หนีความวุ่นวายมาเป็นผู้ใหญ่บ้านในต่างโลก แต่ลูกบ้านดันมีตั้งแต่มอนสเตอร์ยันมังกรบรรพกาล ภาค 1

    บทที่ 31: ผู้ร่วงหล่นจากฟากฟ้า

            บทที่ 31: ผู้ร่วงหล่นจากฟากฟ้า

            แสงแดดอ่อนๆยามเช้าในป่าต้องห้ามชั้นนอกวันนี้ช่างนุ่มนวลราวกับผ้าไหมชั้นดีที่ถูกทออย่างประณีตม่านหมอกจางๆ ที่เคยลอยเรี่ยเหนือผิวน้ำตกม่านไพลินเริ่มสลายตัวไปเปิดเผยให้เห็นทัศนียภาพของ ‘รัฐอิสระแห่งเฮเซลบรุค’ ที่กำลังเบ่งบานไปด้วยร่องรอยของอารยธรรมและความสงบสุข

            ทางด้านทิศตะวันตกของชานบ้าน“ต้นบลิสโอ๊คแห่งความสุข”แผ่เรือนยอดอยู่เงียบๆใบไม้สีส้มอมชมพูไหวเอนรับแสงเช้าอย่างอ่อนโยน กลิ่นหอมจางๆของมันลอยปะปนกับไอหมอกที่จางลง… เป็นความสงบก่อนที่บางสิ่งจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง

            อีไลอัสในร่างเด็กชายวัยสิบสองปีนั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้ไม้มีพนักพิงที่เขาใช้สกิลสถาปนิกประดิษฐ์ขึ้นอย่างบรรจง เขาจัดวางตำแหน่งเก้าอี้ไว้ที่ชานระเบียงหน้าบ้านหินแกนกลางความร้อนซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถมองเห็นภาพรวมของหมู่บ้านได้ทั้งหมด ในมือเล็กๆของเขากำลังประคองแก้วไม้ไผ่ที่มีควันกรุ่นพวยพุ่งขึ้นมากลิ่นหอมสะอาดที่แฝงไปด้วยความสดชื่นของมินต์ป่าและความหวานละมุนของเกสรดอกไม้ป่าลอยเตะจมูก

            มันคือ ‘ชาสมุนไพรสูตรพิเศษ’ ที่เดซี่ กระต่ายอสูรสายพฤกษาหัวหน้าแผนกเกษตรกรรมเป็นคนคัดสรรและเพาะปลูกให้ด้วยตัวเองในแปลงผักยกแคร่ทางทิศใต้

            “ฟู่...” อีไลอัสเป่าลมเบาๆ ให้ชาคลายความร้อน ก่อนจะจิบลงไปคำเล็กๆรสชาติที่กลมกล่อมและความอุ่นที่แล่นผ่านลำคอช่วยเยียวยาจิตวิญญาณของสถาปนิคที่เคยหมดไฟได้ดียิ่งกว่ายาสมานแผลชนิดใดในโลกเขาทอดสายตามองดูผลงานประติมากรรมแห่งชีวิตที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นมาทีละชิ้น

            เบื้องหน้าคือลานอเนกประสงค์ที่แห้งสนิทและสะอาดสะอ้านด้วยระบบระบายน้ำFrench Drain ถัดไปคืออ่างหินรับน้ำที่มีเสียงน้ำตกไหลรินสม่ำเสมอสร้างบรรยากาศผ่อนคลายเมื่อมองไปทางทิศเหนือจะเห็นประตูกรอบไม้ของห้องเสบียงใต้ดินที่ตั้งตระหง่านอยู่เชิงเขาและที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือแปลงผักยกแคร่ทางทิศใต้ที่ตอนนี้ดูเหมือนพรมสีเขียวชอุ่มที่ประดับไปด้วยอัญมณีสีม่วงแดงของมันเทศป่า

            ที่มุมหนึ่งของลาน บาร์นีย์หมียักษ์อสูรรถเครนประจำไซต์งานกำลังนอนหงายเหยียดแขนขาผึ่งแดดยามเช้าอย่างสบายอารมณ์ ส่วนฟินน์ลูกจิ้งจอกอสูรจมูกเรดาร์ก็นอนขดตัวเป็นก้อนขนสีส้มอยู่แทบเท้าของอีไลอัสหูสามเหลี่ยมของมันกระดิกไปมาตามเสียงนกป่า

