เซี่ยเจิ้งเต๋อ เห็นท่าทีโกรธเกรี้ยวของเสวี่ยเหวินหลง ก็ตกใจ
เซี่ยเจิ้งเต๋อรู้ลักษณะนิสัยของเสวี่ยเหวินหลงชัดเจน แม้ว่าผู้ชายคนนี้จะเย่อหยิ่งแต่กลยุทธ์ของเขาแยบยลและจับได้ยาก แต่คราวนี้เสวี่ยเหวินหลงมาหาเขาที่สำนักงานแล้วบอกสิ่งที่ต้องการด้วยตัวเอง เสวี่ยเหวินหลงบอกให้เขาดูข้อมูลหลิวชิงหยู่เขามีแผนการบางอย่างเพื่อจัดการหลิวชิงหยู่หรือไม่
เมื่อคิดแบบนั้น เซี่ยเจิ้งเต๋อก็ไม่ได้ดูข้อมูลใน แฟลชไดรฟ์ โดยตรงเพราะหากเขาทำแบบนั้น เขาจะตกเป็นรองอีกฝ่าย เขาจึงพูดขึ้นอย่างเฉยเมยว่า “คุณเสวี่ยมีอะไรหรอ อะไรทำให้คุณโมโหได้ขนาดนี้ นั่งลงคุยกันดีๆเถอะ”
แม้เห็นว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อไม่ได้ดูคลิป เสวี่ยเหวินหลงก็ไม่ได้โกรธเขานั่งลงอย่างสงบแล้วพูดด้วยน้ำเสียงโกรธๆ ว่า “หัวหน้าพรรคเซี่ย เมื่อบ่ายเลขาธิการหนิ่วจากฝ่ายตรวจสอบวินัยได้รับวิดีโอบางอย่าง เมื่อได้เห็นวิดีโอเขาก็โกรธมาก หลังจากผมได้เห็นวิดีโอนั้นผมเองก็โกรธเช่นกัน เพราะว่าในวิดีโอนั้น หลิวชิงหยู่ไม่เหมือนนายกเทศมนตรีเลย เขาถือท่อเหล็กไล่ตีผู้บริสุทธิ์ คุณบอกผมหน่อยว่าเจ้าหน้าที่เช่นนี้เราควรเก็บเอาไว้ไหม โชคดีที่วิดีโอนี้ยังไม่ได้เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต มิฉะนั้นผลที่ตามมาคงดูไม่ดีเท่าไหร่ ผมขอแนะนำให้เราจัดการประชุมคณะกรรมาธิการฉุกเฉินเพื่อปรึกษาวิธีจัดการกับปัญหาของหลิวชิงหยู่โดยเร็วที่สุด เพราะถ้ามันกลายเป็นเรื่องใหญ่เทศมณฑลของเราต้องเกิดปัญหาแน่”
แม้ว่าเสวี่ยเหวินหลงจะดูโกรธ แต่ในใจของเขาก็เปี่ยมไปด้วยความสุข เขาแอบพูดในใจว่า “เซี่ยเจิ้งเต๋อเอ้ย เซี่ยเจิ้งเต๋อ ฉันอยากเห็นว่าแกจะช่วยหลิวชิงหยู่ได้ยังไง ถ้าหลิวชิงหยู่ถูกจัดการไป แกก็ไม่สามารถควบคุมกวนซานได้อีก และภูเขาชุ่ยผิงที่แกลงนามไว้ก็จะกลายเป็นของของฉัน ด้วยความสำเร็จนี้หากนับผลงานทางการเมืองกันล่ะก็ ฉันไม่มีทางด้อยไปกว่าแกแน่”
เซี่ยเจิ้งเต๋อขมวดคิ้วทันทีเขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า “โอเคไม่มีปัญหา เราจะเรียกประชุมฉุกเฉินทันที”
ด้วยเหตุนี้เซี่ยเจิ้งเต๋อก็โทรหาผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการพรรคประจำเทศมณฑล และขอให้เขาแจ้งเหล่าคณะกรรมาธิการให้มาเข้าประชุมโดยทันที
ยี่สิบนาทีต่อมาสมาชิกทั้งหมดของคณะกรรมาธิการประจำเทศมณฑลจิงหลินก็เข้าร่วมกันครบ
เซี่ยเจิ้งเต๋อเหลือบมองไปที่ผู้คนและพบว่าพวกเขามีท่าทีต่างกันออกไป ตอนนี้แม้คนของเสวี่ยเหวินหลงจะดูจริงจัง แต่จริงๆ แล้วสีหน้าของพวกเขาดูตื่นเต้นเห็นชัดว่าพวกเขาคงรู้เบื้องลึกเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ ดังนั้นในการประชุมที่เกิดขึ้นมันทำให้เหล่าคณะกรรมาธิการที่เป็นกลางต่างรู้สึกสับสนและสงสัย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เซี่ยเจิ้งเต๋อกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ทุกคนจุดประสงค์ของการประชุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากนายกเทศมนตรีหลิวชิงหยู่ ส่วนรายละเอียดให้สหายเสวี่ยเหวินหลงเป็นคนเล่า” เซี่ยเจิ้งเต๋อพูดจบก็มองไปยังเสวี่ยเหวินหลง
