แม้ตอนกินอาหาร ณ ช่วงเวลานี้ที่พวกท่านแม่ปล่อยให้เด็กๆกินอาหารกันเอง แต่พวกท่านก็ยังคงพากันชะเง้อมองดูโต๊ะของพวกเด็กๆเป็นระยะๆกันอีกด้วย อย่างไรเสียพวกท่านก็ยังคงคอยเป็นห่วงและดูอยู่ห่างๆ เพื่อหัดให้พวกเด็กๆช่วยเหลือตัวเองกันบ้างได้บางอย่าง และบางเวลา
และพวกเด็กๆเองก็ช่างรู้จักหน้าที่ของตัวเอง ไม่เคยทำให้ผิดหวังแต่จะมีบ้างที่อาจจะไม่ตรงอย่างที่ใจพวกท่านอยากจะให้เป็น เพราะอย่างไรเสียพวกเด็กๆก็ยังคงเล็กนักทำอะไรไม่ดีเต็มร้อยดั่งที่พวกผู้ใหญ่ทำได้
“ดูท่าทาง สีหน้า และเสียงแบบนี้สงสัยจะเผ็ดกันนะเจ้าคะ”หลานสะใภ้ใหญ่
“หรือว่าพวกเราจะทำอาหารรสชาติที่มันเผ็ดจัดจ้านเกินไปหรือไม่เจ้าคะ??”หลานสะใภ้รอง
“ก็ไม่น่าจะใช่นะเจ้าคะ พริกก็ไม่ได้ใส่หนักมือถึงเพียงนั้น”หลานสะใภ้สาม
“ไม่แน่อาจจะเป็นพวกตัวสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อนบางตัวเสียมากกว่าเจ้าค่ะ จึงทำให้พวกเด็กๆเกิดรู้สึกเผ็ดร้อนมากปรกติไป เพราะมื้อนี้พวกเราใส่เครื่องปรุง สมุนไพรเต็มที่เลย”หลานสะใภ้สี่
“จริงด้วยสินะ”หลานสะใภ้ทั้งหลาย
“ปรกติเรามีเพียงแค่เกลือ และน้ำตาลเท่านั้นเองรอบนี้วัตถุดิบมีหลายอย่างอาจจะใช่นั่นแหละ”หลานสะใภ้ใหญ่
“เจ้าค่ะ”หลานสะใภ้คนอื่นๆ
พวกผู้ใหญ่กินเองอาจจะรู้สึกว่ารสชาติถูกปากมากว่าเดิม เพราะเข้มข้นขึ้น ไม่ต่างจากพวกเด็กๆที่ก็รู้สึกว่ามันอร่อยมากกว่าทุกๆครั้งด้วยเช่นกัน
เมื่ออาหารมื้อเย็นได้จบลงแล้ว ทั้ง 3 ตระกูลก็พากันนั่งคุยเรื่องต่างๆเพื่อย่อยอาหารก่อนที่จะแยกย้ายกลับบ้านกันไปพักผ่อน เพื่อเริ่มชีวิตที่ดีต่อไปในวันรุ่งขึ้นต่อ วันนี้ถือว่าเป็นวันที่มีความสุขทั้งวันสำหรับพวกเขาจริงๆ ไม่ต้องคิดมาก แถมท้องยังอิ่มกันถ้วนหน้านี่แหละที่สำคัญมากจริงๆ สำหรับชีวิตตระกูลที่แสนจะธรรมดาๆของเหล่าชาวบ้านเขตนอกเมืองแบบนี้
#####
ณ เช้าวันใหม่ในหมู่บ้านชานเมือง ของเมืองหนิงหวง
