เื่ราวบางอย่างเช่นนั้นหรือ ... ไม่ทราบว่าเฒ่าแก่หลี่้าเล่าถึงจิตอสูรตนนี้หรือไม่ .... มู่หลงชิงกล่าวถามออกไป
ไม่เพียงแต่เื่ของจิตอสูรตนนี้เท่านั้นแต่ยังเป็เื่ราวทั้งหมดของตะกลูข้าด้วย .....
ได้ยินดังนั้นสีหน้าของมู่หลงชิงก็มีความสนใจขึ้นมาทันที เื่นี้คงจะเป็ความลับที่ไม่มีคัยเคยล่วงรู้มาก่อนอย่างแน่นอน ...
ต้องย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งแสนปีก่อนใน่ยุคบบรพกาลแรกเริ่มนั้น ได้มีตะกลูนึง ชื่อว่าตะกลูต้วน ตะกลูนี้เป็ตะกลูที่มีผู้ฝึกตนระดับสูงหลายคน และมีอิทธิพลเป็อย่างมากในยุคนั้น ตะกลูต้วนขึ้นชื่อเื่การฝึกสัตว์อสูร ทำให้คนภายในตะกลูมีสัตว์อสูรเป็สัตว์เลี้ยงกันทุกคน ยิ่งมีพลังบ่มเพาะที่สูงก็สามารถควบคุมสัตว์อสูรได้มากขึ้น ผู้นำตะกลูต้วนในยุคนั้นสามารถความคุมสัตว์อสูรระดับสูงได้ถึง 10 ตัว ระดับต่ำได้อีกหลายร้อยตัว เพราะอย่างนี้ถึงทำให้ตะกลูต้วนมีความแข็งแกร่งอย่างมาก
แต่มีอย่างนึงที่คนภายนอกไม่รู้ก็คือตะกลูต้วนนั้นยังเป็ตะกลูของผู้ผนึกอสูรอีกด้วย ... บรรพบุรุษคนแรกของตะกลูต้วน ต้วนมู่ชิง นั้นได้คิดค้นเคล็ดวิชานึงขึ้นมานั้นก็คือเคล็ดวิชาที่สามารถผนึกอสูรไว้ได้ บรรพบุรุษต้วนมู่ชิงสามารถที่จะใช้เคล็ดผนึกอสูรนี้ผนึกสัตว์อสูรระดับเทพขั้นสูงสุดได้แต่ก็ต้องแรกมาด้วยจิติญญาของเขาที่ได้รับคว่มเสียหายอย่างหนัก ทำให้เขาไม่สามารที่จะกลับมาใช้เคล็ดวิชานี้ได้อีก
บรรพบุรุษต้วนมู่ชิงได้ส่งต่อเคล็ดวิชาผนึกอสูรนี้ให้กับหลานสาวของเขา ต้วนมู่หล่าง ซึ่งก็คือผู้นำตะกลูต้วนในเวลาต่อมานั้นเอง และเขาได้กำชับกับนางว่าถ้าไม่สามารถบ่มเพาะไปจนถึงเขตแดนจักรพรรดิเทพห้ามให้นางใช้เคล็ดวิชานี้กับสัตว์อสูรระดับเทพขั้นสูงสุดเด็ดขาด มิชะนั้นจะทำให้นางมีสภาพเช่นเดียวกับเขา
ต้วนมู่หล่างได้รับเคล็ดผนึกอสูรมาฝึกฝนจนชำนาญและกลายเป็ผู้ผนึกอสูรรุ่นที่ 2 แต่นางไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น นางยังได้ศึกษาและค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัตว์อสูรสายพันธ์ต่างๆเพื่อที่จะสามารถนำมาพัฒนาเคล็ดวิชาผนึกอสูรให้ดียิ่งขึ้น นางฝึกรุ่นเยาว์ของตะกลูที่มีความสามารถขึ้นมา 10 คนและได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาผนึกอสูรนี้ให้ทั้ง 10 คน ทำให้ตะกลูต้วนมีผู้ผนึกอสูรเพิ่มมากขึ้น
