เขาสุภาพอ่อนโยนพรรณนาความคิดถึงเฝ้าคะนึงหาด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์
ภายใต้แสงสว่างของดวงอาทิตย์ ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มดูคล้ายเมาแดดทำให้ผู้อื่นรู้สึกสงสาร
ความรู้สึกลึกล้ำนั้นไม่ใช่สิ่งที่หญิงสาวผู้หนึ่งเฝ้าใฝ่ฝันหาหรอกหรือ?
ทว่าซ่งิหลานเพียงแค่รู้สึกอยากหัวเราะ
“ท่านคิดถึงข้า?” นางหักก้านดอกไม้ข้างๆมือหมุนเล่นอย่างไม่ใส่ใจ มือขาวราวหิมะและดอกไม้สดสวยส่องสะท้อนซึ่งกันและกันไร้สิ่งอื่นงามกว่านี้แล้ว
ความงามที่พาใจหายใจคว่ำ
ฟางจิ้งซูมองหญิงสาวที่ตัวเองคิดถึงมาตลอดหลายปีอย่างสงบ
“ใช่” เขาตอบรับเสียงเบา
อย่างไรก็ตามตอนที่เขาพูดคำนี้ออกมาจากใจจริง กลับได้ยินหญิงสาวตรงหน้าแค่นหัวเราะเสียงเย็นออกมาคำหนึ่งก้านดอกไม้ในมือของหญิงสาวหมุนส่ายไปมา นางมองเขายกคิ้วถามทีเล่นทีจริงว่า “ท่านคิดถึงข้า ท่านเป็อะไรกับข้าหรือ?”
ั์ตาดำขลับสุกใสดั่งดวงดาวของนางเฉยเมยไม่ได้มีความประทับใจต่อความรู้สึกลึกล้ำของฟางจิ้งซูแม้แต่น้อย ดังสระน้ำลึกไร้ระลอกคลื่น
สายตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกนั้น ทำให้ฟางจิ้งซูทั่วทั้งร่างหนาวะเื
“น้องสาม...”
“ความคิดถึงของท่านให้ผู้อื่นไปแล้วมาพูดเื่เหล่านี้ตรงหน้าข้าเพื่ออะไรกัน?” ซ่งิหลานเห็นเขายื่นตัวเข้ามาใกล้กลับเพียงหลบหลีกอย่างเ็า พูดอย่างราบเรียบว่า “หากท่านคิดถึงข้าจริงแปดปีมานี้ทำไมจึงทำเหมือนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่? หรือท่านไม่รู้ว่าข้าอยู่ที่ไหนหรือท่านไม่รู้ว่าข้าพบเจออะไรบ้าง ทว่าจดหมายสักฉบับ คำพูดสักประโยคหรือส่งคนมาถามสักคำสบายดีไหมให้ข้ามีความกล้าขึ้นมาสักหน่อยให้เห็นว่าในบ้านยังมีคนที่นึกถึงและเป็ห่วงข้าอยู่ ท่านล้วนไม่ได้ทำอะไรวันนี้ข้ากลับมาแล้ว ท่านกลับเดินมาพูดต่อหน้าข้าว่าคิดถึงข้า? ญาติผู้พี่ฟาง...” นางช้อนสายตากล่าวล้อเลียนสายตาเ็าถามไปว่า “ท่านคิดว่าข้าโง่หรือ?”
กาลเวลาแห่งความสงัดเงียบและเ็า นางเฝ้านับแต่ละวันที่ผ่านไป คนผู้นี้กลับมัวไปมุดหัวอยู่ที่ไหน?
หลายปีมานี้ไม่สนใจไยดี หรือว่าฟางจิ้งซูไม่รู้เกี่ยวกับหญิงสาวผู้นี้ว่าไปคุกเข่าสวดภาวนาเพื่อท่านย่า จำต้องเสียเวลาวัยแรกแย้มไปท่ามกลางหุบเขาผ่านวันคืนอะไรไปบ้าง?
เขาอยู่ในเมืองหลวงร้องรำทำเพลงอย่างมีความสุขท่ามกลางความงดงามตระการตาและเจริญรุ่งเรือง ยังจะนึกถึงผู้ที่เขาเรียกว่าญาติผู้น้องที่คิดถึงอีกหรือผ่านวันเวลาแต่ละวันไปอย่างไรบ้าง อ้างว้างเปล่าเปลี่ยวหรือไม่?
