Sea xx La-ongfong 9
“หนูจะอธิบายเื่นี้ให้พี่ฟังยังไงคะคนดี” เสียงทุ้ม ๆ ของพี่ซี บวกกับแววตานิ่งทำเอาฉันเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องกันเลยทีเดียว นี่มันอะไรกันคะทุกคนทำไมพี่ซีที่แสนน่ารักถึงได้ดุแบบนี้ เพราะมัวแต่กลัวพี่ซีไม่ทันได้มองเลยว่าพี่ซีจอดรถที่ลานจอดรถของคณะั้แ่ตอนไหน แต่ตอนนี้ดีที่ว่ายังเป็ตอนเช้าคนยังไม่เยอะและฟิล์มรถพี่ซีมืดมากทำให้คนที่เดินผ่านไม่ทันได้สังเกตว่าเรายังนั่งอยู่ในรถ
“มันไม่มีอะไรจริง ๆ นะคะ เมื่อคืนน่ะเขาโทรหาหนูบอกว่าเลิกกับแฟนแล้วขอให้หนูกลับไปเป็เหมือน...” เสียงฉันหายไปเมื่อพี่ซีนยกมือประคองแก้ม รั้งเข้าใกล้ ริมฝีปากร้อนจูบแนบลงมาอย่างลึกซึ้งเป็นานกว่าจะยอมผละออกห่างอย่างอ้อยอิ่ง แต่แววตาวาวโรจน์ด้วยความขุ่นเคืองใจทำให้พอจะรู้ว่าเขากำลังรู้สึกยังไงอยู่
“หนูบอกเขาว่ายังไงครับคนดี พี่ยังพอมีหวังไหม...” พี่ซีถามเสียงแ่ ความกังวลฉายชัดในดวงตาคม ฉันพยักหน้าจริงจังแล้วเอ่ยตอบ
“หนูบอกแล้วว่าเป็เพื่อน แต่ยังไม่ทันได้บอกอะไรต่อเขาก็บอกว่าจะมารับแล้ววางสายไปเลย จริง ๆ นะคะ หนูไม่ได้โกหกนะ” ฉันยืนยันอย่างจริงจัง พี่ซีพยักหน้าเข้าใจรั้งฉันเข้าไปจูบอีกครั้งก่อนจะผละออกห่าง ช่วยเช็ดมุมปากและจัดเสื้อให้อย่างเอาใจ อยากจะดุแต่ก็ไม่กล้าจริง ๆ พอได้เห็นความกังวลที่ฉายชัดผ่านแววตาของเขาฉันก็ไม่กล้าดื้อใส่เขาเลยสักนิดเดียว
“ใกล้ถึงเวลาเรียนแล้ว เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ค่ะ” ฉันพยักหน้าหงึกหงัก พี่ซีเดินมาเปิดประตูให้ เราเดินจับมือกันเข้าไปที่หน้าคณะ ฉันรอเพื่อนอยู่สักพักใหญ่ รอไปสักพักช้อยและพลิ้วก็มาถึง ฉันโบกมือลาพี่ซีแล้วเดินขึ้นห้องเรียนพร้อมกับเพื่อน ส่วนพี่ซีบอกว่าจะไปนั่งเล่นรอที่ใต้ถุนคณะ เสร็จแล้วเขาจะพาฉันไปเดินเลือกหนังสือที่ห้างฯ ั้แ่เข้าคลาสเรียนฉันไม่มองหน้าซีเลย แม้อีกฝ่ายจะพยายามชวนคุยหรือขยับมาใกล้มากแค่ไหน ส่วนแก้วก็หายไปนั่งรวมกับเพื่อนกลุ่มใหม่ เป็กลุ่มสาวสวยของรุ่น เหมือนไปนั่งด้วยเฉย ๆ แค่นั้นแหละดูแล้วเพื่อนก็ไม่ค่อยคุยกับเธอเสียเท่าไหร่ พอละ พอเื่คนอื่นดีกว่า
“พี่ซีหน้านิ่งมากไม่กล้าทักเลย” ช้อยกระซิบเมื่ออาจารย์ให้พักเบรกสิบนาทีก่อนจะกลับมาเรียนต่อในอีกชั่วโมงครึ่งที่เหลือ
