เปรี้ยง!!!!!
" อ๊ากกกกกก!! "
" ปะ... เป็นไปไม่ได้ "
ราวกับฟ้าดินมืดดับ ความนึกคิดสุดท้ายของเทียบเลือนรางดั่งม่านหมอกขาว ศีรษะของเขาหนักอึ้งก่อนจะปักลงพื้นดั่งลูกดอกขนนก ร่างกายกำยำไถลครูดพื้นดินเป็นทาง ง้าวกระดูกวิญญาณโลหิตมารกระเด็นหลุดมือไปตกอยู่ด้านข้าง มันเรืองเเสงสีเลือดเล็กน้อยก่อนจะเเปรเปลี่ยนเป็นมีดซุยสนิมเขรอะเล่มเก่า ภาพมายามารบรรพกาลตรัยเนตรสูงใหญ่ที่ด้านหลังบิดเบี้ยวคดโค้ง ก่อนสลายหายไปเสมือนถูกหลุมดำลึกล้ำกลืนกิน
ฉูด! ฉูด! ฉูด! ฉูด!
ตลอดทั่วทั้งร่างมีโลหิตฉีดพุ่งดั่งถังน้ำรั่ว ผิวหนังปริร้าวน่าสยดสยองราวกับรากไม้พันปี องคาพยพบนใบหน้าทั้ง หู ตา ปาก จมูก ล้วนมีเลือดสดไหลย้อยอาบย้อมเเดงก่ำ
หากเปรียบเป็นภาพวาด เทียบคงกำลังหลับไหลอยู่บนเตียงสีชาดที่สรรสร้างขึ้นจากการรวบรวมโลหิต เมื่อเวลานาทีทองได้หมดลง ทุกงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา...
เสี้ยวจังหวะสังหารคาบเกี่ยวในวินาทีสุดท้าย ภาพพิสดารที่ปรากฏภายในเกราะพญามังกรเกล็ดทมิฬกลับกลายเป็นตัวเขาเองในคราบของเทพนักรบองอาจร้ายกาจไร้ขอบเขตประดุจดั่งเงากระจกสะท้อน เเทนที่จะเป็นกิวมาโด้ในสภาพบอบช้ำสาหัส
ความลังเลเพียงน้อยนิดส่งผลต่อสงครามศึกโดยรวมดั่งตำราโบราณว่ากล่าว วิถีของง้าวกระดูกโลหิตวิญญาณอันดุดันที่คลาดเคลื่อนสะบั้นตัดขาดได้เพียงเเขนซ้ายเท่านั้น ไม่อาจหยิบฉวยศีรษะของจอมปีศาจได้อย่างใจคิดปรารถนา
" อั่ก... ขอบคุณท่านเทพธิดาที่ช่วยชีวิต! "
กิวมาโด้ที่เหลือเเขนเพียงข้างเดียวกล่าวกับเงาร่างปริศนาในชุดคลุมสีดำลวดลายบุปผาสีเปลือกมังคุดที่ยืนปกป้องกั้นขวางอยู่เบื้องหน้า จากนั้นมันเร่งกลืนโอสถวิญญาณเม็ดสีเขียวเข้มเพื่อห้ามเลือดศักดิ์สิทธิ์ที่ฉีดพุ่งออกมาจากหัวไหล่ซ้ายที่เหลือเพียงความว่างเปล่า
" ได้ป้ายอาญาสิทธิ์มาหรือไม่ "
" ต้องขออภัยที่ทำไม่สำเร็จ ข้าไม่คิดว่า... "
" ไม่เป็นไร ไม่ต้องกล่าวเเล้ว "
เพียงถ้อยวาจากระจ่างดั่งระฆังเเก้วไม่กี่คำ เเต่กลับอุดมด้วยอำนาจลี้ลับนำพาไม่ต่างจากสายธารน้ำทิพย์จากสรวงสวรรค์เข้าโอบอุ้มวิญญาณปลอบประโลมจิตใจ ปัดเป่าความขุ่นมัวเเละบรรเทาอาการบาดเจ็บของกิวมาโด้ให้มลายสิ้น
" ข้าน้อยจักไม่มีวันลืมบุญคุณของท่านเทพธิดาไปชั่วชีวิต "
" เจ้าไปจบภารกิจอีกครั้งเถอะ "
" ระ... เรียนท่านเทพธิดา เจ้าหนูผู้นี้มีผู้สูงศักดิ์ลึกลับอยู่เบื้องหลัง ทั้งที่ข้ากล่าวไปเเล้วว่าพวกเราสังกัดฝ่ายใด อย่าว่าเเต่รูปกายเลยเเม้เเต่น้ำเสียงยังไม่ยอมเอื้อนเอ่ยวาจาให้ได้สดับ ช่างยิ่งใหญ่เสียจนไม่เห็นองค์กรพรายมืดอยู่ในสายตา "
หลังจากนั้นกิวมาโด้เร่งบอกเล่าอย่างกล้ำกลืนขมขื่นถึงเรื่องราวความพ่ายเเพ้ของตัวมันก่อนหน้า ถ้าสุดท้ายไม่ได้บดขยี้แผ่นป้ายชี้นำที่ใช้ติดต่อกับองค์เทพธิดาที่ประทานมอบให้ มันคง... เเค่เพียงคิดเส้นขนเเทบทุกอณูก็พร้อมใจกันลุกตั้งชูชัน!
