เพียงไม่นานเฟยหลงและกองกำลังกลุ่มเงาสังหารก็สามารถไล่ล่าสังหารสัตว์ปีศาจไปจนถึงสถานที่ที่สำนักมารโลหิตอยู่ พวกเขากำลังช่วยกันร่ายเวทเป็นประตูมิติเพื่อนำสัตว์ปีศาจออกมารวมตัวกัน
“หลินเจิ้นหลง พวกท่านสังหารพวกมันให้หมด ส่วนข้าจะจัดการกับพวกสัตว์ปีศาจพวกนั้นเอง”
“ขอรับนายน้อย”หลินเจิ้นหลงและกองกำลังของกลุ่มเงาสังหารพุ่งทะยานเข้าไปสังหารคนของสำนักมังกรโลหิตในทันทีส่วนทางด้านเฟยหลง เขานำตำราอัญเชิญออกมาพร้อมกับอัญเชิญสัตว์อสูรทั้งสามตัวออกมาในทันทีสัตว์อสูรทั้งสามตัวพุ่งทะยานออกไปจัดการกับสัตว์ปีศาจที่อยู่ตรงหน้าในทันทีโดยไม่ต้องรอให้เฟยหลงสั่งเฟยหลงนำดาบพิทักษ์มังกรออกมาเขาพุ่งทะยานเข้าหาคนของสำนักมารโลหิตในทันที
ทางด้านองค์ชายทั้งสองเมื่อเห็นสัตว์ปีศาจตรงเข้าเมืองมา เจ้าเมืองรีบสั่งให้ทหารอพยพผู้คนในทันที เมื่อสัตว์ปีศาจมาถึงหน้าประตูเมืองเจ้าเมืองจึงได้นำกองกำลังออกไปปะทะกับสัตว์ปีศาจพวกนั้นในทันที
กองกำลังที่เจ้าเมืองเตรียมเอาไว้กว่าหนึ่งพันนายสามารถสังหารสัตว์ปีศาจจำนวนห้าร้อยตัวได้อย่างไม่ยากเย็นเมื่อขุนนางหลายคนทราบเรื่องต่างพากันรีบออกมาช่วยเหลือท่านเจ้าเมืองในทันทีแต่มีขุนนางอีกส่วนหนึ่งที่กำลังจ้องสังหารท่านเจ้าเมืองอยู่พวกเขาเองก็มีกองกำลังกว่าสี่พันนายเข้าโอบล้อมคนของเจ้าเมืองในทันที
“เหลียงกุ่ยพวกเจ้าคิดจะทำอะไร คิดจะก่อกบฏอย่างนั้นหรือ ไม่คิดเลยว่าพวกเจ้าจะกล้า”เจ้าเมืองพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
“ท่านเจ้าเมืองถึงเวลาที่ท่านต้องลงจากตำแหน่งแล้วกองกำลังของท่านเพียงน้อยนิดไม่สามารถต่อกรกับกองกำลังของพวกเราได้หรอก”
หลังจากนั้นสัตว์ปีศาจกลุ่มที่สองก็มาถึงกองกำลังจำนวนกว่าสี่พันนายพร้อมกับสัตว์ปีศาจอีกกว่าห้าร้อยตัวดูแล้วเป็นกองกำลังที่น่าเกรงขามเป็นอย่างมาก
“ที่แท้ก็เป็นฝีมือของพวกเจ้านี่เองที่ทำให้ชาวบ้านต้องเดือดร้อน”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ท่านเจ้าเมืองท่านรู้เรื่องนี้ก็สายเกินไปแล้วยังมีสัตว์ปีศาจอีกมากที่จะตามมาสมทบ ท่านยอมปลิดชีพตัวเองเสียจะดีกว่าข้าให้สัญญาจะปล่อยเจ้าพวกนั้นไป”
“ท่านเจ้าเมืองแม้ตายพวกเราก็ยินดีท่านอย่าได้ให้เจ้าเหลียงกุ่ยนี่รอดไปได้อย่างเด็ดขาดหาไม่แล้วเมืองซุนหลี่ของพวกเราคงพินาศด้วยน้ำมือของพวกมัน”
“ขอบใจพวกเจ้ามาที่ยังจงรักภักดีต่อข้า”
“ในเมื่อข้าให้โอกาสพวกเจ้าแล้วพวกเจ้าไม่รับ เช่นนั้นก็เตรียมตัวตายได้แล้ว สังหารพวกมันให้หมด”
กองกำลังจำนวนกว่าสี่พันนายและสัตว์ปีศาจพุ่งทะยานออกมา
ตู้มมมม!!!
