"แล้วถ้าข้าซึมซับมันเข้าไป ไม่ได้หมายความว่าข้าอาจจะมีความเข้าใจในแก่นแท้ของธาตุพิษอย่างนั้นหรือ?"เทียนฉินเอ่ยถามออกมาอย่างตื่นเต้น ที่ได้รู้ว่าเขาอาจจะมีความสามารถเพิ่มขึ้นอีกอย่าง
"ก็คงจะเป็นไปได้ ด้วยดีของแมงป่องหินลายครามที่เจ้าซึมซับบวกกับแก่นอสูรพิเศษอันนี้ คงเพียงพอให้เจ้าทำความเข้าใจในแก่นแท้ธาตุพิษนี้ได้อย่างแน่นอน!"หลงยู่หมิงวิเคราะห์ให้เทียนฉินรู้อย่างช้าๆ
"ข้าเริ่มจะอดใจไม่ไหวเสียแล้ว!"
แต่อย่างไรก็ตามเทียนฉินยังไม่ได้ซึมซับแก่นอสูรหรือดีตอนนี้ แต่เริ่มก่อไฟด้วยเศษไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้น ก่อนจะคว้าเอาซากของแมงป่องหินลายครามที่เขาชำแหละออกเป็นท่อนๆมาโยนเข้าไปในกองไฟทันที
ในเวลาเพียงไม่นานกลิ่นหอมก็โชยออกมาให้ได้รู้ว่าเนื้อของแมงป่องหินลายครามตัวนี้สุกได้ที่แล้ว เทียนฉินไม่รอช้ารีบหยิบเนื้อท่อนหนึ่งมาแกะเปลือกออกก่อนยัดใส่ปากอย่างไม่กลัวร้อน
"อืม! อร่อยใช้ได้เลย" เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างพึงพอใจ แม้ว่าจะไม่ได้มีเครื่องปรุงอันใด แต่ด้วยความสดของเนื้อแมงป่องนี้หลังจากที่ได้รับการย่างอย่างดี ก็ทำให้มีรสชาติกลมกล่อมอยู่ในตัวมันเอง
หลังจากจัดการเนื้อแมงป่องลายครามนี้จนเต็มที่แล้ว เทียนฉินไม่รอช้ารีบขับเคลื่อนเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีทันที แม้ว่าพลังปราณที่อยู่ในเนื้อของแมงป่องหินลายครามตัวนี้จะมีอยู่เพียงเล็กน้อย แต่ก็จำเป็นต้องได้รับการซึมซับอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นจะเป็นการสูญเปล่าไป
กระแสพลังงานจากเนื้อของแมงป่องหินลายครามที่ถูกกระตุ้นด้วยเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคี ได้ไหลเวียนไปทั่วร่างกายก่อนจะค่อยๆแทรกซึมลงไปในจุดตันเถียนจนหมดสิ้น
เทียนฉินหยิบดีของแมงป่องหินลายครามยัดใส่ปากทันทีก่อนจะกำแก่นอสูรพิเศษนั้นใว้ในมือ แล้วเริ่มร่ายเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีอีกครั้ง
"ข้าหวังว่าด้วยทั้งสองสิ่งนี้จะทำให้ข้าสามารถบรรลุถึงระดับผันแปรขั้นกลางได้!"เทียนฉินเอ่ยพึมพำอยู่ในใจขณะที่เริ่มทำการซึมซับ
เพียงชั่วพริบตาผิวหนังทั้งตัวของเทียนฉินพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้า ความร้อนจากพิษที่อยู่ในถุงดีเข้าแทรกซึมไปตามกล้ามเนื้อและเส้นเลือด
ตู้ม!
กระแสพลังปราณของเทียนฉินพุ่งพล่านไปทั่วบริเวณ และเสียงที่เปล่งออกมาให้ได้ยินก็เหมือนกับกระแสลมผัดผ่านหมุนเวียนไปมา
ในที่สุดเมื่อความร้อนในร่างกายเบาบางลง ผิวหนังเก่าหนาๆที่เกิดจากการเผาไหม้ของพิษในถุงดีของแมงป่องหินลายครามก็ค่อยๆหลุดร่อนออกมา เผยให้เห็นผิวขาวและมันเงามากขึ้น เหมือนกับทารกแรกเกิดก็ไม่ปาน
"ร่างกายของข้าได้รับการชำระล้างอีกครั้งแล้ว!"เทียนฉินมองสำรวจตัวเองและความสุขลึกๆก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
หลังจากการซึมซับดีของสัตว์อสูรต่างๆมาหลายครั้ง ในที่สุดเขาบรรลุผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมในกายาต้านพิษแล้ว และความแข็งแกร่งของร่างกายก็เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
"ขาดอีกนิดเดียวข้าก็จะบรรลุระดับผันแปรขั้นกลางได้แล้ว!"
