[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก

    48 สถานีวิจัยดาราศาสตร์

    “ พี่ยังไหวอยู่หรือเปล่า ”


    แอลลี่แสดงสีหน้าเป็นห่วงพี่ชาย ตอนนี้เขาใช้มือทั้งสองข้างกุมไปยังหูด้วยความรู้สึกหงุดหงิดจากเสียงรบกวนที่เธอไม่สามารถได้ยิน แอลลี่รู้เลยว่าคลื่นเสียงที่ส่งมาจากระยะไกลคือคลื่นเสียงคลื่นความถี่พิเศษที่อาจจะใช้สำหรับสัตว์ พี่ของเธอที่มีพลังแปลกๆจึงได้รับผลกระทบจากมัน ขณะเป็นกังวลพี่ของเธอก็เริ่มปรับสภาพหูของตนเองให้กลับมามีฟังก์ชันเป็นหูมนุษย์มากที่สุด ไม่นานเขาก็นำมือออกจากหูแล้วแสดงสีหน้าปกติ


    “ ไม่เจ็บแล้ว ”


    “ พี่พอจะรู้ไหมว่ามันเป็นเสียงอะไร ”


    “ ไม่รู้ แต่มันทำให้ฉันรำคาญมากๆ ”


    โยฮันหันมองไปยังตำแหน่งที่เขาได้ยินเสียงรถยนต์กำลังมุ่งตรงเข้ามา ทันใดนั้นก็มีรถราวสิบคันวิ่งขึ้นมาบนถนน ด้านหน้ารถถูกปรับแต่งด้วยการนำใบมีดขึ้นไปติดตั้งจนทำให้รูปลักษณ์ของรถเปลี่ยนไป มันกลายเป็นรถหุ้มใบมีดเพียงแค่ขับชนซอมบี้ก็สามารถฆ่ามันได้ เขาตกใจไม่น้อยที่มีคนปรับตัวได้เร็วจนสร้างพาหนะที่สามารถขับขี่บนท้องถนนที่เต็มไปด้วยซอมบี้


    ขณะเขามองจ้องรถยนต์ทั้ง 10 โยฮันก็พบว่ามีชาย 5 คนโผล่หน้าออกมาจากกระจกรถ บนไหล่ของพวกเขาทั้ง 5 คนมีบาซูก้ากระบอกใหญ่เล็งไปทางที่ซอมบี้กำลังเดินทางมา อาวุธเหล่านี้ไม่ควรจะเป็นของประชาชนธรรมดา เสื้อผ้าของกลุ่มที่พกอาวุธไม่ใช่ของทหารเขาจึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมาดีหรือมาร้าย


    เมื่อบาซูก้ายิงออกไป มันก็พุ่งไปตกด้านหน้าซอมบี้ฝูงใหญ่ เพียงแต่ว่าการระเบิดกลับไม่มีพลังทำลาย สิ่งที่ระเบิดออกมาจากกระสุนบาซูก้าคือควันสีขาวฟุ้งกระจายออกไปรอบๆ


    ทว่าควันที่กำลังกระจายตัวกลับทำให้ซอมบี้วิ่งแตกกระเจิงออกไปด้านข้าง บางตัววิ่งกลับหลังจนร่างกระแทกกันไปมา เขารู้ในทันทีเลยว่าหัวรบบาซูก้าจะต้องบรรจุสสารบางอย่างที่ใช้รบกวนการรับกลิ่นของซอมบี้สัตว์ ไม่ว่าจะเป็นระดับ 1 หรือระดับ 3 ซอมบี้สัตว์ล้วนแล้ววิ่งหนี หนูตัวใหญ่ วัวตัวสีขาว หรือแม้กระทั่งแมว ล้วนแล้ววิ่งกระเจิงออกไปทุกทิศทาง


     แต่ถึงอย่างนั้นซอมบี้มนุษย์กลับยังคงวิ่งหน้าตั้งมาเช่นเดิม  กลุ่มคนที่ยิงบาซูกล้ากลับไม่ได้แสดงท่าทางหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย


