บทที่39
ข้าเป็นเพียงแค่คนธรรมดา
ภายในพื้นป่าที่มีร่างของมือสังหารจำนวนมากนอนตายเกลื่อนกลาดอยู่ตามพื้นสังหารเหล่านี้มีสี่ชีวิต มันโดนเล่นงานจนตอนนี้พวกมันล้มตายลงไปเรียบร้อยแล้ว
ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยโลหิตพวกนี้เป็นมือสังหารที่มีระดับอยู่ในระดับก่อจิตโดนสังหารด้วยเพียงแค่คนคนเดียวบุรุษผู้ที่มีระดับลมปราณอยู่เพียงแค่ระดับต้นปราณ
หลี่หยุนสังหารพวกมันได้ทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวในตอนนี้ภายในร่างกายเขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
พลังที่เอ่อล้นออกมาลมปราณจำนวนมหาศาลการสังหารผู้ที่มีระดับแข็งแกร่งกว่าตนเองเป็นการกระตุ้นสัญชาตญาณภายในร่างกาย
อ๋องจ้าวเจินลุกขึ้นมาจากพื้นดวงตาจ้องมองมาที่บุรุษหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าที่จะเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “ เป็นผู้ใดกันแน่? ”
“ เรียนท่านอ๋องข้าเป็นเพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้นเป็นครูฝึกของสำนักเทพปฐพีที่เพิ่งเข้ามาใหม่…”
เขาตอบกลับไปเช่นนั้นทางด้านขององครักษ์ที่ยังคงเหลืออยู่อ๋องเท้ามาด้านหน้าของท่านอ๋อง
ยกกระบี่ภายในมือของมันขึ้นมาชี้ตรงมาบริเวณด้านหน้าทำท่าทำทางเตรียมพร้อมการต่อสู้คนผู้นั้นไม่ลดความระวังตัวลงเลยแม้แต่นิดเดียวมันก็เอาขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น“ เป็นผู้ใดกันแน่!!!บอกว่าเป็นคนธรรมดาอย่างนั้นหรือไร้สาระคนธรรมดาที่ใดผู้ที่มีระดับลมปราณเพียงแค่นั้นจะสังหารมือสังหารพวกนี้ได้อย่างง่ายดาย”
ผู้นั้นกำลังแสดงท่าทางที่ตั้งรับมันแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังไม่แปลกที่องครักษ์ผู้นั้นจะไม่ลดความระวังตัวลง
หลี่หยุนความแข็งแกร่งอยู่ในระดับนี้แข็งแกร่งภายในร่างกายของเขาอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าสามารถสังหารผู้ฝึกฝนระดับก่อจิตได้ทั้งที่ตนเองอยู่มในระดับต้นปราณ
เรื่องเช่นนี้ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนไม่ว่าอย่างไรผู้ฝึกฝนพลังลมปราณเขาเองก็จะมีพลังวิญญาณที่แตกต่างกันออกไปอย่างไรขั้นของมันก็ไม่สามารถก้าวข้ามกันได้มากขนาดนี้
แทบจะไม่มีผู้ใดเลยที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดสามารถทะลวงความแข็งแกร่งโดยการเอาชนะผู้ที่มีระดับสูงกว่าตนเองได้มากขนาดนี้
แบบนั้นตัวตนที่อยู่บริเวณด้านหน้าถือว่าเป็นตัวตนที่น่าประหลาดไม่แปลกใจเลยที่คนพวกนั้นจะระวังตัวเขาเป็นพิเศษ