เทียนฉินเปรียบเทียบตัวตนปัจจุบันของเขากับตัวตนก่อนหน้าของเขา แม้ว่าเขาจะไม่สามารถทดสอบร่างกายของเขาได้อย่างแม่นยำเนื่องจากข้อจำกัดต่างๆ แต่เขารู้จักร่างกายของเขาดีพอที่จะเดาได้เล็กน้อย
"ข้าคงต้องใช้แก่นอสูรที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อผลักดันให้ตนเองบรรลุพลังขั้นต่อไปให้ได้!"เทียนฉินคิดคิดอยู่ในใจแล้วจึงหยิบแก่นอสูรที่เหลือออกมาจากแหวนมิติอีกครั้ง
เขามุ่งมั่นอย่างแน่วแน่พร้อมกับกดดันตนเองไปด้วย เขาไม่เคยลืมเลยว่าในการประลองที่จะถึงนี้นั้น ล้วนแล้วแต่มีศิษย์ส่วนตัวมากมายที่มีพลังบรรลุถึงระดับผันแปรขั้นสูง
โดยเฉพาะชิงต้าเหนียวที่เขาสาบานไว้ว่าต้องชนะให้จงได้ ดังนั้นทั้งหมดที่เขาทำได้คือสามารถปรับปรุงตัวเองให้มีพลังมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อรับมือกับคนพวกนั้น
ฟืด!
เทียนฉินสูดอากาศเข้าไปในปอดก่อนหลับตาลงทำการซึมซับแก่นอสูรต่อไป
กระแสพลังปราณหลั่งไหลออกมาจากแก่นอสูรที่มากมาย ก่อนพุ่งเข้าแทรกซึมไปทั่วร่างกายของเทียนฉินในทันที
ด้วยเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีที่คอยควบคุม กระแสพลังปราณเหล่านั้นต่างถูกดึงลงไปในจุดตันเทียนอย่างรวดเร็ว ทุกส่วนในร่างกายต่างถูกกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกๆด้าน
ตู้ม!
"ผันแปรขั้นกลาง!"
เทียนฉินรู้สึกโล่งใจออกมาและเริ่มสำรวจความเปลี่ยนแปลงของตนเองทันที ในไม่ช้าก็รู้สึกว่าพละกำลังในร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก
"ข้าได้มีความเข้าใจแก่นแท้ธาตุพิษขั้นต้นแล้ว มิหนำซ้ำความเข้าใจแก่นแท้ธาตุน้ำก็ได้มาถึงขั้นสูงอีกต่างหาก!"
เทียนฉินเอ่ยพึมพำออกมาหลังจากที่สำรวจตนเองอย่างดี ก็พบว่าในตอนนี้ตนเองได้ก้าวหน้าขึ้นไปอย่างมากแล้ว
ติ๊ง!!
"ภารกิจที่ 10 สำเร็จแล้ว นายท่านจะรับรางวัลเลยมั้ยค่ะ?" เสียงเสี่ยวถ่งแจ้งเตือนออกมาอีกครั้ง
"รับสิ!"เทียนฉินกล่าวตอบออกมาอย่างมีความสุข
"ระบบกำลังป้อนข้อมูลให้นายท่านค่ะ"
"วิชาอัคคีกัมปนาท"
ติ๊ง!!
# ภารกิจที่ 11 ระดับผันแปรขั้นสูง
รางวัล [ วิชายุทธ์ดาราเร้นกาย ] #
วิชาอัคคีกัมปนาทนั้นก็คือทักษะดับตะวันขั้นสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะยุทธของคำภีร์เก้าดาราประสานนั่นเอง
เทียนฉินไม่รีรออะไรอีก รีบทำความเข้าใจในทักษะวิชานี้ทันที จากนั้นจึงเริ่มเสาะหาสัตว์อสูรเพื่อมาทดสอบกับพลังของวิชานี้อย่างรวดเร็ว
ตู้ม!
