จุติเทพวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

    บทที่53 หมู่บ้านลึกลับ

    ในขณะนี้ทั้งสองได้เดินผ่านเส้นทางขรุขระและแอ่งน้ำขังจนขุ้นข้นไปด้วยขี้โคลน ด้านข้างเส้นทางปรากฏบ้านไม้ทรุดโทรมถูกสร้างอย่างลวกๆไร้ความปราณีตราวผ่านการพังทลายและถูกซ่อมแซมนับครั้งไม่ถ้วนทุกย่างก้าวที่เดิน ในใจของเด็กหนุ่มยังคงได้ยินคำเตือนของชายวัยกลางคนว่าด้วยเหตุใดถึงมีปฏิกิริยาเช่นนั้น มันต้องมีเหตุบางอย่างไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านแห่งนี้อย่างแน่นอน ลางสังหรณ์ได้ร้องเตือนและบรรยากาศรอบๆหมู่บ้านได้ร้องเตือนหมิงหลง ว่าสถาที่แห่งนี้ไม่ธรรมดาอีกต่อไป ไอปราณด้านลบยังคงตกค้างอยู่ ณ บริเวณแห่งนี้ แม้ผู้คนไม่มีสัมผัสวิญญาณเช่นหมิงหลง ก็สามารถรับรู้ได้ถึงความอึดอัด เย็นเยือก ที่ตกค้างอยู่อากาศและพื้นดิน“ซินอี้ ในสถานที่แห่งนี้ เราควรจะระมัดระวังทุกฝีก้าว เจ้าคงจะผัมผัสได้ใช่ไหม?” หมิงหลงถามซินอี้ด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่หยอกล้ออย่างเช่นเคย “เจ้าค่ะ ข้ารู้สึกเหมือนถูกจ้องมองอยู่ตลอดเวลา เมื่อหันไปมองกลับปราศจากสิ่งใด” ซินอี้มีอาการล๊อกแล๊ก แขนเล็กทั้งสองกอดรัดแขนซ้ายหมิงหลงอย่างไม่ถือตัว หมิงหลงลูบหัวนางแผ่วเบาด้วยแววตาอ่อนโยน จากนั้นนัยน์ตาของชายหนุ่มหดแคบลง ปรากฏพลังรังสีลึกลับกลืนกินไอพลังด้านลบบริเวณรอบกายจนหมดสิ้นหมิงหลงเปิดใช้สัมผัสวิญญาณในห้วงลึกที่4 สัมผัสแปรเปลี่ยนเป็นระเอียดและแหลมคมยิ่งขึ้น บนใบหน้าพลันยกยิ้มนิดๆ ราวกับเข้าใจบางสิ่ง“เมื่อมีข้าอยู่ข้างกายเจ้าไม่มีผู้ใดสามารถทำร้ายเจ้าได้แม้แต่ปลายเส้นผม” ชายหนุ่มก้าไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ และมีหญิงสาวน่ารักเริ่มปรากฏสีหน้าดูผ่อนคลายเห็นได้อย่างชัดเจน“ข้าเชื่อท่านเจ้าค่ะ” ซินอี้มีรอยยิ้มขณะเดินไปพร้อมๆหมิงหลง
    หลังจากนั้นได้มาปรกฏตัวที่บ้านหลังใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน จากคำแนะนำจากชายวัยกลางคน“หากพวกเจ้าต้องการที่พัก เดินตรงไปที่จุดศุนย์กลางของหมู่บ้านเป็นบ้านของผู้นำของพวกเรา เมื่อนั้นเจ้าจะได้การช่วยเหลือจากเขา และแลกกับคำขอบางอย่างจากเขา ในเมื่อพวกเจ้าดื้อดึงที่จะเข้าไปในภูเขาไฟโลกันตร์” คำพูดจากชายวัยกลางคน
    หมิงหลงและซินอี้ได้ยืนเบื้องหน้าประตูใหญ่โต ก๊อก ก๊อก!!เสียงเคาะประตูได้ดังขึ้น ไม่นานก็มีคนเปิดช่องรูแมวส่องดู ซึ่งมีนักล่าปริศนาสองคนหน้าประตู “พวกเจ้าเป็นใคร แล้วต้องการสิ่งใด?” เสียงปริศนาได้ดังขึ้น “ข้าได้รับคำแนะนำจากคนในหมู่บ้าน ได้ยินมาว่าที่นี่มีห้องให้พัก” หมิงหลงเอ่ยตอบ มิใช่ครั้งแรกที่มีผู้คนจากเมืองต่างอื่นเข้ามาที่นี่ ซึ่งจุดประสงห์ก็พอจะคาดเดาได้บ้าง หากไม่มาถามถ่ายข้อมูลก็มาขอเข้าพักชั่วคราวแอ้ดด…!