“ไม่มีอะไร ทักได้เลย”
“ฟอง เรียนเสร็จไปทานข้าวกันไหมไม่ได้ไปสองคนนานแล้วนะ” ซีที่นั่งด้านหลังโน้มเข้ามาชวนคุย ฉันผงะถอยออกห่างทันทีอย่างใ
“เรามีนัดแล้วน่ะ และก็เราบอกไปแล้วนะซี เราพูดชัดเจนแล้ว”
“หึ มันบังคับฟองหรือเปล่าถึงได้พูดแบบนั้นกับเรา” ซีเถียงกลับอย่างไม่ยอมรับ
“ไม่มีใครบังคับเราทั้งนั้น อย่ามาพูดแบบนั้น” ฉันจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ และไม่ได้คุยอะไรเพิ่มเติม รอให้อาจารย์กลับมาสอนต่อ ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นก็เห็นข้อความที่พี่ซีส่งเข้ามาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน บอกว่าจะไปรอที่ร้านกาแฟข้างคณะ ฉันส่งสติเกอร์โอเคกลับไป อีกฝ่ายกดขึ้นอ่านทันทีเพียงเสี้ยววิ
Sea :: อยากดื่มอะไรไหม ก่อนลงมาพี่จะสั่งไว้ให้
La-OngFong :: ชาพีทค่ะ หนูต้องเรียนต่ออีกชั่วโมงครึ่งนะคะ พี่เบื่อไหม?
Sea :: ไม่เบื่อครับ พี่เล่นเกมอยู่ อ้อ ตอนนี้มีคนมานั่งด้วยละ
Sea :: sent photo
La-OngFong :: มันโดดเรียน!!
Sea :: 55555555
Sea :: มันบอกง่วงเลยมาหาไรกิน
La-OngFong :: วานไม่ขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ
Sea :: ครับ บอกจะนั่งรอเป็เพื่อนพี่
La-OngFong :: วานมันี้เีเรียน อาจารย์มาแล้วหนูไปละนะ เจอกันค่ะ
Sea :: ครับ ตั้งใจเรียน
อาจารย์พูดถึงงานอีกครั้งก่อนที่จะปล่อยพวกเราให้เป็อิสระ แน่นอนว่าอาจารย์ให้จับคู่เดิมที่ทำครั้งก่อน นับว่าดีที่ฉันได้คู่กับช้อย อาจารย์สั่งงานเสร็จก็ปล่อยคลาส ฉันและเพื่อนเดินออกจากห้องเรียนทันทีตั้งใจจะไปคุยงานกันที่ชั้นล่าง พลิ้วบ่นกระวานไม่หยุดที่มันไม่ขึ้นเรียนในชั่วโมงสุดท้าย พลิ้วบ่นยาวจนฉันหลุดขำไม่รู้สรรหาคำบ่นมาจากไหนมากมายขนาดนี้
“ฟอง คู่กับเราได้ไหม” ซีรั้งมือไว้ ฉันรีบดึงมือกลับทันทีกลัวคนอื่นจะมองไม่ดีแต่ซีก็ไม่ยอมคลายมือ เขาจับข้อมือไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“เราคู่กับช้อยแล้ว และอาจารย์ให้ใช้คู่เดิม”
“แต่เรากับแก้วเลิกกันแล้ว ฟองก็รู้” ซีบอกอย่างงี่เง่า อยากจะด่ามันเสียจริง ตอนคู่กันพวกมันเลือกกันเองนะพวกฉันไม่ได้บังคับเลย!