ต้วนมู่หล่างสามารถทำให้เคล็ดวิชาผนึกอสูรพัฒนาขึ้นไปได้อีกขั้นนึง จากเพียงสามารถผนึกอสูรได้เท่านั้น ทำให้นางสามารถควบคุมจิตอสูรตนนั้นมาร่วมต่อสู้ได้อีกด้วย ความสำเร็จนี้ได้ทำให่ตะกลูต้วนก้าวขึ้นมาเป็ตะกลูอันดับ 1 ของโลกนั้นในทันที จากปกติสามารถนำสัตว์อสูรเข้าร่วมต่อสู้ด้วยได้ แต่ถ้าสัตว์อสูรตนนั้นถูกโจมตีจนตายก็จะตายไปในทันที แต่ถ้าสามารถใช้เคล็ดวิชาผนึกอสูรที่สามารถควบคุมจิติญญาอสูรออกมาต่อสู่ร่วมได้จะเป็อีกเื่นึงทันที เพราะจิติญญาอสูรนั้นถูกผนึกไว้ในลูกแก้วจิตอสูร ถ้าไม่ทำลายลูกแก้วจิตอสูรให้ได้ ผู้ผนึกอสูรก็สามารเรียกจิติญญาอสูรตนนั้นออกมาร่วมต่อสู้ได้ตลอดเวลา แม้จะถูกโจมตีจนิญญาสลายไปก็สามารถก่อรูปขึ้นมาได้ใหม่อีกครั้ง ทำให้ความสามารถในการต่อสู้ไม่ได้ลดลงไปเลย
และเพราะเช่นนี้จึงทำให้ตะกลูต้วนขึ้นมาเป็ตะกลูอันดับหนึ่งของโลกนั้น และเพราะการพัฒนาที่รดเร็วเกินไปของตะกลูต้วนทำให้มีเหล่าขุมอำนาจใหญ่ๆที่รู้สึกว่าตะกลูต้วนเป็ภัยต่อพวกเขา ทำให้ขุมอำนาจเ่าั้ร่วมมือกันเปิดช่องว่างมิติระหว่างโลกใบนั้นกับโลกของสัตว์อสูร ทำให้สัตว์อสูรหลั่งไหลเขาไปในโลกที่ตะกลูต้วนปกครองอยู่ ในสัตว์อสูรกลุ่นมนั้นได้มีสัตว์อสูรระดับเทพตนนึงหลุดเข้ามาด้วย ทำให้โลกใบนั้นได้รับความเสียหายอย่างมาก ตะกลูต้วนได้ออกมาต้านรับฝูงสัตว์อสูรเ่าั้ไว้ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานสัตว์อสูรระดับเทพตนนั้นได้
ได้ฟังมาจนถึงตอนนี้ มู่หลงชิงก็เริ่มที่จะเดาอะไรบางอย่างได้บ้างแล้ว ... เห็นสีหน้าของมู่หลงชิงที่คิดตามคำพูดของเขาเฒ่าแก่หลี่ก็ไม่ได้รู้สึกใอะไรเพียงแต่เริ่มเล่าต่อเท่านั้น.....
สัตว์อสูรระดับเทพตนนี้มีลักษณะคล้ายกับพยัคตัวสีดำ ที่มีขนาดที่ใหญ่กว่าปกติ ที่หลังของมันมีปีกอยู่ 1 คู่ ความเร็วของมันไม่มีคัยสามารถที่จะตามทันได้ มันเรียกตนเองว่าเทพอสูรพยัคทมิฬ เพราะมันตัวเดียวได้ทำให้โลกใบนั้นถูกทำลายไปจนเกือบหมด ในที่สุดผู้นำตะกลูต้วน ต้วนมู่หล่าง ก็ได้ออกมาต่อสู้กับมัน การต่อสู่นั้นได้ยาวนานถึง 3 วัน 3 คืน ก่อนที่ ต้วนมู่หล่างจะใช้เคล็ดวิชาผนึกอสูร ผนึกมันเอาไว้แทน และได้แยกร่างกายและจิตวิญญานของมันออกจากกัน นางนำจิติญญาของพยัคทมิฬผนึกไว้ในลูกแก้วจิตอสูรของมันเอง
