บทที่ 21 ท่านฉินผู้กระฉ่อนในโลกการค้าเมื่อชาติก่อน
“สวัสดีหนานหน่าน” ฟางกั๋วผิงมองเธอ ชักชวนต่อพร้อมกับรอยยิ้ม “ไป เรารีบเข้าบ้านกันเถอะ”
เจียงหนานจอดจักรยาน หอบถุงกระสอบลงมาด้วยสองมือแล้วหาบไปในลานบ้าน
บ้านฟางกั๋วผิงไม่มีแม้แต่ประตูใหญ่ที่ได้มาตรฐาน ตัวบ้านในลานก็เป็บ้านดินที่ผ่านยุคสมัยมานาน
แม้จะดูยากจนข้นแค้น แต่ลานบ้านก็ปัดกวาดไว้อย่างสะอาดสะอ้าน
นอกจากนี้ยังปลูกดอกไม้พรรณพืชนานาชนิดเอาไว้
พืชสีเขียวชอุ่มที่เปี่ยมด้วยพลังชีวิต ช่วยเพิ่มสีสันให้กับลานบ้านเล็ก ๆ แห่งนี้อย่างยิ่ง
เจียงหนานวางถุงกระสอบ เทสมุนไพรร่วมกับลู่ฮุ่ยฟางลงในลานบ้านเพื่อตากแดด
สมุนไพรที่ลู่ฮุ่ยฟางขุดมาคือผูกงอิงทั้งหมด
ตะกร้าใบใหญ่กับถุงกระสอบ น่าจะมีน้ำหนักถึงสี่สิบหรือสี่สิบห้ากิโลกรัม
แต่นี่คือผูกงอินสดใหม่ที่เพิ่งขุดขึ้นมา
ถ้ารอตากจนแห้ง อาจเหลือแค่สิบหรือสิบห้ากิโลกรัมเท่านั้นล่ะมั้ง
ทั้งหมดนี้คงขายได้แปดหรือเก้าหยวน
ในยุคนี้ถือว่าต้องทำงานเอาจริงเอาจังให้ได้ค่าแรงวันเดียว
การตากแห้งสมุนไพรสดใหม่พวกนี้มีขั้นตอนมากมาย
ต้องพึ่งพาแสงแดดตากให้แห้ง แต่ถ้าตากวันฝนตกก็จะขึ้นรา
อีกอย่าง พ่อค้าไม่ได้เข้าหมู่บ้านตามเวลา
หากขึ้นราขึ้นมานับว่าเสียหายค่อนข้างมาก
เจียงหนานช่วยหล่อนหยิบจับสมุนไพรแล้วชวนลู่ฮุ่ยฟางคุย “ได้ยินว่าบนูเามีหวงฉีป่าด้วย พ่อค้าจะเก็บพวกหวงฉีป่ากับโกฐสอ*[1] ทำไมคุณอาไม่ขุดมาล่ะคะ สมุนไพรพวกนั้นมีน้ำน้อย ถึงจะไม่แพงเท่าผูกงอินแต่ก็มีราคาสูงนี่หน่า”
“ขุดผูกงอินอย่างเดียวแบบนี้คงเหนื่อยแย่”
ลู่ฮุ่ยฟางกล่าวว่า “ฉันขึ้นเขาวันแรกด้วยล่ะมั้ง อันไหนขุดได้เร็วก็ขุดอันนั้น พวกหวงฉีป่าคนขุดเยอะมาก ต้องหาทั่วูเา”
ผูกงอินดูตากแห้งง่าย ดูแลง่าย ขุดมาได้เงินง่ายเช่นกัน
“คราวหน้าคุณอาเอาแค่พอไหวนะคะ อย่าให้ตัวเองเหนื่อยเกินไป”
“ได้ คราวหน้าฉันจะแบกให้น้อยลงก็แล้วกัน”
หลังจากกระจายสมุนไพรแล้ว ลู่ฮุ่ยฟางก็ชักชวนเจียงหนานเข้าบ้านอย่างเป็มิตร
เจียงหนานเอ่ย “ไม่ล่ะค่ะคุณอา คราวหน้าเราค่อยคุยกันใหม่ ฉันกลัวว่าลู่ฮ่าวจะรออยู่หน้าหมู่บ้าน”
ก่อนจะไป เธอก็พูดกับฟางกั๋วผิง คนรักของลู่ฮุ่ยฟางว่า “อาเขย ถ้าคุณขยันออกกำลังกาย ร่างกายจะดีขึ้นเองค่ะ”