เสวี่ยเหวินหลงกระแอมไอเบาๆ แล้วพูดว่า “สหายทุกท่าน ก่อนที่ผมจะพูด ผมอยากให้คุณดูวิดิโอนี้ก่อน เราจะได้รู้กันว่านายกเทศมนตรีหลิวชิงหยู่ของตำบลกวนซานเป็นคนแบบไหน”
กล่าวจบหลังจากนั้นเสวี่ยเหวินหลง ก็ส่งสัญญาณให้คนในห้องประชุม ดึงจอโปรเจคเตอร์ลงมาจากเพดาน ต่อจากนั้นภาพวิดีโอก็ถูกฉายอยู่บนจอ ในภาพนั้นเป็นภาพที่หลิวชิงหยู่กำลังสู้กับกลุ่มคน เมื่อดูจากภาพจะพบว่าเป็นหลิวชิงหยู่ที่ทุบตีผู้คนไม่หยุด ด้วยความดุเดือดนี้มันดูรุนแรงจนมากผิดปกติ เป็นผลจากการตัดต่อภาพนี้อย่างมืออาชีพทำให้เผยแต่ภาพความรุนแรงของหลิวชิงหยู่
หลังจากดูวิดีโอนี้เสร็จ เสวี่ยเหวินหลงก็ทุบโต๊ะแล้วพูดด้วยความโกรธว่า “ทุกคนได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของหลิวชิงหยู่ แล้วใช่หรือไม่ เรายังจะให้เขาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลกวนซานอีกหรอ ถ้าเหล่าผู้บังคับบัญชาเห็นวิดีโอนี้เข้าจะเกิดอะไรขึ้น แน่นอนว่าถ้าพวกเขาโกรธ พวกเราเทศมณฑลจะต้องถูกตำหนิแน่นอน ดังนั้นเรายังปล่อยให้หลิวชิงหยู่ดำรงตำแหน่งอีกหรือ”
หลังจากที่เสวี่ยเหวินหลงพูดจบ หนิ่วเจี้ยนกั๋วจากฝ่ายตรวจสอบวินัยก็พูดเสียงทุ้มว่า “ไม่เหมาะสม ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ผมว่าพฤติกรรมของหลิวชิงหยู่ทำลายภาพลักษณ์จิงหลินเรามากเกินไป การใช้ความรุนแรงและการละเมิดระเบียบวินัยองค์กรมันเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และจากคำบอกเล่าจากผู้แจ้งยังมีการระบุว่าสาเหตุความขัดแย้งเป็นเพราะผลประโยชน์ ดังนั้นผมว่าเราจะต้องจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดและจัดการขั้นเด็ดขาด”
“ยอมไม่ได้ พวกข้าราชการที่ไม่สนกฎหมายอย่างหลิวชิงหยู่เป็นภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชน เราควรจัดการตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่มีการผ่อนปรนหรือประนีประนอมใดๆ มิฉะนั้นมันจะเป็นการขาดความรับผิดชอบต่อประชาชน” จินหยู่เผิงเลขาธิการคณะกรรมาธิการฝ่ายบริหารจัดการก็ได้พูดขึ้นด้วยความโกรธ
บรรยากาศภายในห้องนั้นดูเคร่งขรึมมาก ทุกคนกำลังครุ่นคิด ในที่แห่งนี้ทุกคนไม่ใช่คนโง่ พวกเขารู้ดีว่าหลิวชิงหยู่จะรอดจากเรื่องนี้ได้ยากเพราะ หลักฐานนี้มันแน่นหนามาก
ตอนนี้เซี่ยเจิ้งเต๋อขมวดคิ้วแน่น เขาไม่คิดว่าหลิวชิงหยู่จะมีด้านนี้ ในความคิดของเขาหลิวชิงหยู่เป็นชายหนุ่มที่มีไหวพริบสติปัญญาและเชี่ยวชาญเกมการเมือง เขามีวิธีต่างๆ มากมาย แม้ว่าเขาจะหุนหันพลันแล่นไปบ้างแต่ก็ไม่ได้มีนิสัยใจคอเลวร้าย แต่จากวิดีโอนี้มันทำให้มองหลิวชิงหยู่ในทางบวกได้ยาก สิ่งที่เขาอยากรู้คือทำไมหลิวชิงหยู่ถึงทำแบบนี้ นี่มันเกินขอบเขตความเข้าใจไปมาก
