ราวหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นทั้งสามก็เดินทางต่อ ป้าใจดีชี้ทางให้ว่าอีกแค่ราวสองชั่วโมง ก็ถึงเมืองอดิศร์แล้วทั้งสามกล่าวขอบคุณหญิงคนนั้นแล้วเดินทางออกมา
ทั้งสามเดินทางถึงเมืองอดิศร์ราวเที่ยงเมืองนี้ไม่มีกำแพงอย่างชัดเจน แต่คูคลองซับซ้อนถูกขุดต่อจากความโค้งแม่น้ำนัวร์ตะวันออกล้อมเขตที่อยู่ของเมืองไว้หลายชั้น
ทั้งสามข้ามคูไม่ใหญ่มากที่ล้อมชั้นแรกที่เป็เขตฟาร์มแพะไร่กาแฟ และไร่ถั่วไป คูนั้นถูกขุดต่อเพื่อใช้น้ำทำเกษตรกรรมด้วย ไม่ใกล้ไกลเขาก็ถึงชั้นสอง ที่ก่อคันดินเหนียวไว้ง่ายๆ ต่อจากคลองที่ค่อนข้างกว้างแม้แต่ั์ก็ไม่น่าข้ามได้โดยง่าย ตัวคันดินนั้นสูงเพียงเหนือหัว แต่หนาพอสมควร
เกวียนของพวกเขาข้ามสะพานเข้าตัวเมืองชั้นที่สองเมืองนี้ค่อนข้างโหวงเหวง สภาพเหมือนชุมชนชนบทหลายชุมชนอยู่ติดๆ กันในพื้นที่เดียวเพียงเท่านั้นสภาพตลาดสดเป็กันเอง บ้านเรือนเล็กๆสร้างกันอยู่อย่างกระจัดกระจาย แต่ถ้านับแค่ขนาดพื้นที่ก็ใหญ่กว่าเมืองใดๆที่เจอมา กะด้วยสายตาอาจสูสีกับกรุงไคร์ได้
พวกเขาขับเกวียนไปเรื่อย ๆ ตามทาง เมืองฝั่งที่ติดแม่น้ำนัวร์ไม่มีคันดินใดๆกั้น ทั้งสามเห็นบ้านหลังใหญ่อยู่สุดขอบเมือง พอดีกลางแนวเส้นโค้งแม่น้ำ
“บ้านหลังนั้นทำไมดูใหญ่จัง บ้านเศรษฐีที่ไหนเหรอ”อลัมกีร์ถามชาวบ้านข้างทาง พวกเขาบอกว่านั่นคือบ้านเ้าเมืองและพวกนักเดินทางควรไปทักทายท่านก่อน
ทั้งสามเข้าใกล้บ้านหลังนั้นบ้านนั้นเป็ปราการแข็งแรง มีถึงสามชั้นและมีกำแพงอย่างดี หนา สูง ล้อมอยู่ แต่นอกจากหลังหลักก็มีเพียงบ้านชั้นเดียวอีกสองหลังในเขตกำแพงนั้น เท่านั้น ไม่ได้มีความหรูหราโอ่อ่าที่จะนับเป็วังหรือปราสาทได้อย่างเต็มคำ
รอบนอกกำแพงปราการนั้น มีลานกว้างเว้นอยู่ต่อจากลานนั้น มีบ้านต่อยาวเป็ทาวน์เฮาส์ต่อเป็รัศมีออกจากเรือนใหญ่นั้นหลายแถวเหล่าทหารหลายร้อยนายนั่งเล่นกันอยู่รอบบริเวณ แต่ชาวบ้านและเด็กๆ ก็อยู่กันทั่วเช่นกัน
ครึ่งปีศาจ ครึ่งมนุษย์ ผมสีน้ำตาลวัยราวสามสิบต้นๆ แต่ไว้หนวดเคราพอสากๆ เข้าทรงหน้าพอดีๆ ยืนคุยเล่นกับชาวบ้านรอบข้างอย่างสนุกสนานที่ม้านั่งระหว่างทาวน์เฮาส์สองแถวเขาหันมาทางเกวียนแปลกตาที่ไม่คุ้นเคยแล้วก็เดินเข้ามาหา
“ท่านเป็นักเดินทางเหรอหรือพ่อค้า” เขาเริ่มพูดกับอลัมกีร์ที่กำลังคุมเกวียนให้หยุด “จอดเกวียนริมๆ หน่อยตรงโน้นก็ได้ แล้วมาทักทายกันหน่อย นั่งกินกาแฟอุ่นๆ ก่อนมั๊ย คงเหนื่อย” เขาผายมือไปทางชาวบ้านคนหนึ่งที่กำลังต้มกาแฟหม้อใหญ่แจกจ่าย“เอ้อ เกือบลืมแนะนำตัวไปเลย ผมดูแลแถวนี้อยู่ บาชีร์ ดาลี”
