ฉับพลันอี้เฉินก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมา ทว่าใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นการปะทะกันของผู้เยี่ยมยุทธ์ ยืนบนหัวเต่ามังกรอย่างแท้จริงของโลกหล้า นำพาให้หัวใจตกวูบหวั่นไหว แม้แต่การปะทะของพวกเขายังทำให้หมู่ดาวหม่นแสง ตกหล่นเป็นห่าฝน
"นี่สินะ คือการปะทะกันของผู้เยี่ยมยุทธ์อย่างแท้จริง ไม่คิดสมัยที่ จักรพรรดิโลหิตรุ่งโรจน์ เขาจะน่าหวั่นเกรงถึงเพียงนี้ สมแล้วที่เป็นการปะทะกันของ ขั้นพลัง จักรพรรดิ" อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะกล่าวชม
ทว่าเมื่ออี้เฉินนึกถึงชายวัยกลางคน ผมสีขาวประบ่า พลิ้วไสวโยกย้าย ภายในพู่กันด้ามเก่า มันก็นำพาให้อี้เฉิน แปลกใจ เหมือนว่าชายวัยกลางคนผมขาวผู้นั้น จะไม่สามารถหยั่งถึงขั้นพลังของเขาได้ แม้แต่น้อย 'หรือเขาจะมีขั้นพลังที่สูงกว่าขั้น จักรพรรดิ อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดเช่นนั้น แล้วคนผู้นั้นเขายังจะมีชีวิตอยู่หรือไม่' เมื่อคิดเช่นนั้นได้มันก็นำพาให้กายาอี้เฉินสั่นเทา การที่จะพบเจอคนระดับนั้น ตัวเขาก็เป็นได้แค่เศษฝุ่นผง ธุลีเท่านั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าขั้นพลังที่ไม่อาจหยั่งถึง
ก่อนอี้เฉินจะเลิกคิดเรื่องฟุ้งซ่าน นั่งบำเพ็ญเพียรฟื้นฟูกายาของเขาในทันที หากเขาชักช้าอยู่ยังสถานที่แห่งนี้อีกละก็ เกรงว่าตัวเขาได้เกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นอีกเป็นแน่ สมุนไพรหลายต้นที่อี้เฉินได้เก็บเกี่ยวมาจาก สำนักศาลาซากศพ ถูกเขานำออกมากัดกินอย่างไม่เสียดายในสรรพคุณของตัวสมุนไพร หมายมั่นจะรักษาอาการบาดเจ็บทั่วกายา รอยแตกร้าวที่ลุกลามไปทั่วร่างกาย
...ด้านสำนักศาลาซากศพ เหล่าศิษย์ภายในสำนักพวกเขาเริ่มนั่งไม่ติดอีกต่อไป ครั้นเห็นป้ายหยกของผู้อาวุโส ซูเจิน แตกหัก บ่งบอกว่า เทพสวรรค์ผู้หนึ่งภายในสำนัก ได้ตายตกลงไปแล้ว หากหมู่ชนรับรู้ได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ค้ำฟ้า แม้แต่พวกเขา จะได้ชื่อเป็นสำนัก5ดาว แต่เทพสวรรค์ภายในสำนักก็มีไม่ถึง 30องค์ การตายตกไปหนึ่ง ก็นับว่าเสียหายไปอย่างใหญ่หลวง
ครั้นเห็นว่าเจ้าสำนักศาลาซากศพ ยังไม่กลับจาก หุบเขา เทพบรรพกาล พวกเขาไม่รอช้าส่งยันต์องค์การ ออกไปบอกกล่าวเจ้าสำนักในทันที หากบรรพบุรุษชรา ภายในสำนักลืมตาตื่น คงจะเป็นเรื่องยุ่งยาก แม้แต่พวกเขาก็ไม่อาจอธิบายให้ความเดือดดาล ของบรรพบุรุษชรา เหือดหายไปได้
ฉับพลัน ยันต์องค์การ ที่ปล่อยออกมาจากมือของชายชราก็พุ่งปราดขึ้นไปบนท้องฟ้าสูง ก่อนพุ่งหายออกไป ราวกับแหวกท้องฟ้า ผ่าแยกมิติ ออกไปด้วยความเร็วจี๋