“แล้ว? เลิกกันแล้วยังไงเราเกี่ยวอะไรด้วย ทำอะไรไม่เคยปรึกษาไม่เคยฟังเพื่อนสักคนทีแบบนี้มาดิ้นเร่า” ฉันพูดใส่หน้าเพื่อนอย่างเหลืออด ไม่ได้ประชด ไม่ได้ตะคอก แต่บอกไปตามที่รู้สึกและสิ่งที่พวกฉันเคยบอกมาตลอด แต่มันก็ไม่ฟังจนไปคบกันเลิกกัน มีงานคู่ด้วยกัน เป็แบบนี้แล้วพวกฉันจะทำยังไงได้ล่ะ
“ฟอง เราขอโทษ”
“ไม่เลย ไม่ต้องขอโทษเรา เราไม่โกรธเลยมันเป็สิทธิ์ของนายที่จะทำอะไรก็ได้ แต่ความหวังดีที่เพื่อน ๆ หยิบยื่นให้ถูกปัดตกไปั้แ่แรกเพราะนายไม่คิดจะฟัง ตอนนี้เื่นี้นายควรจัดการเองไม่ใช่ทำตัวไร้ความสามารถในการจัดการความรู้สึกแบบนี้ และปล่อยเราได้แล้ว เรามีนัดต่อ”
“กับมันใช่ไหม! แกจะไปกับมันใช่ไหมไอ้รุ่นพี่คนนั้นน่ะ”
“ใช่ เรามีนัดกับเขา รู้แบบนี้แล้วก็ปล่อย เราไม่ได้ว่างขนาดนั้น”
“ไม่...”
“ปล่อยแฟนพี่ได้หรือยัง?” เสียงทุ้มเป็เอกลักษณ์ของพี่ซีดังขึ้นใกล้ ๆ พร้อมกับมือที่จับข้อมือฉันถูกแกะออก พอเป็อิสระก็รีบขยับหลบหลังพี่ซีทันทีอย่าง้าที่พึ่งพิง ที่พูดไปเมื่อกี้ปากเก่งไปงั้นแหละ เอาเข้าจริงก็กลัวไม่น้อยเลยเพราะเหมือนซีพร้อมจะขาดสติได้ทุกเมื่อ
“ยุ่งอะไรด้วยวะ!”
“จะไม่ยุ่งเลยถ้านายไม่มายุ่งกับแฟนพี่ เป็เพื่อนก็อยู่ในส่วนของเพื่อน อย่าล้ำเส้นให้มากถือว่าพี่เตือนแล้ว และนายควรจะไปจัดการแฟนของนายบ้างอย่าปล่อยให้ทักคนอื่นทั้งวันทั้งคืนแบบนั้น” พี่ซีบอกซีเสียงเข้ม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
“เราเลิกกันแล้วผมไม่มีแฟน และกำลังจีบฟองอยู่” ท้ายประโยคซียิ้มเยาะเย้ยอย่างสนุก พี่ซีมองนิ่ง ๆ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ อย่างขบขัน
“จีบฟอง? นายจะจีบแฟนพี่เนี่ยนะ นายคิดอะไรอยู่ ที่สำคัญนายลืมไปแล้วหรือเปล่านายเคยพูดอะไรไว้”
“...”
“นายบอกเองนี่ตอนที่ไปกินเหล้า นายบอกเองว่าไม่มีทางชอบฟอง เพราะฟองไม่ใช่ในแบบที่นายชอบ อะไรอีกนะ ถ้าให้เอาฟรีก็เอาแต่ถ้าให้เป็แฟนนายบอกขอบาย...”
“...”
“รู้ไหมตอนนั้นพี่ต้องอดทนไม่ให้ต่อยนายมากแค่ไหน ตอนนี้ถ้านายแตะต้องแฟนพี่แม้แต่ปลายนิ้ว เตรียมตัวไว้เลย พี่ไม่ปล่อยนายไว้แน่...”
“...”
“ฟองไปกันครับ เพื่อนรอที่ร้านกาแฟแล้ว” พี่ซีช่วยถือของยื่นแก้วชาพีทมาให้ฉันรับมาเงียบ ๆ แล้วดื่มอย่างเหม่อลอย ใกับประโยคที่พี่ซีพูดไม่น้อย ซีเคยพูดแบบนั้นเหรอ แล้วพวกเขาเคยเจอกันมาก่อนใช่ไหมถึงได้ไปนั่งดื่มด้วยกัน เพราะแบบนี้หรือเปล่าซีเลยพยายามเทคแคร์ฉันเพราะหวังเื่แบบนั้นใช่ไหม
“อย่าเครียดไปเลยนะ” พี่ซีปลอบเสียงเบาเมื่อเราเดินออกห่างจากซีมาได้สักพัก
“หนูไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย”
“ไม่เป็ไรนะ พี่จะปกป้องหนูเอง”
“หนูอยากรู้ เื่ที่พี่พูด...”
