
ร่างอรชรในชุดนักศึกษายืนยิ้มให้เพื่อนรักที่กำลังก้าวข้ามถนนและก็ต้องใร้องเสียงดังจนทุกคนที่อยู่ละแวกนั้นหันมามอง
“น้ำอบระวังรถ!”
เอี๊ยด…
ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาในสถาบันเดียวกันรีบลงจากรถมาดูคนที่นอนบนพื้นถนนด้วยความใเขารีบอุ้มและพาไปนั่งที่เบาะในขณะที่พราวนภาก็รีบเข้าไปในรถและตามเขาไปด้วยจนถึงโรงพยาบาล
“กรุ๊ปโอค่ะเรา้าเืด่วน”เสียงคุณหมอบอกเ้าหน้าที่พยาบาล พราวนภานั่งอยู่และได้ยินรีบไปแจ้งความประสงค์บริจาคเืให้เพื่อนรักด้วยความเต็มใจ
“เืหนูได้แน่นอนค่ะเราเคยให้เืกันเมื่อปีที่แล้วค่ะ”
“ดีเลยค่ะงั้นวัดความดันชั่งน้ำหนักก่อนนะคะ”พราวนภานอนให้เืจนได้ปริมาณตามที่้าก่อนจะเดินออกมานั่งพักด้านนอกในขณะที่คนร่างสูงโปร่งก็เดินไปมากดโทรศัพท์และพูดด้วยน้ำเสียงตึงเครียด
“คุณพ่อครับผมจะติดคุกไหมผมกลัวแต่ผมไม่ได้ตั้งใจน้องเขาเดินมาตัดหน้ารถตอนนี้ผมรอดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาลครับ”
กันต์กวี อายุ22ปีทายาทนักธุรกิจชื่อดังอันดับต้นๆของประเทศปีนี้เขาศึกษาอยู่ชั้นปีที่สี่ในมหาวิทยาลัยปิดชื่อดังและกำลังมีแผนเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศหลังจากเรียนจบทันทีกันต์กวีหน้าตาหล่อเหลาแถมรวยอีกต่างหาก สาวๆต่างหมายมั่นปั้นมือ้าให้เขามาจีบแม้แต่พราวนภาเองก็ยังคงแอบมองเวลาเขาเดินผ่านแต่ก็รู้ดีว่าฐานะตนกับเขาต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยได้แต่แอบเก็บอาการชอบตามประสาวัยสาวไว้ในใจโดยไม่เคยปริปากใครและก็ยังไม่มีสาวคนไหนที่กันต์กวีสนใจอาจเพราะเขามีพร้อมทุกอย่างหรือไม่ก็อาจจะมีผู้หญิงที่เพียบพร้อมรอเขาอยู่แล้วเขาถึงไม่ได้มีท่าทีสนใจนักศึกษาสาวๆที่มารายล้อมเขาเลยส่วนมาดนิ่งๆขรึมๆของเขานั้นช่างดูลึกลับและยากต่อการเข้าใจแม้แต่พราวนภาที่เข้ามาเรียนที่นี่จนอยู่ปีสองแล้วก็ยังไม่เคยได้มีโอกาสคุยกับเขาสักครั้งทั้งที่เขาก็เดินผ่านคณะอยู่บ่อยๆครั้งนี้พราวนภาตัดสินใจเป็ฝ่ายชวนเขาคุยก่อน
“เอ่อ…พี่กันต์” ดวงตาคู่งามมองเขาแล้วรีบหลุบดวงตาลงต่ำ
“รู้จักด้วยเหรอ”เขาเก็บโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงแล้วนั่งลงด้วยสีหน้าเครียด
“ค่ะ หนูเอ่อ…พราวเห็นพี่กันต์บ่อยๆค่ะใครๆก็รู้จัก”ความจริงก็คือเขาเป็หนุ่มฮอตที่สุดนั่นเองใครๆย่อมรู้จัก
“ชื่ออะไรนะ พราวงั้นเหรอ”