“แต่ว่าท่านแม่...”
“ดังนั้นเพราะว่าฮูหยินกั๋วกงท่านก็สามารถเมินเฉยต่อข้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือ?เมื่อเป็เช่นนี้ ฮูหยินกั๋วกงตอนนี้ก็ยังคงไม่ชอบข้าเหมือนเก่าทำไมท่านถึงได้ตามออกมาหาข้าให้ท่านแม่ของท่านเสียใจล่ะ?” ซ่งิหลานเอียนจะแย่แล้ว
หากไม่มีฟางจิ้งซูยืนพูดพร่ำพรรณนาถึงความคิดถึงและความรู้สึกมากมายอยู่ตรงหน้านางคงไม่รู้สึกว่าฟางจิ้งซูเมื่อแปดปีก่อนที่เมินเฉยความมีตัวตนของตัวเองเป็อีกเื่หนึ่งที่ไม่อาจอภัยให้
เพราะว่าฟางจิ้งซูย่อมไม่ใช่พี่น้องแท้ๆของนางเขาย่อมต้องเชื่อฟังคำพูดของแม่เขาฮูหยินเฉิงกั๋วกง ไม่ได้สนใจว่าฮูหยินเฉิงกั๋วกงจะชื่นชอบตัวเองหรือไม่จึงไม่ได้หลีกเลี่ยงความรู้สึกระหว่างกัน ทว่านางไม่สามารถยอมรับว่าในใจมีนางอยู่แต่กลับเมินเฉยไม่สนใจไยดีหลังจากนั้นผู้ชายคนนี้ยังมีหน้ามายืนร้องไห้เสียใจต่อหน้านาง บางทีฟางจิ้งซูอาจจะมีความรู้สึกดีๆกับนางอยู่บ้างทว่าเทียบกับคำห้ามปรามและไม่พอใจของฮูหยินเฉิงกั๋วกง ความรู้สึกดีๆที่มีอยู่บ้างเ่าั้ยังจะนับว่าเป็อะไรได้ล่ะ? ซ่งิหลานไม่ชอบที่จะมีความรู้สึกพิเศษอะไรกับฟางจิ้งซู
เพราะว่าฟางจิ้งซูไม่มีค่าพอ
“ข้า...น้องสาม เ้าวางใจ ข้าจะพูดเกลี้ยกล่อมท่านแม่...”
“ช่างเถอะ”
หญิงงามหยาดเยิ้มเคลื่อนกายเล็กน้อยกระโปรงยาวลากพื้นวาดเป็เส้นที่คดเคี้ยวและสง่างาม พูดเสียงราบเรียบว่า “ไปหาท่านแม่ของท่านเถอะ!”
นางเพิ่งจะเคลื่อนกายก็รู้สึกว่ามือของตัวเองถูกมือใหญ่ที่อ่อนโยนกุมเอาไว้แน่น นางค่อยๆหลุบสายตาตัวเองลง ก็เห็นมือขาวราวหิมะของตัวเองถูกมือเรียวยาวข้างหนึ่งกุมเอาไว้ การเกาะกุมอันสนิทสนมนั่นดูเหมือนเมื่อยังเยาว์วัยเขาเคยกุมมือที่ขี้ขลาดและหวาดกลัวของตัวเองเดินผ่านความมืดมิดของลานบ้านชั่วขณะนั้นนางพลันย้อนคิดไปถึงเมื่อก่อน เด็กชายและเด็กหญิงในวัยเยาว์ช่วยกันปลุกความกล้าเดินผ่านโค้งมุมในจวนจงจิ้งโหวตลอดเวลาที่เดินผ่านหน้าผู้คนมากมาย แสงตะเกียงส่องสว่างเด็กชายที่กุมมือนางและมอบความกล้าให้แก่นางหันกลับมาด้วยใบหน้าที่อบอุ่น
“น้องสาม มีข้าอยู่ เ้าไม่จำเป็ต้องกลัว”
น้ำเสียงของเด็กชายดูเหมือนยังก้องอยู่ในหู
ทว่าวันนี้เด็กชายผู้นั้นเติบโตแล้ว เป็ชายหนุ่มหล่อเหลาสง่างามผู้สืบทอดตำแหน่งครอบครัวกิริยางดงามไร้ที่ติ ท่าทีสุขุม สุภาพและอ่อนโยนเป็สามีในฝันที่หมายปองของหญิงสาวในห้องหอหลายๆคน
ตอนนี้เขากุมมือของนางไว้เฉกเช่นเมื่อครั้งยังเยาว์
น้ำตาหยดหนึ่งจากั์ตาชายหนุ่มร่วงหล่นลงหล่นลงบนมือนาง
“อย่าใจร้ายกับข้าอย่างนี้ น้องสาม”ความสุขุมสง่างามของผู้สืบทอดตำแหน่งครอบครัว ตอนนี้กลับมีท่าทีอับจนหนทางอย่างมากเขาดูเหมือนไร้ซึ่งเกียรติยศอันสูงส่งเมื่อเว้าวอนนาง
“ปล่อยมือ”
“โปรดฟังข้าก่อน...”