            “นี่สิ...ถึงจะเรียกว่าชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่แท้จริง” อีไลอัสรำพึงกับตัวเองด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม“ไม่มีเดดไลน์ ไม่มีลูกค้ามาขอแก้แบบไม่มีเสียงแจ้งเตือนอีเมลตามงาน... มีแค่ความเงียบสงบและชาสมุนไพรรสเลิศ”

            ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะหลับตาลงเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศ สัมผัสพิเศษจากสกิล ‘จิตสำนึกแห่งเฮเซลบรุค’ ที่ได้รับหลังจากการพัฒนาเมืองมาอย่างต่อเนื่องก็ส่งสัญญาณเตือนอย่างฉับพลัน!

            กึก! บางอย่าง… กำลังเคลื่อนที่อยู่เหนืออาณาเขต

            อีไลอัสลืมตาโพลงสายตาของเขาจดจ้องไปยังท้องฟ้าทางทิศตะวันออกเหนือยอดไม้ของป่าชั้นกลางที่ปกคลุมไปด้วยม่านหมอกเสียงลมพัดที่เคยสม่ำเสมอเปลี่ยนจังหวะเป็นเสียงแหวกอากาศที่รุนแรงและฉับไว

            “ฟุดฟิด...เจ้านาย! กลิ่นอะไรไม่รู้! มันเป็นกลิ่นคาวเลือดกับกลิ่นพายุ!” ฟินน์สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที หางพองฟูขึ้นเป็นเท่าตัว

            บาร์นีย์ที่เคยนอนนิ่งก็ลุกพรวดขึ้นยืนสี่ขาส่งเสียงคำรามต่ำๆ ในลำคอ ดวงตาสีดำจับจ้องไปที่จุดเดียวกัน “โฮก... ตัว... อะไร... บิน...มา... เร็ว... มาก...”

            ท่ามกลางก้อนเมฆสีขาวนวล จู่ๆก็มีเงาดำขนาดใหญ่พุ่งวาบออกมาด้วยความเร็วสูงมันคือสิ่งมีชีวิตเจ้าเวหาที่แผ่ออร่าความก้าวร้าวออกมาอย่างรุนแรง... ‘เหยี่ยวลมพายุ’  สัตว์อสูรระดับ B ที่มีขนาดปีกกว้างกว่าสามเมตร!

            เหยี่ยวลมพายุตัวนั้นกำลังไล่ล่า‘ก้อนขนสีขาว’ขนาดเล็กที่กำลังบินซวนเซหนีตายอย่างสุดชีวิต ก้อนขนนั้นพยายามกระพือปีกที่ดูเหมือนจะเสียสมดุลไปแล้วข้างหนึ่งทุกครั้งที่เหยี่ยวลมพายุโฉบเข้าใส่ลมพายุขนาดย่อมจะถูกสร้างขึ้นเพื่อบีบคั้นเส้นทางการบินของเหยื่อ

            “นั่นมันนกอะไร”อีไลอัสเอ่ยขึ้น

            แกรว๊กกกกก!!

            เหยี่ยวลมพายุส่งเสียงร้องคำรามกึกก้องมันใช้กรงเล็บเหล็กกล้าตบเข้าที่ปีกซ้ายของก้อนขนสีขาวอย่างจังกลางอากาศแรงปะทะทำให้ก้อนขนนั้นหมุนคว้างและร่วงดิ่งลงสู่พื้นดินราวกับว่ากระสุนปืนใหญ่ที่หมดพลังงาน

            “แย่แล้ว!ทิศทางนั้นมัน...” อีไลอัสเบิกตากว้าง

            ปึก!!