    “ มีผู้รอดชีวิตอยู่ที่นี่ใช่ไหม ได้ยินแล้วตอบด้วย พวกเรามารับพวกคุณไปด้วยกัน ได้ยินไหม พวกคุณอยู่ที่ไหนตอบเราด้วย! ”


    เสียงร้องดังออกมาจากโทรโข่ง เหล่าตำรวจพยายามชะโงกหน้าดูกลุ่มคนที่ขับรถมาหา แม้ภายในใจของทุกคนจะวิตกกับอาวุธของอีกฝ่ายที่พกมา แต่เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายมาจากกลุ่มใหญ่ที่รวบรวมผู้รอดชีวิตในระแวกนี้จึงส่งเสียงร้องให้อีกฝ่ายรับรู้


    “ พวกเราอยู่ที่นี่ พวกเราอยู่ทางนี้! ”


    “ เฮ่ เราอยู่ทางนี้! ”


    เหล่าคนที่อยู่บนรถพยายามกวาดตามองหาต้นเสียง จนพบว่าบนดาดฟ้าตึกแห่งหนึ่งมีคนอยู่จำนวนมากจึงขับรถเข้าไปรับใกล้ๆแล้วบอกให้คนที่อยู่บนตึกลงมา พวกเขาจำเป็นต้องหนีก่อนที่สารระเหยจะหมดฤทธิ์


    โยฮันได้ยินเสียงของตำรวจเรียกให้พวกเขาไปพร้อมกันจึงหันมองน้องสาว ก่อนจะตัดสินใจวิ่งลงจากตึก จากเดิมเคยวางแผนว่าจะใช้ชีวิตไปกับน้องสาวรอการช่วยเหลือ แต่เมื่อต้องเจอฝูงซอมบี้ขนาดใหญ่ เขาจำเป็นต้องเปลี่ยนความคิด


    “ ดึงเลย ดึง! ”


    รถยนต์ 2 คันมัดเชือกติดกับรถที่โยฮันนำมาปิดประตูทางเข้าตึก หลังจากลากรถที่ขวางทางออกไปผู้คนที่อยู่บนตึกต่างก็รีบวิ่งขึ้นไปบนรถพร้อมสัมภาระจำพวกอาหาร ตำรวจจึงรีบวิ่งขึ้นไปเช่นเดียวกัน โยฮันจึงพาน้องสาวขึ้นรถคันสุดท้าย ก่อนที่เขาจะหันมองดูหัวหน้าตำรวจที่หันมองมายังตน เขาจึงยกมือปิดปากบอกอีกฝ่ายให้เงียบ ซึ่งการเงียบไม่ใช่การหุบปากไม่ส่งเสียง แต่เป็นการเงียบไม่ให้พูดเกี่ยวกับเขาและน้องสาวมากเกินไป


    หัวหน้าตำรวจเข้าใจได้เป็นอย่างดี การขึ้นรถกับคนแปลกหน้าพวกเขาอาจจะถูกหลอกไปฆ่าทิ้งได้เพราะฉะนั้นจึงเก็บความลับเรื่องโยฮันเอาไว้ โดยหวังว่าชาวบ้านจะไม่พูดอะไรกับโยฮันมากนัก


    “ พวกคุณมาจากที่ไหนกัน ”


    หนึ่งในคนที่มาช่วยเหลือถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เมื่อรู้ว่าพวกเขาหลบหนีซอมบี้มาได้แล้ว การช่วยเหลือเมื่อครู่หากช้าไปอีกนิดคงถูกฝูงซอมบี้ปิดทาง


    “ เรามาจากทางใต้ พึ่งข้ามสะพานมาเมื่อตอนเย็น ”


    “ งั้นแสดงว่าเสียงที่เราได้ยินตลอดคืนมาจากพวกคุณ ยังมีสมาชิกคนอื่นอีกไหม เราจะได้วางแผนช่วยเหลือ ”


    “ ไม่มี เราเหลือกันแค่นี้ ”