“พราว ชื่อจริงพราวนภาส่วนเพื่อนที่พี่ชนชื่อน้ำอบค่ะเราเป็เพื่อนสนิทกันเรียนคณะเดียวกันค่ะ”
“ฉันไม่ได้ถามก็เล่าซะยาวเลยเพื่อนชื่อน้ำอบชื่อคุ้นๆนะเอ่อเดี๋ยวจะมีคนมาจัดการเื่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดส่วนฉันต้องไปสอบตอนบ่ายนี่ก็สิบเอ็ดโมงแล้ว”เขาพูดจบก็ลุกเดินไปที่เคาน์เตอร์พยาบาลแล้วพูดอยู่สองสามนาทีก็ออกไป
“ดะเดี๋ยวค่ะ”พราวนภาวิ่งตามเขาและก็วิ่งกลับเพราะลืมกระเป๋าไว้ที่เก้าอี้แต่ก็ไม่ทันเพราะเขาขับรถออกไปเสียแล้ว
“ติดต่อยังไงไม่มีเบอร์มือถือ”พราวนภาเดินกลับมานั่งรอเพื่อนรักอย่างเดิมและผ่านไปเกือบสองชั่วโมงก็มีคนมาติดต่อรับผิดชอบเื่ค่าใช้จ่ายและมีเ้าหน้าที่ตำรวจตามมาสอบปากคำพราวนภา
“เหลือกล้องวงจรปิดต้องไปดูที่มหาลัย”
“แค่นี้ใช่ไหมคะ”พราวนภาถามด้วยความสงสัย
“มีอะไรจะเรียกสอบปากคำอีกที”
“ค่ะ”พราวนภาเห็นเต็มตาว่าเพื่อนรักเดินมาหาตนโดยไม่มองรถที่กำลังวิ่งมาจนเกิดอุบัติเหตุ
‘เธอปลอดภัยก่อนเถอะนะเื่อื่นค่อยว่ากัน’ พราวนภาได้แต่ภาวนาในใจ
น้ำอบหรือนรารักษ์ สาวสวยรวยทรัพย์เพื่อนรักของพราวนภาซึ่งปีนี้อายุ20ปีทั้งสองสาวสนิทสนมกันั้แ่มาเรียนปีหนึ่งที่นี่และตัวติดกันตลอดเวลาแม้ว่าฐานะของพราวนภาจะค่อนข้างยากจนแต่ด้วยความรักเรียนเลยตั้งใจสอบและได้ทุนเรียนต่อที่นี่แต่ก็ขัดสนเื่ค่าใช้จ่ายส่วนตัวผิดกับน้ำอบที่รูปสวยรวยทรัพย์สมองดีเพียบพร้อมทุกอย่างเมื่อได้ใกล้ชิดกับพราวนภารับรู้เื่ราวต่างๆก็เกิดความสงสารให้ความช่วยเหลือทุกอย่างแม้แต่อาหารมื้อเที่ยงนรารักษ์ก็จ่ายให้พราวนภาเกือบทุกมื้อส่วนพราวนภาก็ตอบแทนด้วยการไปทำงานบ้านให้เพื่อนรักทุกวันหยุดเพราะพอเริ่มสนิทมากขึ้นนรารักษ์ก็ออกเงินจ่ายค่าเช่าหอให้เพื่อนสาวด้วยเงินตัวเองเพราะบ้านของพราวนภาอยู่แถบสมุทรปราการและต้องเข้าไปลึกหากวันไหนกลับมืดก็อันตรายแม่ของพราวนภาเลยตัดสินใจกู้เงินเพื่อให้ลูกสาวมีเงินมาใช้จ่ายเป็ค่าเช่าหออยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัยส่วนทางด้านนรารักษ์นั้นมีคอนโดหรูหราอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่เกินสิบนาทีและบางครั้งก็ให้พราวนภาไปค้างเป็เพื่อนด้วยนรารักษ์ค้างที่คอนโดสลับกับไปค้างที่บ้าน
ร่างเพรียวนอนนิ่งแล้วค่อยๆลืมตามองรอบๆห้องสี่เหลี่ยมและเผยรอยยิ้มเมื่อมือที่อบอุ่นของเพื่อนรักกุมมือตัวเองเอาไว้แน่น
“ฟื้นแล้ว”พราวนภาพูดด้วยความดีใจแล้วบีบมือน้ำอบ
“อือ ฉันโดนชน”
“เธอใช็อกหมดสติไปเลย”
