ทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 139 ขวดสีดำ

            “ใช่ใช่หากนายหญิงลั่วไม่ไว้ใจ พวกข้ายินดีลงนามรักษาความลับ”

            “ถูกต้องพวกข้ายินดีลงนามในสัญญา”

            ในเมื่อคนเหล่านี้ยินยอมมาเจรจาย่อมมาด้วยความจริงใจ เพียงแต่คนที่มุ่งหวังแต่ผลประโยชน์ ย่อมคิดเพียงอยากได้กำไรแต่ไม่ยอมขาดทุน

            โจวย่าอวิ๋นกระซิบข้างหูชีเหนียงไม่กี่คำชีเหนียงก็พยักหน้าและลุกขึ้น “ดีในเมื่อเถ้าแก่ทุกท่านกล่าวเช่นนี้ หากข้ายังไม่พูดอะไร คงดูไม่จริงใจนักแต่ดั่งที่ทุกท่านกล่าวมา ข้าเองก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องระมัดระวัง”

            พูดจบก็นำหนังสือคำมั่นที่เตรียมไว้แต่เนิ่นๆ ออกมา “นี่คือสัญญาปกปิดความลับหากเรื่องเจรจาการค้าในวันนี้หลุดลอดออกไปเช่นนั้นทุกท่านในที่นี้จะตกเป็นผู้ต้องสงสัย ส่วนข้าไม่ต้องการปรักปรำคนดีแต่ก็ไม่มีทางปล่อยคนไม่ดีลอยนวลแม้แต่คนเดียว

            หากมีความในวันนี้ออกไปเพียงนิดเช่นนั้นทุกท่านในที่นี้ก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อการพัฒนาของเรือนพักผ่อน”

            โจวย่าอวิ๋นแจกจ่ายสัญญาให้กับเถ้าแก่ทุกคนหลังจากทุกคนได้มาไว้ในมือก็อ่านอย่างละเอียด มีเพียงชายที่สกุลจวงผู้เดียวที่ดูจะลุกลี้ลุกลน

            เถ้าแก่เซี่ยกับคนอื่นๆอ่านเนื้อหาในสัญญาแล้วมองหน้ากัน ก่อนส่งสัญญาณให้เถ้าแก่เซี่ยไปถามเมื่อเลี่ยงไม่ได้ เถ้าแก่เซี่ยจึงชี้ไปยังเนื้อหาและถาม “หากเกิดสถานการณ์ที่ข้อมูลรั่วไหลเช่นนั้นพวกข้าทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ต้องจ่ายเงิน นี่หมายความเช่นไร?”

            ชีเหนียงชี้ไปยังสัญญาและอธิบายอย่างจริงจัง “หากมีผู้ใดทำผิดสัญญาเช่นนั้นพวกข้าก็จะไม่ลังเลว่าผู้ใดคือคนทำ เช่นนั้นทุกคนก็ต้องร่วมกันชดใช้ค่าผิดสัญญาร่วมกัน”

            นี่เป็นการลากไปติดร่างแหด้วยคนหนึ่งทำผิด คนอื่นต้องร่วมรับผิดชอบทั้งหมด ความหมายก็คือให้พวกเขาจับตาดูกันเองหากเรื่องเกี่ยวพันถึงผลประโยชน์ของตน คนทั้งหมดก็จะยิ่งรับผิดชอบอย่างจริงจังชีเหนียงต้องการมัดพวกเขาไว้รวมกัน

            ชัดเจนว่าเถ้าแก่เซี่ยกับคนที่เหลือเข้าใจวัตถุประสงค์ของชีเหนียงแล้วเพียงแต่มีบางคนไม่อาจยอมรับ

            “ข้อความบนนี้ข้าไม่อาจยอมรับได้ เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ถือเสียว่าข้าไม่เคยมา” หนึ่งในนั้นทิ้งกระดาษไว้และย่างเท้าจากไป

            เมื่อมีหนึ่งคนจากไปก็มีคนที่สองตามมา ชายสกุลจวงที่อ่านอะไรไม่รู้เรื่อง เมื่อเห็นพวกเขาจากไป ก็คิดในใจว่าเนื้อหาในนี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่แต่เขารู้ตัวหนังสือไม่มาก ไม่ว่าอย่างไรก็อ่านเนื้อหาในนั้นไม่เข้าใจทั้งที่รู้ว่าในนี้น่าจะมีปัญหา แต่เมื่อนึกถึงเงินหนึ่งร้อยตำลึงไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องอยู่จนถึงตอนสุดท้ายให้ได้

            เมื่อเห็นว่ายังมีคนเหลือแม้จะเพียงสามคนก็ตามซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงชายหนุ่มผู้นี้ด้วย

            “เถ้าแก่เซี่ยเถ้าแก่หวัง รวมถึงตัวแทนสกุลจวง พวกท่านคิดอย่างไร?”