    “  ระหว่างทางคงตายไปเยอะสินะ ไม่ต้องเสียใจ กลุ่มของเราแข็งแกร่งพอจะช่วยเหลือพวกคุณ เมื่อไปถึงแล้วพวกคุณจะรู้เอง ”


    ทุกคนเงียบเสียงปล่อยให้รถวิ่งไปตามถนน โยฮันมองดูถนนที่ขับรถผ่าน เขาพบว่ามีการเคลียร์เส้นทางจนรถวิ่งได้สะดวก ดูท่ากลุ่มคนที่ช่วยเหลือพวกเขาจะสำรวจรอบๆไปหมดแล้ว อาหาร น้ำดื่ม ของใช้ในชีวิตประจำวันคงถูกเก็บไปทั้งหมด แม้กระทั่งผู้รอดชีวิตคงช่วยออกมาแล้วเช่นกัน


    ขณะรถวิ่งไปเรื่อยๆด้วยความเร็ว ตำรวจทั้ง 8 นายพยายามกวาดตามองดูรอบข้าง ซอมบี้ระหว่างทางไม่มีเลยสักตัว พวกเขาจึงคิดว่าอาจจะถูกกำจัดไปหมดแล้ว ดังนั้นจึงสำรวจดูการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่เข้ามาช่วยเหลือเพื่อตรวจสอบอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น


    “ พี่หิวไหม ”


    แอลลี่กระซิบข้างหูพี่ชาย หากซอมบี้ไม่บุกเมื่อครู่เธอคงจะเปิดอาหารกระป๋องออกมากิน เพียงแต่ว่ามีหลายสิ่งเกิดขึ้นเธอจึงพลาดอาหารเช้า ดังนั้นจึงต้องรอตอนเย็น


    “  เช้าวันที่ 7 แล้วใช่ไหม ”


    “ ใช่ เช้าวันที่ 7 ตอนนี้เวลา 07.15 น.แล้ว พี่มีอะไรหรือเปล่า ”


    “ เธอคิดว่าคนที่มาช่วยเราวิวัฒนาการแล้วหรือยัง ”


    แอลลี่พยายายามมองดูคนที่อยู่บนรถพลางมองไปยังรถคันข้างหน้า กลุ่มคนที่มาช่วยเหลือพกอาวุธกันทั้งหมด ภายในมือของพวกเขาคืออาวุธสงครามที่ไม่ควรจะมีอยู่ภายในเมือง ปืน AK ปืนไรเฟิล หลายๆปืนมักจะเจอในหนังหรือไม่ก็เจอตามข่าวที่ถ่ายทอดการปฎิบัติหน้าที่ทหารจากชายแดนเพียงเท่านั้น ข้างเอวทุกคนมีระเบิดคนละลูกห้อยติดอยู่ การจะหาอาวุธเหล่านี้ได้กลุ่มคนที่มาช่วยเหลือจะต้องไม่ธรรมดา อย่างไรก็ตามเนื้อตัวของหลายคนกลับไม่ได้มีรอยสัก พวกเขามีผิวขาวราวกับคนภายในเมือง บางคนท่าทางเหมือนพนักงานบริษัท ไม่เหมือนผู้ก่อการร้ายเลยสักนิด


    “ แม่หนู สงสัยอะไรถามได้นะ ”


    ชายสวมแว่นตาลักษณะท่าทางเหมือนหนอนหนังสือยิ้มให้แอลลี่ เธอจึงถามอย่างที่อีกฝ่ายอยากให้ถาม


    “ คุณลุงคะ ทำไมพวกคุณลุงมีอาวุธครบมือเลยล่ะ ไปหามาจากไหนเหรอ ” โยฮันหันมองน้องสาว เขาตกใจเล็กน้อยที่ถามตรงเกินไป อีกฝ่ายกลับไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทางหงุดหงิด เขากลับยิ้มแล้วตอบคำถามด้วยความเป็นกันเอง


    “ อ๋อ เจ้าพวกนี้เหรอ เราได้มาจากคฤหาสน์หลังหนึ่ง มันเป็นคฤหาสน์เจ้าพ่อ ข้างในเต็มไปด้วยอาวุธสงคราม นับว่าโชคดีไม่น้อยที่เราไปเจอที่นั่นจึงตั้งรับได้ทัน ”