สายตาของซ่งิหลานหยุดอยู่ที่ใบหน้าสื่อความหมายชัดเจนของฟางจิ้งซูครู่หนึ่งสายตาค่อยๆเปลี่ยนเป็กระจ่างใส สะบัดมือเพราะ้าสลัดหยุดจากมือของฟางจิ้งซูอย่างไรก็ตามชายหนุ่มกลับเพียงแต่ใช้สายตาที่เ็ปจ้องมองนาง คล้ายมีคำพูดมากมายเขาดูเหมือนอยากจะพูดอะไร ทว่ากลับมีท่าทีลำบากใจ ยื้อแย่งกับซ่งิหลานคำพูดติดอยู่ที่ริมฝากทว่าอดทนไม่ยอมพูดออกมา สองคนยื้อยุดกันอยู่ข้างูเาเทียมฮุ่ยซินเกรงว่าจะมีผู้อื่นมาพบเข้า หวาดกลัวจนเหงื่อผุดเต็มหน้าผากมือไม้อ่อนแรงไปหมดทว่าในตอนนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงเหยียบย่ำบนก้อนหินข้างทางดังอยู่ไกลๆตามมาด้วยเสียงเรียกอย่างเร่งเร้าของหญิงสาว
“ญาติผู้พี่ ญาติผู้พี่ท่านอยู่ที่ไหน?!”
ไกลออกไปผู้หนึ่งสวมชุดสีเหลืองอ่อน รูปร่างบอบบางสะโอดสะองด้วยกระโปรงยาวลายเซียนสถิต หญิงสาวงดงามดังดอกไม้ลู่ลมดูเหมือนลมพัดมาก็สามารถปลิวคล้อยตามไปได้ก้าวเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
นางสวมชุดสีเหลืองอ่อนน่ารักเอวเล็กบอบบางน่าทะนุถนอม ดังหนึ่งฝ่ามือรวบเก็บได้ ใบหน้าอ่อนแอบอบบางั์ตาทั้งคู่ดูเหมือนซ่อนหยดน้ำแวววาว เพียงมองนางครู่เดียวก็ทำให้ผู้อื่นทนไม่ไหว้าปกป้องนาง ทะนุถนอมนางให้นางหลบอยู่ข้างหลังไม่ให้ต้องถูกทำร้ายแม้เพียงสักนิดเดียวชั่วขณะนั้นนางเหมือนดั่งเทพธิดาผ่านมาแต่ไกลๆ ใบหน้าปรากฏร่องรอยการคาดคะเนแยกแยะเหลือบมองสองคนที่ยืนอยู่ข้างูเาหินนั่นดูคล้ายซ่งิหลานและฟางจิ้งซูกำลังยื้อยุดกันอยู่ ครั้นมองไปแต่ไกลจากร่างเล็กดังหลิวต้องลมนั้น ใบหน้างดงามไร้ผู้เปรียบเปรยของหญิงสาวและใบหน้าหล่อเหลาคมคายของชายหนุ่มงดงามดังภาพวาดเหมือนเก่า
เห็นภาพบาดตาที่ปรากฏเบื้องหน้าเท้าของนางหยุดลงในทันที เบ้าตาแดงเรื่อเล็กน้อย น้ำเสียงค่อนข้างลำบากใจร้องเรียกออกไปว่า“ญาติผู้พี่!”