****
ทางด้าน หุบเขาเทพบรรพกาล ชายชรา เจ้าสำนักศาลาซากศพ ที่นั่งจับกลุ่ม กับเจ้าสำนักคนอื่นๆ รอรับข่าวสาร มาถึง5วันเต็มก็ยังไม่พบเจอ ชายหนุ่มที่พวกเขาตามหา ใบหน้าของเจ้าสำนักชรา หลายๆ คนจึงเริ่มเดือดดาลเป็นโทสะ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ถูกอี้เฉินเล่นงาน ไม่เว้นแม้แต่ หญิงชรา เจ้าสำนัก ศาลาศักดิ์สิทธิ์ ที่รอเจอตัวอี้เฉิน อยากจะตบไอ้ใบหน้าโอหัง ที่มันกล้าทำกับ ศิษย์เอกของนาง ถึงแม้เยว่ชิงเซียน รบเร้าเซ้าซี้ เจ้าสำนักของนางเท่าใด หญิงชราก็ไม่มีความจำยอมที่จะจากไป มันจึงทำให้ใบหน้าเยว่ชิงเซียน บูดบึ้งพองลมตุ๊บป่องอยู่ไม่น้อย
"นี่มันก็ผ่านไปจะ5วันแล้วนะ เหตุใด พวกเรายังไม่ได้ข่าวคราวของมันอีก คงไม่ใช่ว่ามันหลบหนีออกไปแล้วหรอกนะ" เจ้าสำนักตำหนักภูต กล่าวพร้อมกับเสียงโทสะ ภายในศาลาใหญ่ ก่อเกิดความเงียบเชียบในทันใด
เจ้าสำนักตำหนักเทพ ที่เป็นเจ้าบ้านกล่าวค้านในทันที "เป็นไปไม่ได้สถานที่แห่งนี้ ถูกเขตแดนปิดกั้นไว้อย่างสมบูรณ์ มีเพียงค่ายกล ระดับสูงเท่านั้นที่ใช้การได้ คนอย่างมันหรือจะใช้การได้"
กลุ่มคนภายในศาลา ไม่น้อยต่างพูดจาถกเถียงกันออกมาไม่ขาด ไม่คิด5วันแล้ว พวกเขาก็ยังไม่ได้ตัวของชายหนุ่มผู้โอหัง ทว่าเมื่อหมู่ชนเห็น ยันต์องค์การ พุ่งปราดเข้ามาภายในศาลามาอยู่ตรงหน้า ชายชรา เจ้าสำนักศาลาซากศพ มันก็ทำให้ใบหน้าของพวกเขายิ้มเป็นปีติ "หรือว่าจะมีคนพบเบาะแสของมันแล้ว พวกเรารอฟังข่าวดีได้เลย" ทว่าหลายคนกลับแปลกใจเหตุใดถึงกับต้องสิ้นเปืองใช้ ยันต์องค์การ ส่งข้อความมาด้วยเล่า
ฉับพลันที่น้ำเสียงจากยันต์องค์การ ปลดปล่อยออกมาบ่งบอกถึงความตื่นตระหนก ของเขาไม่น้อย "เจ้าสำนักศาลาซากศพ ท่านรีบกลับสำนักมาเร็วเข้า!! มีกลุ่มคนไม่ทราบที่มา เข้าไปปล้นสวนสมุนไพร ช่วงชิงสตรีผู้หนึ่งออกไป แถมกลุ่มคนผู้นี้ยังฆ่าสังหารเทพสวรรค์ของเราไปหนึ่งองค์"
หมู่ชนโดยรอบที่ตั้งใจฟัง ต่างตัวเย็นเยียบ ไม่คิดว่าจะมีการปล้นกันในช่วงเวลานี้ แถมยังทำให้เทพสวรรค์ ตายตกไปอีกหนึ่งองค์ ช่างเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เสียจริงๆ "เจ้าสำนักศาลาซากศพ เจ้าคงไม่ได้ไปทำเรื่องให้ใครแค้นเคือง เอาหรอกนะ" เหล่าเจ้าสำนักชรา ต่างยกยิ้มยินดี ครั้นเห็นความหายนะ ของสำนักศาลาซากศพ
ชายชรา เจ้าสำนักศาลาซากศพ เขาเดือดดาลเป็นโทสะ ใบหน้าที่แก่ชรา พลันมืดทะมึน แก่ชราลงไปอีกหลายสิบปี "ไอ้เวรที่ไหนมันช่างใจกล้าห่อฟ้าถึงเพียงนี้!!!" แม้แต่เหล่าศิษย์ศาลาซากศพ ยังใบหน้าเขียวคล้ำ ราวกับกินสิ่งปฏิกูลเข้าไป
ซูเซอ เขาเดือดดาลเป็นโทสะ ไม่คิด ซีเยว่จะถูกใครไม่รู้ช่วงชิงไป ไม่คิดไข่มุกเม็ดงามที่เขาคิดจะเล่นกับนาง จะถูกช่วงชิงไปเฉกเช่นนี้ ทว่าเมื่อครุ่นคิดเรื่องที่เขาเคยพูดกับอี้เฉิน มันก็ทำให้ใบหน้าของเขามืดทะมึน อุทานออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ "หรือว่าเจ้า! ต้องเป็นเจ้าแน่ๆ ไอ้เวรข้าไม่คิดว่าเจ้าจะโอหังถึงเพียงนี้ถึงกับ เข้าไปภายในถ้ำเสือ!"
เหล่าผู้อาวุโสชราโดยรอบ ได้ยินคำพูดของ ซูเซอ ต่างไต่ถามไปที่ ซูเซอ "ที่เจ้าว่ามาหมายถึงอะไร ซูเซอ?"
