บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 1 โลกเยาหลิง โลกแห่งจิตอสูร บทที่ 11 ข่มขู่

           เนี่ยหลีมองเสิ่นซิ่วที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เขายิ้มบางๆและกล่าว “อาจารย์เสิ่นซิ่วมีความรู้สูงส่งโดยแท้หนังสือที่ไม่เคยเห็นก็บอกว่าไม่มีอยู่จริงมิใช่หมายความว่าอาจารย์เสิ่นซิ่วอ่านหนังสือมาหมดโลกแล้วหรอกหรือ?” เสิ่นซิ่วในชาติที่แล้วก็ไร้เหตุผลไม่น้อย


            “หนังสืออัคคีสายฟ้าสวรรค์รึ? ข้าจำได้แล้วดูเหมือนข้าจะยืมหนังสือเล่มนี้มาจากห้องสมุดอีกด้วย! นักเรียนจากครอบครัวสามัญคนหนึ่งพลันเริ่มพูดขึ้นเสียงดังเขายืมหนังสือมาสามเล่ม หนึ่งในนั้นชื่อว่าหนังสืออัคคีสายฟ้าสวรรค์ แต่เนื้อหาหลายอย่างในหนังสืออัคคีสายฟ้าสวรรค์ยากเกินไปเขาอ่านไม่รู้เรื่อง ยังลืมคืนหนังสือเล่มนี้กลับไปอีกด้วย

            เสียงพูดของนักเรียนจากครอบครัวสามัญผู้นั้นทำให้ใบหน้าของเสิ่นซิ่วดำคล้ำลงไปอีก

            นักเรียนสามัญชนผู้นี้หยิบหนังสืออัคคีสายฟ้าสวรรค์ขึ้นมาพลิกเปิดหนังสือเล่มนี้เป็นฉบับคัดลอก มิใช่ฉบับดั้งเดิมถูกเขียนขึ้นด้วยภาษายุคอาณาจักรวายุเหมันต์ บทแรกถูกแปลไว้แล้ว ทว่าบทอื่นๆยังไม่ได้รับการแปล ภาษาจากสมัยอาณาจักรวายุเหมันต์ยุ่งยากซับซ้อนยิ่งนักคนทั่วไปไม่อาจเข้าใจได้

            คิดไม่ถึงว่าจะมีหนังสือเล่มนี้อยู่จริง กระทั่งรองอาจารย์ใหญ่เยี่ยเซิ่งกับอาจารย์หลีว์เย่ก็ยังได้แต่มองหน้ากันด้วยความแปลกใจแม้พวกเขาเป็นถึงรองอาจารย์ใหญ่และอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิของโรงเรียนเซิ่งหลันทว่าห้องสมุดโรงเรียนเซิ่งหลันมีหนังสืออยู่นับแสนเล่มหนังสือกว่าเก้าส่วนที่รวบรวมไว้มาจากยุคโบราณ แม้แต่พวกเขาก็ยังไม่กล้าพูดว่าพวกเขาสามารถขานชื่อหนังสือออกมาได้ทุกเล่มทั้งยังมีหนังสืออีกมากมายที่พวกเขาแปลไม่ออก

            ในอดีตเนี่ยหลีท่องไปทั่วแผ่นดินใหญ่ รู้จักภาษาถึงเจ็ดภาษาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่ระดับตำนาน หนังสือทุกชนิดเพียงชำเลืองมองคราวเดียวก็อ่านได้ถึงสิบบรรทัดแล้วอีกทั้งไม่ลืมเลือนเนื้อหาที่อ่านมานั้นอีกอีกทั้งเนี่ยหลียังอาศัยอยู่ในห้วงเวลาภายในหนังสือบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาอยู่นานนับร้อยปีอ่านหนังสือไปนับล้านเล่ม

            ภาษายุคอาณาจักรวายุเหมันต์ สำหรับเนี่ยหลีแล้วไม่เป็นอุปสรรคเลยแม้แต่น้อย

            กระทั่งเยี่ยเซิ่งและผู้เฒ่าชุดเทาที่นั่งถัดหลีว์เย่ไปนั้น ต่างก็ทำสีหน้าประหลาดหนังสืออัคคีสายฟ้าสวรรค์เล่มนั้นพวกเขาก็ไม่เคยอ่านมาก่อน

            “เยี่ยเซิ่ง ส่งคนไปที่ห้องสมุดนำหนังสืออัคคีสายฟ้าสวรรค์มาสิ!” ผู้เฒ่าชุดเทาสั่ง

            “ขอรับ” เยี่ยเซิ่งหันมองหลีว์เย่ที่อยู่ถัดไป หลีว์เย่ไม่กล้าเพิกเฉยรีบพุ่งตัวออกไป

