“เนื้อหาการทดสอบนั้นจะเป็นความลับในทุกปี สำนักมังกรฟ้าในแต่ละปีจะมีผู้ที่บรรลุเงื่อนไขแรกอย่างบรรลุลมปราณจิตอายุไม่เกิน 30 ปี มาสมัครเป็นจำนวนมากอยู่เสมอ อย่างเช่นเมื่อปีที่แล้ว มีผู้สมัครเข้าสำนัก หลักแสนคน แต่ที่ผ่านไปได้มีเพียง 10,000 คนเท่านั้น” เฉินอิงกล่าว
“จากแสนเหลือเพียง 10,000 เท่านั้นเองรึ?” จื่อต้าหลงกล่าว
“ใช่แล้วล่ะ หากอยากที่จะเข้าร่วมสำนัก อันดับแรกต้องผ่านเงื่อนไขและการทดสอบทั้งหมดให้เสร็จสิ้น จึงจะถือได้ว่าเป็นศิษย์สายนอก” เฉินอิงกล่าว
“น้องจื่อ เจ้าจะทำอย่างไรต่อรึ อีกตั้ง 2 เดือนกว่าสำนักจึงจะเปิดรับสมัคร?” เฉินหนานกล่าว
“ข้าก็คงท่องเที่ยวเมืองหลวงไปเรื่อยจนกว่าสำนักจะเปิดรับแหละ ฮ่าๆๆ แล้วพวกท่านล่ะ” จื่อต้าหลงกล่าว
“พวกข้าเองก็คงเยี่ยมชมเมืองหลวงไปเรื่อยๆเหมือนกันนั่นแหละ ฮ่าๆๆ” เฉินหนานกล่าว
“เอาล่ะ ในเมื่อมาถึงเมืองมังกรฟ้าแล้ว ข้าคงต้องขอลาพวกท่านแล้วล่ะ ข้ายังมีสิ่งที่ต้องไปทำอยู่” จื่อต้าหลงกล่าว
“จะไปแล้วงั้นรึ? ในเมื่อเจ้ามีธุระให้ต้องจัดการก็ไปเสียเถอะ” เฉินหนานกล่าว
“เช่นนั้นไว้เจอกัน” จื่อต้าหลงกล่าวพร้อมคารวะ หลังจากนั้นเขาจึงเดินจากไป
‘เมืองหลวงช่างกว้างใหญ่กว่าที่ข้าจินตนาการไว้ยิ่งนัก ยังมีเวลาอีกสองเดือน ข้าควรจะฝึกยุทธเพิ่มอีกสักหน่อย’ หลังจากนั้นจื่อต้าหลงก็หาโรงเตี๊ยมที่พักในเมือง เมื่อได้ห้องมาแล้วเขาจึงเข้าไปนั่งบ่มเพาะพลัง ในตอนนี้เขามาถึงคอขวดของขั้นปราณจิตขั้นที่ 4 แล้ว อีกแค่ครึ่งก้าวก็จะทะลวงไปขั้นที่ 5 ทำให้เขาต้องหันมาบ่มเพาะพลังก่อน
และแล้วก็ผ่านไป 2 เดือน จื่อต้าหลงแทบจะไม่ได้ออกไปไหนเลย เขานั่งบ่มเพาะพลังตลอดในห้องของตัวเอง ในตอนนี้เขาบรรลุ ลมปราณจิตขั้นที่ 5 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วพรุ่งนี้ยังเป็นวันรับสมัครศิษย์ของสำนักมังกรฟ้าอีกด้วย
‘ได้เวลาที่ข้าจะต้องปลดแท่งเหล็กแล้วในเมื่อมันแทบไร้น้ำหนักแล้ว คงไม่จำเป็นสำหรับข้าอีกต่อไป’ จื่อต้าหลงปลดแท่งเหล็กแปรรูปที่แขนและขาข้างละ 100 กิโลกรัมออก ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเขาเบาหวิวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ปกติเขาใส่แท่งเหล็กไว้ตลอดไม่เคยถอด นี่จึงนับเป็นครั้งแรกที่เข้าถอดมันออกมา เขาใส่มันนานถึงครึ่งปีเต็ม