และเพราะการใช้เคล็ดวิชาผนึกอสูรนี้ได้ทำให้ต้วนมู่หล่างได้รับาเ็ทางจิติญญาเช่นเดียวกับต้วนมู่ชิง แต่ยังไม่สาหัสเท่ากับเขาเพราะนางยังสามารถใช้เคล็ดวิชาผึกอสูรได้อีกอยู่ แต่ไม่สามารถผนึกอสูรที่มีระดับสูงกว่าสัตว์อสูรระดับเทวะได้ และเพราะสัตว์อสูรระดับเทพถูกผนึกไปแล้วจึงทำให้ตะกลูต้วนที่เหลืออยู่นั้นสามารถต้านทานฝูงสัตว์อสูรที่เหลืออยู่ได้ ก่อนที่จะได้รับชัยชนะในที่สุด แต่ความเสียหายที่ได้รับนั้นก็ทำให้ตะกลูต้วนมีกำลังพลที่ถดถอยลงมาอย่างมาก
และเหตุการณ์การต่อสู้ของต้วนมู่หล่าง ที่ได้รับชัยชนะและสามารถผนึกสัตว์อสูรระดับเทพได้นั้น ได้ทำให้เหล่าตะกลูที่ร่วมมือกันรู้สึกอัตรายมากยิ่งขั้นและโลภในเคล็ดวิชาที่สามารถผนึกอสูรไว้อีกด้วย จึงทำให้เหล่าตะกลูใหญ่เ่าั้ร่วมมือกันโจมตีตะกลูต้วน ก่อนที่ตะกลูต้วนจะสามารถกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง
การร่วมมือกันของตะกลูใหญ่เ่าั้ทำให้ ต้วนมู่หล่างไม่สามารถที่จะต้านทานได้ เพราะนางเองยังได้รับาเ็ทางจิติญญาอยู่จึงไม่สามารถที่จะใช้พลังออกมาได้อย่างเต็มที่ ทำให้นางตัดสินใจที่จะให้รุ่นเยาว์ของตะกลูต้วนนั้นหลบหนีออกไปทางประตูมิติของตะกลูต้วน ประตูมิตินี้สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และมันยังสุ่มปลายทางที่จะไปอีกด้วย ทำให้ไม่สามารถติดตามได้ว่าคนที่ผ่านประตูนี้ไปจะไปโผล่ที่ไหน
รุ่นเยาว์เหล่านี้ต่างก็เป็ความหวังของตะกลูต้วนในอนาคต และในกลุ่มนั้นก็ได้มีลูกชายของต้วนมู่หล่างอยู่ด้วย ก่อนที่เหล่ารุ่นเยาว์จะจากไป ต้วนมู่หล่างก็ได้แบ่งทรัพยากรต่างๆให้รุ่นเยาว์เ่าั้เอาไว้ใช้ และได้มอบสิ่งสำคัญทุกอย่างของตะกูลไว้กับลูกชายของนางรวมทั้งเคล็ดวิชาผนึกอสูรและลูกแก้วจิติญญาของพยัคโลกันต์ไว้ที่เขาอีกด้วย ก่อนที่นางจะกำชับกับเขาว่า
ถ้าไม่สามารถสื่อสารกับลูกแก้วจิตอสูรพยัคโลกันต์ได้ ห้ามปลดปล่อยมันออกจากผนึกเด็ดขาด และเมื่อใดที่มีผู้ที่สามารถสื่อสารกันมันได้เ้าจงสอนเคล็ดวิชาผนึกอสูรนี้ให้กับเขา เพราะบุคคลนั้นจะเป็คนเพียงคนเดียวที่สามารถควบคุมจิตอสูรตนนี้ได้ และเมื่อใดที่สามารถควบคุมจิตอสูรตนนี้ได้ก็จะเป็โอกาสให้เราได้แก้แค้นตะกลูใหญ่เ่าั้ ถ้ายังหาคนที่สามารถควบคุมจิตอสูรตนนี้ไม่ได้เ้าไม่ต้องคิดจะกลับมาแก้แค้นให้กับตะกลูเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่
ต้วนมู่หล่างกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่มีแต่ความเสียใจก่อนจะเข้าไปกอดลูกชายของนาง ... ผ่านไปสักพักนางก็แยกออกมาก่อนที่จะเปิดประตูมิติขึ้น นางสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ก็พัดเอารุ่นเยาว์เ่าั้หายเข้าไปในประตูมิติ นางยื่นดูรุ่นเยาว์ของตะกลูและลูกชายของนางค่อยๆหายเข้าไปในประตูมิติก่อนที่จะหายไปจนหมดและประตูมิติค่อยๆปิดลงและพังทลายลงมา