ใบสั่งยาที่เนี่ยอวิ๋นให้เธอ เธอจะยังไม่ให้ลู่ฮุ่ยฟางก่อน อย่างไรก็ยังไม่สนิทกันมากนักที่จะคุยกันเื่นี้
ฟางกั๋วผิงเป็โรคเรื้อรัง ยังไม่ต้องรีบร้อนรักษาตอนนี้ ต้องรอให้ทุกคนสนิทสนมและได้รับความไว้ใจเสียก่อน ค่อยลงมือวินิจฉัยโรคให้เขาก็ยังได้
เจียงหนานกำลังจะจากไป แต่ลู่ฮุ่ยฟางวิ่งไปห้องครัว ก่อนจะไล่ตามออกมาพร้อมกับกุยช่ายหนึ่งกำมือ
“หนานหน่าน นี่คือกุยช่ายที่ฉันปลูกเอง พ่อฉันชอบกินเกี๊ยวไข่กุยช่ายที่สุด ฉัน... ฉันไม่มีโอกาสทำให้เขากิน เธอเอากลับไปทำเกี๊ยวให้พวกเขาเถอะ”
เจียงหนานรับกุยช่ายมา เอ่ยขอบคุณอย่างสุภาพ “ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
เจียงหนานเข็นรถจักรยานออกจากบ้านตระกูลฟาง ตรงไปดูที่หน้าหมู่บ้าน
เธออยากดูว่าลู่ฮ่าวกำลังรอเธออยู่หรือเปล่า
ถ้าเธอไม่ได้กลับบ้านพร้อมกับลู่ฮ่าว คุณปู่จะต้องตั้งคำถามอีกแน่
ตามคาด เธอเห็นลู่ฮ่าวจริง ๆ ด้วย
เขายืนอยู่ใต้ต้นหวายซู่ใหญ่ที่หน้าหมู่บ้าน เห็นเป็ร่างดำทะมึน ผ้าก๊อซพันใบหน้านั้นสะดุดตามาก
มีชายคนหนึ่งสวมเสื้อเชิ้ตเครื่องแบบสีเทายืนอยู่ข้าง ๆ
ผู้ชายคนนั้นรูปร่างสูงโปร่ง หน้าด้านข้างหล่อเหลา รอยยิ้มเปล่งประกายเจิดจ้า
ตรงกันข้ามกับกลิ่นอายสงบเยือกเย็นของลู่ฮ่าวอย่างสิ้นเชิง
เจียงหนานชะงักงันอยู่สองวินาที ถึงดูออกว่าคนคนนี้คือใคร
ฉินเฟิง
เพื่อนสนิทของลู่ฮ่าว
ท่านฉินผู้กระฉ่อนในแวดวงการค้าเมื่อชาติก่อน
เขาเป็นายห้างที่ร่ำรวยจากการขายเสื้อผ้านั่นเอง
พอเจียงหนานเห็นเขา ในใจก็อดคิดถึงชะตาชีวิตของฉินเฟิงในชาติก่อนไม่ได้
เขาสวมชุดเครื่องแบบตำรวจอยู่
ถึงกระนั้น ฉินเฟิงในเวลานี้ ยังคงเป็เ้าหน้าที่ตำรวจในสถานีตำรวจเมืองเล็ก ๆ
ฉินเฟิงที่เธอเห็น ยังคงเป็ชายหนุ่มผู้สดใส
แตกต่างกับท่านฉินผู้หน้าเบื่อโลกและอารมณ์ร้อนในชาติก่อนโดยสิ้นเชิง ราวกับเป็คนละคนเลยทีเดียว
เขายังคงทำงานเป็ตำรวจ ดังนั้นสิ่งที่เปลี่ยนชะตากรรมทั้งครอบครัวของเขาในชาติที่แล้วจึงยังไม่เกิดขึ้น
ความคิดของเจียงหนานท่วมท้นเพราะเจอเพื่อนเก่าอย่างคาดไม่ถึง
แต่ในไม่ช้า ความคิดของเธอก็ถูกเสียงนินทาของชายคนนั้นขัดจังหวะ
“พี่ฮ่าว คงไม่ใช่ว่าภรรยาแกฉวยโอกาสนี้หนีไปหรือ?”