หลี่หยุนเห็นท่าทางที่ดูระวังตัวมันยกเลิกดีขึ้นมาเตรียมพร้อมการต่อสู้เห็นท่าทางเช่นนั้นเขาก็ยิ้มใส่องครักษ์ผู้นั้นไปหนึ่งคราจากนั้นก็ยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาแล้วพูดขึ้น “ช้าก่อนถึงแม้ว่าจะยกการป้องกันขึ้นมาเช่นนั้นก็น่าจะรู้อยู่แล้วการที่ข้าสังหารคนพวกนี้ได้อย่างง่ายดายก็แสดงว่าท่านก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้เช่นเดียวกัน”
เมื่อได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาจากป่าของบุรุษที่อยู่ด้านหน้ามันทำให้พวกเขาเหล่าองครักษ์ที่อยู่บริเวณรอบๆร่างกายต่างพากันกัดฟันแน่น
มีคนพวกนั้นกัดฟันแน่นและแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมันก็เป็นเพราะว่าเป็นเรื่องจริง
สิ่งที่กล่าวว่าเป็นเรื่องจริงก็คือความแข็งของผู้ที่อยู่ด้านหน้ามันไม่ใช่ความแข็งแกร่งที่พวกมันจะสามารถต่อสู้ได้
บุรุษที่อยู่ด้านหน้าลงมือจริงๆพวกมันเองก็มองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่แล้วองครักษ์เหล่านี้เลยรู้ได้ในทันทีว่าสภาพของพวกมันคงจะไม่แตกต่างจากมือสังหารเหล่านั้น
หลี่หยุนมองเห็นพวกที่อยู่ด้านหน้าแสดงใบหน้าออกมาเขายกยิ้มขึ้นที่มุมปากแล้วก็ตอบกลับไป“ข้าบอกแล้วอย่างไรขอรับข้าไม่ได้มีเจตนาที่จะกระทำอันใดเช่นนั้นอยู่แล้วเพราะแบบนั้นทุกท่านโปรดวางใจเถอะ”
“ ถ้าข้าคิดจะสังหารพวกท่านจริงๆข้าคงจะไม่เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้อย่างแน่นอน!! ”
อ๋องจ้าวเจินที่กำลังยืนอยู่ก้าวเท้านำหน้าองครักษ์ของตนเองออกมาท่าทางของบุรุษผู้นี้ดูองอาจจริงๆยึดอกตรงขึ้นแล้วก็พูด “เช่นนั้นเจ้ามีจุดประสงค์อันใดซึ่งเข้ามาช่วยเหลือพวกเราในครั้งนี้ ”
หลี่หยุนแสดงรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะตอบ“ เรียนท่านอ๋องตามตรงข้ามเพิ่งเข้ามาเป็นครูฝึกของสำนักเทพปฐพีเพราะแบบนั้นตอนนี้สถานะของสำนักตกต่ำยิ่งนักภายในเมืองแห่งนี้ ”
“ แต่เผอิญว่าข้าก็ได้ยินข้อมูลสำคัญมาว่าพวกมัน มือสังหารเหล่านี้ร่วมมือกับสำนักคุ้มภัยเพื่อที่จะมาลอบสังหารท่าน”
“ เอาตรงๆคนฉลาดอย่างท่านก็น่าจะรู้อยู่แล้วท่านอ๋องการที่คนพวกนั้นอยากจะสังหารท่านเพราะอันใด”
เขาพูดออกมาออกน้อยที่อยู่บริเวณด้านหลังของเขาและกำลังเป็นผู้ที่ยืนฟังบทสนทนาอยู่เฉยๆขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ ไร้สาระจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร!!! ”
“ สำนักคุ้มภัยเป็นคนของข้าพวกมันจะสังหารท่านพ่อได้อย่างไร!!!ไม่มีทางที่พวกมันจะทรยศอย่างแน่นอนอย่างไรเสียคนพวกนี้ก็คงจะปลอมตัวเข้ามา… ”
ในขณะที่อ๋องน้อยกำลังพูดเช่นนั้นในขณะที่กำลังพูดอยู่ริมฝีปากที่กำลังอ้าปากและเปล่งเสียงออกมาก็ได้หยุดลง
