ตอนที่ 55
เซียนโอสถอี้เฟย 2
ยามสายของวันใหม่เสวี่ยหมิงตื่นขึ้นมาอย่างอ่อนล้า ดวงตาปรือสอดส่ายมองหาขวดยาทั้งสี่ที่ใช้เวลากลั่นสกัดทั้งคืน ก่อนจะเปิดออกนับดูอีกรอบเพื่อความสบายใจ แม้ตอนนี้เสวี่ยหมิงจะไม่มีปัญหาเรื่องเงินทองอีก แต่เพื่อการฝึกฝนต่อไปในอนาคตเรื่องเงินทองถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเสวี่ยหมิงจึงตัดสินใจที่นำยากระตุ้นปราณและยาปราณอัคคีที่ไม่สมบูรณ์ออกขายทั้งหมด ส่วนยากระตุ้นปราณสมบูรณ์แบบเสวี่ยหมิงกะจะเอาไปลองขายเพียงแค่จำนวนสิบเม็ด ส่วนที่เหลือเสวี่ยหมิงจะเก็บเอาไว้ใช้เอง
หลังจากท้องอิ่มด้วยอาหารที่สั่งขึ้นมากินบนห้องส่วนตัว เสวี่ยหมิงก็มุ่งตรงไปยังย่านการค้าของเมืองหยกม่วงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้มุ่งตรงไปยังสมาคมพ่อค้าในทันที แต่ตระเวนสอบถามราคาโอสถในหลาย ๆ ร้านหนึ่งเพื่อต้องการตรวจสอบราคาในขั้นต้น เมื่อตรวจสอบจนแน่ใจแล้วเสวี่ยหมิงในคราบของนักปรุงยาอี้เฟยจึงออกจากย่านการค้าตรงไปยังที่ทำการของสมาคมพ่อค้า
ทันทีที่เจ้าหน้าต้อนรับของสมาคมพ่อค้าเห็นนักปรุงยาอี้เฟย มันก็รีบรายงานตรงขึ้นไปยังผู้มีอำนาจเหนือกว่า พร้อมดำเนินการต้อนรับเสวี่ยหมิงเป็นอย่างดี อีกเพียงครู่เดียวผู้อาวุโสของสมาคมพ่อค้าที่ดูแลที่ทำการสมาคมในวันนี้ก็ออกมาต้อนรับ และลงมือเจรจาการค้ากับเสวี่ยหมิงด้วยตนเอง
ห้องรับรองพิเศษชั้น 4 ถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง บนโต๊ะเตี้ยวางไว้ด้วยขวดโอสถ 3 ขวดที่ยังคงปิดสนิทอยู่
"ผู้อาวุโสหมิง ท่านช่วยประเมินราคายาสามขวดนี้ด้วย" เสวี่ยหมิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยิบยาขวดแรกขึ้นมาเปิดจุกส่งให้หมิงจิ้นจู่ผู้อาวุโสของสมาคมหอการค้า
"อา กลิ่นหอมยิ่งนัก แม้จะเป็นเพียงแค่ยากระตุ้นปราณแต่ระดับความบริสุทธิ์ของตัวยาไม่ธรรมดาเลย" เพียงแค่สูดดมก็สามารถจำแนกชนิดและความบริสุทธิ์ได้ แสดงให้เห็นถึงความช่ำชองในการประเมินคุณค่าของสินค้า หลังจากนั้นหมิงจิ้นจู่จึงเทเม็ดยาออกมาดูอย่างละเอียด "ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ความบริสุทธิ์ของตัวยาเกินกว่าเก้าในสิบส่วน แถมยากระตุ้นปราณยังเป็นที่ต้องการสูงมากภายในเมืองหยกม่วงแห่งนี้"หมิงจิ้นจู่ปิดจุกขวดยาลงไป มันไม่ได้รู้สึกประหลาดใจนักเพราะผู้อาวุโสทุกคนล้วนได้รับรายงานจากเฟยอี้หยินผู้นำหอการค้าคนปัจจุบัน ถึงเรื่องราวนักปรุงยาพเนจรนามอี้เฟย โดยในรายงานระบุว่าฝีมือของนักปรุงยาอี้เฟยนั้นน่าจะอยู่ในขอบขั้นนักปรุงยาชั้นกลางขั้น 3 เพราะสามารถปรุงยาอัคคีมรกต ซึ่งถือเป็นโอสถขั้นมนุษย์ขั้นกลางแต่ติดที่ว่าตัวยาที่ออกมายังไม่สมบูรณ์ทำให้มีตัวยาต่ำกว่ามาตรฐาน มิเช่นนั้นแล้วสมาคมพ่อค้าคงตัวสินว่าอี้เฟยเป็นนักปรุงยาชั้นกลางขั้นที่ 2 ขึ้นไปอย่างแน่นอน ส่วนการปรุงโอสถกระตุ้นปราณเป็นความสามารถโดยทั่วไปของนักปรุงยาชั้นต้นขั้นที่ 2 เท่านั้น หากว่านักปรุงยาอี้เฟยซึ่งเป็นนักปรุงยาชั้นกลางขั้นที่ 3 จะปรุงโอสถกระตุ้นปราณที่ความบริสุทธิ์เก้าในสิบส่วนย่อมมิใช่เรื่องน่าตกใจ