“หนีไปก็ดีสิ” ลู่ฮ่าวยืนเอามือข้างหนึ่งล้วงประเป๋า น้ำเสียงไม่ใคร่แยแส
ฉินเฟิงทำท่าทางอยากรู้อยากเห็น “ดูแกทำท่าทีเข้าสิ ฉันยังไม่เคยเจอตัวเป็ ๆ เลย จะปล่อยให้หนีไปเสียก่อนได้อย่างไร?”
เจียงหนาน “...”
ฉินเฟิงถามด้วยความเป็ห่วง “ตอนแยกกันไปทางไหนล่ะ? ถ้าหนีไปจริง ๆ ฉันจะไปตามกลับมาให้”
ลู่ฮ่าวถลึงตามองเขาแวบหนึ่ง
ฉินเฟิงกล่าวเสริมว่า “อย่างน้อยก็เอาเงินสินสอดคืนมา กว่าปู่จะเก็บสะสมเงินไม่ใช่ง่าย ๆ อย่าเสียทั้งเงินเสียทั้งคนสิ”
เจียงหนานไม่ทนฟังอีกต่อไป เธอะโใส่ชายที่ยืนอยู่ข้างต้นไม้ “ลู่ฮ่าว”
ลู่ฮ่าวหันศีรษะ เห็นยัยหมูน้อยเดินมาจากทางเข้าหมู่บ้านก็ชักแปลกใจ “ทำไมเธอถึงมาจากทางนั้น?”
เจียงหนานอธิบายว่า “ตอนแรกฉันรอคุณอยู่หน้าหมู่บ้าน บังเอิญเจออาหญิงลงเขามาจากขุดสมุนไพร ฉันเลยช่วยหล่อนขนสมุนไพรกลับบ้านน่ะ”
เมื่อเห็นหญิงสาวกำลังเข็นจักรยานเข้ามาใกล้ ฉินเฟิงก็รีบวิ่งอุตลุตมาจากหลังต้นไม้แล้วพินิจมองเจียงหนานทันที “เธอคือภรรยาที่โดนคลุมถุงชนของลู่ฮ่าวหรือ?”
เจียงหนานยิ้มให้เขา “สวัสดี ฉันชื่อเจียงหนาน”
“เจียงหนาน?” ฉินเฟิงพยักหน้า “ชื่อไพเราะน่าฟัง”
เขาเหลือบมองร่างอันล่ำสันของเจียงหนานพลางแย้มยิ้ม “สรีระก็ไม่เลว”
เจียงหนาน “...”
“ฉันชื่อฉินเฟิง เป็เพื่อนของลู่ฮ่าว” ฉินเฟิงชายตามองลู่ฮ่าวอย่างหยอกล้อ บอกเป็นัยว่าภรรยาตัวน้อยของเขาไม่เลวเลย
เจียงหนานถามลู่ฮ่าว “เพื่อนที่คุณเรียกมาช่วยทำผนังก็คือเขาหรือ?”