“น้องหญิง เดี๋ยวพี่จะพาลูกๆและหลานๆไปดูไร่ก่อนนะ”ท่านพ่อ
“เจ้าค่ะท่านพี่ ท่านต้องการอะไรเพิ่มอีกหรือไม่เล่า?”ท่านแม่
“ไม่แล้วล่ะน้องหญิง ถ้ามีอะไรขาดเหลือพี่ว่ามีในแหวนมิติของพี่กับเจ้าพวกนี้แล้ว น้องหญิงมิต้องเป็นกังวลไปนับแต่วันนี้เจ้ากับพวกลูกสะใภ้ หลานสะใภ้ก็พักผ่อนกันเถอะนะ เรื่องที่เหลือพวกข้าจะจัดการทั้งหมดเอง พี่ไปก่อนล่ะน้องหญิง”ท่านพ่อ
“เจ้าค่ะท่านพี่”ท่านแม่
ท่านพ่อ พี่ชายฝาแฝด และพวกหลานชายของเหนี่ยวเหนี่ยวพากันไปในพื้นที่ที่เป็นของตระกูลหวัง ที่เพาะปลูกพืชผักธรรมดาทั่วไปที่ไม่ได้มีพลังธาตุใดๆ ตามปรกติที่ทำกันในชีวิตประจำวันทุกๆวันของพวกเขา
“ท่านย่าทวด ท่านย่า ท่านแม่ สวัสดีตอนเช้าขอรับ”พวกเหลนชาย
“จ้ะเด็กๆ”พวกท่านตอบรับตามปรกติที่ทำกันทุกเช้า
“เอ๋..?ท่านปู่ทวด ท่านปู่ และท่านพ่อออกไปจากบ้านกันหมดแล้วหรือขอรับ”เหลนชายคนโตหยางหยาง
“ใช่จ้ะลูก”หลานสะใภ้คนโต ผู้เป็นแม่คนเหลนคนโต
“ว๊า…..พวกข้าตื่นสายเกินไปเลยไม่ทันพวกท่านเลยขอรับ”เหลนชายคนรองจูจู
“มิเป็นไรหรอกเหลนๆ เดี๋ยวมากินอาหารเช้ากันให้เรียบร้อยเสียก่อนจะไปทีหลังก็ย่อมได้นะ”ท่านแม่ ของเหนี่ยวเหนี่ยว
“ขอรับท่านย่าทวด”พวกเหลนชายทั้งหมด
พวกหลานสะใภ้จัดการเรื่องอาหารการกินให้กับพวกลูกๆของนางกันอีกรอบหนึ่ง และเพียงไม่นานกลุ่มเหลนสาวที่โตหน่อยก็ตื่นขึ้นมาก่อนแล้วและพากันทักทายเช่นเคย
“ท่านย่าเล็กเหล่า ยายา มี่เฟิ่ง นางตื่นหรือยัง?”ท่านย่าทวด
“ยังเจ้าค่ะท่านย่าทวด”เหลนสาวคนโตยายา
“อือ…งั้นไม่เป็นไรคาดว่านางคงจะตื่นอีกทีพร้อมกับยวี๋ยวี๋และทู่จึนั่นแหละ”ท่านย่าทวด
“เจ้าค่ะ”เหลนสาวคนโตและคนรอง
เหนี่ยวเหนี่ยว ตอนนี้ที่นางได้ขอไปนอนรวมกับพวกเหลนสาว ถึงแม้จะไม่อยากไปนอนรวมกับใครก็ตามทีแต่ว่านางก็อยากให้ท่านพ่อกับท่านแม่ได้มีเวลาระหว่างสามีภรรยากันบ้าง และนอนกับพวกเหลนๆคงจะดีกว่า หรือบางคนอาจจะแย่กว่า!!