            เสียงกระแทกดังสนิทดังขึ้นกลางโซนเกษตรกรรมก้อนขนสีขาวร่วงหล่นลงมากลางแปลงผักกาดขาวที่เดซี่เพิ่งจะพรวนดินไว้จนร่วนซุยแรงกระแทกทำให้ใบผักกาดที่หนาเทอะกระจายตัวออกไปคนละทิศละทาง

            เหยี่ยวลมพายุที่เห็นเหยื่อร่วงลงพื้นมันกางปีกเบรกกลางอากาศ เตรียมจะโฉบลงมาปลิดชีพเหยื่อถึงในเขตเมืองเฮเซลบรุคทว่ามันกลับต้องชะงักกึกเมื่อสัมผัสได้ถึง ‘ออร่า’ บางอย่างที่กดดันยิ่งกว่าพายุลูกไหนๆที่มันเคยเจอ

            อีไลอัสยืนขึ้นเต็มความสูงแม้ร่างกายจะสูงเพียงระดับอกของคนทั่วไปแต่วุฒิภาวะและความสุขุมของเขากลับแผ่ซ่านออกมาอย่างน่าเกรงขาม บาร์นีย์ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวยืดตัวขึ้นยืนด้วยสองขาหลังจนความสูงเกือบสามเมตรบดบังแสงแดดจนเงามืดทาบทับพื้นที่เหยี่ยวลมพายุมองอยู่

            “ที่นี่คือรัฐอิสระเฮเซลบรุค...”อีไลอัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “ไม่อนุญาตให้นักล่าจากภายนอกเข้ามาทำกิจกรรมรุนแรงในเขตผังเมือง...ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะสั่งให้รถเครนของฉันเปลี่ยนแกเป็นไก่ย่าง”

            เหยี่ยวลมพายุสัมผัสได้ถึงพลังคุกคามจากหมียักษ์ระดับA และสายตาที่เย็นเยือกของเด็กชายมนุษย์มันส่งเสียงร้องอย่างไม่สบอารมณ์หนึ่งครั้งก่อนจะสะบัดปีกสร้างลมกรรโชกและบินหนีหายลับเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็ว

            “บาร์นีย์ฟินน์ ไปดูที่แปลงผักเร็ว!”

            อีไลอัสวิ่งนำหน้าไปยังจุดเกิดเหตุเดซี่ที่แอบซ่อนอยู่ใต้ใบมันเทศยักษ์ค่อยๆ ชะโงกหน้าออกมาด้วยความตื่นตระหนก “เจ้านาย!มีก้อนขนสีขาวตกลงมาทับผักกาดฉัน! ผักกาดฉันช้ำหมดเลย!”

            ที่กลางแปลงผักกาดขาวปรากฏร่างของนกตัวน้อยที่มีขนาดประมาณนกพิราบแต่ขนของมันฟูฟ่องปุกปุยสีขาวสะอาดราวกับปุยเมฆ  สภาพของมันตอนนี้น่าเวทนาอย่างยิ่งดวงตากลมโตสีดำขลับปรือปรอยด้วยความเจ็บปวด ลมหายใจหอบถี่และที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือปีกซ้ายของมันที่กางออกผิดรูปมีรอยแผลเหวอะหวะจากกรงเล็บ และกระดูกปีกดูเหมือนจะหักพับจนเห็นรอยนูนอย่างชัดเจน

            “ปีกหักสาหัส ...”อีไลอัสประเมินอาการตามหลักสรีรวิทยาในทันที

            “โฮ่ง!มันจะตายไหมเจ้านาย? กลิ่นเลือดมันแรงมากเลยนะ!” ฟินน์มุดจมูกเข้าไปดมใกล้ๆ อย่างเป็นห่วง

            “ถ้าทิ้งไว้แบบนี้ตายแน่นอนเลือดไหลไม่หยุด แถมกระดูกที่หักผิดรูปจะไปทิ่มแทงเส้นประสาทและกล้ามเนื้อจนปีกตาย”อีไลอัสคุกเข่าลงบนดินร่วน เขาใช้มือเล็กๆ ลูบหัวนกน้อยเบาๆเพื่อปลอบประโลม “ใจเย็นๆ นะไอ้หนู แกปลอดภัยแล้ว”

            สถาปนิกน้อยเริ่มกระบวนการ‘รักษาเชิงวิศวกรรม’ทันที เขาไม่เคยจบสัตวแพทย์แต่การสร้างความมั่นคงให้โครงสร้างอาคารกับการสร้างความมั่นคงให้กระดูกสัตว์มีหลักการฟิสิกส์พื้นฐานที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือการ ‘รักษาเสถียรภาพ’

            “บาร์นีย์!ไปหาไม้แผ่นบางๆ ที่เหลือจากการทำฝากล่องกับดักมาให้ฉันสองแผ่นขอขนาดประมาณนิ้วมือฉัน!” อีไลอัสสั่งงาน “ฟินน์! วิ่งไปที่ลำธาร ไปลอกเถาวัลย์น้ำสายเล็กๆที่มีความเหนียวและยืดหยุ่นสูงมาให้ฉันกำมือนึง!”