ฟางจิ้งซูสะดุ้งในทันใดหันกลับไปมอง ตอนที่เห็นว่าเป็หญิงสาว ใบหน้าค่อยผ่อนคลายและอบอุ่นขึ้นมา
“น้องสี่เองหรือ”
ผู้ที่มาก็คือซ่งิเยว่บุตรสาวคนโตของฮูหยินจงจิ้งโหวหลี่ซื่อ
ก่อนหน้านี้หญิงสาวถูกซ่งิหลานรังแกจนไม่มีหน้าไปพบผู้อื่นไม่ง่ายเลยที่จะก้าวออกมาทว่ากลับต้องมาพบเจอภาพบาดตาอย่างนี้ซ่งิหลานหรี่ตาตัวเองนิดหน่อย
ตอนที่เห็นว่าคนที่มาคือซ่งิเยว่เห็นได้ชัดว่าฟางจิ้งซูถอนหายใจอย่างโล่งอกยิ่งใช้แรงกุมมือของซ่งิหลานหนักขึ้นไม่ให้สะบัดหลุดได้ ไม่ได้มีเจตนาจะหลบเลี่ยงซ่งิเยว่แม้แต่น้อย
ในสายตาที่เขามองซ่งิเยว่เจือความอ่อนโยนอยู่หลายส่วนอย่างไรก็ตามเป็เพียงความอ่อนโยนเท่านั้นไม่มีความรู้สึกลึกล้ำรุนแรงและเ็ปทรมานเฉกเช่นเมื่ออยู่ต่อหน้าซ่งิหลานแต่กลับทำให้ซ่งิเยว่รู้สึกแย่ขึ้นมา
“ญาติผู้พี่ที่แท้ก็อยู่ที่นี่เอง” นางสูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้งกดกำจี้หยกทับทิมที่ห้อยอยู่กระโปรงข้างเอว เงยหน้าขึ้น แม้กระบอกตาแดงเรื่อทว่ายังคงฝืนยิ้มออกมาเดินอย่างอ้อยอิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าซ่งิหลาน
“ข้ารบกวนพี่สามและญาติผู้พี่แล้วหรือ?” นางถามอย่างไร้เดียงสา
์เท่านั้นที่รู้ตอนที่นางเห็นฟางจิ้งซูกุมมือซ่งิหลานั์ตาถูกบดบังไปด้วยความมืดครึ้มของแรงอิจฉา
ซ่งิหลานเห็นท่าทางของน้องสาวต่างมารดาเช่นนี้ยกคิ้วขึ้นอย่างกะทันหัน
“นี่คือพี่สามของเ้า ย่อมไม่ใช่ผู้อื่น มีอะไรรบกวนกัน?” ฟางจิ้งซูพูดตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่นสายตาอบอุ่นนั้นยังกวาดมองไปถึงซ่งิหลาน
การต่อสู้แย่งชิงระหว่างฮูหยินและอนุภรรยาในจวนเฉิงกั๋วกงค่อนข้างดุเดือดแม้ว่าเขายังอายุไม่มากก็ได้รับตำแหน่งผู้สืบทอดเฉิงกั๋วกงอย่างไรก็ตามควรมีแผนการในใจทว่ากลับไม่มีแม้แต่น้อยเขาย่อมรู้ว่าตัวเองเกิดจากฮูหยินใหญ่ ซ่งิหลานไม่เป็ที่ชื่นชอบของหลี่ซื่อแม่ลูกเขาเองก็รู้ หลี่ซื่อทุกวันนี้เป็ผู้ดูแลภายในบ้านของจวนจงจิ้งโหวหากซ่งิหลานคิดจะอยู่ในจวนโหวอย่างสบายอกสบายใจ จะต้องไม่ขัดแย้งอะไรกับหลี่ซื่อตอนนี้เขามีใจหวังเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างซ่งิหลานพี่น้อง ั์ตาอบอุ่นคู่นั้นมองผ่านร่างอ่อนแอบอบบางไปยังซ่งิหลานพูดว่า“พี่สามเป็พี่สาวของเ้า จะตำหนิเ้าได้อย่างไร”
“จริงหรือ?” ซ่งิเยว่ในใจเกลียดชังเป็อย่างมากกลับต้องพยายามแสดงสีหน้าประหลาดใจมองไปยังซ่งิหลาน
ทว่าเป็เพียงคำพูดที่เฝ้าปรารถนาแค่เพียงฝ่ายเดียวซ่งิหลานใบหน้าไร้ความรู้สึกเอาแต่ลูบจับมวยผมของตัวเองในมือกุมปิ่นปักผมทองคำหนึ่งชิ้น ใช้แรงทิ่มมันลงบนหลังมือของฟางจิ้งซู!