เสียงระเบิดของพลังปราณลูกหนึ่งดังสนั่นกึกก้องไปทั่วฟ้า ลูกเพลิงลูกหนึ่งปรากฏขึ้นมาก่อนจะขยายใหญ่ขึ้นในชั่วพริบตา ที่สำคัญตอนนี้เปลวไฟที่ลุกโชนนั่นเสมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่ากลัว มวลอากาศโดยรอบประหนึ่งจะถูกแผดเผาจนมอดไหม้
พื้นที่โดยรอบถูกเปลวเพลิงสองสีเผาไหม้เป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา ร่างของสัตว์อสูรตัวหนึ่งดำเมี่ยงเป็นตอตะโกอยู่ใจกลางกลุ่มเพลิงกลุ่มนี้
"พลังของวิชาอัคคีกัทปนาทนี้ช่างรุนแรงยิ่งนัก ข้าไม่ควรใช้มันอย่างพร่ำเพรื่อจะดีกว่า!"
เทียนฉินที่ได้สัมผัสกับพลังของวิชาอัคคีกัมปนาทก็รู้สึกตกตะลึงอย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่ได้คาดคิดไว้เลยว่าทักษะวิชานี้จะเป็นการโจมตีที่ขยายวงกว้างมากขนาดนี้ อีกทั้งความรุนแรงของมันยังทรงพลังมหาศาลอีกด้วย
"เจ้าหนู!เจ้าควรปรับสมดุลพลังในร่างกายของเจ้าเสียก่อนดีกว่า!"หลงยู่
หมิงกล่าวเตือนเทียนฉินทันทีที่เห็นว่าเขากำลังจะพุ่งออกไปหาสัตว์อสูรอีกครั้ง
"ทำไมหรืออาวุโสหลง?"เทียนฉินถามกลับไปอย่างสงสัย
"เจ้าเพิ่งบรรลุถึงระดับผันแปรขี้นกลาง ไม่ควรที่จะออกไปต่อสู้อย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าควรที่จะปรับสภาพร่างกายของเจ้ากับพลังในตัวให้มีความเสถียรเสียก่อน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่ไม่อาจคาดถึงได้"หลงยู่หมิงกล่าวเตือนเทียนฉินด้วยความหวังดี
เทียนฉินพยักหน้าคล้ายจะเข้าใจในความหวังดี จากนั้นจึงนั่งลงทำสมาธิเพื่อปรับพลังในร่างกายให้มีความมั่นคงอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากร่างกายของเขาได้พัฒนาขึ้นจากแต่ก่อน รวมถึงที่เขาได้บรรลุพลังระดับผันแปรขั้นกลางแล้ว หากไม่คิดที่จะปรับพลังในร่างให้สมดุลร่างกายภายนอกแล้วนั้น อาจจะเกิดปัญหาการบาดเจ็บจากการที่ใช้พลังปราณไปอย่างมากมายโดยที่ร่างกายไม่สามารถรองรับได้นั่นเอง
เม็ดยาเพิ่มปราณเม็ดแล้วเม็ดเล่าถูกเทียนฉินยัดเข้าใส่ปากอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการร่ายเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีเพื่อปรับสมดุลของพลังปราณในร่างกาย
กระแสพลังปราณปรากฏเป็นริ้วคลื่นเบาบางหมุนวนอยู่รอบตัวของเทียนฉิน เพียงไม่นานเขาก็ลืมตาขึ้น กลิ่นอายที่แผ่ออกมาล้วนแฝงไปด้วยพลังอันบริสุทธิ์ กระดูกทุกชิ้นส่งเสียงดังลั่นออกมาราวกลับกำลังจะจัดระเบียบด้วยตัวมันเอง
"ใกล้ถึงเวลาที่ข้าจะต้องออกไปแล้วสินะ!"เทียนฉินพึมพำออกมาหลังจากคำนวนเวลาดูแล้ว อีกทั้งแดนลับหมื่นอสูรนี้ก็ไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนอีกแล้วที่จะกดดันเขาได้
ผ่านไปอีกห้าวันก็ครบกำหนดในการอยู่ที่แดนลับนี้ พลันก็ปรากฏแสงสีขาวขึ้นมาปกคลุมอยู่รอบตัวเขาก่อนจะฉุดรั้งร่างของเขาให้หายไปจากที่ตรงนั้นทันที นี่คือสิ่งที่ชายชราคนนั้นได้กล่าวไว้ตอนที่เทียนฉินเข้ามาใหม่
ค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้จะปรากฏออกมาด้วยตัวของมันเอง เมื่อครบกำหนดเวลาที่ได้ลงทะเบียนไว้ตรงทางเข้า
เพียงพริบตาเทียนฉินก็กลับมาอยู่ในห้องเดิมที่เขาเข้ามาตอนแรก ชายชราทั้งแปดคนลืมตาขึ้นมองเทียนฉินอย่างพร้อมเพียง กระแสจิตหลายสายต่างพุ่งเข้าหาเทียนฉินเพื่อสำรวจความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีปิดบัง
จบตอนที่ 61