            สายตาของนักเรียนทุกคนในชั้นพุ่งไปทางหนังสืออัคคีสายฟ้าสวรรค์ในมือของนักเรียนสามัญชนผู้นั้นไม่ว่าจะเป็นเยี่ยจื่ออวิ๋นหรือเสิ่นเยวี่ย ทุกคนต่างแปลกใจในฐานะที่เป็นเด็กจากครอบครัวชั้นสูง พวกนางอ่านหนังสือมาแล้วมากมายทว่าพวกนางกลับไม่เคยรู้ว่ามีหนังสือเช่นอัคคีสายฟ้าสวรรค์อยู่เพราะหนังสือเล่มนี้ห่างตัวเกินไป น้อยคนนักที่จะสนใจเรียนรู้มัน

            เมืองกวงฮุยมียันต์ซึ่งมีรูปแบบสมบูรณ์ที่สุดอยู่สามรูปแบบ ได้แก่วายุเหมันต์ อัคคีสวรรค์ และยันต์นำทัพ แทบทุกคนศึกษายันต์ทั้งสามรูปแบบนี้ยันต์อัคคีสายฟ้าสูญหายไปในระหว่างยุคมืดนานแล้วเหลืออยู่ในหนังสือเพียงไม่กี่เล่ม เช่นหนังสืออัคคีสายฟ้าสวรรค์ทั้งหมดล้วนยังไม่ถูกแปล ดังนั้นจึงถูกวางไว้บนหิ้งบางครั้งก็จะมีนักเรียนบางคนยืมมันไปศึกษา แต่เมื่อพบว่าตนไม่อาจเข้าใจเนื้อหาในหนังสือได้พวกเขาย่อมต้องส่งมันกลับคืนทันที

            “ไหนข้าดูหน่อยซิ หนังสืออัคคีสายฟ้าสวรรค์บทที่เจ็ด” นักเรียนสามัญชนผู้นั้นเริ่มเปิดค้นหนังสือไปทั่วหนังสืออัคคีสายฟ้าสวรรค์เล่มนี้หนาหลายร้อยหน้า มีทั้งภาพทั้งตัวอักษรเต็มไปด้วยแผนภาพยันต์สายฟ้าทุกชนิด หลังจากบทที่หนึ่งไปก็ไม่มีคำแปลแล้วตัวหนังสือยุ่งยากซับซ้อนพวกนั้นแค่เห็นก็ทำให้ผู้คนปวดหัวแล้วพอเปิดไปถึงบทที่เจ็ด ลำพังแค่บทที่เจ็ดก็มีรูปแบบยันต์อยู่นับร้อยรูปนักเรียนสามัญชนผู้นั้นเริ่มเปรียบเทียบกับภาพบนกระดานดำไปทีละภาพมองหาภาพที่เหมือนกับยันต์ระเบิดเพลิงสีแดง

            ทุกคนในชั้นเริ่มหมดความอดทน หาเช่นนี้เมื่อไหร่จึงจะพบ?

            สีหน้าของเสิ่นซิ่วเย็นยะเยือก “เดาว่าเจ้าคงพบหนังสือเล่มนี้จากมุมใดมุมหนึ่งในห้องสมุดและไม่รู้ว่าในนั้นเขียนอะไรไว้บ้างก็มาพูดว่ายันต์ระเบิดเพลิงสีแดงเอามาจากหนังสือเล่มนี้ไม่รู้จะเรียกว่าโอหังได้หรือไม่ บรรพชนตระกูลเสินเซิ่งของข้าถูกเจ้าทำให้มีมลทินหากเจ้าหายันต์รูปนั้นไม่พบข้าจะไปที่หอพิพากษาศักดิ์สิทธิ์ฟ้องร้องว่าเจ้าหยามเกียรติบรรพชนของข้า

            เนี่ยหลีแสร้งทำเป็นยิ้มแล้วจ้องมองเสิ่นซิ่ว หัวเราะและก็พูดว่า “อาจารย์เสิ่นซิ่ว ท่านพูดเรื่องพวกนี้ช้าเกินไปหรือไม่หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเก่าจากยุคอาณาจักรวายุเหมันต์ อายุกี่พันปีแล้วยังอายุมากกว่าบรรพชนคนแรกของตระกูลเสินเซิ่งเสียอีกมิใช่หรือ?”