จื่อต้าหลงเดินออกมานอกเมืองแล้วลองใช้ท่าร่างมังกรม่วงดู เขาพบว่าท่าร่างของเขารวดเร็วขึ้น ตัวเขาแทบรู้สึกไร้น้ำหนักไปเลย เขาทะยานขึ้นไปเหยียบบนกิ่งไม้ได้โดยที่กิ่งไม้ไม่หัก มันทำให้เขาพอใจมากกับผลลัพธ์ในครั้งนี้
‘พรุ่งนี้ก็ได้เวลาเข้าสมัครของสำนักมังกรฟ้าแล้ว ชักตื่นเต้นแล้วสิ หึๆๆ’ จื่อต้าหลงยิ้มย่องในใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น
จื่อต้าหลงได้ไปยังสำนักมังกรฟ้า ที่หน้าสำนักเต็มไปด้วยผู้คนนับแสนที่มารอรับการสมัคร
หน้าสำนักนั้น มีการตั้งเวทีสูง ให้สำหรับผู้เข้าการคัดเลือก บนเวทีประกอบไปด้วยผู้อาวุโสของสำนักมังกรฟ้านับ 20 คน คอยดำเนินการ
“เอาล่ะ ผู้ที่ประสงค์เข้าสำนักมังกรฟ้า ขึ้นเวทีมาทดสอบพลังตามหมายเลขที่ได้รับซะ” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งกล่าวขึ้นมา
“หมายเลข 1 เฉาหยาง ขึ้นเวที และวางมือบนแท่นทดสอบพลังซะ”
ได้ยินดังนั้นหมายเลข 1 เฉาหยางจึงขึ้นเวทีไป เขาวางมือบนแท่นทดสอบ แท่นทดสอบเรืองแสงออกมา ปรากฏตัวอักษรขึ้นมา เฉาหยาง อายุ 20 ปี ปราณจิตขั้น 2 ผ่าน!!
หมายเลขต่อไปขึ้นมา!!
“การทดสอบเป็นไปอย่างรวดเร็วมากเพราะคนที่มารอรับการทดสอบมีราวแสนคน เพียงไม่นานก็มาถึงคิวของจื่อต้าหลง หมายเลข 999 ขึ้นเวที” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งกล่าวขึ้นมา
จื่อต้าหลงได้ยินดังนั้นก็ทะยานร่างขึ้นบนเวที เขาวางมือลงไปบนแท่นทดสอบ แท่นทดสอบเรืองแสงออกมาปรากฏข้อความ “จื่อต้าหลง อายุ 16 ปี ปราณจิตขั้น 5 ผ่าน!!”
ฮือฮาๆ เสียงผู้คนดังไปทั่วระแวก
“ว่ากระไรนะ อายุเพียง 16 ปี กลับบรรลุลมปราณจิตขั้น 5 นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไป ต้องเป็นสัตว์ประหลาดประเภทไหนกันแน่เนี่ย”
“บัดซบตอนข้าอายุ 16 ปี ข้าเพียงบรรลุลมปราณก่อเกิดขั้นที่ 10 เลยนะข้าเคยคิดว่าข้าคืออัจฉริยะ แต่พอมาเจอเจ้านี่เข้าข้าแทบกลายเป็นคนไร้ความสามารถไปเลย”
เหล่าฝูงชนต่างฮือฮา กล่าววาจากระซิบกระซาบ
เหล่าผู้อาวุโสต่างลุกขึ้นยืนเพื่อดูให้ชัดๆว่าศิษย์ผู้ใดกันที่มากความสามารถถึงขนาดนี้
หลังจากผ่านมาได้จื่อต้าหลงก็ลงเวทีไป ผู้ที่ผ่านการทดสอบแรก ยืนรวมกันอยู่ทางด้านขวา ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านก็ต้องกลับไปตามระเบียบ เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็มีเสียงดังฮือฮาขึ้นมาอีกรอบ
“เฉิงไฉเซียว อายุ 20 ปี ลมปราณจิตขั้น 7 ผ่าน!!”