ซูเซ่อ เอ่ยคำพูดออกไปด้วยความยากลำบาก "ข้าว่าต้องเป็นมันแน่ๆ ไอ้เด็กเวรดินแดนเบื้องล่าง ที่เข้าไปป่วนภายในสำนักของข้า"
ครั้นหลายคนได้ยิน ก็ต่างไม่เชื่อ "หากไอ้หนุ่มโอหังนั้น ฆ่าสังหารเทพสวรรค์ได้จริงๆ มันจะไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่ค้ำฟ้าหรอกหรือ"
หาญเจีย ที่เริ่มปะติดปะต่อได้ เขาเองก็บอกกล่าวคำพูดออกไปในทันที "ข้าว่ามันเป็นไปได้นะ ข้าเคยให้ป้ายศิษย์สำนักกับมันไป ในยามที่อยู่ภายใน โลกปราณจิต ต้องเป็นมันแน่ๆ ที่ลอบเข้าไปปล้นสวนสมุนไพรเรา หากมันมีป้ายศิษย์ผู้มีพรสวรรค์ ผู้คนภายในสำนักคงไม่ระแคะระคาย"
ซูเซ่อ เขาดึงคอเสื้อ หาญเจีย ในทันใด ใบหน้าเดือดดาลเป็นโทสะไม่น้อย "เจ้าว่าเช่นไรนะหาญเจีย เจ้ามอบป้ายศิษย์ผู้มีพรสวรรค์ ให้กับเขาไปงั้นหรือ ไอ้โง่เอ๊ย!!"
"ศิษย์พี่ ยามนั้นก็ข้าไม่รู้ ว่าเขาเป็นใคร" หาญเจีย กล่าวคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดไม่น้อย ทว่ายามนี้เหล่าผู้อาวุโสโดยรอบต่างกลืนน้ำลายลงคอไปเอือกใหญ่ เหตุใดอนุชนคนรุ่นหลังถึงลูบคม เหล่าผู้อาวุโสอย่างพวกเขาได้ ครั้นรับรู้หมู่ชนก็เริ่มนั่งไม่ติดอีกต่อไป
แม้แต่เหล่าอนุชน ผู้สูงส่งยังไม่อยากเชื่อ คำพูดเหล่านั้น แม้ว่าพวกเขาจะได้ชื่อเป็นผู้สูงส่งก็ไม่อาจหาญ ประลองเป็นตายกับเทพสวรรค์ มันจึงนำพาให้หัวใจที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง ของพวกเขาเหล่านั้น ตกวูบในฉับพลัน หายใจหนักถี่อย่างรุนแรง ประหนึ่งพวกเขาถูกเหยียบหน้าอีกครา ว่าใครกันแน่คือผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุด ของเหล่าอนุชน อย่างไรมันก็ยากที่จะให้พวกเขายอมรับได้ ว่าคนดินแดนเบื้องล่างที่ต่ำต้อย เป็นที่ดูถูกดูแคลน จะมายืนเทียบเทียนกับพวกเขาได้
เยว่ชิงเซียนถอนหายใจยาว ก่อนเอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา "เจ้าทำเรื่องใหญ่ค้ำฟ้าเกินไปแล้ว อี้เฉิน ไม่ช้าความรุ่งโรจน์ของเจ้า จะกลายเป็นเชื้อเพลิง เผาผลาญตัวเจ้าให้ดับมอดเอง" แม้ตัวนางจะตกใจไม่น้อยก็ตาม แต่นางก็พอจะคาดเดาได้ว่าอี้เฉินจะต้อง ใช้ กลวิธีบางอย่าง เพื่อเอาชนะเทพสวรรค์ อย่างแน่นอน
...ไม่นานที่ข่าวคราว อี้เฉิน แพร่งพราย ออกไปสู่ หมู่ชน หุบเขาเทพสวรรค์บรรพกาล หมู่ชนก็ต่างเดือดดาลบ้าคลั่ง เป็นโทสะ กับสิ่งที่ชายหนุ่มกระทำลงไป ตามสืบเรื่อง ของอี้เฉินกันเป็นการใหญ่ แม้แต่เรื่องที่ชายหนุ่มใช้ค่ายกลของหอสมุดโลก ได้มันก็นำพาให้หลายๆคน ใจสั่นสะท้าน
เหล่าเจ้าสำนักต่างมีใบหน้ามืดครึ้มในฉับพลัน"เป็นไปได้อย่างไร หรือมันเป็นคนของหอสมุดโลก"
ครั้นเหล่าผู้อาวุโสชรารับรู้พวกเขายังไม่อยากจะเชื่อ การที่คนผู้นั้นใช้ค่ายกลระดับสูงได้ ย่อมต้องเป็นคนสำคัญของหอสมุดโลก พวกเขาหรือจะกล้าแข็งข้อ กับกลุ่มผู้นำคาบสมุทร ทว่าก็มีบางคนไม่เชื่อ ว่าชายหนุ่มจะมีมหาอำนาจอย่าง กลุ่มผู้นำคาบสมุทรหนุนหลัง
ใบปลิวล่าค่าหัวของอี้เฉิน จึงกระจายไปทั่วดินแดนรกร้าง ชางไห่ ไม่เว้นแม้แต่ทวีปโพ้นทะเล หนานหยาง ทวีปเหมันต์ ตงเหลิ่ง ทุกนครต่างมีใบปลิวล่าค่าหัวของอี้เฉิน ติดอยู่