ตู้มมมม!!!
ตู้มมมม!!!
เสี่ยวเทียนบินโฉบมาพร้อมกับปล่อยลูกบอลเพลิงโจมตีเข้าใส่กลุ่มเผ่าปีศาจอย่างไม่ปราณี กองกำลังของเจ้าเมืองที่เหลืออยู่รีบทะยานออกมาพร้อมกับองค์ชายใหญ่และองค์ชายรองในทันทีกองกำลังกว่าสามพันห้าร้อยนายเข้าตีโอบล้อมกองกำลังของเหลียงกุ่ยและขุนนางเหล่านั้นในทันที
“สังหารพวกมันให้หมดอย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว” เสียงขององค์ชายใหญ่สั่งการ พร้อม ๆกับร่างเขากลายเป็นเงาแสงพุ่งออกไปสังหารคนของเหลียงกุ่ยองค์ชายรองเองก็นำกระบี่ออกมา เขาฟาดฟันกองทหารของเหลียงกุ่ยอย่างไม่ปราณีทั้งสองพี่น้องสังหารกองกำลังของพวกขุนนางและกองกำลังของเหลียงกุ่ยตายเป็นว่าเล่นศพของทหารจำนวนมาก นอนตายเกลื่อนตลอดทางที่สองพี่น้องนี้ผ่าน
กองกำลังของเจ้าเมืองพุ่งทะยานเข้าสังหารกองกำลังของเหลียงกุ่ยเมื่อเหลียงกุ่ยเห็นกองกำลังของเขากำลังตกอยู่ในวงล้อม เขาพยายามที่จะกระตุ้นกองกำลังของเขาให้กลับมามีกำลังใจ
“หากใครที่สามารถสังหารผู้นำของพวกมันได้ข้าจะแต่งตั้งผู้นั้นเป็นแม่ทัพใหญ่ และมอบเงินให้อีกหนึ่งหมื่นเหรียญทองรวมถึงให้เจ้ามีโอกาสเลือกสาว ๆ ภายในวังนี้ได้อีกสามคน”
กองกำลังของเหลียงกุ่ยได้ยินดังนั้นพวกมันโห่ร้องตอบรับและเริ่มรุกกลับกองกำลังขององค์ชายทั้งสองการต่อสู้เป็นไปด้วยความรุนแรง แต่ทหารของเจ้าเมืองที่องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองบังคับบัญชานั้นเป็นทหารที่ถูกฝึกมาออกรบโดยเฉพาะทำให้กองกำลังของเหลียงกุ่ยที่ในตอนแรกดูฮึกเหิมเริ่มเสียเปรียบมากขึ้นเรื่อยๆ
เหลียงกุ่ยเห็นท่าไม่ดีเขาจึงส่งสัญญาณ เรียกกองกำลังของสำนักมารโลหิตให้เข้ามาช่วยเหลือเมื่อสัญญาณถูกส่งออกไปแต่กองกำลังของสำนักมารโลหิตนั้นติดการสู้รบอยู่กับกองกำลังของกลุ่มเงาสังหารและเฟยหลงอยู่ทำให้คนของสำนักมารโลหิตไม่สามารถมาช่วยเหลือกองกำลังของเหลียงกุ่ยได้
กองกำลังของเหลียงกุ่ยเริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เหลียงกุ่ยเห็นดังนั้นเขาไม่คิดที่จะอยู่ต่อเพราะหากกองกำลังกลุ่มนี้ถูกสังหารจนหมดสิ้นพวกเขาจะไม่มีทางที่จะรอดไปจากที่นี่ได้อย่างแน่นอน เหลียงกุ่ยจึงคิดหลบหนีออกไปพร้อมกับขุนนางที่ติดตาม
องค์ชายใหญ่เห็นท่าทีของเหลียงกุ่ยเปลี่ยนไปเขาจึงหยิบธนูของเขาออกมา พร้อมกับดึงสายปลดปล่อยพลังเวทธาตุลมเข้าสู่ตัวธนูลูกศรสายลมปรากฏขึ้นมาในทันที เมื่อองค์ชายใหญ่ปล่อยลูกศรนั้นไปความเร็วของลูกศรนั้นกลับเร็วเป็นอย่างมาก เห็นเป็นเพียงลำแสงพุ่งออกไป มันพุ่งปักเข้าตรงหัวใจของเหลียงกุ่ยอย่างแม่นยำ
อ๊ากก!!!