ชั่วพริบตาที่แสงทองส่องประกายใบหน้าของฟางจิ้งซูพลันซีดขาว ปล่อยมือทันที มองอย่างเหลือเชื่อไปยังหญิงสาวเฉียบขาดที่อยู่ตรงหน้า
“ครั้งหน้าหากยังกล้าแตะต้องข้าอีก จะทิ่มมือท่านให้ขาด!”
“พี่สาวไยจึงไร้เยื่อใยอย่างนี้? ญาติผู้พี่ย่อมมีเจตนาดีท่านไม่รู้จริงๆหรือ?” เห็นซ่งิหลานกระทำการโง่งมได้ถึงขั้นนี้ไม่รู้จักสานสัมพันธ์อันดีต่อฟางจิ้งซู ก้นลึกั์ตาของซ่งิเยว่เจือความยินดี
นางรีบยื่นมือไปจับมือของฟางจิ้งซูพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ญาติผู้พี่เป็อะไรหรือไม่เ้าคะ? พี่สามเืเย็นเกินไปแล้ว!” น้ำเสียงน่ารักกล่าวโทษอย่างร้ายแรงเต็มไปด้วยความห่วงใยฟางจิ้งซู เทียบกับการตัดเยื่อใยอย่างเ็าของซ่งิหลานความอ่อนโยนนั้นดังเช่นลมในฤดูใบไม้ผลิ
อย่างไรก็ตามฟางจิ้งซูเพียงแค่ยิ้มมือเลี่ยงหลบนาง อ้อมไปวางไว้ด้านหลัง
ั์ตาทั้งคู่ของเขามองซ่งิหลานด้วยความสับสน
ดูเหมือนนอกจากนางแล้วตอนนี้ไม่มีผู้อื่นให้เขาเหลียวมอง
ั์ตาของซ่งิเยว่ปรากฏความเศร้าเสียใจขึ้นหลายส่วนทว่ากลับฝืนหัวเราะออกมาหนึ่งครั้ง รีบเก็บมือกลับ ปิดบังใบหน้างดงามที่กำลังบิดเบ้และฉายชัดถึงความเกลียดชัง
เป็อย่างนี้เสมอฟางจิ้งซู ญาติผู้พี่ผู้สืบทอดตำแหน่งจวนกั๋วกงของนางผู้นี้เห็นกันอยู่ว่าอ่อนโยนสง่างาม เห็นกันอยู่ว่าปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความอ่อนโยนทว่าผู้ที่สามารถััถึงแก่นแท้ในใจของเขา ไม่มีแม้แต่ผู้เดียว
คุณหนูบุตรสาวฮูหยินใหญ่และบุตรสาวอนุภรรยามากมายในจวนจงจิ้งโหวฟางจิ้งซูให้ความสำคัญเสมอกัน ล้วนเรียกญาติผู้น้องทั้งสิ้น ทว่าไม่มีแม้แต่ผู้เดียวที่เขาจะให้ความสำคัญเป็พิเศษผู้เดียวที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากเขาเสมอมีเพียงแค่ซ่งหลานผู้อยู่ในอารามเก่าแก่ท่ามกลางหุบเขาป่าลึก
อย่างเช่นวันนี้นาง้าเข้าใกล้เขา ทว่าเขากลับ...กุมเพียงมือของซ่งิหลานเท่านั้น
ทว่านางไม่สามารถยกฟางจิงซูให้ผู้อื่นได้!
ก็เหมือนกับนางไม่ยอมอย่างเด็ดขาดที่จะให้ผู้อื่นได้เป็ฮูหยินเฉิงกั๋วกงในอนาคต!
ตระกูลที่เรืองอำนาจอย่างนั้นควบคุมจวนกั๋วกงด้วยตำแหน่งที่มีเกียรติสูงส่งอย่างฮูหยินเฉิงกั๋วกงต้องเป็ของนางซ่งิเยว่คนเดียวเท่านั้น
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/cbd7c044802f07a826abd2eff68d73da
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ยอดพธูแห่งยุคที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #ยอดพธูแห่งยุค #readAwrite ด้วยน้า