“พี่จะให้ถามหลังจากที่หนูคุยงานกับเพื่อนเสร็จ” พี่ซียื่นข้อเสนอมา
“พี่ต้องตอบทุกอย่างเลยนะ”
“ครับ ตอบทุกอย่าง แต่หนูต้องยิ้มเยอะ ๆ นะ พี่ไม่ชอบที่หนูคิดมากแบบนี้เลยรู้ไหม” ฝ่ามือร้อนลูบที่ผมเบา ๆ อย่างเป็ห่วง ฉันพยักหน้ารับรู้และตั้งใจเดินเข้าร้านกาแฟเพื่อไปแบ่งงานกับช้อยที่นั่งรอกับเพื่อนคนอื่น ๆ ที่รออยู่ก่อนแล้ว กระวานโดนพลิ้วบ่นไม่หยุด เทคกับเตอร์กอดคอกันหัวเราะมองกระวานโดนบ่น
“มาคุยกัน” ช้อยบอก เมื่อฉันนั่งลงฝั่งตรงข้าม พี่ซีนั่งลงข้าง ๆ ยกแก้วชาพีทที่ฉันเพิ่งวางไว้ไปดูดหน้าตาเฉย ๆ ฉันพยายามมองข้ามสายตาล้อเลียนจากช้อยเพื่อที่ตัวฉันเองจะได้ไม่เขินไปมากกว่านี้ ใช้เวลาคุยงานกันไม่ถึงสามสิบนาทีก็แยกย้ายกันกลับ เมื่อขึ้นรถมาได้ พี่ซีก็ขับออกจากลานจอดรถอย่างไม่เร่งรีบเพื่อพาไปยังห้างสรรพสินค้าตามที่เราได้คุยกันไว้
“หนู หนูถามได้หรือยังคะ?” ฉันเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างเกรงใจ แต่มันก็ข้องใจกับเื่ที่เขาพูดก่อนหน้านี้
“ได้ครับ”
“เื่ที่พี่พูดกับซี...”
“ก็เคยไปร้านเหล้าเจอกัน พี่รู้จักกับกระวานน่ะเลยชวนมานั่งด้วยกัน แล้วเพื่อนเราเมาเลยคุยกันว่ารู้...ว่าหนูชอบแต่ไม่ได้ชอบหนูเพราะไม่ตรงตามสเปค แต่ให้เอาก็เอาได้ประมาณนั้นน่ะ” พี่ซีเล่าเหมือนเล่ายังไม่หมด
“บางประโยคหนูไม่ต้องรู้ดีกว่านะครับ” ฉันพยักหน้าเข้าใจ เพราะแค่ฟังแค่นั้นมันก็สะอิดสะเอียนแล้ว
“พี่รู้จักหนูก่อนหน้านี้ใช่ไหม” ฉันเลือกที่จะถามสิ่งที่ค้างคาใจอีกหนึ่งเื่ เป็ผมให้อีกฝ่ายเริ่มหูแดงเพราะความเขินอาย และแน่นอนว่าถ้าเขาเขินเขาเองก็จะพูดออกมาตรง ๆ ให้ฉันได้เขินตาม
“เขินแฮะ คือ พี่เห็นหนูครั้งแรกที่คณะนั่นแหละ ก็แบบเออน่ารักดี” น่ารัก? สายตาเขามีปัญหาหรือเปล่า
============
น้องอย่าว่าพี่แบบนั้น 55555 พี่รู็พี่ร้องไห้เลยนะนั่น
ทุกคนคะ เราขอสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้านะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุขและสุขภาพแข็งแรงอยู๋ด้วยกันไปนานๆนะคะ
เพราะหลังจากวันนี้เราอาจจะงดอัพไปสักพักอาจจะนานกว่าปกติเล็กน้อย ขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่ต้องแจ้งแบบนี้ แต่ถ้ามีเวลาว่างมากพอจะกลับเข้ามาอัพให้ทุกคนได้อ่านกันต่อนะคะ