“ไม่เป็นไปไม่ได้ ข้าไม่เชื่อ.......”เหลียงกุ่ยมองดูหน้าอกของตัวเองที่ตอนนี้มีเลือดพุ่งกระฉูดออกมาก่อนที่เขาจะล้มลงและสิ้นใจอยู่ตรงนั้นกลุ่มของขุนนางที่ติดตามเหลียงกุ่ยเห็นดังนั้นพวกเขารีบวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทางแต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากลูกศรสายลมขององค์ชายใหญ่ไปได้
ฟิ้ว!!! ฉึบ!!
ฟิ้ว!!! ฉึบ!!
ฟิ้ว!!! ฉึบ!!
ขุนนางที่ติดตามเหลียงกุ่ยถูกลูกศรสายลมขององค์ชายใหญ่สังหารอย่างแม่นยำเหลือขุนนางอีกสามคนที่วิ่งออกไปพ้นระยะของลูกธนูขององค์ชายใหญ่องค์ชายใหญ่เก็บธนูของเขาและหยิบดาบออกมาเขาใช้ความเร็วที่เหนือกว่าพุ่งทะยานออกไปตัดศีรษะของขุนนางเหล่านั้นในทันที
“องค์ชายอย่าเพิ่งสังหารพวกมันหมดไว้ชีวิตพวกมันก่อน”
องค์ชายใหญ่หยุดหันมามองยังเจ้าเมืองพร้อมกับเตะขุนนางสองคนปลิวไปทางกองกำลังของเจ้าเมืองในทันที องค์ชายใหญ่รู้เหตุผลที่เจ้าเมืองยอมไว้ชีวิตของขุนนางเหล่านี้เพราะในตอนนี้ยังมีสายของสำนักมารโลหิตอยู่ในเมืองหลวงของเขาอยู่ดังนั้นเขาจึงอยากจะรู้ข้อมูลของสำนักมารโลหิตให้มากที่สุดเช่นกัน
“ขอบคุณองค์ชายใหญ่”เจ้าเมืองเอ่ยขึ้นมา
องค์ชายรองใช้กระบี่ของเขาฟาดฟันกองกำลังของเหลียงกุ่ยที่ตอนนี้พวกเขาไม่มีใจที่จะสู้อีกต่อไปต่างพยายามที่จะหลบหนีเนื่องจากเหลียงกุ่ยที่เป็นคนบังคับบัญชาพวกเขาได้ถูกสังหารลงทำให้กองกำลังพวกนั้นคิดหลบหนีเอาชีวิตรอดกลับไปให้ได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
“พวกเจ้าหากต้องการมีชีวิตให้ทิ้งอาวุธหาไม่แล้ว ข้าจะสังหารพวกเจ้าให้หมด” เสียงขององค์ชายใหญ่ดังขึ้นมา
กองกำลังของเหลียงกุ่ยและเหล่าขุนนางทั้งหลายเมื่อได้ยินเสียงขององค์ชายใหญ่ส่วนใหญ่ไม่คิดที่จะต่อสู้พวกมันเริ่มทิ้งอาวุธและยอมจำนน มีเพียงไม่กี่คนที่คิดหลบหนี แต่ก็ไม่อาจพ้นความเร็วขององค์ชายใหญ่ไปได้พวกที่ไม่ยอมจำนนถูกสังหารด้วยดาบขององค์ชายใหญ่และกระบี่ขององค์ชายรองอย่างรวดเร็วการรบผ่านไปเพียงไม่ถึงสองชั่วโมง กองกำลังของเหลียงกุ่ยยอมจำนนมากกว่าครึ่ง ส่วนที่เหลือล้วนถูกสังหารไปจนหมดสิ้น