            “โฮก!จัดไป... เจ้านาย...” บาร์นีย์รีบเดินเตาะแตะไปที่กองวัสดุหลังบ้านอย่างรวดเร็วส่วนฟินน์ก็พุ่งทะยานหายวับไปทางน้ำตก

            ระหว่างรอวัสดุอีไลอัสหันไปหาเดซี่ที่ยังยืนทำหน้ามุ่ยเรื่องผักกาด “เดซี่! เลิกห่วงผักก่อนตอนนี้เราต้องการเวทมนตร์พฤกษาของแกมาช่วยรักษาชีวิตนกตัวนี้ หน้าที่ของแกคือการ ‘สมานกระดูก’  แต่แกต้องทำตามจังหวะที่ฉันบอกนะ ห้ามเร่งโตมั่วซั่วไม่งั้นกระดูกจะติดกันผิดรูป!”

            “รับทราบเจ้านาย!เพื่อก้อนขนเหมือนกัน ฉันจะช่วยเต็มที่!” เดซี่กระโดดมาแสตนด์บายข้างๆ

            ไม่กี่นาทีต่อมาวัสดุทุกอย่างก็พร้อม อีไลอัสหยิบแผ่นไม้โอ๊กเหล็กชิ้นเล็กๆ สองชิ้นขึ้นมาถือไว้เขาเรียกใช้งานสกิล [สถาปนิกแห่งพงไพร]  นิ้วที่เรืองแสงสีทองลากผ่านแผ่นไม้เพื่อปรับแต่งพื้นผิวให้เรียบเนียนที่สุดปราศจากเสี้ยนที่จะระคายเคืองผิวนก และตัดขอบให้มีความโค้งมนรับกับรูปทรงของปีกนก

            “นี่คือ‘เฝือกดามปีก’  ฉบับพกพา” อีไลอัสพึมพำ

            เขาใช้มือที่นิ่งและมั่นคงที่สุดค่อยๆ จับปีกที่หักของนกน้อยขึ้นมา สัญชาตญาณสถาปนิกของเขาทำงานร่วมกับสกิล

            “เอาล่ะนะ...1... 2... 3!”

            กึก!

            อีไลอัสดึงและจัดกระดูกปีกให้กลับเข้าที่ อย่างรวดเร็วและแม่นยำ นกน้อยส่งเสียงร้อง“จี๊ด!”ด้วยความเจ็บปวดสั้นๆ ก่อนจะสงบนิ่งลงเพราะสัมผัสที่อบอุ่นของมานาอีไลอัสรีบประกบแผ่นไม้สองแผ่นเข้าที่ด้านบนและด้านล่างของจุดที่หัก ทำหน้าที่เป็น‘คานรับน้ำหนักสำรอง’ เพื่อบล็อกการเคลื่อนไหวของกระดูก

            “ฟินน์ส่งเถาวัลย์มา!”

            เขาใช้เถาวัลย์น้ำพันรอบแผ่นไม้และปีกนกอย่างเป็นจังหวะไม่แน่นจนขวางการไหลเวียนของเลือด  และไม่อ่อนจนเฝือกเลื่อนไถลสกิลสถาปนิกแห่งพงไพรช่วยทำหน้าที่ ‘เชื่อม’ ปลายเถาวัลย์ให้ติดกันอย่างถาวรโดยไม่ต้องผูกปมให้เกะกะ

            “โครงสร้างเฝือกเสร็จสมบูรณ์!ทีนี้เป็นหน้าที่ของแกแล้วเดซี่!”