“เจ็บตามตัวไปหมดเลยคุณพ่อคุณแม่รู้หรือยังพราว”
“รู้แล้วคุณท่านสองคนอยู่ต่างประเทศบินกลับพรุ่งนี้น่าจะถึงเย็นๆนะ”
“เอามือถือมาสิบอกท่านไม่ต้องกลับหรอกเราไม่เป็อะไรมาก”
“คงไม่ทันแล้วล่ะคุณท่านคงจองเที่ยวบินกลับเรียบร้อยแล้วเพราะเธอหลับไปหลายชั่วโมงเราโทรหาคุณท่านั้แ่ที่เธอมาถึงโรงพยาบาลแล้ว”
“อือแล้วไอ้คนที่ชนเรามันเป็ใครหายหัวไปไหนไม่มาดูเราเลยเหรอ”
“พี่กันต์หนุ่มฮอตของตึกขาวนั่นล่ะชนเธอ”
“เขาไปไหน”
“ไปสอบตอนบ่ายแต่จนป่านนี้ยังไม่โผล่หัวมาเลยแต่มีคนมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายแล้วล่ะ”
“ชนแล้วฟาดด้วยเงินเหรอรู้ไหมว่าน้ำอบก็รวยเหมือนกันคอยดูคุณพ่อคุณแม่กลับมาจะไล่เช็กบิลให้หมดเลย”
“คุณหมอมาแล้วเราออกไปรอด้านนอกนะ” พราวนภารีบเดินไปรอหน้าห้องและก็มองหากันต์กวีเพราะคิดว่าเขาควรจะมาเยี่ยมเพื่อนรักของตน่เย็นแต่ก็ไร้วี่แวว
“น่าจะนอนอีกคืนนะคะรอเช็กสมองก่อนคุณพ่อคุณน้ำอบสั่งให้ดูอาการทางสมองค่ะท่านโทรมาสั่งด้วยตัวเอง”คุณหมอวัยกลางคนที่ได้รับสายจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลซึ่งเป็เพื่อนของนายนิติพนธ์ซึ่งเป็บิดาของนรารักษ์พูดแล้วก็ยิ้มก่อนจะเดินออกไป
นรารักษ์พลิกตัวไปมาอ่านข้อความจากเพื่อนๆที่ทราบข่าวและก็หันมามองประตูตลอดเวลาเพราะหวังว่าคนที่ชนตนจะมาเยี่ยมบ้างแม้จะไม่เคยได้พูดคุยกับเขาแต่ก็พอได้เจอะเจอแบบผ่านๆบ้างเพราะตึกที่เรียนประจำอยู่ติดกันกับคณะที่เขาเรียนอยู่
“ดูสิไม่มาเลยคิดว่าเป็หนุ่มฮอตแล้วจะทำตัวยังไงก็ได้เหรออย่าให้เจอนะจะตบสักฉาด”
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
ร่างสูงโปร่งเดินตรงมายังคนร่างอรชรที่นั่งหลับคาโทรศัพท์มือถือหน้าห้องแล้วแตะที่ไหล่เบาๆ
“ฟื้นหรือยัง”
“อือ” พราวนภาเอามือปัดมือเขาออก
“เพื่อนเธอฟื้นหรือยัง” เขาเพิ่มน้ำเสียงดังขึ้นแต่ก็ไม่ได้ดังจนรบกวนเ้าหน้าที่คนอื่นๆ
“หะอะไรนะ”
“คนที่ฉันชนฟื้นหรือยัง” เขาเพิ่มน้ำหนักเสียงขึ้นเล็กน้อย
“ฟื้นแล้ว”พราวนภาขยี้ตาเอามือปิดปากหาวพาเขาเข้าไปด้านใน
“พี่เหรอที่ชนน้ำอบ” นรารักษ์มองเขาด้วยความโกรธ
“ฉันชนเธอเพราะเธอวิ่งมาตัดหน้ารถไม่รู้รีบไปหาแฟนหรือไงไม่มองเลย”
“ปากดีนะ ฉันแค่เดินปกติ” นรารักษ์เริ่มไม่ชอบขี้หน้าเขาทั้งที่เพิ่งได้พูดคุยกันครั้งแรก
เครดิตภาพประกอบจากgoogleรูปภาพไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในนิยายค่ะ