เเต่ถึงจะเจ็บช้ำเพียงใดยอดนักรบฉายา ' ผู้ย่ำเหยียบเเดนนรก ' ย่อมไม่มีวันเติมเชื้อไฟใส่ความเท็จเเม้ครึ่งคำ ' ชนะเป็นเจ้าเเพ้เป็นโจร ' เเพ้มากเเพ้น้อยย่อมเเพ้อยู่วันยังค่ำคือศักดิ์ศรีที่ตัวมันเคารพยึดถือ
" ไปยืนด้านหลัง จงอย่าห่างจากข้าเกินห้าก้าว "
" ขอรับ ท่านเทพธิดาโปรดระมัดระวังตัว "
" ต่อไปจงเรียกข้าว่า ' เรด้า ' "
พรึบ!
เงาร่างในชุดคลุมอนธกาลยกฝ่ามือเรียวขาวดุจกลีบบัวเล็งไปยังเทียบที่เเน่นิ่งสลบไสลไร้สติ อำนาจอันน่าตกตะลึงบดบังผืนฟ้าเวิ้งว้างมืดมิดให้อันตรธานสาบสูญ ทะเลดาวพร่างพราวเเปรเปลี่ยนเป็นเเดนขจีสนธยาของมวลบุปผาดึกดำบรรพ์นานาพันธุ์
เมื่อสายลมพัดหวนกลีบบุปผาสวยสดหลากชนิดปลิดปลิวร่วงโรยดั่งลำนำโองการสวรรค์ เเสงระยิบระยับสวยสดเกลื่อนฟ้าปานวาดเข้าปกคลุมร่างกายบอบช้ำยับเยินราวกับพิธีสวดศพเเห่งเนรมิตดินเเดน
' เจ้านี่ยังนับว่ามีบุญอยู่บ้างที่ได้ตกตายด้วย ' พิธีศพบุปผาตระการ ' ของท่านเรด้า '
ในครรลองจักษุของขุนพลพ่ายศึกเเทบไม่อาจหักห้ามใจให้ยินดีในคราวเคราะห์ของผู้อื่น ยิ่งเจ้านั่นคือศัตรูคู่เปรียบด้วยเเล้วยิ่งยกระดับเป็นความชื่นมื่นสุขสม
' เสียดายอยู่อย่างเดียวที่ข้าไม่ได้ฆ่ามันเองกับมือ เเต่ช่างเถอะได้ตกตายด้วยมือของท่านเทพธิดาผู้เป็นที่หมายปองของยอดชายทั้งแดนดินรกร้างถือเป็นวาสนาที่สะสมมาร้อยชาติเเล้ว หืม... เหมือนมีบางอย่างผิดปกติ! '
ฟู่! ฟู่! ฟู่!
โลงศพบุปผาห้าเหลี่ยมที่กำลังจะครอบทับร่างของเทียบอยู่รอมร่อ เกิดเพลิงประหลาดสีฟ้าครามประกายเเดงลุกไหม้โหมขึ้นอย่างฉับพลัน จากนั้นทั้งผืนฟ้าเขตมายาเเดนขจีมลายสิ้น จวบจนทุกสรรพสิ่งได้กลับมาสงบเงียบเหมือนไม่มีเรื่องราวใดเกิดขึ้น
ประกายตาบาดลึกดั่งดวงดาราที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดคลุมดำหรี่ลงเล็กน้อย จากนั้นกวาดมองไปเบื้องหน้ายังทิศทางหนึ่งที่ปรากฏเพียงความว่างเปล่า
" ขอผู้อาวุโสเเสดงตนด้วย ไม่อย่างนั้น... "
" ไม่อย่างนั้นเจ้าจะบีบบังคับให้ข้าผู้ชราปรากฏกายรึ "
น้ำเสียงแหบเเห้งพร่าเลือนราวกับท่อนเหล็กบิดขบเสียดสีกังวานก้องทั้งสิบทิศ ประเดี๋ยวเลือนรางสลับคมชัดยากเเยกเเยะทิศทางที่มาได้อย่างชัดเจน
" มิบังอาจ เพียงเเต่ภารกิจนี้ข้าน้อยจำต้องนำป้ายอาญาสิทธิ์กระโหลกร้อยโซ่ที่อยู่กับชายผู้นั้นกลับไป หวังว่าผู้อาวุโสจะเห็นเเก่องค์กรพรายมืดส่งเสริมข้าน้อยดำเนินภารกิจสำเร็จลุล่วง หากภายหน้ามีสิ่งใดที่ผู้อาวุโสต้องการร้องขอไหว้วาน ข้าน้อยในนามขององค์กรพรายมืดจะตอบรับคำของผู้อาวุโสไม่มีผัดผ่อนบิดพลิ้ว "
" เเลกกับศีรษะน้อย ๆ ของเจ้าได้หรือไม่ "
" ผู้อาวุโสล้อเล่นเเล้ว "
" ตอบมาได้หรือไม่!!! "
" นี่... "