เป็นคืนแรกจริงๆที่นางขอออกมานอนรวมกับเหลนสาวน้อยด้วยกัน ท่านแม่เองก็ไม่ได้ว่าอะไรก็ปล่อยให้นางลองนอนดูไม่แน่อาจจะร้องงอแงขอกลับไปนอนกับพวกท่านอีกครั้ง
แต่ก็ผิดคาดท่านแม่กับท่านพ่อรอเกือบครึ่งชั่วยามก็ไม่มีทีท่าได้ยินเสียงร้องงอแงจากเหนี่ยวเหนี่ยว พวกท่านก็พากันหลับไปเลยด้วยความเพลีย
ทางด้านพวกแม่นางน้อยทั้งหลายก็พากันนอนหลับสบาย แต่เหนี่ยวเหนี่ยวออกจะเกร็งบ้างนิดหน่อยเพราะตั้งแต่จำความได้มานางเองก็ไม่ได้นอนรวมกับใครมาเนิ่นนานแล้วตอนอยู่ที่โลกเดิมของนาง แต่ตอนนี้เพียงแต่ต้องทำใจไว้ก่อนเอาไว้ค่อยจัดการเรื่องการปลูกบ้านหลังใหม่ขึ้นตอนนั้นแน่นอนว่านางจะต้องได้ห้องส่วนตัวที่เป็นของนางเพียงคนเดียว
“อืม……ห๊าววว……”เสียงพึมพำเล็กๆภายในห้องนอนที่คับแคบในบ้านตระกูลหวังห้องหนึ่ง
เด็กหญิงน้อยผู้หนึ่งที่กำลังนอนกลับหัวกลับหางอยู่เพียงผู้เดียว ในท่านอนคว่ำอย่างสบายใจมือทั้งสองข้างชูขึ้นกางเหนือหัวของนางเอง ขาข้างหนึ่งอยู่บนตัวของเหลนสาวสามยวี๋ยวี๋ ขาอีกข้างหนึ่งอยู่กับเหลนสาวสี่ทู่จึ
“อึม……..”เหนี่ยวเหนี่ยว นางค่อยๆปรือตาลืมขึ้นทีละนิด ทีละนิด เมื่อแสงสว่างจากภายนอกเข้ามาแล้วก็ทำให้นางต้องหยีตาและขยี้ตาเพื่อปรับความสมดุล
“เช้าแล้วงั้นเหรอเนี่ย สงสัยว่าท่านพ่อคงจะเปิดผ้าม่านออกเสียหมดแล้วกระมังไม่ทำให้บ้านมืดแล้ว”เหนี่ยวเหนี่ยว บ่นพึมพำอย่างเบื่อหน่าย พอเช้าทุกสิ่งก็ดูสว่างจริงๆทั้งๆที่มันก็สว่างอยู่ตลอดอยู่แล้ว
“ห๊าววว……ท่านย่าเล็กตื่นแล้วเหรอเจ้าคะ”เสียงที่งัวเงียของเหลนสาวทั้งสองของนางทีดูว่าเหมือนจะตื่นขึ้นมาไล่ๆกันอีกด้วย
“อ่าฮะ….ข้าพึ่งตื่นน่ะ สงสัยทีหลังคงจะต้องบอกท่านพ่อท่านแม่มิให้เปิดผ้าผ่านที่มีแสงสว่างส่องมาถึงห้องนี้เสียแล้วล่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
เหลนสาวทั้งสองค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้น และมองไปรอบๆก็ไม่เห็นพี่สาวอีกสองคนแล้ว
“พี่หญิงใหญ่ พี่หญิงรองคงจะตื่นนอนกันแล้ว”เหลนสาวสี่ทู่จึ
“พวกพี่สาว ตื่นแต่เช้าเป็นประจำก่อนพวกเราบ่อยครั้งไป”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋
“ท่านย่าเล็ก ลุกเถิดเจ้าค่ะจะได้ไปล้างหน้าแปรงฟันกันนะเจ้าคะ”เหลนสาวสี่