            “ไม่ผิด!” เสิ่นซิ่วพยักหน้านี่เป็นข้อเท็จจริงที่ยากจะปฏิเสธ

            “เช่นนั้นก็ง่ายแล้ว” เนี่ยหลีมองเด็กนักเรียนสามัญชนผู้นั้นและพูดว่า“พลิกหนังสืออัคคีสายฟ้าสวรรค์บทที่เจ็ดนับจากท้ายบทขึ้นมาสามสิบหน้า แผนภาพลำดับที่หกบนหน้าที่สามสิบเทียบกับยันต์ระเบิดเพลิงสีแดง”

            เห็นใบหน้าเนี่ยหลีเต็มไปด้วยความมั่นใจ ในใจของเสิ่นซิ่วเคียดแค้นยิ่งนักหากเนี่ยหลีค้นพบที่มาของยันต์ระเบิดเพลิงสีแดงนั่นย่อมกลายเป็นความด่างพร้อยของตระกูลเสินเซิ่งเพราะตระกูลเสินเซิ่งเคยประกาศการประดิษฐ์รูปแบบยันต์ระเบิดเพลิงสีแดงและยันต์อื่นๆอีกถึงสิบหกรูปแบบของบรรพชนต้นตระกูลซึ่งสร้างชื่อเสียงใหญ่หลวงให้กับตระกูลเสินเซิ่งหากโลกภายนอกรับรู้ว่ายันต์ต่างๆของตระกูลเสินเซิ่งมาจากการลอกแบบจากหนังสือโบราณเล่มนี้นั่นย่อมต้องเป็นการทำลายชื่อเสียงของตระกูลเสินเซิ่งอย่างใหญ่หลวง

            เห็นสีหน้าแฝงแววหวาดกลัวของเสิ่นซิ่ว เนี่ยหลีแอบยิ้มอย่างเย็นชาชื่อเสียงของตระกูลเสินเซิ่งล้วนมาจากการถือครองรูปแบบยันต์อัคคีศักดิ์สิทธิ์ซึ่งสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นประดิษฐ์รูปแบบยันต์ขึ้นเองอะไรกันพรสวรรค์อันโดดเด่นที่ปกป้องเมืองกวงฮุยจากเหตุการณ์เลวร้ายอะไรกันอันที่จริงตระกูลเสินเซิ่งก็เป็นแค่พวกเสแสร้งตระกูลหนึ่งเท่านั้น!

            ก่อนที่เมืองกวงฮุยในชาติก่อนจะถูกทำลายทุกครอบครัวล้วนต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเมืองตระกูลเสินเซิ่งรับผิดชอบเฝ้าประตูทางทิศตะวันตกของเมืองกวงฮุยแต่ระหว่างที่สงครามกำลังดำเนินไปอย่างรุนแรง เพื่อที่จะถนอมกำลังของตนตระกูลเสินเซิ่งให้นักสู้ทุกคนในครอบครัวหนีไปซ่อนตัวในภูเขาเซิ่งจู่ทำให้ประตูทางทิศตะวันตกแตกพ่าย ทำให้อสูรวายุเหมันต์ดาหน้ากันเข้ามาในเมืองได้เนี่ยหลียังจำได้ชัดเจน ปีนั้นอสูรวายุเหมันต์เข่นฆ่าชาวเมืองกวงฮุยอย่างโหดเหี้ยม

            เนี่ยหลีและพวกที่เหลือไม่มีทางเลือก จำต้องทิ้งบ้านอพยพออกจากเมืองกวงฮุย!

            หลังจากเกิดใหม่ เนี่ยหลีไม่มีความรู้สึกที่ดีต่อตระกูลเสินเซิ่งเลยแม้แต่น้อย

            ในชีวิตหนนี้ ข้าจะให้ครอบครัวจอมเสแสร้งนี้ถูกลบออกไปจากเมืองกวงฮุยให้จงได้!

            คิดอยากให้ตระกูลเสินเซิ่งถูกผู้คนทั้งเมืองกวงฮุยรังเกียจก่อนอื่นต้องเปิดเผยธาตุแท้ของครอบครัวจอมเสแสร้งนี้เสียก่อน!

            “หน้าสามสิบ รูปแบบที่หกงั้นรึ?” นักเรียนสามัญชนผู้นั้นพึมพำเมื่อได้คำแนะนำนั้น เขาก็พบภาพยันต์อัคคีสายฟ้าที่ต้องการอย่างรวดเร็ว

            “เฮ้ย!” กลุ่มนักเรียนพากันส่งเสียงร้องด้วยความแปลกใจรูปยันต์อัคคีสายฟ้าประกอบด้วยสองส่วน ส่วนหนึ่งมีลักษณะเหมือนยันต์ระเบิดเพลิงสีแดงไม่มีผิดเพี้ยนยันต์ระเบิดเพลิงสีแดงดูซับซ้อนน้อยกว่ายันต์อัคคีสายฟ้ามีลักษณะเทียบเท่ากับครึ่งส่วนของมันพอดี

            เนี่ยหลีพูดถูกจริงๆ

            เสิ่นซิ่วกำหมัดแน่น ปลายนิ้วของนางซีดขาวเสิ่นเยวี่ยที่อยู่ในกลุ่มนักเรียนจ้องมองไปทางเนี่ยหลีแววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังเพราะเนี่ยหลีกำลังทำลายชื่อเสียงของตระกูลเสินเซิ่งของพวกมัน!