    “ โชคดีมากๆเลยค่ะ ว่าแต่พวกคุณลุงรู้จักการวิวัฒนาการไหมคะ ”


    “ การเพิ่มพลังหลังจากฆ่าซอมบี้นั่นนะเหรอ ”


    “ ใช่ค่ะ ”


    “ รู้จักสิ ในกลุ่มของพวกเราหลายคนวิวัฒนาการ 1 ครั้งแล้ว หลายคนก็ใกล้จะวิวัฒนาการครั้งที่ 2 แต่หัวหน้ากลุ่มพวกเราวิวัฒนาการไป 2 ครั้งแล้ว กลุ่มเราเลยปลอดภัย เอาล่ะ ถ้าสงสัยอะไรเอาไว้ค่อยถามคนที่ค่ายของเรา ตอนนี้มาถึงแล้วเตรียมตัวลงจากรถกันได้เลย”


    โยฮันเงียบเสียง เขารู้สึกตกใจไม่น้อยที่มีคนวิวัฒนาการ 2 ครั้งเหมือนกันกับเขา นับว่าเป็นเรื่องยากมากเพราะการจะวิวัฒนาการครั้งที่ 2 จะต้องฆ่าซอมบี้ระดับ 2 จำนวน  1,000  ตัว หรือถ้าจะฆ่าซอมบี้ระดับ 1 ก็ต้องฆ่าไปหลายหมื่นตัว ด้วยพลังของมนุษย์ที่วิวัฒนาการ ไม่น่าจะวิวัฒนาการครั้งที่ 2 ได้เร็วขนาดนี้จึงทำให้เขาสนใจหัวหน้ากลุ่มนี้เป็นพิเศษ ในความคิดของเขาคนที่วิวัฒนาการอาจจะมีความพิเศษเหมือนกันกับเขาก็เป็นได้


    รถดัดแปลงทั้ง 10 ค่อยๆผ่อนความเร็วลง เมื่อมองตรงไปด้านหน้ามีกำแพงอิฐสูง 1 เมตรสูงกว่านั้นขึ้นไปอีกเป็นรั้วเหล็กกั้นมีลวดหนามติดอยู่ข้างบนป้องกันการไต่เข้าออก 


    หลังจากรถทั้ง 10 วิ่งมาใกล้ประตูทางเข้าออก คนจำนวนหนึ่งก็รีบวิ่งมาเลื่อนประตูจนเผยให้เห็นด้านใน ตึกสูงใหญ่มีทั้งหมด 20 ชั้นคือตึกที่อยู่ด้านในประตู ด้านขวาและด้านซ้ายมีตึกความสูง 10 ชั้นตั้งขนาบข้าง บริเวณรอบๆมีต้นไม้เขียวชอุ่มให้บรรยากาศสงบร่มเย็นผิดจากสภาพเมืองรอบๆที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหาย


    “ ปิดประตูได้เลย ภารกิจวันนี้เสร็จแล้ว ”


    รถทั้ง 10 วิ่งเข้าไปด้านใน โยฮันจึงหันมองไปด้านหลังพบว่าประตูบานใหญ่ค่อยๆเลื่อนปิด เขารู้ว่าเพียงเท่านี้ไม่สามารถป้องกันซอมบี้ได้ แต่ทว่ารั้วเหล็กกลับไม่มีร่องรอยการทุบทำลายจากซอมบี้เลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าที่นี่คือเขตปลอดซอมบี้


    “ เรามาถึงกันแล้ว ยินดีต้อนรับสู่ค่ายผู้รอดชีวิต เราไม่รู้ว่าตอนนี้มีค่ายอื่นๆอยู่หรือเปล่า แต่ระแวกนี้คงมีแค่เราเท่านั้น อีกเดี๋ยวหัวหน้าของเราจะมาที่นี่เพื่อพาทุกคนไปยังสถานที่เหมาะสมกับพวกคุณ ไม่ต้องตื่นตกใจ เราเป็นมิตร แค่ขอให้ทุกคนใช้ความสามารถในทางที่ถูกต้องก็พอ เพราะที่นี่ทุกคนจะต้องทำงานเพื่อแลกกับความปลอดภัย ”