สิ่งที่ทำให้ถ้อยคำที่ออกมาจากปากและหยุดลงมันก็คือดวงตาของผู้เป็นบิดาและก็ดวงตาของบุรุษผู้นั้นที่แสดงแววตาเช่นเดียวกัน
อ๋องน้อยแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนก่อนที่จะพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก“ หมายความว่าอย่างไร… ”
“ อ๋องน้อยอายุน้อยยิ่งนักประสบการณ์ชีวิตคงจะไม่มากเลยไม่รู้… ”
“ หุบปาก!!!! เจ้าคนลึกลับเจ้านั่นแหละที่น่าสงสัย!!! ”อ๋องน้อยใช้นิ้วมือของตนเองชี้ตรงใส่ใบหน้าของหลี่หยุน
ในขณะนั้นเองเสียงของผู้เป็นบิดาที่กำลังยืนอยู่ก็ได้ดังขึ้นมา“ เจ้านั่นแหละหยุด!!! ”
“ ท่านพ่อ!!! ”
“ ไม่รู้หรือว่าพวกมันทำอย่างนั้นเพราะอะไรเพราะว่ามันเป็นคนของเจ้านั้นแหละเจ้ายังคงเด็กนักข้าเคยเตือนเจ้าออกไปแล้วว่าการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกสำนักขนาดใหญ่ภายในเมืองหรือว่ายุ่งเกี่ยวกับเหล่าขุนนางจำเป็นจะต้องดูให้ดีๆ…”
“ ในครั้งนี้เจตนาลอบสังหารอย่างชัดเจนถ้าสังหารข้าลงไปได้มันก็จะให้เจ้าขึ้นปกครองดินแดนแห่งนี้” อ๋องข้าวเจินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูหนักแน่นเมื่อ
เห็นท่าทางของผู้เป็นบิดาเช่นนั้นทำให้อ๋องน้อยผู้ที่เคยส่งเสียงโต้แย้งก่อนหน้านี้ถึงกับแสดงท่าทางราวกับลูกสุนัข
หลี่หยุนมองเห็นเช่นนั้นเขาก็ยิ้มดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไปได้สวยทุกอย่างมันลงตามที่เขานั้นต้องการเลยไม่มีผิด
ประกอบทุกอย่างในตอนนี้กำลังเสร็จสมบูรณ์
ขณะที่เขากำลังมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่บริเวณรอบนอกอยู่ในดวงตาของผู้ที่อยู่ด้านหน้าก็หันมาแล้วก็จ้องมองตรงมาที่เขา
อ๋องจ้าวเจินพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว“ เข้าใจแล้ว!! คนหนุ่มการที่เจ้าเข้ามาช่วยข้าข้าก็รู้ว่าหวังผลตอบแทนอย่างแน่นอนเพราะแบบนั้นจงพูดมา… ”
“ สำหรับค่าตอบแทนในครั้งนี้ข้าก็ไม่ขออะไรมากกำจัดสำนักคุ้มภัยเป็นอย่างไรขอรับ!!! ” หลี่หนุนพูด
“ ไร้สาระ!!!! ” อ๋องน้อยตะโกนขึ้นมาอีกครั้งในขณะนั้นเองเสียงของผู้เป็นบิดาที่มีพลังอำนาจมากกว่าได้ดังขึ้น “เจ้านั่นแหละหุบปาก!!!! ”
“ ในครั้งนี้พวกเราเกือบจะตายกันหมดแล้วดีที่ว่าการออกล่าในครั้งนี้มีเพียงแค่ข้าที่ได้รับอันตรายคิดดูถ้าเป็นแม่ของเจ้าเล่าจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างนั้นหรือ ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทางด้านของอ๋องน้อยก็ดูเหมือนว่าจะคิดได้ไม่กล้าโต้แย้งอีก