            เนี่ยหลีย่อมสังเกตเห็นสีหน้าเป็นปรปักษ์ของเสิ่นซิ่วและเสิ่นเยวี่ยเขาหัวเราะอย่างเย็นชาคราหนึ่ง คนบ้านเสินเซิ่งล้วนเหมือนกันหมดไม่ถามหาเหตุผลกับตนเอง เอาแต่กล่าวโทษผู้อื่น หากมิใช่พวกเจ้าทำผิดใยต้องกลัวว่าผู้อื่นจะเปิดโปงเล่า?

            “ต่อให้บรรพชนของตระกูลเสินเซิ่งของข้าประดิษฐ์ยันต์ขึ้นจากยันต์อัคคีสายฟ้าแล้วจะเป็นไร?”เสิ่นซิ่วส่งเสียงฮึเย็นชาคราหนึ่ง

            เนี่ยหลีหัวเราะฮาๆ และตอบ “อาจารย์เสิ่นซิ่วดูเหมือนท่านไม่คุ้นเคยกับจรรยาบรรณของผู้ควบคุมจิตอสูรดีนักท่านต้องการให้ข้าอธิบายให้ฟังหรือไม่? จรรยาบรรณผู้ควบคุมจิตอสูรถ่ายทอดกันมาเป็นเวลากว่าสามพันปีแล้วผู้ควบคุมจิตอสูรทุกคนล้วนต้องทำตามกฎเกณฑ์นี้จรรยาบรรณผู้ควบคุมจิตอสูรบทที่หนึ่งร้อยหกสิบเอ็ด การคัดลอกยันต์จากผู้ควบคุมจิตอสูรผู้อื่นต้องระบุแหล่งที่มาให้ชัดเจนและไม่อาจกล่าวอ้างว่าเป็นของตนได้นี่เป็นจรรยาบรรณของผู้ควบคุมจิตอสูรช่หรือไม่!”

            “เจ้า... เจ้า...” เสิ่นซิ่วโกรธจนตัวสั่นคำพูดของเนี่ยหลีช่างจี้ใจดำยิ่งนัก พูดตามตรงว่าตระกูลเสินเซิ่งไม่เคารพกฎเกณฑ์ของผู้ควบคุมจิตอสูรเลยแม้แต่น้อยทว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ นางก็ไม่อาจปฏิเสธถ้อยคำของเนี่ยหลีได้

            “หากเป็นการอ้างอิงเรียนรู้จากรูปแบบยันต์อัคคีสายฟ้าเพื่อสร้างรูปแบบยันต์ของตนเอง เช่นนั้นก็แล้วไปอย่างไรก็ตาม บรรพชนของตระกูลเสินเซิ่งกลับฉวยเอาครึ่งหนึ่งของยันต์ออกมาตรงๆทั้งยังอวดอ้างว่าเป็นผู้ประดิษฐ์เอง นี่ออกจะไม่...ไม่เป็นบรรพชนที่เลอะเลือนเกินไปหน่อยหรือ ความผิดก็คือความผิดหรือบรรพชนรุ่นแรกของตระกูลเสินเซิ่งจะมีเรื่องลำบากใจอื่นที่มิอาจพูดออกมาได้?”เนี่ยหลีกระพริบตาปริบๆ พูดอย่างไร้เดียงสา

            คำพูดของเนี่ยหลีเชือดเฉือนนัก กรีดลงบนจุดอ่อนของตระกูลเสินเซิ่งตรงๆแต่ยังแสร้งทำเป็นไร้เดียงสาทำให้เสิ่นซิ่วและเซิ่นเยวี่ยโกรธจนแทบอยากจะฆ่าใครสักคนได้เลย

            พวกนักเรียนพากันกระซิบกระซาบถกประเด็น     

            “ที่แท้บรรพชนรุ่นแรกของตระกูลเสินเซิ่งก็เป็นคนเช่นนี้”

            “พูดกันว่าแม้ประมุขรุ่นแรกของตระกูลเสินเซิ่งจะเป็นเพียงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองในเรื่องการศึกษายันต์เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถประดิษฐ์ยันต์อัคคีสวรรค์ได้มากมายหลายรูปแบบตระกูลเสินเซิ่งรับสืบทอดยันต์อัคคีสวรรค์มาใช่หรือไม่?”