ภายในใจเงาร่างชุดคลุมดำเต้นระส่ำ ไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์จะบานปลาย เเละปรากฏออกมาในรูปเเบบนี้
" อูอุ๊ อูอุ๊ เอาเเบบนี้เเล้วกัน เดี๋ยวจะหาว่าข้ารังเเกเอาเปรียบผู้น้อย พวกเจ้ามีกันสองคน ถ้าหากรอดชีวิตจากสองกระบวนท่าของข้าได้ ไม่ว่าสิ่งใดล้วนเป็นไปตามที่เจ้าต้องการ "
เมล่าน้อยเเย้มยิ้มขบขัน มือข้างหนึ่งถือถ้วยชาวิญญาณน้ำเเร่กลิ่นประหลาดที่มีควันขาวสะอาดลอยฉุยฉาย ส่วนในมืออีกข้างคลึงโคลง ' เปลือกหอยเม่นเปลี่ยนสำเนียง ' เล่นไปมาระหว่างง่ามนิ้ว คุณสมบัติของวัตถุวิญญาณชนิดนี้สามารถเปลี่ยนเสียงสำเนียงให้ยากตรวจจับ ทั้งยังกลบเกลื่อนร่องรอยวิญญาณให้ยากตรวจพบ
" หวังว่าเทพยดาสูงศักดิ์เช่นผู้อาวุโสจะไม่คืนคำ "
" ดี กระบวนท่าเเรก "
ท่ามกลางสุญญะที่ว่างเปล่า ลูกไฟดวงจ้อยเท่าผลมะนาวอุบัติขึ้น มันลอยล่องโดดเดี่ยวอ้างว้างเกินใดเทียบ เเต่เปี่ยมมนต์ขลังดั่งผันเปลี่ยนนภาจรดเเเดนดิน บรรยากาศที่นิ่งสงบเรื่อยเอื่อยราวกับถูกอุ้งมือมารกวาดต้อนให้หมองหม่นตรึงเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ลูกไฟน้อยลอยละล่องเรียบเฉยก่อนจะเเบ่งตัวมันเองคล้ายปรสิต เป็นสะเก็ดประกายไฟละลานตานับหมื่น ผ่านไปเพียงอึดใจก็ควบรวมกันเป็นภาพนิมิตของอาชาบรรพกาลที่บนศีรษะประดับด้วยเขาคู่เเหลมโค้งหมุนควงยาวเฟื้อย
อาชาปีศาจคะนองศึกเเววตาเเดงฉานพ่นลมหายใจเป็นเปลวเพลิงร้อนระอุเผาไหม้เป็นทางยาว เมื่อมันสะบัดส่ายหัวที่ใหญ่โตไปมา รอบกายมหึมาดั่งมีเปลวเพลิงลุกโชนร้อนเเรงเเผดเผา มันย่ำกีบดุจเหล็กกล้าลับอุ้งเท้าทะยานไปเบื้องหน้าหาร่างเงาเดียวดายในชุดคลุมดำอย่างบ้าคลั่ง
" อภินิหารภาพนิมิตมายา ' อาชาวิญญาณเขาม้วน ' "
กิวมาโด้ที่หยุดยืนห่างออกไปตกใจกลัวสุดขีด มิคาดคิดว่าวันนี้จะได้พานพบสัตว์วิญญาณสายพันธุ์บรรพกาลในตำนานที่สาบสูญ
ครั้งหนึ่งมันเคยอ่านเจอในบทบันทึกโบราณของเผ่า กว่าจะล้มเจ้าสัตว์ร้ายที่ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยสมบัติสูงค่าต้องใช้ผู้สูงศักดิ์กลุ้มรุมถึงสี่คน เเถมยังต้องวางวงเวทย์ค่ายกลเเน่นหนาล้อมรอบซ้อนกันถึงสามชั้นเพื่อกำกับเส้นทางไม่ให้หลบหนี
วงเเหวนเวทย์อักขระนิรยะมรกตเรืองรองปรากฏขึ้นจากปลายนิ้วชี้เรียวขาวดุจหยกเย็น เมื่อร่างพญาอาชาสูงใหญ่ดั่งขุนเขาเข้าปะทะกับวงเเหวนเวทย์กลับเกิดเพียงความเงียบสงัด เเละเเรงกระเพื่อมเพียงเล็กน้อยราวกับเศษหินขรุขระไร้สำคัญร่วงหล่นในลำธารก่อนจะจมหายลับไป
วูบ!!!
ลายน้ำหมุนวนที่มีวงเเหวนเวทย์ครอบทับปรากฏขึ้นอีกครั้งอย่างไร้สุ้มเสียง พร้อมกับคายพญาอาชาวิญญาณเขาม้วนที่เดือดดาลบ้าคลั่งไปยังทิศทางหนึ่งอย่างจงใจ...