            เดซี่กระต่ายอสูรไม่รอช้ามันกระโดดขึ้นไปเกาะที่ขอบแปลงผักยื่นตีนหน้าที่มีแสงสีเขียวมรกตเรืองรองออกมาแตะที่ปีกนกเหนือเฝือกไม้ คลื่นพลังมานาสายพฤกษา ค่อยๆแทรกซึมผ่านช่องว่างของเฝือกไม้เข้าไปถึงชั้นลึกของเนื้อเยื่อ

            “สมาน...เชื่อมต่อ... เติบโต...” เดซี่หลับตาและส่งสัญญาณโทรจิต

            ในมุมมองของอีไลอัสเขาสัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือนระดับเซลล์ภายในปีกนก กระบวนการสร้างเซลล์กระดูกใหม่ ที่ปกติต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถูกเร่งความเร็วขึ้นด้วยมานาพฤกษาถึงสามเท่า! เส้นใยมานาสีเขียวถักทอเข้ากับแคลเซียมในกระดูกเชื่อมรอยร้าวให้กลับมาเป็นเนื้อเดียวกันอย่างรวดเร็ว

            ผ่านไปประมาณสิบนาทีแสงสีเขียวมรกตก็ค่อยๆ จางลง เดซี่ถอนหายใจและปาดเหงื่อที่หน้าผาก “ฟู่ววว... เรียบร้อยแล้วเจ้านายกระดูกข้างในติดกันแน่นปึกแล้วล่ะ ที่เหลือก็แค่รอให้แผลข้างนอกแห้งสนิท”

            นกน้อยสีขาวเริ่มขยับตัวลืมตาขึ้นดวงตาสีดำของมันดูแจ่มใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มันส่งเสียงร้อง “จิ๊บ... จิ๊บ...” อย่างแผ่วเบาราวกับกำลังขอบคุณมนุษย์และสัตว์อสูรที่ล้อมรอบมันอยู่

            อีไลอัสถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเขายกแก้วชาที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งขึ้นจิบต่อ “ยอดเยี่ยมมากทีมงานเฮเซลบรุค ปฏิบัติการกู้ภัยทางอากาศครั้งแรกประสบความสำเร็จอย่างงดงาม”

            เขาก้มลงมองนกน้อยที่กำลังพยายามซุกตัวเข้าไปในอุ้งมือของเขา“เจ้าหนู...ดูเหมือนว่าหมู่บ้านเราจะได้ลูกบ้านหมายเลขสี่ (ลำดับการมาเยือน)เพิ่มขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัวเสียแล้วนะเนี่ย”

            ท่ามกลางแปลงผักที่เสียหายเล็กน้อยและแสงแดดยามสายที่เริ่มร้อนแรงขึ้นความผูกพันครั้งใหม่ได้ถูกถักทอขึ้นผ่านแผ่นไม้ เถาวัลย์ และมานาพฤกษารัฐอิสระแห่งเฮเซลบรุคไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัยของคนหมดไฟอีกต่อไปแต่มันกำลังกลายเป็น ‘ท่าอากาศยาน’และ ‘โรงพยาบาล’ แห่งความหวังสำหรับผู้ที่หลงทางและบาดเจ็บในดินแดนต้องห้ามแห่งนี้

            อีไลอัสมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้งความคิดในหัวของสถาปนิกเริ่มวิ่งวุ่น “ถ้ามีสมาชิกสายบินได้เพิ่มเข้ามา... บางทีการสร้าง ‘หอคอยสังเกตการณ์’  หรือ ‘บ้านนกสไตล์นอร์ดิก’ ก็น่าจะเป็นโปรเจกต์ที่น่าสนใจในลำดับถัดไปนะ...”

            รอยยิ้มของสถาปนิคผู้รังสรรค์ปรากฏขึ้นอีกครั้งกงล้อแห่งการก่อสร้างและพัฒนาเมือง...กำลังจะหมุนไปสู่ทิศทางใหม่ที่กว้างไกลกว่าเดิม!

    คล้ายกับเรื่องหนีความวุ่นวายมาเป็นผู้ใหญ่บ้านในต่างโลก แต่ลูกบ้านดันมีตั้งแต่มอนสเตอร์ยันมังกรบรรพกาล ภาค 1 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810