            เถ้าแก่เซี่ยวางกระดาษลง “การกระทำของนายหญิงลั่วแม้จะสุดโต่งไปหน่อยแต่ในฐานะคนทำค้าขาย การทำงานให้รัดกุมเป็นเรื่องสมควร ข้า เซี่ยเฉิงกวงตื่นเต้นกับการร่วมงานในอนาคตอย่างยิ่ง” ขณะพูดเถ้าแก่เซี่ยก็ลงนามชื่อของตนเองบนกระดาษ

            เถ้าแก่หวังที่อยู่ด้านข้างรับพู่กันต่อจากเขา “ข้าเหมือนกับพี่เซี่ยตื่นเต้นกับการร่วมงานในอนาคตอย่างยิ่ง”

            ทั้งสองลงนามบนกระดาษเรียบร้อยขณะนั้นสายตาของคนทั้งหมดตกมาอยู่ที่ชายหนุ่มสกุลจวง ชายหนุ่มเดินหน้าสองก้าวอย่างหนักแน่นหยิบพู่กันและแต้มน้ำหมึก ลายมือที่หยาบกระด้างดูก็รู้ว่าเขียนหนังสือไม่เป็น

            แต่ลายมือของชายผู้นี้แม้จะตวัดเหมือนหญ้า แต่กลับทิ้งอักษรคำว่า เจิ้งเฟิง ไว้อย่างไม่เป็นระเบียบนัก

            โจวย่าอวิ๋นนำหนังสือสัญญาที่ลงนามแล้วมาเก็บไว้ชีเหนียงจึงพาพวกเขาไปยังห้องโถงใหญ่

            “วันนี้สายมากแล้วมิสู้ทานข้าวกันก่อน หลังจากทานข้าวค่อยหารือเรื่องหลักกัน”

            เถ้าแก่หวังที่คิดว่าการพูดคุยจะเริ่มแล้วพลันวาดหวังในใจเต็มเปี่ยม แต่พอได้ยินว่าทานข้าวความกระตือรือร้นบนใบหน้าก็ลดลงไปมาก “ทานข้าวอะไรกันมื้อนี้ไม่ทานก็ไม่เป็นไรหรอก”

            แต่เถ้าแก่เซี่ยสะกิดแขนเถ้าแก่หวังหนึ่งที “พูดให้น้อยลงหน่อยเถอะใครๆ ก็บอกว่าอาหารของเรือนพักผ่อนเลิศรส หรือเจ้าไม่อยากลองชิมสักหน่อย?”

            “เถ้าแก่เซี่ยของอร่อยแค่ไหน ทานมากไปก็ต้องเคยชิน แต่เรื่องหาเงินนั้นคือเรื่องใหญ่”

            “เจ้าหนอเจ้าสมกับเป็นเถ้าแก่หวังนักล่าเงิน ใจคิดแต่จะหาเงินท่าเดียว”

            ย้อนกลับไปตอนนั้นหวังเยวี่ยหลิน ซึ่งก็คือเถ้าแก่หวังครั้งแรกที่โจวย่าอวิ๋นไปหาเขาเพื่อคุยเรื่องร่วมงานกัน เขาสนใจอย่างมากทว่าเนื่องด้วยคนทั้งเมืองอันไม่มีผู้ใดร่วมงานกับพวกเขา เพื่อไม่ให้ถูกกีดกันเขาจึงไม่ได้ตอบรับทันที ต่อมาทุกคนรวมตัวกันอยากมาขอพบลั่วชีเหนียงเพื่อเจรจาการค้าเขาจึงเป็นคนที่เร็วกว่าผู้ใด

            แต่ใครจะรู้ว่าเรื่องนี้กลับกลายเป็นว่ามีคนคิดไม่ซื่อใช้พวกเขามาบีบบังคับลั่วชีเหนียงและหาเรื่องเรือนพักผ่อนอันหยางตอนนั้นเขาแทบอยากจะตบหน้าตนเองสักสองที กลายเป็นว่าเขาอ่านวัตถุประสงค์ของคนเหล่านี้ไม่ออกแล้วยังลากพี่เซี่ยติดร่างแหไปด้วยกันอีก