“ข้ายังไม่อยากจะลุกเลย ขอนอนต่ออีกสัก 1 ก้ามธูปได้หรือไม่ฮะ”เหนี่ยวเหนี่ยว ยังคงงัวเงียนางยังตื่นไม่เต็มที่ดีนัก
“แต่ว่าวันนี้ท่านย่าเล็กบอกพวกข้าเมื่อคืนมิใช่หรือว่าจะช่วยท่านปู่ทวด ท่านปู่ ท่านพ่อ ทำสวนแบบใช้พลังธาตุไงเล่าเจ้าคะ”เหลนสาวสาม
“ป่านนี้พวกท่านคงจะออกไปทำสวนกันแล้วนะเจ้าคะ”เหลนสาวสี่
“โอ๊ะ…จริงด้วยสิข้าลืมไปเลย ไปกันเถอะเหลนสาวสาม เหลนสาวสี่”เหนี่ยวเหนี่ยว ลืมตาแป๋วขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะนางมีภาระกิจเพื่อเปลี่ยนแปลงที่ดินทำกินของครอบครัวของนางนั่นเอง
“เจ้าค่ะ”เหลนสาวทั้งสอง
สามสาวน้อยที่ตื่นมารั้งลำดับสุดท้ายของบ้าน พากันเร่งรีบจัดแจงตัวเองให้เรียบร้อย และวิ่งถลาออกไปอย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่ ท่านแม่เจ้าคะ ท่านพ่อ ท่านพี่ และพวกหลานชายออกไปที่สวนนานหรือยังเจ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
พอนางออกมาเจอท่านแม่ยังไม่ทันกล่าวสวัสดีตอนเช้าก็รีบถามท่านแม่ก่อนทันที
“สวัสดีตอนเช้าจ้ะ เด็กๆ”ท่านแม่
“โอ้…สวัสดีตอนเช้าเจ้าค่ะท่านแม่ พี่สะใภ้ หลานสะใภ้”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ท่านพ่อ พี่ชาย หลานชาย เหลนชายของพวกเจ้าออกไปกันได้หนึ่งชั่วยามกว่าๆ (1 ชั่วยาม 2 ชั่วโมง) ได้แล้วล่ะลูกรัก”ท่านแม่
“โอ้..นานขนาดนั้นแล้วแย่จังเหนี่ยวเหนี่ยวตื่นไม่ทันพวกท่านเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่ทำท่าจะวิ่งออกไปหาพวกท่านพ่อ ก็โดนท่านแม่เรียกรั้งเอาไว้เสียก่อน
“เหนี่ยวเหนี่ยวจะรีบไปทำไมเล่า กินอาหารเช้าเสียก่อนมาอย่างไรเจ้าก็ไปช้าอยู่แล้ล่ะ”ท่านแม่
“โอ้….กินข้าว…”เหนี่ยวเหนี่ยว ชะงักฝีเท้าอย่างรวดเร็วและลูบท้องน้องๆที่ตอนนี้แฟบลงแล้วจริงๆ
“เจ้านาย สวัสดีตอนเช้าอาหารของท่านแม่เจ้านายอร่อยมากนะรีบมากินก่อนเถอะเจ้านาย”เจ้าขาวผ่องที่โฉบบินลงมาพร้อมกับเจ้าเด้งดึ๋ง
“อ้าว..พวกเจ้าไปไหนกันมาล่ะเนี่ย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“พวกข้าไปออกกำลังมาเจ้าค่ะเจ้านาย”เจ้าขาวผ่อง
“รูปร่างเช่นนี้คงจะยากล่ะนะ เจ้าขาวผ่อง เจ้าเด้งดึ๋ง”เหนี่ยวเหนี่ยว มองร่างแปลงที่สองของพวกมันโดยเฉพาะตรงพุงย้อยๆของพวกมันนั่นแหละ