“ผมชื่ออลัมกีร์” อลัมกีร์ทำความเคารพเท่าที่ทำได้บนที่นั่งสารถีเขาเลื่อนเกวียนไปจอดแล้วมัดกิ้งก่า เด็กๆ กลุ่มหนึ่งเข้าลูบหัวและขึ้นขี่โจแอนน์กับจอนนี่อย่างซุกซนแต่กิ้งก่าเชื่องสองตัวนั้นก็เล่นด้วยอย่างสนุกสนานเขาเดินไปเปิดหลังเกวียนแล้วเชิญหญิงสาวทั้งสองลงมา
คนแรกคือมายา เธอค่อยๆ เดินลงมาแล้วมองบรรยากาศรอบข้าง บรรยากาศรอบข้างก็มองเธอเช่นกันไม่มีปีศาจคนไหนในเมืองนี้เคยเห็นหญิงผมสีหินมณีเทอควอยส์ตาแหลมราวกิ้งก่าข้างหน้า พร้อมเขากวางสั้นทู่ๆ แม้แต่ตัวบาชีร์เอง
แต่ความดึงดูดสายตาของสัตว์หายากคนแรกก็นับไม่ได้เลยต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นสาวน้อยจากเพชรทวีปในชุดโกธิคโลลิต้าสีแดงตัวเดิมะโออกมาจากเกวียนอย่างกระฉับกระเฉงลงจอดลงบนเท้าอลัมกีร์พอดี
ขณะที่อลัมกีร์ร้องด้วยความเ็ปก่อนเข้าชวนตีกับแม่สาวผีดูดเืที่ะโเข้ามาเหยียบเท้าเขาเต็มๆ นั้นเองบาชีร์ก็ผงะค้างไป ไร้เสียงพูด เขาเดินเข้ามาดูหน้าหญิงสาวอย่างช้าๆ น้ำตาซึม
“ดัชเชสรุกแซนดรา ดราโกเทียร์ กนิษฐาของท่านดยุควลาดิเมียร์แห่งแดนแวมพิเคียใช่หรือไม่ขอรับ” บาชีร์ถามด้วยเสียงอ่อยๆ ในภาษาเกรเซียชาวบ้านรอบข้างมองดูอย่างนิ่งสนิท ด้วยท่าทีสุภาพกะทันหันของคนตรงหน้า
“ใช่แล้ว เราเองแหละ” รุกแซนด์เท้าเอวตัวเองด้วยมือข้างหนึ่งแล้วใช้มืออีกข้างสางผมยาวแดงของเธอเก๊กท่าทางแบบลูกคุณหนูที่แม้แต่อลัมกีร์ยังแอบอมยิ้มในการเต๊ะท่าทำตัวผู้ดีหลังะโเปิ่นๆลงจากเกวียนมา
บาชีร์แนบมือขวาที่หน้าอกคำนับเล็กน้อยแบบตะวันตก “กระผมขอโทษที่เสียมารยาทไป กระผม เบลซี บาชีร์ ดาลี เ้าเมืองอดิศร์เมืองหน้าด่านตะวันตกแห่งกรุงอักษะ ถ้าเทียบตำแหน่งทางทวีปนั้น เบลซีคงเทียบได้ประมาณดยุก”
“งั้นเราก็ยศเดียวกัน ไม่เห็นต้องคำนับกันเลยท่านเ้าเมือง” เธอถอนสายบัวให้บาชีร์ “เราสิที่เป็แขกบ้านแขกเมืองท่าน”
“หามิได้ขอรับท่านเป็ว่าที่สนมเอกในฮาเร็มองค์ซาตาน ไม่นานก็สูงกว่าตัวข้าแล้ว”เขาพูดด้วยน้ำเสียงตื้นตัน “ทางเราได้ข่าวว่าเมื่อสี่เดือนที่แล้วท่านข้ามพรมแดนเขตเรมันเพื่อไปท่าเรือได้สำเร็จปลอดภัยดีแต่แล้ว เทวทูตซาริเอลได้เข้าจู่โจมท่านและคณะผู้ติดตามเมื่อเรือท่านเคลื่อนผ่านเขตเกาะกรีฑาของรัฐวานิชใครก็ว่าท่าน... ไม่...”