สัตว์ปีศาจทั้งห้าร้อยตัวถูกกองกำลังขององค์ชายใหญ่และองค์ชายรองรวมถึงเสี่ยวเทียนสังหารอย่างไม่ปราณีโดยเฉพาะเสี่ยวเทียนที่สามารถสังหารสัตว์ปีศาจพวกนั้นมากกว่าสามร้อยตัวไปแล้วเมื่อมีกองกำลังขององค์ชายใหญ่เข้าร่วมทำให้สามารถสังหารสัตว์ปีศาจได้จนหมดสิ้น
ทางด้านของเฟยหลงและกองกำลังเงาสังหารกลุ่มเงาสังหารสามารถสังหารสัตว์ปีศาจได้อย่างต่อเนื่อง มีเพียงกองกำลังของกลุ่มเงาสังหารที่บาดเจ็บแต่ที่บาดเจ็บแต่ก็ไม่ถึงกับสาหัส เฟยหลงที่สังหารคนของสำนักมารโลหิตอย่างไม่ปราณีประจันหน้ากับหนึ่งในกลุ่มผู้อาวุโสของสำนักมารโลหิต
“เจ้าหนูมีฝีมือไม่เบานี่สนใจที่จะเข้าร่วมกับสำนักมารโลหิตของพวกเราหรือไม่ หากเจ้าเข้าร่วมข้าผู้อาวุโสลำดับที่เก้าของสำนักมารโลหิตคนนี้จะส่งเสริมให้เจ้ามีตำแหน่งที่สูงในสำนักมารโลหิตได้อย่างแน่นอน”
“ฮึ สำนักมารโลหิตที่เห็นชีวิตมนุษย์เป็นผักปลาเช่นพวกเจ้าไม่มีค่ามากพอที่จะให้ข้าเข้าร่วมหรอกสักวันหนึ่งข้าจะถล่มสำนักมารโลหิตของเจ้าให้พินาศ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ปากเก่งเกินตัวจริง ๆ นะข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะมีฝีมือสักเท่าไหร่ ข้าให้โอกาสเจ้าแล้วนะ เห็นแก่ความสามารถเล็กๆ น้อย ๆ และอายุที่ยังน้อยของเจ้า ข้าให้ตัวเลือกเจ้าไปแล้วแต่ในเมื่อเจ้าไม่ยอมรับ และประกาศตัวเป็นศัตรูกับสำนักมารโลหิตของพวกเราเช่นนี้ข้าเองก็คงปล่อยให้เจ้ามีชีวิตต่อไปไม่ได้แล้ว”
“ข้าเองก็ไม่คิดปล่อยให้เจ้ามีชีวิตกลับไปอย่างแน่นอน”
ผู้อาวุโสเก้าของสำนักมารโลหิตร่ายเวทในทันที แสงของวงเวทสีดำสนิทเริ่มเปล่งประกาย วงเวทนั้นขยายใหญ่ขึ้นราว ๆ สามสิบเมตร ไม่นานมีสัตว์ปีศาจทะยานออกมาจากวงเวทนั้น
“สัตว์ปีศาจระดับกลางอย่างนั้นรึ”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะสามารถเอาชนะสัตว์ปีศาจระดับนี้ไปได้หรือไม่?”
“ก็แค่สัตว์ปีศาจระดับกลางเองแค่นี้ไม่ใช่คู่มือของข้าหรอก”
เฟยหลงปลดปล่อยพลังปราณของเขาออกมาพร้อมกับหลอมรวมพลังธาตุสายฟ้าภายในร่างของเขาเข้าไปหลอมรวมกับดาบพิทักษ์มังกร ดาบพิทักษ์มังกรที่ตอนนี้ถูกสายฟ้าวิ่งไปทั่วถูกเฟยหลงจับไว้แน่ เขาพุ่งทะยานเข้าหาสัตว์ปีศาจระดับกลางตัวนั้นในทันทีสัตว์ปีศาจที่สูงเกือบ ๆ ยี่สิบเมตรดวงตาของมันแดงกำ และมีกรงเล็บที่แหลมคมมันเองก็พุ่งทะยานเข้าหาเฟยหลงด้วยความเร็วเช่นเดียวกัน