            “ไม่คิดเลยว่ายันต์ระเบิดเพลิงสีแดงที่แท้ก็คัดลอกมาจากหนังสือโบราณเล่มหนึ่ง”

            “ข้าอ่านบันทึกยันต์วายุเหมันต์ ยันต์ด้านในคัดลอกมาจากหนังสือโบราณแต่พวกเขาระบุแหล่งที่มาเอาไว้เสมอ ไม่เคยอวดอ้างว่าเป็นผู้ประดิษฐ์เอง”

            “นี่เป็นจรรยาบรรณของผู้ควบคุมจิตอสูร ผู้ควบคุมจิตอสูรผู้สูงส่งทุกคนล้วนปฏิบัติตาม!”นักเรียนกลุ่มหนึ่งเริ่มสงสัยนักประดิษฐ์ยันต์ผู้ยิ่งใหญ่ในหัวใจของพวกมันกลับกลายเป็นพวกนักต้มตุ๋นเพื่อชื่อเสียงอย่างนั้นหรือ?

            ได้ยินข้อถกเถียง เสิ่นเยวี่ยยิ่งเคืองใจเขาถือเนี่ยหลีเป็นศัตรูผู้หนึ่งไปแล้ว สีหน้าของเขาเขียวคล้ำ เขาพลันลุกขึ้นและพูด“เนี่ยหลีตระกูลเสินเซิ่งของข้าสืบทอดกันมากว่าสามร้อยปีแล้วพวกเราเป็นหนึ่งในสามตระกูลหลักของเมืองกวงฮุยไม่ใช่พวกที่มาจากครอบครัวธรรมดาสามัญเช่นพวกเจ้ายันต์ระเบิดเพลิงสีแดงนี้เป็นยันต์ที่อยู่ในบันทึกของท่านบรรพชนรุ่นแรกและไม่ได้ถูกประกาศออกมาลูกหลานรุ่นต่อมาพบบันทึกของท่านบรรพชนรุ่นแรกนี้เข้าจึงคิดว่ามันถูกประดิษฐ์โดยท่านบรรพชนรุ่นแรก นี่ถือเป็นเรื่องปกติยิ่ง”

            เนี่ยหลีมองเสิ่นเยวี่ย เจ้าช่างสมกับเป็นลูกหลานตระกูลเสินเซิ่งพูดจาคดเคี้ยว คำเดียวก็สามารถหาข้ออ้างเพื่อปัดความรับผิดชอบทิ้งได้!

            เสิ่นเยวี่ยเน้นเสียงเข้มขณะพูดถึงคำว่า “ตระกูลหลัก”และชี้ชัดว่าเนี่ยหลีเป็นเพียงคนในครอบครัวชั้นสูงปลายแถวบ่งบอกเจตนาชัดเจน หากเนี่ยหลียังไล่ไม่เลิกเช่นนั้นตระกูลเสินเซิ่งซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลหลักย่อมต้องไม่ปล่อยเขาไว้เป็นแน่

            สำหรับเสิ่นเยวี่ยผู้นี้ เนี่ยหลีก็ดูแคลนเขายิ่งนัก ในอดีตเสิ่นเยวี่ยและเยี่ยจื่ออวิ๋นกำลังจะหมั้นหมายกันในไม่ช้า อย่างไรก็ตามเมื่อหายนะมาเยือน เสิ่นเยวี่ยกลับชิงหนีไปเสียก่อน ได้ยินคำพูดของเสิ่นเยวี่ยเนี่ยหลียิ่งอารมณ์เสียยิ่งนัก

            “นักเรียนเสิ่นเยวี่ยโอหังไม่น้อย โชคดี เมืองกวงฮุยมีกฎหมายเคร่งครัดไม่เช่นนั้นข้าคงต้องกลัวว่าตระกูลเสินเซิ่งคิดจะจัดการข้า...” เนี่ยหลีเหมือนหมูตายไม่กลัวน้ำร้อน กระพริบตาปริบๆ พูด “เชื่อว่าตระกูลยิ่งใหญ่เช่นตระกูลเสินเซิ่งคงต้องช่วยดูแลความปลอดภัยให้ข้าอยู่แล้วหาไม่ หากข้ามีปัญหาอันใด เกรงว่าตระกูลเสินเซิ่งคงเลี่ยงไม่พ้นความด่างพร้อย”

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663