หญิงสาวทำตัวไม่ถูกต่อหน้าชายบรรดาศักดิ์เท่ากันที่อายุมากกว่าสองเท่านาง มาเสียงสั่นต่อหน้า
“ทางเราขอโทษที่ไม่สามารถส่งคนไปค้นหาพ้นเขตคางทูมได้ด้วยข้อจำกัดของพวกราชนาวี”เขายังคงก้มหน้า “แต่ทางข้าไม่เคยหมดหวังเลย ท่านเดินทางต่อมาอย่างไรกัน”
“ก็ติดเรือพ่อค้าชาวเกรเซียมาแล้วก็ได้อัศวินสารถีมือฉมังเคลื่อนขบวนต่อมาน่ะ” เธอยิ้มเกร็งๆพร้อมเข้าตบไหล่อลัมกีร์
“ทางเราต้องขอบคุณท่านมากท่านอลัมกีร์” เขาคำนับชายหนุ่มเล็กน้อย “ผมเชื่อว่าองค์ซาตานของแดนเราจะตอบแทนท่านอย่างดีหากไม่เป็การรบกวนอยากให้ท่านเข้าเฝ้าพระองค์ด้วย”
“อ๊ะ ข้าขอโทษที่เสียมารยาทเสียนานเชิญเข้าบ้านข้าก่อนเถอะขอรับ แล้วค่อยเล่าเื่ราวให้ข้าฟัง ยืนคุยตรงนี้คงไม่ดีเท่าไหร่นัก”ทหารทั้งหลายตื่นตัวลุกขึ้นพร้อมแล้วั้แ่เห็นบาชีร์ทำความเคารพรุกแซนดรา เขาโบกมือเพียงทีเดียวพวกทหารก็เรียงแถว เคลียร์ชาวบ้าน เปิดทางไปที่ปราสาทนั้น
“ชาวเมืองของข้า และทหารทั้งหลาย”เขาะโก้องเป็ภาษาอิวริก “ทั้งสามท่านต่อหน้านี้คือแขกคนสำคัญขององค์ซาตานโดยอย่างยิ่งแม่หญิงผมแดง ดูแลให้ดี อย่าให้โดนแม้แต่แมวข่วนเชียว”
“บอกคนส่งสารให้ควบม้าเร็วไปบอกข่าวดีนี้กับกรุงอักษะให้เร็วที่สุดด้วยเอาม้าที่ดีที่สุดในคอกข้าไปเลย” เขาเดินนำทางไปพลางสั่งคนรอบข้างเขาไป “แล้วนำพลกิ้งก่ามาพาเกวียนพ่อหนุ่มนี่ไปเก็บในโรงม้าข้าด้วย”
เขาหันกลับมาพูดกับรุกแซนดราเป็ภาษาเกรเซียขณะเดินข้ามสะพานหน้าปราการ“เพื่อให้สามารถสั่งการข้ารับใช้และอยู่อาศัยในอบิสเซียได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องรอพึ่งล่ามองค์ซาตานหวังว่าท่านจะยอมเรียนภาษาอิวริกของเราไว้ก่อนสักสองสามเดือนด้วย”
“บ้าง ก็มีเรียน กลางทาง แล้ว”รุกแซนดราพยายามตอบเป็ภาษาอิวริก ทำบาชีร์ทึ่งเอาพอควร
“ไม่ต้องรีบเข้าเฝ้าองค์ซาตานเหรอ พักอยู่หัวเมืองนี้ได้เป็เดือนเลยเหรอ”อลัมกีร์ถามเป็ภาษาเกรเซียอย่างคล่องแคล่ว เหนือความคาดหมายบาชีร์ไปพอสมควร
“องค์ซาตานไม่ได้มีความ้าจะเร่งรีบอภิเษกหรอกตัวนางก็ยังไม่ถึงวัยสิบห้าที่จะสมรสตามกฎมณเฑียรบาล และพระองค์ก็รู้ตัวว่าท่านชราเกินพอแล้วแค่้าเจริญสัมพันธไมตรีแต่เพียงเท่านั้น” บาชีร์บอก
“แต่ความชราของท่านนี่แหละ ที่ทำท่านกังวลว่าสถานการณ์ในกรุงหลวงจะยังไม่สู้ดี”บาชีร์เล่าพลางนำทางเข้าปราสาท
“อลัมกีร์เป็คนฝึกอิวริกให้ท่านรุกแซนดราเหรอ”เขาถามกลับ
“ฝึกให้นางก็ไม่ลำบากมากหรอกสำหรับฉันที่รู้หลายภาษาอยู่แล้ว”อลัมกีร์อวดผลงาน “ว่าแต่พวกท่านฝึกให้นางด้วยได้มั๊ย นางมาจากไหนก็ไม่รู้แต่ถ้าพูดคุยเป็จะสะดวกขึ้นเยอะเลย” เขาหันหน้าไปชี้ทางมายา
“ก็ได้สิ” บาชีร์ยิ้มรับก่อนถามอลัมกีร์กลับ “เืฝั่งครึ่งมนุษย์เป็เรมันเหรอ เกรเซียคล่องเชียว”
“พ่อน่ะ” อลัมกีร์หน้าเปลี่ยนสีกัดเม้มปากทำใจก่อนพูดต่อ “ก็เพิ่งเสียไปไม่กี่เดือนที่แล้วโดยซาริเอลนั่นแหละ”อลัมกีร์มองตรงไปทางท่านเ้าเมือง “แล้วทางนายล่ะ”
“ฉันเสียใจเื่พ่อด้วยนะ”บาชีร์เปลี่ยนน้ำเสียง “ส่วนฝั่งฉัน แม่ฉันเป็กลุ่มทาสเรมันที่หนีจากปาร์ซีร์มานานมากแล้วน่ะพ่อฉันกับองค์ซาตานได้ช่วยไว้” บาชีร์เชิญแขกทั้งสามนั่งที่โต๊ะอาหารคนรับใช้เข้ามาเสิร์ฟน้ำและอาหารอย่างดี “พอจะเล่าการเดินทางที่ผ่านมาให้เราฟังได้ไหม”