อย่างไรก็ตามหลิวชิงหยู่เป็นคนของเขา เซี่ยเจิ้งเต๋อจึงคิดหาวิธีช่วยเหลือ แต่มันก็ทำให้เขาตกสู่ที่นั่งลำบากด้วยเช่นกัน
ในตอนนี้ จู่ๆ โทรศัพท์ของจินหยู่เผิงก็ดังขึ้น ทันใดนั้นเซี่ยวเจิ้งเต๋อก็หันไปมอง จากนั้นจินหยู่เผิงก็บอกว่าตอนนี้มีกลุ่มคนกำลังปิดกั้นประตูศูนย์ราชการ พวกเขาอ้างว่าญาติของพวกเขาถูกทุบตีโดยหลิวชิงหยู่ต้องการให้ทางเทศมณฑลอธิบาย
สำนักงานคณะกรรมการพรรคและเทศบาลของเทศมณฑลก็อยู่ในศูนย์ราชการ ดังนั้นทุกคนจึงเดินไปมองที่บริเวณหน้าต่าง
เสวี่ยเหวินหลงเห็นแบบนั้นใบหน้าของเขาก็หมองลงเขากล่าวกับ เซี่ยเจิ้งเต๋อว่า “เลขาธิการเซี่ย ตอนนี้ประตูศูนย์ราชการถูกปิด หากไม่จัดการ ผู้สื่อข่าวจะไหวตัวแล้วมาที่นี่ เมื่อเป็นแบบนั้นสถานการณ์คงไม่ดีแน่”
เซี่ยเจิ้งเต๋อลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างและมองออกไป แล้วเขาก็เห็นว่าด้านนอกมีคน 60 70 คนยืนชูป้ายเรียกร้องพร้อมตะโกนให้ ทางผู้นำเทศมณฑลกล่าวอธิบาย เซี่ยเจิ้งเต๋อเห็นแบบนี้ก็ไม่สามารถสงบใจได้ เขาอยากให้หลิวชิงหยู่มาช่วยอธิบาย แต่เมื่อเจอกับแรงกดดันแบบนี้เขาควรทำอย่างไร
หลังจากเซี่ยเจิ้งเต๋อ กับเสวี่ยเหวินหลงนั่งลง เสวี่ยเหวินหลงก็กดดันเซี่ยเจิ้งเต๋ออีกครั้ง “หัวหน้าพรรคเซี่ยเราควรทำอย่างไรดี”
ตอนนี้เขาเตะบอลอัดเซี่ยเจิ้งเต๋อ เขาต้องการให้เซี่ยเจิ้งเต๋อตระหนักว่าถ้าปล่อยไปจะไม่เป็นผลดี
อย่างไรก็ตามเซี่ยเจิ้งเต๋อยังไม่ทันพูดอะไร หวังจื่อเฉียง ก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “หัวหน้าพรรคเซี่ย ผู้ว่าการเสวี่ย ผมว่าปัญหานี้มันไม่สามารถบอกได้จากวิดีโอนี้หรอก เพราะวิดีโอนี้มันถูกตัดต่อหลายช่วง และไม่ได้เป็นวิดีโอฉบับเต็ม แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะดูเหมือนกับว่าหลิวชิงหยู่ตีคนอื่นด้วยท่อเหล็ก แต่เราก็ไม่รู้ว่าต้นสายปลายเหตุว่ามันเกิดจากอะไร ผมค่อนข้างมั่นใจในตัวหลิวชิงหยู่ คุณรู้ไหม ว่าหลิวชิงหยู่ไปต่อสู้แนวหน้าเผชิญน้ำท่วมพร้อมกับชาวบ้าน เขาลงมือแบกกระสอบทรายด้วยตัวเอง อีกทั้งยังเกือบตายเพราะน้ำซัด คนที่ทำเพื่อประชาชนถึงขนาดนี้จะทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองจริงๆหรือ ผมคิดว่าบางทีผู้ที่แจ้งอาจจะไม่พูดเรื่องจริงทั้งหมด เราควรไปตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนจะดีกว่า มิฉะนั้น หากเราตัดสินใจผิดพลาดเราจะเสีย ข้าราชการดีๆ อย่างหลิวชิงหยู่ไป”
ตกใจ ตอนนี้ทุกคนตกใจมาก
ตอนนี้ไม่เพียงแต่เซี่ยเจิ้งเต๋อ แม้แต่เสวี่ยเหวินหลงก็ไม่คาดคิด ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า ระหว่างที่เซี่ยเจิ้งเต๋อยังคงลังเล หวังจื่อเฉียงกลับออกตัวช่วยหลิวชิงหยู่
นี่มันเกิดอะไรขึ้น
เสวี่ยเหวินหลงมองไปที่หวังจื่อเฉียง เซี่ยเจิ้งเต๋อก็มองไปที่หวังจื่อเฉียงเช่นกัน