(ระดับการปรุงยาจะเริ่มตั้งแต่ชั้นฝึกหัด ชั้นต้น ชั้นกลาง ชั้นสูง โดยทุกระดับจะแบ่งออกเป็นสามขั้น โดยขั้นที่ 1 นั้นถือว่าสูงที่สุด ส่วนระดับขั้นของการปรุงยาที่สูงกว่านี้เกินกว่าที่ระดับของเขตแดนในปัจจุบันจะเข้าใจ)
"ทั้งหมดจำนวนหนึ่งร้อยเม็ด" เสวี่ยหมิงเอ่ยขึ้น
"หนึ่งร้อยเม็ดราคาท้องตลาดสำหรับโอสถกระตุ้นปราณเก้าในสิบส่วน ข้าสามารถให้ท่านอาจารย์อี้ได้ที่ราคาหกสิบเหรียญทองต่อหนึ่งเม็ด ทั้งร้อยเม็ดรวมเป็นหกพันเหรียญทองไม่ทราบว่าท่านอาจารย์อี้พอใจหรือไม่"
เสวี่ยหมิงพยักหน้ารับหลายครา เพราะเขารู้ราคาโดยคร่าวว่าในท้องตลาดนั้นรับซื้อโอสถกระตุ้นปราณเก้าในสิบส่วนกันที่เม็ดละ 50 เหรียญทองเท่านั้น "ตกลงทั้งหนึ่งร้อยเม็ดนี่กับหกพันเหรียญทอง เป็นราคาที่ไม่เลวเลยทีเดียว" ปากเอ่ยไม่เลวแต่ในใจล้วนลิงโลดเพราะต้นทุนของโอสถกระตุ้นปราณทั่วไปที่เสวี่ยหมิงซื้อมา 1 เม็ดนั้นมีราคาแค่ 5 เหรียญทองเท่านั้น "แต่นี้ยังแค่เริ่มต้น เพราะขวดนี้น่าสนใจกว่า" เสวี่ยหมิงหยิบโอสถขวดที่ 2 ซึ่งบรรจุโอสถกระตุ้นปราณสมบูรณ์แบบจำนวน 10 เม็ดขึ้นมาเปิดออก แม้ภายในบรรจุโอสถเพียงแค่ 10 เม็ดแต่กลิ่นหอมฟุ้งที่แผ่กระจายออกมานั้นกลับรุนแรงกว่าโอสถในขวดแรกเสียอีก
หมิงจิ้นจู่เลิกคิ้วสูง สีหน้าแสดงความประหลาดใจอยู่บ้างเพราะกลิ่นที่กระจายออกมาจากในขวดนั้นไม่ต่างจากโอสถในขวดแรก แต่เมื่อเสวี่ยหมิงเทเม็ดยาออกมากลิ้งลงไปบนฝ่ามือของหมิงจิ้นจู่ ใบหน้าของหมิงจิ้นจู่ก็แข็งค้างไปด้วยความตื่นตะลึง เพราะนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของมันที่ได้เห็นโอสถกระตุ้นปราณสมบูรณ์แบบ "โอสถ...โอสถกระตุ้นปราณสมบูรณ์แบบ" หมิงจิ้นจู่ละสายตาออกจากเม็ดยาที่กลิ้งอยู่บนฝ่ามือของมันอย่างไม่อาจหักใจ เพื่อเงยขึ้นมามองนักปรุงยาอี้เฟยที่พยักหน้ารับยืนยันความคิดของมัน "ข้า...ข้าไม่อาจประเมินราคาที่แน่นอนของโอสถกระตุ้นปราณสมบูรณ์แบบได้ เพราะยาสมบูรณ์แบบนั้นล้วนไม่ปรากฏตามท้องตลาดโดยทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่จะออกขายในการประมูลเท่านั้น ข้าคงต้องออกไปตามท่านหัวหน้าสมาคมมาเจรจากับท่านอาจารย์อี้ด้วยตัวเองเสียแล้ว" พูดจบหมิงจิ้นจู่ก็ขอตัวลุกจากไปเพื่อไปตามเฟยอี้หยินมาร่วมตัดสินใจ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เฟยอี้หยินก็เดินนำหน้าโดยมีเฟยเซียงและหมิงจิ้นจู่ขนาบซ้ายขวาตามลำดับตามหลังมาไม่ห่าง
เสวี่ยหมิงลุกขึ้นยืนรับคารวะจากผู้นำสมาคมพ่อค้า ก่อนจะหันมาพยกศีรษะรับคารวะจากเฟยเซียง