    ชายสวมแว่นเดินจากไปปล่อยให้กลุ่มคนที่พวกเขาช่วยเหลือยืนอยู่หน้าตึกสูง 20 ชั้น โยฮันที่กวาดตามองดูรอบๆเขาจำได้ว่าที่นี่คือสถานีวิจัยเกี่ยวกับดาราศาสตร์ ในสมัยเด็กเคยเดินทางมาทัศนศึกษากับทางโรงเรียน หากเขาจำไม่ผิดด้านหลังตึกสูง 20 ชั้นมีดาวเทียมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ มันใช้สำหรับรับสัญญาณจากดาวเทียมที่อยู่นอกโลก นอกจากนั้นแล้วที่นี่ยังมีหอดูดาวที่มีกล้องขนาดใหญ่ใช้ส่องดูดวงจันทร์ ขณะที่เขากำลังลำลึกความหลังคนกลุ่มหนึ่งมีประมาณ 10 คนก็ได้เดินออกมาจากตึกพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มส่งมาให้พวกเขา


    “ สวัสดีครับ พวกคุณคงเหนื่อยมากๆเลยสินะครับ ผมโจ้ยินดีที่ได้รู้จัก เดิมทีคนที่มาพบพวกคุณจะเป็นหัวหน้าของเราแต่เขาออกไปล่าเมื่อไม่นานมานี้ผมเลยต้องมาต้อนรับพวกคุณด้วยตัวเอง ”


    ชายอายุราว 25 พูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม โยฮันมองอีกฝ่ายเขารู้ได้เลยว่าจะต้องเป็นพนักงานบัญชีจากที่ไหนสักแห่งอย่างแน่นอน หรือไม่ก็ต้องเป็นหัวหน้าแผนกสักอย่างเพราะท่าทางของเขาดูเป็นผู้นำและสามารถเข้าหาคนอื่นๆได้ง่าย


    “ สวัสดี ก่อนอื่นผมขอถามเข้าเรื่องก่อนเลยก็แล้วกัน ที่นี่ติดต่อรัฐบาลหรือกองทัพได้ไหม ”


    หัวหน้าตำรวจสอบถามอีกฝ่าย เขาสังเกตได้ว่าที่นี่มีไฟฟ้าใช้และมีดาวเทียมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านหลังตึกจึงคิดว่ามันอาจจะติดต่อกับดาวเทียมเพื่อขอความช่วยเหลือได้


    “ ต้องขอโทษด้วยครับ ทางเราไม่สามารถติดต่อกองทัพ รัฐบาลหรือตำรวจได้ แม้แต่สถานีวิทยุก็ไม่สามารถติดต่อได้เช่นกัน เป็นเวลา 7 วันกับอีก 6 คืนแล้วที่เราไม่ได้รับการติดต่อจากกลุ่มอื่นๆ ไม่ทราบว่าพวกคุณเป็นใครอย่างนั้นเหรอครับ ”


    “ พวกเราเป็นตำรวจ บังเอิญว่าต้องเดินทางผ่านเมืองนี้เลยแวะพัก แต่ก็เจอซอมบี้ พอจะมีจุดที่เราสามารถใช้ไฟได้ไหม เราอยากจะลองติดต่อต้นสังกัด ”


    “ ถ้าอย่างนั้นดีเลยครับ ตามเขาคนนั้นไปนะครับ เขาจะพาพวกคุณไปยังที่ที่สามารถใช้ไฟฟ้าได้ ส่วนคนที่เหลือตามผมมาก่อนนะครับ เราจำเป็นต้องฆ่าเชื้อก่อนจะพาทุกคนไปพบคนอื่นๆที่หลบอยู่ที่นี่ มีหลายอย่างที่เราจะต้องคุยกันเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย”.




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก ที่คุณอ่าน