้ดีเช่นกัน"
"ข้าต้องทำเช่นไร ตอนนี้ข้าเองก็ลำบากลูกในท้องข้า..."นางลูบท้องที่ยังไม่โป่งนูนออกมาให้เห็นด้วยท่าทีเศร้าสร้อย
"ข้าจะช่วยท่านออกไปก่อนคุณชายฟ่านเองก็ไม่เคยทำร้ายท่าน ได้โปรดเมตตาเห็นแก่นายท่านที่ไม่ได้สติช่วยเหลือเขาด้วยเถอะขอรับ"
"แล้ว...ศิษย์พี่รองล่ะ"ปู้เฉินถอนหายใจนึกสองจิตสองใจจะบอกดีหรือไม่ว่า คุณชายรองเสียชีวิตไปแล้ว
"เจ้าบอกข้ามาเถอะ"
"เขา..จากไปแล้วขอรับ"อวี้หนี่ได้ยินถึงกับน้ำตาคลอ ต่อให้รังเกียจแค่ไหนก็ได้ชื่อว่าเป็นสามีและยังเป็นบิดาของลูกในท้อง อีกทั้งพวกเขาต่างก็เติบโตมาด้วยกันยังไงก็ยังคงมีความผูกพันธ์กันอยู่
"ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าแค่โมโห"นางสะอื้นน้อยๆ
"ข้าเข้าใจขอรับ เรื่องมันเกิดไปแล้วทั้งนายท่านเองก็โกรธท่านไม่นานหรอกขอรับเรื่องนี้ข้ารับรองได้ ตอนนี้นายท่านไม่รู้สติหากท่านช่วยเหลือคนรักของเขาให้รอดปลอดภัยข้าเชื่อว่าเรื่องที่ผ่านมานายท่านต้องให้อภัยท่านอยู่แล้ว"ปู้เฉินกล่อม
ก็ได้ ข้าจะช่วยเขาเอง ข้ามีที่เร้นลับแห่งหนึ่ง"อวี้หนี่กระซิบข้างหูปู้เฉินเบาๆ ปู้เฉินถึงกับตาลุกวาบเมื่อได้ยินเขายิ้มกว้างทันที
"ดีจริงๆขอรับ"
"ใช้โชคดีเป็นของคุณชายฟ่านนั่น"อวี้หนี่ต่อให้อยากช่วยแต่ก็ยังมีแค้นเคืองอยู่บ้างที่แย่งคนที่นางรักไป
"และก็นี่..นี่เป็นยาที่องค์ฮ่องเต้ประทานให้ข้า เป็นยาอายุวัฒนะให้เขากินสองครั้งมันสามารถเสริมกำลังให้เขาได้และกำจัดพิษร้อนได้ด้วยเพียงแต่เขาต้องนอนอยู่บนแท่นหยกเย็นเป็นเวลาหนึ่งปี"
"ได้ขอรับ ท่านไปรอยังสถานที่นั้นแล้วข้าจะพาคุณชายฟ่านไป"
"แล้วศิษย์พี่ใหญ่เล่า"อวี้หนี่อดห่วงจื่อหลงมิได้
"เขาหรือขอรับ ไห่เปียวไม่มีทางทำอะไรเขาให้ถึงตายได้หรอกขอรับขอเพียงคุณชายฟ่านหายเราค่อยมาจัดการไห่เปียว อีกอย่างคุณหนูกำลังจะมีคุณชายน้อยอีกสิบเดือนเรามาช่วยเหลือนายท่านก็ยังไม่สาย"
"แล้วแต่เจ้าเช่นนั้นอีกหนึ่งชั่วยามเจอกัน"
"ขอรับข้าจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้"ทั้งสองต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง
#เย้! ทางรอดมีแล้ว (≧∇≦*)