หลังจากนั้นนางก็นำเหล่าผู้คนในตะกลูที่เหลือเข้าต่อสู้กับพวกเหล่าตะกลูใหญ่ทั้งหลาย การสู่รบในครั้งนั้นได้กลายเป็ข่าวที่เล่าขานไปทั่วทั้งแดนสุขาวดีอย่างมาก การที่ตะกลูใหญ่ทั้ง 3 ตะกลูของโลกระดับสูงร่วมมือกันเพื่อที่จะลบตะกลูนึกออกไปเท่านั้น แต่กลับทำให้ทั้ง 3 ตะกลูได้รับความเสียหายกลับมาไม่น้อย และยังไม่สามารถกำจัดตะกลูต้วนได้ทั้งหมดอีกด้วย ทำให้ตะกลูทั้ง 3 กลายเป็ที่หัวเราะของผู้คนที่ทราบข่าวลือเื่นี้ และที่สำคัญที่สุดคือไม่สามารถกำจัด ต้วนมู่หล่างได้อีกด้วย นางสามารถหลบหนีไปได้และหายตัวไปจากโลกใบนั้น ทำให้ ทั้ง 3 ตะกลูใหญ่ไม่สามารถหาตัวนางเจอได้
แต่เพราะนางได้รับาเ็เป็อย่างมากพลังชีวิตที่ใกล้จะดับไปแล้วของนางทำให้ตะกลูใหญ่ทั้ง 3 ไม่เป็กังวลอะไรมากเพราะพวกเขาคิดว่ายังไงนางก็ไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน แต่พวกเขาเสียดายที่ไม่สามารถค้นหาเคล็ดวิชาผึกอสูรและจิตอสูรพยัคทมิฬเจอ เื่นี้ทำให้พวกเขารับไม่ได้อย่างมากจนต้องสั่งให้คนในตะกลูกระจายตัวกันออกไปทั่วแดนสุขาวดีเพื่อตาหาเหล่ารุ่นเยาว์ของตะกลูต้วนที่สามารถหนีไปได้ พวกเขาหวังว่าเคล็ดวิชาและจิตอสูรจะอยู่กับรุ่นเยาว์เ่าั้ .......
มู่หลงชิงที่นิ่งฟังเฒ่าแก่หลี่อยู่เนินนานนั้นก็ได้เข้าใจเื่ราวทั้งหมดในทันที เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเฒ่าแก่หลี่ถึงได้เคร่งเครียดอย่างมากในตอนที่ถามว่าเขาสามารถสื่อสารกับลูกแก้วจิตอสูรพยัคทมิฬได้หรือไม่ เขานิ่งคิดสักพัก ....
เฒ่าแก่หลี่ .. เช่นนั้นท่านก็คือคนของตะกลูต้วนใช่หรือไม่ .... ได้ยินมู่หลงชิงกล่าวถามออกมาเช่นนี้ก็ทำให้เฒ่าแก่หลี่ลังเลเล็กน้อย ...
ใช่แล้วข้าคือคนรุ่นหลังของตะกลูต้วน ชื่อจริงๆว่าต้วน หลี่ฟาน ... เป็ผู้ผนึกอสูรคนสุดท้ายของตะกลูต้วนในปัจจุบัน .... คำตอบของเฒ่าแก่หลี่ทำให้มู่หลงชิงหายใจติดขัดมากยิ่งขึ้น เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเจอกับคนของตะกลูต้วนที่เป็ตะกลูของผู้ผนึกอสูร เพราะในตอนที่เขายังเป็ผู้แข็งแกร่งอยู่นั้นเขาเคยได้ยินเื่เล่าของตะกลูต้วนผู้ผนึกอสูรมาบ้าง ทำให้เขาคิดว่าเคล็ดวิชาเทพอสูรที่เขาฝึกอยู่นั้น น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากที่เดียวกันกับตะกลูของผู้ผนึกอสูรนั้นเอง