งานศพของเดือนถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายและเงียบเหงาบนเรือนเก่าท้ายไร่
เสียงพระสวดดังก้อง ยืดยานชวนขนลุกท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนเดือนดับ บรรยากาศรอบเรือนอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นเขียวของดอกราตรีที่เริ่มเหี่ยวเฉา กลิ่นควันธูปสีหม่นลอยคละคลุ้ง ปนกับกลิ่นฉุนของเหล้าขาวเถื่อนที่นิลเอาแต่กระดกกรอกปากตัวเอง หวังให้ความร้อนแรงที่บาดคอลบเลือนภาพการตายของเมียรักที่ยังคงติดตา
ชาวบ้านที่มาร่วมงานมีเพียงพวกผู้ชายอกสามศอกและคนเฒ่าคนแก่ไม่กี่หัวเท่านั้น ส่วนพวกผู้หญิงก็เอาแต่ส่ายหน้าปฏิเสธการมาเหยียบเรือนหลังนี้อย่างเด็ดขาด ทุกคนต่างหวาดผวากับความเฮี้ยนของศพตายโหง
“อีเดือนมันตายโหง เืพุ่งทะลักเต็มคอแบบนั้น คงเฮี้ยนน่าดู ขนาดตาผาดที่เป็สัปเหร่อ ตอนมัดตราสังยังหน้าซีด แกบอกว่ามันนอนตายตาไม่หลับ เอามือลูบปิดกี่รอบก็ไม่ยอมลง จนต้องเอาเหรียญยัดปากปิดตานั่นแหละ ถึงจะยอมสงบ”
เสียงกระซิบกระซาบแว่วดังมาตามสายลม น้ำเสียงเ่าั้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้ในใจชาวบ้านต่างก็โล่งอกที่คนไร้เหตุผลขี้หึงระรานใครเขาไปทั่วอย่างอีเดือนตายไปเสียได้ แต่ต่างจากคนบนเรือนนี้ที่ทุกอย่างพังทลายลงอย่างฉับพลัน
นิลนั่งซุกตัวอยู่ข้างโลงไม้กระดานไม่ยอมห่าง ในมือหนากำขวดเหล้าที่พร่องไปกว่าครึ่งไว้แน่น ชายหนุ่มโทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมา หากวันนี้ไม่โมโหจนขาดสติ ไม่ตะคอกใส่หน้าเมีย เดือนก็คงไม่ต้องมานอนตัวแข็ง กลายเป็ศพเย็นชืดอยู่ในโลงไม้เช่นนี้
“นิล เอ็งกินข้าวกินปลาบ้างเถอะลูก ซดแต่เหล้าแทนน้ำ สังขารมันจะพังเอาเสียก่อน”
ยายจันเข้ามาทรุดตัวนั่งลงข้างลูกชาย แล้วเอื้อมมือเหี่ยวย่นไปลูบแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นเทาด้วยความเศร้าโศก ก่อนจะปรายมองไปยังโลงศพ ลึก ๆ ก็แอบโล่งใจที่ตัวอัปมงคลได้พ้นไปจากชีวิตลูกชายเสียที
“ฉันกินไม่ลงหรอกแม่” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยเสียงแหบพร่า ก่อนจะยกขวดเหล้ากรอกปากอีกอึกใหญ่
กึก... กึก... กึก...
เสียงเล็บขูดกับแผ่นไม้ดังลอดออกมาจากรอยต่อของโลงศพ
ยายจันที่ได้ยินเสียงก็หยุดชะงัก มือที่กำลังลูบหลังลูกชายเย็นเฉียบขึ้นมาดื้อ ๆ ลมหัวกุดจากท้ายไร่จู่ ๆ ก็พัดกรรโชกวูบใหญ่จนเปลวเทียนหน้าโลงดับพรึบ พร้อมกลิ่นคาวเืผสมกลิ่นดอกราตรีโชยคลุ้งเตะจมูก จนชาวบ้านบนเรือนพากันสะดุ้งเฮือก หน้าถอดสีกันเป็แถบ
ััเย็นที่ทาบทับลงบนหลังมือของยายจัน พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังแว่วอยู่ข้างใบหู ทำเอาคนเป็แม่ถึงกับขนลุกเกรียวไปทั่วร่าง
“ปล่อยผัวกู...”