“อืม”
ลู่ฮ่าวเอ่ยเสียงราบเรียบ “สายแล้ว รีบกลับบ้านเถอะ”
หลังจากพูดจบก็แยกตัวเดินตรงไปข้างหน้า
ฉินเฟิงโปรยรอยยิ้มสดใสให้เจียงหนานระหว่างเดินขนาบอยู่ข้างลู่ฮ่าว
เจียงหนานได้แต่เข็นจักรยานคนเดียว ตามหลังพวกเขา
ฉินเฟิงเดินอยู่ข้างกายลู่ฮ่าว แหย่เขาเป็ครั้งคราว กระนั้นก็ทำเพียงหยอกล้อเสียงเบา “แม่สาวอ้วนรู้ความทีเดียว”
“ฉันว่าแกพอเอาตัวรอดได้อยู่นะ แม่สาวคนนี้ดูจากรูปร่างหน้าตาก็รู้ว่าเป็ภรรยานำโชค*[2]”
“อยู่ในชุดตำรวจแล้วยังเชื่อเื่นี้อีกหรือ? เชื่อไหมว่าฉันจะไปแจ้งรายงานแก”
“เชื่อเื่ไสยศาสตร์พวกนี้จะเป็ไรไป ฉันแค่รู้สึกว่าหล่อนค่อนข้างใสซื่อน่ะ”
เจียงหนาน “...”
เธอกำลังเข็นจักรยานตามหลังพวกเขา มุมปากกระตุกนิด ๆ ยามได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของบุรุษสองคนตรงหน้า
ทั้งสองคนช่วยพูดให้ดังกว่านี้หน่อยได้ไหม?
แต่นับว่าสหายฉินเฟิงสายตาไม่เลวเลย ที่บอกว่าเธอเป็ภรรยานำโชคเนี่ย
หลังจากเข้าไปในบ้าน ผู้เฒ่าลู่ก็เห็นลู่ฮ่าวกับเจียงหนานกลับมาด้วยกันก็รีบต้อนรับ
ผู้เฒ่าลู่ทำน้ำยาทาผนังเรียบร้อยแล้ว
ขณะนี้กำลังถืออ่างแล้วกวนน้ำยาด้วยตะเกียบ
นอกจากชายชราแล้ว ในลานบ้านยังมีลู่เสี่ยวเยว่ยืนอยู่ด้วย
วันนี้ลู่เสี่ยวเยว่แต่งกายค่อนข้างทันสมัย เธอสวมกางเกงรัดรูป เสื้อเชิ้ตลายดอกไม้ แถมยังผัดหน้าทาแป้ง เขียนคิ้ว ปล่อยผมสยาย ผมครึ่งศีรษะรวบติดโบว์เอาไว้
แม้จะให้ความรู้สึกเหมือนก้ำกึ่งระหว่างคนเมืองกับชนบท แต่ก็นับว่ามีดูทันสมัยอยู่บ้าง
ทันทีที่เจียงหนานเห็นลู่เสี่ยวเยว่ ประโยคหนึ่งก็พลันแวบเข้ามาในหัว ลู่เสี่ยวเยว่นี่สตรีประทินโฉมเพื่อคนผู้เป็ที่รัก*[3] เสียจริง
*[1] โกฐสอ รากแห้งของพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Angelica dahurica มีสรรพคุณบรรเทาอาการหวัดจากการกระทบลมเย็นภายนอก บรรเทาอาการปวดศีรษะ ลดอาการคัดจมูก
*[2] ภรรยานำโชค หมายถึง ภรรยาที่นำพาความโชคดีมาให้สามี
*[3] สตรีประทินโฉมเพื่อคนผู้เป็ที่รัก มาจากประโยคที่ว่า บุรุษยอมตายเพื่อคนรู้ใจ สตรีประทินโฉมเพื่อคนผู้เป็ที่รัก ในบันทึกชีวประวัตินักฆ่าของจีน