“...............!!”ขาวผ่อง เด้งดึ๋ง
“ท่านย่าเล็ก มากินข้าวกันเถอะเจ้าค่ะ”เหลนสาวสี่ทู่จึ ส่งเสียงเรียกนางอีกครั้ง
“ได้ๆ ข้าหิวเช่นกัน”เหนี่ยวเหนี่ยว เดินหันหลังกลับไปไม่สนใจสัตว์อสูรในพันธะของนางแล้ว ว่าพวกมันกำลังมีสีหน้าที่น้อยใจยิ่งนัก
“เหนี่ยวเหนี่ยว เจ้าบอกแม่ได้หรือไม่ว่าทำไมถึงอยากรีบไปหาท่านพ่อที่สวนของบ้านเรานัก”ท่านแม่
“ข้าว่าจะไปสอนท่านพ่อ พี่ชาย หลานชายทำสวนปลูกพืชผัก ผลไม้ สมุนไพร โดยใช้พลังธาตุเป็นหลักเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ปลูกโดยใช้พลังธาตุ..!!”ท่านแม่ พี่สะใภ้ทั้งสอง หลานสะใภ้ทั้งสี่ ต่างก็พากันตกใจมากๆกับสิ่งที่เหนี่ยวเหนี่ยวได้บอกออกไป
“ทำอย่างไรเล่าลูกรัก”ท่านแม่
“ไม่ยากเลยเจ้าค่ะ แค่หาจุดเชื่อมโยงของแต่ละสายพันธุ์ของพืชผักที่เราต้องการ ว่ามันเป็นประเภทใดแม้แต่พืช ผัก ผลไม้ สมุนไพรธรรมดาถ้าใช้พลังธาตุช่วยพวกมันก็จะกลายเป็นพืชพรรณที่มีพลังธาตุได้”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ห๊าาาา……”ท่านแม่ พี่สะใภ้ทั้งสอง หลานสะใภ้ทั้งสี่
“จริงหรือเหนี่ยวเหนี่ยว/น้องเล็ก/ท่านอาเล็ก” พวกท่านรีบถามเหนี่ยวเหนี่ยวกันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ
“จริงแท้แน่นอนเจ้าค่ะ เหนี่ยวเหนี่ยวทำได้ หง่ำ…หง่ำ…”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ดีจริงๆ”ท่านแม่
“ดีจังเลย…”พี่สะใภ้ทั้งสอง หลานสะใภ้ทั้งสี่
พวกท่านได้แต่จับมือกันอย่างดีใจและตื่นเต้นกันไปหมดจากที่ตอนแรก ไม่ได้สนใจมากนักคิดว่าเหนี่ยวเหนี่ยวคงจะออกไปเล่นซนเหมือนเดิมพอเบื่อเดี๋ยวนางก็เปลี่ยนสถานที่ออกไปเที่ยวซนต่ออีกนั่นแหละ
ตอนนี้เป็นว่าท่านแม่ พี่สะใภ้ทั้งสอง หลานสะใภ้ทั้งสี่ ต่างอยากจะรีบออกไปที่สวนโดยเร็ว เลยได้แต่นั่งมองเหนี่ยวเหนี่ยวให้กินอาหารเช้าให้เสร็จเสียก่อนเท่านั้น
“อิ่มหรือยังลูก”ท่านแม่
“เจ้าค่ะ” เหนี่ยวเหนี่ยว
“พรึ่บ…..”พี่สะใภ้ทั้งสอง หลานสะใภ้ทั้งสี่รีบจัดแจงเก็บถ้วยชามทั้งหมดอย่างรวดเร็วภายในพริบตา
“..............??”เหนี่ยวเหนี่ยว ได้แต่มองอย่างงงๆ
“เสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะท่านแม่/ท่านย่า”พี่สะใภ้ทั้งสอง หลานสะใภ้ทั้งสี่
“งั้นไปกันเลย”ท่านแม่
“ควั่บ…..”