อ๋องจ้าวเจินหันไปหาบุรุษที่ยื่นข้อตกลงที่อยู่บริเวณด้านหน้า“ มันคือข้อเสนอที่เจ้าอยากจะได้อย่างนั้นหรือ ”
“ ใช่แล้วขอรับถ้ากล่าวตามตรงเกี่ยวกับข้อตกลงในส่วนนี้มันก็ไม่ได้มากเกินไปเลยอันที่จริงแล้วเป็นสิ่งที่ท่านอ๋องควรจะทำอยู่แล้วด้วย ”
“ ถ้าให้ตัวของข้าคาดเดาไม่ผิดหลังจากกลับไปท่านเองก็คงจะหาวิธีการในการจัดการพวกมันอยู่แล้วเพราะแบบนั้นในครั้งนี้สิ่งที่ข้ายื่นข้อเสนอไปมันเองก็เป็นสิ่งที่ท่านควรจะทำ ” หลี่หยุนคิดว่าอย่างไรเสียผู้ที่อยู่ด้านหน้าก็คงจะไม่ปล่อยให้ศัตรูที่คิดลอบฆ่าตัวเองอยู่ภายในเมืองแห่งนี้อย่างแน่นอน
“ คนหนุ่มเจ้าเป็นคนฉลาดถ้าเช่นนั้นข้าขอถามหน่อยเหตุใดเจ้าถึงคิดจะกำจัดสำนักคุ้มภัย ”
“ เพราะมันเกะกะ… ”
“ เกะกะ? ”
“ ใช่แล้วขอรับการมีอยู่ของสำนักคุ้มภัยไม่ได้เป็นผลดีต่อเมืองแห่งนี้แถมยังทำให้สำนักที่อยู่ภายในเมืองแห่งนี้ไม่สามารถพัฒนาได้อีกหนึ่งในนั้นก็คือสำนักเทพปฐพีพวกมันเรียกเก็บค่าคุ้มครองโดยการที่ให้สำนักต่างๆทำการส่งวัตถุดิบที่นำเข้ามาภายในเมืองให้พวกมันถึงห้าส่วนไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ”
“ มีเรื่องอย่างนั้นด้วยอย่างนั้นหรือ!!! ”อ๋องจ้าวเจินแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
สิ่งที่เขาพูดออกมามันเองก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับการขูดรีดเลยสักนิดหนึ่งในกฎหมายที่ถูกระบุเอาไว้อย่างชัดเจน
การขูดรีดผู้คนภายในเมืองหรือว่าภายในดินแดนแห่งนี้ให้วิถีของฝ่ายธรรมะ
พวกขุนนางยังมีการตรวจสอบกันอย่างเคร่งเครียดและก็รัดกุมเลยเกี่ยวกับการขูดรีดภาษีแต่ในครั้งนี้สำนักใหญ่กับทำการกดดันและขูดรีดวัตถุดิบในการฝึกฝนจากพวกสำนักเล็กๆ
อย่างไรเสียนี่ก็อยู่ภายในเขตของเมืองล่องนภาในเขตการปกครองของอ๋องจ้าวเจินอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่สามารถมองข้ามได้
หลังจากที่ไตร่ตรองคิดดูดีๆแล้วอ๋องจ้าวเจินพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ เข้าใจแล้ว!!!จะกำจัดพวกมันให้แต่ว่าการที่จะกำจัดและสำนักใหญ่คงจะต้องใช้เวลา… ”
หลี่หยุนแสดงรอยยิ้มเล็กๆอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนที่จะพูดขึ้นมา“ ไม่ต้องรอเวลาหรอกขอรับเพียงแค่ท่านทำตามแผนการของข้าอีก 3 วันสำนักคุ้มภัยจะต้องล่มสลายอย่างแน่นอน ”
“ 3 วัน!!!! ”คนที่อยู่ภายในบริเวณนี้ต่างพากันตกตะลึงในคำพูดไม่เว้นแม้แต่สิทธิ์ของสำนักเทพปฐพี
มันจะทำลายสำนักขนาดใหญ่โดยใช้เวลาเพียงแค่3 วันมันเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลยพวกมันกำลังสงสัยว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้านั้นจะทำอย่างไร
จบบท