"ท่านอาจารย์อี้ จิ้นจู่บอกกับข้าว่าท่านต้องการนำโอสถกระตุ้นปราณสมบูรณ์แบบมาขายให้กับสมาคม..."แม้เฟยอี้หยินจะเคยเห็นโอสถกระตุ้นปราณสมบูรณ์แบบมาก่อน แต่ก็ไม่นึกว่านักปรุงยาอี้เฟยจะสามารถปรุงมันได้ ที่สำคัญนักปรุงยาอี้เฟยยังนำมันมาขายให้กับสมาคมอีกด้วย
"ขอเชิญท่านผู้นำสมาคมตรวจสอบดู" เสวี่ยหมิงหยิบขวดที่บรรจุโอสถกระตุ้นปราณสมบูรณ์แบบส่งให้เฟยอี้หยิน เฟยเซียงที่อยู่ด้านข้างเบิกตาโตมองดูด้วยความตื่นเต้น เพราะหล่อนเองก็ไม่เคยเห็นโอสถกระตุ้นปราณสมบูรณ์แบบมาก่อน แม้แต่ผู้ที่เป็นอาจารย์ของนาง ก็ยังมิอาจปรุงโอสถกระตุ้นปราณสมบูรณ์แบบได้ เพราะการปรุงโอสถสมบูรณ์แบบนั้นมิใช่เพียงแค่ระดับฝีมือในการปรุงยาที่ต้องสูงส่งนั้นจะทำได้ทุกคน เพราะผู้ที่ปรุงโอสถสมบูรณ์แบบได้นั้นจำเป็นต้องเป็นผู้ที่เป็นเลิศในการควบคุมเปลวเพลิงอีกด้วย
"น่าทึ่งนัก" เฟยอี้หยินเอ่ยพลางเก็บเม็ดยาเข้าไปในขวด "ราคาของโอสถกระตุ้นปราณสมบูรณ์แบบนั้นไม่ตายตัว แต่หากให้ข้าประเมินข้าสามารถให้ท่านอาจารย์อี้ได้ที่ห้าร้อยเหรียญทองต่อหนึ่งเม็ด หากท่านไม่พอใจก็..."
"ตกลงห้าร้อยเหรียญทอง" เสวี่ยหมิงพยายามปั้นสีหน้าให้นิ่งเฉยได้อย่างยากลำบาก เพราะต้นทุนของโอสถกระตุ้นปราณสมบูรณ์แบบ 1 เม็ดนั้นเพียงแค่ 15 เหรียญทองเท่านั้น นั้นเท่ากับว่าเสวี่ยหมิงได้กำไรเพิ่มเกินกว่า 30 เท่า
"แล้วขวดสุดท้ายนั่น" เฟยเซียงชี้ไปที่โอสถขวดสุดท้าย ซึ่งเสวี่ยหมิงจงใจใส่เอาไว้ในขวดที่ดูหรูหราที่สุด
"ขวดนี้" เสวี่ยหมิงหยิบขวดยาขึ้นมาเปิดออก กลิ่นเผ็ดร้อนฟุ้งกระจาย ไอความอบอ้าวแผ่ออกจนรู้สึกได้ "ก็แค่โอสถปราณอัคคี หากแม่นางเฟยเซียงชอบข้าก็ยินดีจะมอบให้เป็นของตอบแทนที่ท่านช่วยข้าในวันก่อน" เสวี่ยหมิงที่ได้รับเงินทองจนมากเกินพอแล้ว จึงอยากจะตอบแทนเฟยเซียงที่ช่วยปิดบังตัวตนของคหบดีจินซานในช่วงที่อยู่สนามประลองเป็นตาย หาได้มีความคิดเชิงชู้สาว
"ท่านผู้อาวุโส"แก้มขาวของเฟยเซียงปรากฏแต้มแดงชาดผุดขึ้นจนหล่อนต้องงุดหน้าลงเพื่อเก็บซ่อนความขวยเขิน เมื่อนางระงับอารมณ์ตัวเองได้แล้วจึงเงยหน้าขึ้นพร้อมรับขวดยาที่เสวี่ยหมิงยื่นให้แต่มิกล้าสบตากับเสวี่ยหมิง จนผู้เป็นพ่อและผู้อาวุโสหมิงจิ้นจู่หันมามองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย
เมื่อการเจรจาการค้าจบลง เสวี่ยหมิงก็ไม่ได้รับเงินออกมาจากสมาคมพ่อค้าแม้แต่เหรียญเดียว เพราะเสวี่ยหมิงแลกเปลี่ยนเงินทั้งหมดเป็นยากระตุ้นปราณทั่วไปแทน แม้จะสร้างความงุนงงให้กับสมาคมพ่อค้าแต่ก็ไม่มีใครกล้าถามถึงเหตุผล ทำให้เสวี่ยหมิงออกจากสมาคมพ่อค้าด้วยโอสถกระตุ้นปราณทั่วไปจำนวนหลายพันเม็ด แม้การเจรจาซื้อขายของเสวี่ยหมิงในคราบนักปรุงยาอี้เฟยจะจบลงไปอย่างเงียบ ๆ แต่ข่าวเรื่องโอสถสมบูรณ์แบบที่แพร่ออกไปนั้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น