“..........!!”เหนี่ยวเหนี่ยว
นางที่โดนท่านแม่เหวี่ยงพาอุ้มขึ้นมาในอ้อมแขนอย่างงุนงง รวมทั้งเหลนสาวทั้งสองที่โดนพวกแม่ๆ คว้าแขนกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามมาด้วยอย่างรวดเร็ว
“เอ่อ…ท่านแม่ใจเย็นๆก็ได้นะเจ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“อ้อ…ได้ๆจ้ะลูกรัก”ท่านแม่
“..........!!”เหนี่ยวเหนี่ยว
แต่ฝีเท้าของท่านแม่ไหงเหมือนกับจะเร็วขึ้นกว่าเดิมกันเล่า เหนี่ยวเหนี่ยวจึงได้แต่อยู่ในอ้อมแขนท่านแม่อย่างเงียบงันไป เพราะดูท่าแล้วท่านแม่คงจะตื่นเต้นไม่น้อยกับการที่นางจะสอนให้พวกท่านรู้จักใช้พลังธาตุในการปลูก พืชผัก ผลไม้ สมุนไพร
“เจ้ารู้หรือไม่ตั้งแต่แม่จำความได้ยันป่านนี้ เคยแต่รับรู้ว่าผู้ที่มีพลังธาตุพฤกษาเพียงเท่านั้นที่จะสามารถปลูก พืชผัก ผลไม้ สมุนไพรต่างๆที่มีพลังธาตุได้เพียงเท่านั้น”ท่านแม่
“แต่ตอนนี้ท่านแม่กับทุกๆคนมีเหนี่ยวเหนี่ยวคอยช่วยเจ้าค่ะ การปลูกพืชผัก ผลไม้ สมุนไพรที่ว่านี้แน่นอนว่าจะต้องมีพลังของเหนี่ยวเหนี่ยวเป็นหลักในการปลูกพวกมัน
แต่ว่าเหนี่ยวเหนี่ยวจะสอนท่านแม่ ท่านพ่อและทุกๆคนรู้จักการใช้พลังธาตุที่มีของแต่ละคนเกื้อหนุนพืชผัก ผลไม้ สมุนไพรที่มีพลังธาตุต่างๆไม่ว่าจะเป็น พลังธาตุดิน พลังธาตุน้ำ พลังธาตุลม พลังธาตุไฟ ฯลฯ ในการส่งเสริมพลังเฉพาะเพื่อเป็นเหมือนอาหารเสริมให้พวกมันเติบโตได้อย่างเต็มที่และมีผลผลิตที่ดีที่เข้มข้นของพลังธาตุออกมา”เหนี่ยวเหนี่ยว
“แม่ไม่เคยได้ยินวิธีการแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต”ท่านแม่
“พี่สะใภ้เองก็เช่นกันน้องเล็ก”พี่สะใภ้ทั้งสอง
“หลานสะใภ้ก็ไม่เคยเช่นกันเจ้าค่ะ”หลานสะใภ้ทั้งสี่
แต่ละคนเมื่อได้ยินสิ่งที่เหนี่ยวเหนี่ยวอธิบายโดยละเอียดต่างก็ยิ่งพากันตื่นเต้นหนักเข้าไปกว่าเดิมอีกมากมายนัก ไม่คิดเลยว่าคนที่มีพลังธาตุในตัวแต่ละคนนั้นจะช่วยให้ผลผลิตในการปลูกพืชผัก ผลไม้ สมุนไพร นั้นดีขึ้นกว่าใช้ผู้ที่มีพลังพฤกษาปลูกเท่านั้น
************
เหนี่ยวเหนี่ยวจะเริ่มทำการเกษตรในรูปแบบพลังธาตุ เพื่อให้ผลผลิตของครอบครัวของนางดีขึ้นและมีพลังธาตุอีกด้วย ทีนี้ไม่ว่าจะกินผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ในแต่ละวัน ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีพลังธาตุทั้งหมด เพื่อเป็นผลดีกับการที่ทำให้ร่างกายของทุกๆคนนั้นมีความเสถียรในการใช้พลังธาตุมากยิ่งขึ้น