เสียงประตูไม้เก่าแก่ร้องลั่นจากการแง้มเปิดอย่างช้าๆ พลันไอหมองทะลักออกเข้ากระทบร่างของนักล่าทั้งสอง“เข้ามาได้” ชายชราพูดขึ้นเบื้องหน้าประตู เสื้อผ้าอาภรณ์บ่งบอกได้ว่าชายชราคนนี้เป็นพ่อบ้าน พร้อมม้วนตัวกลับหลังนำทางคนทั้งสองเข้าไปด้านในบ้านหมิงหลงและซินอี้เดินตามชายชราโดยไร้เสียงเอื้อนเอ่ยใดๆ ทำเพียงเดินตามอย่างสงบเงียบ จนมาถึงห้องใหญ่ห้องนึงด้านหน้าในห้องโถงใหญ่มีชายร่างกายใหญ่โตนั้งบนเก้าอี้ไม้ รัสมีรอบกายเต็มเปี่อมไปด้วยพลังงานอัดแน่น กระทั้งไอปราณปรากฏเป็นรูปธรรมส่องแสงประกายเรืองรอง แต่ทว่าหมิงหลงเห็นบางมีสิ่งที่ทำให้ความน่าเกรงขามของชายผู้นี้ลดลงหลายส่วน สิ่งที่น่าอดสูได้ปรากฏขึ้น ชายคนนี้เป็นพิการ แขนข้างขวา และขาซ้ายมีรอยตัดขาดจากของมีคม และมีร่องรอยบาดแผลถูกรักษาจนปรากฏแผลเป็นจำนวนมากบนร่างกาย รับรู้ได้ถึงร่องรอยบาดแผลอันน่าภาคภูมิของนักรบผู้ผ่านศึกมาอย่างโชคโชน ในแววตาได้ฉายออกมาถึงความมั่นใจแม้จะอยู่ในสภาพเช่นนี้“ยินดีต้อนรับ ข้าผู้นำหมู่บ้านแห่งนี้ อู๋ซินถง เหล่านักล่าผู้ทรงเกียรติ มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่?” ชายวัยกลางคนผู้นี้ต้อนรับอย่างจริงใจ สีของไอวิญญาณในจิตใจนั้นส่องประกายสีขาว แสดงถึงในใจของเขานั้นยินดีไร้การเสแสร้งใดๆ ทว่าในส่วนลึกจิตวิญญาณของเขา มีการสั้นคลอนเล็กน้อยราวกับมีสิ่งที่ปรารถนาและกังวลในใจมาช้านาน “คาราวะท่านผู้นำ!! ข้าหมิงหลง และคนนี้คือ คู่หูของข้า ซินอี้” หมิงหลงและซินอี้ยืนแสดงความเคารพต่อผู้นำหมู่บ้าน ชายผู้นี้ไม่เป็นภัยต่อพวกเขาจากสัมผัสวิญญาณของหมิงหลงได้ตรวจสอบในห้วงจิตใจ เขาจึงผ่อนคลายอย่างมากจากนั้นชายชราก็เชิญทั้งสองมานั่งตรงข้าม อู๋ซินถง และเริ่มการสนทนากัน“พวกเราต้องการห้องพักสำหรับหนึ่งคืน และข้อมูลซักเล็กน้อยเกี่ยวกับอาณาเขตภูเขาไฟโลกันตร์แห่งนี้ เราทั้งสองสัมผัสได้ถึงความลึกลับของสถานที่แห่งนี้ ถ้าหากไม่รบกวนท่านจนเกินไป ช่วยท่านคลายความสงสัยนี้ให้พวกเราด้วยขอรับ” หมิงหลงถาม อู๋ซินถง ตรงไปตรงมา“เรื่องห้องพักเจ้ามิต้องเป็นกังวล บ้านของข้านั้นใหญ่โตมีห้องมากเพียงพอสำหรับ100คน อย่างสบาย” น้ำเสียงอู่ซินถงหนักแน่นและแหบฟ่า ได้ดังขึ้น“พวกเจ้าสงสัย…ถูกต้องแล้ว เจ้าไม่ได้สัมผัสไปเอง มันมีบางอย่างในเงาอันมืดมิด และมันมากับราตรีพร้อมความหนาวเหน็บทุกย่างก้าวที่พวกมันเคลื่อนผ่าน ความตายได้คลืบคลานหาทุกสรรพชีวิต ต้องยอมก้มกราบศิโรราบต่อพวกมันเท่านั้น มันคือวิธีเดียวที่พวกเจ้าจะรอดชีวิตจากพวกมัน” สีหน้าของ อู๋ซินถง ดูดุดันขึ้นทันที ส่วนลึกในจิตวิญญาณเผาไหม้อย่างฉับพลันด้วยเพลิงความโกรธที่ถาโถมเข้าใส่“พวกมันลักพาตัวเด็กหนุ่มเด็กสาวเยาว์วัย ไปจนหมดหมู่บ้าน!!!” น้ำเสียงอู๋ซินถงสั่นเครือ แววตาถูกเคลือบด้วยน้ำใสๆ ปมด้อยของผู้นำไร้ซึ่งความสามารถในต่อกรและปกป้องผู้คนในหมู่บ้านของเขา หมิงหลงและซินอี้สามารถรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านสัมผัสอันโศกเคร้าใจ ขุ่นเคืองใจ คับแค้นใจ จากอู๋ซิงถง “หมู่บ้านที่มีชีวิต กลับตาย… ตายไปพร้อมกับเหตุการณ์ คืนพระจันทร์สีฟ้า เมื่อ10ปีก่อน !! ” เสียงอันโครกเคร้าโศกาได้เอ่ยอย่างแผ่วเบา พร้อมมือทั้งสองกำแน่น บรรยากาศราวกับหัวใจถูกบีบรัดอย่างที่สุด

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ที่คุณอ่าน