จื่อต้าหลงได้ยินดังนั้นเขาก็หันขวับขึ้นบนเวทีอย่างรวดเร็ว เป็นเฉิงไฉเซียว เขาเองก็เข้ามารับการทดสอบเหมือนกันงั้นหรือ? หลังจากเฉิงไฉเซียวลงจากเวทีมาจื่อต้าหลงก็เข้าไปทักทายทันที
“เฮ้!! พี่ไฉเซียว ท่านเองก็มาสมัครที่นี้เช่นกันรึ?” จื่อต้าหลงกล่าวถามอย่างยินดี
“ฮ่าๆ เสี่ยวต้าหลงไม่ได้เจอกันครึ่งปี เจ้าตัวสูงขึ้นอีกแล้วนะ” เฉิงไฉเซียวกล่าว
“ข้าไม่นึกเลยว่าจะได้เจอท่านที่นี่” จื่อต้าหลงกล่าว
“ข้าก็บอกเจ้าอยู่ว่าข้าก็จะมาภาคกลางเหมือนกัน ฮี่ๆ” เฉิงไฉเซียวกล่าวพร้อมหัวเราะ
“ใครจะไปนึกเล่าว่าท่านจะสมัครเข้าสำนักมังกรฟ้าเช่นกัน แล้วลวี่เหรินได้มาด้วยหรือไม่?” จื่อต้าหลงถาม
“ลวี่เหริน ข้าได้ยินมาว่าเจ้านั่นเดินทางไปภาคตะวันออกไกล ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้อยู่เขาอยู่ที่อาณาจักรใด” เฉิงไฉเซียวกล่าว
“เป็นเช่นนี้เอง…” จื่อต้าหลงกล่าว
การทดสอบเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีทั้งคนที่บรรลุปราณจิตขั้นที่ 1 ถึงขั้นที่ 8 ให้พบเห็นอยู่มากมาย
ผ่านไปสักพัก ทั่วลานก็ได้ตกตะลึงอีกครั้ง ฟางหรง อายุ 18 ปี ปราณจิตขั้น 10!!
“ว่าไงนะ!! อายุ 18 บรรลุปราณจิตขั้น 10 ให้ตายเถอะสวรรค์!! นี่มันนับเป็นสัตว์ประหลาดประเภทไหนกัน!!”
เหล่าผู้เข้าทดสอบต่างจ้องมองขึ้นไปบนเวทีรวมถึงจื่อต้าหลงและเฉิงไฉเซียวด้วย พบเห็นบุรุษผู้หนึ่งใบหน้าหล่อเหลา แต่งกายด้วยชุดหรูหรา
“นั่นมันคุณชายฟางหรงแห่งหุบเขาบุปผานี่ ข้าได้ยินชื่อเสียงของเขามานานแล้ว เพิ่งได้พบเจอตัวจริงก็วันนี้ ช่างสง่างามยิ่งนัก” หญิงสาวผู้ทดสอบคนนึงกล่าวขึ้น
และแล้วจากผู้ทดสอบกว่าแสนคนจำนวนที่ผ่านการทดสอบรอบแรกมีราว 5 หมื่นคน
หลังจากการทดสอบรอบแรกเสร็จแล้ว ผู้อาวุโสของสำนักก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า
“เอาล่ะ พวกเจ้าผ่านการทดสอบแรกกันมาได้แล้ว การทดสอบรอบที่สองจะจัดในสำนัก ตามข้ามา!!”
เหล่าศิษย์ที่ผ่านการทดสอบขั้นแรกไปแล้วต่างก็เดินตามผู้อาวุโสไป
เหล่าผู้อาวุโส พาผู้ทดสอบไปยังตำหนักทดสอบของสำนัก ตำหนักนี้ใหญ่โตกว้างขวางมาก ด้านนอกตำหนักมีบันไดยาว 100 ขั้น บันได้นี้เรียกว่า บันไดสวรรค์ เป็นบันไดที่ใหญ่โตมโหฬารมาก กว้างราว 500 เมตร ทอดยาวขึ้นไปบนตำหนักสวรรค์ พวกเขาต่างเรียกสถานที่นี้ว่า ตำหนักบันไดสวรรค์ ซึ่งเป็นด่านทดสอบด่านที่ 2 ผู้ที่สามารถปีนบันได้สวรรค์เท่านั้นจึงจะผ่าน!!