            โชคดีที่ต่อมารู้สึกถึงความไม่ปกติเขากับพี่เซี่ยจึงไม่ได้มาที่เรือนพักผ่อนอีก จากร้ายกลายเป็นดี พวกเขาได้รับโอกาสในการเจรจาร่วมงานกับเรือนพักผ่อนอีกครั้งโอกาสนี้ไม่ง่ายดายกว่าพวกเขาจะได้มา ย่อมอยากรีบทำให้มันเรียบร้อยยิ่งเร็วยิ่งดี

            เมื่อเห็นเขาทอดถอนใจชีเหนียงก็ไม่ได้พูดอะไรมาก

            บนโต๊ะอาหารมีอาหารบ้านๆ ที่ถูกยกออกมาทีละจาน เถ้าแก่หวังไม่ได้ตื่นตาตื่นใจมากนักแต่จุดที่โดดเด่นอย่างมากคือ กลิ่นหอมของมันที่ทำให้คนรู้สึกถึงสิ่งพิเศษ

            “ทุกท่านเราเริ่มทานกันเถอะ”

            เพิ่งจะสิ้นเสียงของชีเหนียงเจิ้งเฟิงแทบทนรอต่อไม่ไหวและเริ่มคีบอาหารใส่ปาก หลังจากได้ชิมคำแรกก็ไม่อาจหยุดกินได้อีก

            “อร่อยอร่อยเหลือเกิน! ผักกวางตุ้งนี้ ไฉนจึงรสเลิศเพียงนี้!”

            คำชมของเจิ้งเฟิงทำให้เซี่ยเฉิงกวงกับหวังเยวี่ยหลินแตะตะเกียบทั้งสองคีบอาหารคำแรกเข้าปาก จากนั้นรสชาติที่สดอร่อยก็กระจายไปทั่ว คนทั้งสองสบตากันก่อนจะเริ่มชิมอาหารบนโต๊ะทั้งหมดพลันเผยความประหลาดใจบนใบหน้า

            ในฐานะเจ้าของร้านเสบียงข้าวสารกับร้านขายของชำกับอาหารแห้งแล้วสำหรับความพิถีพิถันในเรื่องอาหารพวกเขาไม่อาจสู้เสิ่นว่านเหลี่ยงที่เปิดโรงเตี๊ยมสี่ฤดูได้ แต่รสชาติแสนพิเศษนี้กลับเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยลิ้มรสมาก่อน หลังจากเรือนพักผ่อนเปิดกิจการพวกเขาก็เคยแวะไปลองของกินที่ถนนสอยดาวกับโรงอาหาร แม้รสชาติจะพิเศษแต่ไม่พิเศษเท่าวันนี้

            สายตาที่ทั้งสองมองชีเหนียงนั้นกระตือรือร้นกว่าเดิมนี่ทำให้ชีเหนียงรู้ว่าพวกเขาพบความแตกต่างในนั้นแล้ว หลังมื้ออาหารเถ้าแก่หวังกับเถ้าแก่เซี่ยสะกดความคาดหวังในใจแทบจะไม่ไหว ก่อนตามชีเหนียงกลับไปยังห้องโถงประชุมส่วนเจิ้งเฟิงแน่นอนว่าเขาเคลิบเคลิ้มและเมามายไปกับสุราอาหารชั้นดีแล้ว

            “นายหญิงลั่วเมื่อครู่เหตุใดอาหารเหล่านั้นจึงมีรสชาติเลิศรสนัก รสชาติแบบนี้ ข้าไม่เคยลิ้มชิมรสมาก่อน” พอเข้าห้องเถ้าแก่หวังก็ทนไม่ไหวและถาม

            ชีเหนียงเห็นเขาร้อนใจเช่นนี้จึงให้โจวย่าอวิ๋นนำของออกมา

            “โอ๊ยนายหญิงลั่ว ถึงเวลานี้แล้ว ท่านยังทำลึกลับอะไรกันอีก?”

            ไม่เพียงแค่เถ้าแก่หวังที่ไม่กระจ่างใจแม้แต่เถ้าแก่เซี่ยเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดนายหญิงลั่วจึงให้โจวย่าอวิ๋นถือถาดออกมาบนถาดมีขวดสีดำหนึ่งขวด ข้างๆ ยังมียำผักหนึ่งจาน

            -----

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508