น้ำเสียงนั้นประหนึ่งคำสั่งห้ามผู้ใดแตะต้องของ ๆ มัน... แม้กระทั่งแม่ผัวก็ตาม
หลังเสร็จสิ้นงานศพ ทุกค่ำคืนชายหนุ่มก็มักหิ้วขวดเหล้ามานั่งกินย้อมใจที่เรือน แล้วร้องไห้ฟูมฟายโหยหาเมียรักก่อนจะล้มพับไปเพราะความเมา ยายจันเห็นลูกชายตรอมใจคล้ายคนโดนของ จึงวานให้พวกผู้ชายในหมู่บ้านมาลากตัวนิลกลับไปพักฟื้นที่บ้านในหมู่บ้าน
เมื่อทิ้งระยะห่างจากเรือนหอนองเื อาการของนิลก็เริ่มฟื้นดีขึ้น เริ่มกลับมากินข้าวกินปลาได้ตามปกติ แต่ถึงอย่างนั้นชาวบ้านก็ยังคงตีตัวออกห่าง โดยเฉพาะพวกผู้หญิงที่ต่างพากันเลี่ยงหนี เพราะกลัวิญญาผีอีเดือนที่อาจจะหวงผัวจนไม่ยอมไปผุดไปเกิด ขืนใครทะเล่อทะล่าเข้าไปทอดสะพานให้ไอ้นิลในยามนี้ มีหวังโดนผีตามไปหักคอถึงเรือนแน่
วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน สายลมหนาวของฤดูเก็บเกี่ยวก็พัดมาเยือนอีกครั้ง ท่ามกลางท้องทุ่งนาที่กลายเป็สีเหลืองทอง นิลจึงจำเป็ต้องกลับมานอนเฝ้านาข้าวที่เรือนรักท้ายไร่อีกครั้ง ่แรกด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการตรากตรำเกี่ยวข้าวอาบเหงื่อต่างน้ำมาทั้งวัน ทันทีที่ล้มตัวลงนอนชายหนุ่มก็หลับสนิทไม่ไหวติง
กระทั่งกลางดึกสงัดของคืนเดือนแรม...
ท่ามกลางความมืดมิดกับเสียงหมาหอนที่รับส่งกันเป็ทอด ๆ ไอเย็นจัดจากด้านนอกแผ่ซ่านเข้ามาในห้องจนรู้สึกหนาวสะท้าน นิลจึงลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย พยายามจะขยับตัวเอาผ้าขึ้นมาห่ม แต่กลับพบว่าท่อนแขนและขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกหินทับไว้ ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว ลมหายใจก็ติดขัดอยู่ในลำคอ
นิลทำได้เพียงนอนนิ่ง ๆ แล้วเพ่งมองฝ่าความมืดสลัวไปยังปลายเท้า
ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าซีดขาวไร้สีเืและแววตาดุดันคู่นั้นจ้องมองมาเขม็ง พร้อมแสยะยิ้มกว้างฉีกไปถึงรูหู ที่ลำคอปรากฏรอยแผลเหวอะหวะจากคมมีดบาดลึก ปากแผลแยกออกจนเห็นหลอดลมด้านใน และมีเืสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย
เสียงจิ้งหรีดเรไรที่ขับขานอยู่เมื่อครู่พากันเงียบกริบลงทันตา จนนิลได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังโครมครามกระแทกอกด้วยความกลัว
ร่างนั้นไม่ได้เดินเข้ามาหา แต่กลับคืบคลานขึ้นมาตามฟูกนอนช้า ๆ พร้อมกลิ่นหอมเย็นของดอกราตรีที่โชยมาปะทะจมูกชวนขนลุก ยิ่งร่างนั้นขยับเข้ามาใกล้มากเท่าใด นิลก็ยิ่งเห็นชัดเจนว่าคือใคร “เดือน” เมียรักที่จากโลกนี้ไปแล้ว
“พี่นิล... ฉันมาหาพี่แล้ว...”
เสียงแหบพร่าดังก้องขึ้นในหัว พร้อมร่างเย็นเฉียบที่ทาบทับลงมาบนแผงอกกำยำ นิลพยายามจะดิ้นและร้องะโทว่ากลับทำอะไรไม่ได้ ชายหนุ่มรับรู้ได้เพียงความเย็นเฉียบที่เสียดสีกับผิวกายร้อนผ่าวของตัวเอง มือซีดขาวเล็บยาวดำขลับกำลังกรีดกรายลูบไล้ลงไปตามหน้าท้อง ลากผ่านมัดกล้ามลงไปเบื้องล่างเพื่อปลุกปั่นความปรารถนาให้ตื่นตัว
นิลเบิกตาโพลง ทะลึ่งพรวดขึ้นมานั่งหอบหายใจ เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า ชายหนุ่มเหลียวซ้ายแลขวาด้วยความใและหวาดกลัว แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า และเสียงลมพัดยอดข้าวเสียดสีกันดังกราวอยู่นอกเรือน
หลังจากคืนนั้น นิลก็มักจะฝันเห็นเดือนมายืนส่งยิ้มหวานอยู่ที่ปลายเท้าทุกค่ำคืน จนชายหนุ่มเลิกหวาดผวาไปเอง ยามว่างก็มักจะมานั่งลูบคลำข้าวของเครื่องใช้ของเมียรักด้วยแววตาเหม่อลอย ทุกเช้านิลจะฝืนสังขารที่อิดโรยและขอบตาที่ดำคล้ำ เดินออกไปใส่บาตรที่หน้าปากทาง หวังเพียงให้ดวงจิตของเดือนได้รับส่วนบุญและไปสู่สุคติ
แต่ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่า ยิ่งหัวใจโหยหามากเท่าใด แรงกรรมจากจิตสุดท้ายก่อนตาย ก็ยิ่งดึงรั้งิญญาของเดือนให้ผูกติดอยู่กับตัวเองแน่นขึ้นทุกที
จากใจนักเขียน
เื่นี้มี Ebook นะค่ะ ราคาไม่แรงเหมือนผีอีเดือน ตอนนี้กำลังอยู่ใน่โปรโมชั่น ราคา 39 บาทเท่านั้น ในเล่มมีตอนพิเศษด้วยนะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6ODo
iMTM3MzA1MjAiO3M6NzoiYm9va19pZCI7czo2OiI0NTA4MzYiO30
sds